ตอนที่ 6
เมื่ออาหารเสร็จแล้ว ด้วยการทำอาหารของซีหยางทั้งหมด อาหารก็ออกมาน่ากินเหมือนเดิม เมื่อเห็นทุกคนน่าจะหิวกันแล้ว เพราะวันนี้กินอาหารช้ากว่าทุกวัน เพราะทุกคนมัวแต่เป็ห่วงเขาอยู่จึงไม่ได้รีบทำอาหารเหมือนทุกวัน เมื่อคิดได้อย่างนั้นแล้ว จึงได้รีบตั้งโต๊ะทันทีที่ทำอาหารเสร็จ และเรียกทุกคนที่รออยู่มากินอาหาร และเขาได้ตักข้าวให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ว
เมื่อทุกคนเห็นอาหารที่ซีหยางทำ ก็อยากจะกินเร็วๆ เพราะกลิ่นที่หอม ชวนให้อยากนำอาหารเข้าไปในกระเพาะเร็วๆ จึงได้เริ่มกินอาหารทันที และก็เป็อย่างที่ทุกคนคิด อาหารที่ได้กินในวันนี้ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เพราะว่ามันอร่อยมาก ทุกคนจึงได้กินกันอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนซีหยาง ที่เห็นทุกคนกินอาหารที่เขาทำอย่างมีความสุข คนที่ทำให้กินกลับมีความสุขมากกว่า
ผ่านไปสักพักอาหารทุกอย่างก็หมดลง พร้อมกับทุกคนที่กินอาหารกันจนอิ่ม พี่สะใภ้จึงเป็คนเก็บทุกอย่างไปล้าง เขาก็ไม่ได้คิดที่จะไปแย่งงานนั้น เพราะพี่สะใภ้คงอยากจะช่วยทำงานบ้าง ทุกคนจึงได้ออกมานั่งคุยกันที่หน้าบ้าน
"ผมมีอะไรจะเล่าให้ทุกคนฟังด้วยครับ" เมื่อนั่งแล้ว จึงเริ่มจะบอกเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ให้ทุกคนรับรู้
"มีเื่อะไรหรือเปล่าลูก หรือว่ามีเื่อะไรที่ทำให้ลูกไม่สบายใจบอกแม่มาได้เลย" เธอเห็นลูกทำหน้าเหมือนไม่สบายใจ จึงคิดว่าน่าจะเป็เื่ที่ไม่ดีหรือเปล่า
"ไม่ใช่เื่อะไรไม่ดีหรอกครับ พอดีวันนี้ผมได้ไก่ป่ามาสามตัว ผมเอาไปให้คนอื่น ทุกคนจะว่าผมหรือเปล่าครับ" เขาก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าทุกคนจะว่าเขาหรือเปล่า
"มันเป็ของลูก และพ่อคิดว่าคนที่ลูกเอาไปให้ เขาน่าจะมีความสำคัญมากพอ หรือไม่ก็อาจจะมีความจำเป็ที่ต้องได้ไก่พวกนั้นไป และอีกอย่างหนึ่ง พวกเราทุกคนก็ได้กินไก่กันแล้วนี่นา จะไปว่าลูกได้ยังไงกัน"
"ใช่แล้ว แล้วพอจะบอกได้หรือเปล่าเอาไปให้ใคร แต่ถ้าไม่อยากจะบอก ไม่ต้องบอกก็ได้นะ พวกเราไม่ได้อยากจะรู้ขนาดนั้น"
"ใช่แล้วล่ะลูก แม่เชื่อว่าลูกตัดสินใจทำอะไรทุกอย่างต้องไตร่ตรองเอาไว้แล้ว"
"คืออย่างนี้นะครับ ทุกคนจำหญิงสาวที่ผมไปช่วยตอนเธอตกน้ำได้หรือเปล่าครับ"
"จำได้สิ " ทุกคนตอบออกมาพร้อมกัน เพราะผู้หญิงคนนั้นคือ เซียวซูฮวา แต่ไม่เข้าใจว่าจะเกี่ยวกันอย่างไร แม้ตอนนี้จะมีข่าวเสียหายออกมา แต่เขาก็ยังไม่ได้ถามซีหยาง ว่าจะเอายังไง เพราะไม่อยากที่จะบีบบังคับลูก และไม่รู้ว่ามีผู้หญิงที่ชอบอยู่หรือเปล่า
"คือผมเอาไก่หนึ่งตัวไปแลกยา เพราะผมคิดว่าเธอคงจะต้องไม่สบายเหมือนผมอย่างแน่นอน และเธอก็อยู่กับน้องชายแค่สองคน พ่อก็ไม่สนใจ แม่เลี้ยงก็ชอบที่จะเอาเปรียบ ผมเลยคิดว่าคงจะไม่มีคนหายาไปให้แน่เลยครับ"
"เป็อย่างนี้นี่เอง ดีแล้วล่ะ หนูเซียวฮวา เป็คนดีแต่เสียอย่างเดียวที่มาเกิดในครอบครัวนี้ น่าสงสารเหลือเกิน แม่ก็มาตายจากไป ไหนจะต้องมาเลี้ยงน้องที่ยังเล็กอีก"
"เมื่อผมได้ยาแล้ว ผมเลยไปที่บ้านนั้น ผมไปถึง เห็นเจียวหัว นั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าบ้านบอกว่าพี่สาวไม่สบาย ไปขอให้บ้านนั้นซื้อยาให้ แต่ไม่มีใครให้เงิน แต่กลับโดนทำร้ายกลับมาด้วย" เขายังคิดถึงภาพที่น่าสงสารนั้นอยู่เลย
"อะไรนะ ทำร้ายเด็กเล็กๆ อย่างนั้นทำไมถึงได้มีจิตใจเหี้ยมโหดอย่างนั้นกัน พ่อเขามองลูกถูกทำร้าย ได้หน้าตาเฉยเลยหรือยังไง ทำไมไม่รู้สึกอะไรบ้าง ช่างมีจิตใจที่มืดบอดเป็อย่างมาก"
"ใช่แล้วล่ะครับ และก็เป็อย่างที่ผมคิด เซียวซูฮวา ไข้ขึ้นสูงและยังไม่มียากิน ที่ผมไปถึงมีป้าเย่วซื่อ มาดูแลเช็ดตัวให้"
"เฮ้อ คนที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง ยังจะมีจิตใจดีเสียกว่าอีก"
"ผมก็เลยมอบยาและไก่ให้เอาไว้บำรุงร่างกายด้วยครับ ตอนแรกเจียวหัวจะไม่รับไก่นะครับ ตอนแรกผมก็งง เพราะเด็กคนนี้น่าจะรักพี่สาวมาก แต่ไม่ยอมรับไก่เอาไว้ ตอนหลังถึงได้รู้ว่าที่ไม่รับเพราะถ้ารับไว้ บ้านใหญ่รู้ว่ามีไก่ก็จะมาแย่งชิงเอาไป ผมก็เลยให้ป้าเย่วซื่อต้มยาและตุ๋นน้ำแกงไก่เพื่อบำรุงร่างกายน่ะครับ"
"ไม่ช่วยแล้วยังจะทำให้ทุกคนอดตายเลยหรือยังไงกัน"
"ตอนผมจะกลับสองแม่ลูกบ้านนั้น มาบอกทุกคนว่า เซียวซูฮวา ี้เีไม่ยอมทำงาน ไม่ช่วยก็ทีหนึ่งแล้วยังมาว่าด้วยคำพูดอย่างนี้อีก เหมือนกันทั้งแม่ทั้งลูกเลย ผมรู้สึกอยากทำร้ายคนมากเลยล่ะครับ แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้"
"ดีแล้วล่ะลูก ถ้าทำไปลูกจะกลายเป็คนไม่ดีเอาได้"
"ผมก็เลยต้องอดทนยังไงล่ะครับ"
"ในเมื่อพูดมาแล้ว พ่อก็ขอพูดบ้าง ตอนแรกว่าจะไม่ถามลูกเื่ที่มีข่าวลือทำให้ผู้หญิงเสียหาย แต่ตอนนี้ที่ลูกไปบ้านของเซียวฮวา คงจะมีข่าวให้ชาวบ้านมาพูดมากขึ้น พ่อรู้ลูกเป็ผู้ชายเื่อย่างนี้คงไม่เป็ไร แต่ผู้หญิงที่มีข่าวเสียหาย ก็ไม่อาจจะลบเื่ที่เป็ข่าวลือนั้นได้ เพราะมันได้เสียหายไปแล้ว"
"พ่อจะถามอะไรหรือเปล่าครับ"
"ลูกคิดจะรับผิดชอบเธอหรือเปล่า พ่อก็ไม่อยากจะบังคับลูกหรอกนะ"
"ใช่แล้วล่ะลูก แม่เองก็ไม่อยากจะบังคับลูก แต่แม่ที่เป็แม่คน เมื่อเห็นหญิงสาวมีข่าวเสียหายอย่างนี้ก็อดที่จะสงสารเธอไม่ได้ แต่ลูกก็ไม่ได้ผิดอะไร เพราะการช่วยชีวิตนั้นเป็สิ่งที่ถูกต้องอยู่แล้ว"
สงสารหญิงสาวก็สงสาร แต่ก็ยังเป็ห่วงความรู้สึกของลูกเหมือนกัน ถ้าบังคับก็กลัวว่าลูกจะไม่ยอมรับ แล้วชีวิตคู่จะมีปัญหาเอาได้
"เื่นี้เองหรือครับ ตอนนี้ผมเองก็ยังไม่มีใคร และเซียวซูฮวาก็เป็คนดี และเธอก็เสียหายเพราะผม ให้พ่อกับแม่จัดการตามที่เห็นสมควรได้เลยครับ ผมไม่มีปัญหาอะไร" เขาออกจะเต็มใจที่จะดูแลเธอเสียด้วยซ้ำ
"จริงหรือลูก แม่ดีใจมากเลย รู้ไหม แม่หนักอกหนักใจมาหลายวันแล้ว ชาวบ้านเอาแต่ถามแม่ถึงเื่นี้ แม่ก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี เมื่อได้ยินลูกพูดอย่างนี้แม่ก็โล่งใจแล้ว"
"ลูกของพ่อสมแล้วที่เป็ลูกผู้ชาย ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่มันเกิดขึ้น พ่อเชื่อว่าเื่ความรัก เมื่ออยู่ด้วยกัน จะต้องรักกันได้ในที่สุด"
"ครับ ผมก็คิดว่าน่าจะรักเธอได้ไม่ยากหรอกครับ"
"พี่ขอถามหน่อยนะ แล้วเื่ของซิ่วเป่าเป้ยล่ะ ไม่ใช่ว่าเป็คนรักของน้องชายหรอกหรือ" เขาเห็นว่าไปไหนมาไหนด้วยกันกับน้องชาย แต่ก็ยังมีไปกับน้องชายที่เป็ลูกของลุงเขาด้วยเหมือนกัน เขาว่าจะบอกน้องชายให้เลิกยุ่งกับผู้หญิงอย่างนั้นเสียดีกว่า แต่ก็ยังไม่ได้บอกเสียที
"เธอไม่ใช่คนรักของผมหรอกครับน่าจะเป็คนรักของพี่ฮ่าวรันมากกว่า และผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอด้วย" อยากจะบอกว่าตอนนี้เกลียดมากเสียด้วยซ้ำ
"พี่เห็น ซีหยางพูดอย่างนั้นพี่ก็ดีใจ ที่น้องรู้แล้ว พี่เห็นทั้งสองคนบ่อย และคิดว่าไม่ใช่แค่คนรู้จักกัน แต่ก็ไม่กล้าบอกกลัวจะเสียใจ"
"ผมไม่เสียใจหรอกครับ คนที่ไม่มีความจริงใจให้กันก็เหมาะกับคนที่ไม่จริงใจไม่ใช่หรือครับ"
เขามองน้องชายที่โตเป็ผู้ใหญ่ขึ้นมากแล้ว และรู้สึกว่าจะมองคนได้ทะลุปรุโปร่ง ไม่ใช่ให้ใครมาหลอกเอาได้ โดยใช้ความใจดี และความจริงใจของตัวเอง และคิดว่าคนอื่นก็จะมอบความจริงใจให้ตัวเองกลับ
"พี่ดีใจนะ ที่ซีหยาง โตเป็ผู้ใหญ่แล้ว และรู้จักที่จะแยกแยะคนออก ไม่หลงไปกับสิ่งที่แสดงออกมา แต่บางครั้งหาความจริงใจไม่เจอแม้แต่น้อย"
"แน่นอนสิครับ ผมเป็ลูกของพ่อกับแม่ และเป็น้องของพี่ จะให้ใครมาหลอกเอาได้ยังไง"
เขาจะไม่ยอมถูกหลอกเป็ครั้งที่สองแน่นอน คนที่ทำร้ายเขา แม้จะไม่อยากจะกลับมาแก้แค้น แต่ในส่วนลึกก็ยังรู้สึกเจ็บใจ แต่เขาก็ไม่อยากจะจองเวรไม่จบไม่สิ้น จึงคิดว่าเขาแค่ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนี้ก็พอแล้ว
( ฝากกดติดตามด้วยนะคะ )