บทที่ 3 เก็บน้ำลายของเ้าด้วย
เขาถือโอกาสอุ้ม แต่นางถือโอกาสโอบ ข้อมือเล็กคล้องหมับโดยไม่เกรงใจ... หัวมนเอียงซบหัวไหล่แน่นของเขาพลางปรายตามองใบหน้าอันหล่อเหลาของสามีราวหลุดไปอยู่อีกห้วงภวังค์ ปฏิเสธไม่ได้ว่ายวนอวี่ก็ปรารถนาเขาไม่น้อย ยิ่งได้เตะเนื้อต้องตัวกันหัวใจเต้นตึกตัก หากพูดได้มันคงบอกว่าคนนี้แหละใช่ ทันใดนั้นน้ำเสียงเรียบเฉยกระตุ้นนางด้วยใบหน้าเ็าดับฟองอากาศในหัวของสตรีหน้ามึนแตกโพล๊ะ
"มองพอหรือยัง"
เฉวียนเฉิงโยนนางลงเตียงแข็งโดยไม่สนว่าจะเจ็บหรือไม่ แน่นอนว่าั้แ่รู้ทันแผนการสกปรกของหญิงสาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็ภรรยาจวนแม่ทัพ เขาไม่เคยคิดจะอ่อนโยนกับนางเลยแม้แต่นิดเดียว หากกล่าวย้อนไปั้แ่ก่อนวันแต่งงานจะมาถึงฮั่วยวนอวี่คงไม่รู้ว่าหานเฉวียนเฉิงสั่งมือดีอย่าง 'เสี่ยวหูเกอ' คอยซุ้มเงียบตักตวงทุกการกระทำรายงานผ่านอักษรส่งต่อโดยนกพิราบแม้อยู่แดนไกล
ดังนั้นั้แ่ต้นจนจบ... แผนการจับเตี้ยวอวิ๋นของหญิงสาวเขารู้ทันแต่ยังหน้ามึนปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป ส่วนตนนั้นเร่งควบม้ากลับเมืองหลวงเพียงเพราะอยากรู้เหลือเกินว่าหากคนที่ช่วยนางจากมือคนเลวเป็สามีที่นางไม่เคยปรารถนาจะเกิดอะไรขึ้น ทว่าหากวีรบุรุษช่วยสาวงามคือแม่ทัพปีศาจที่หญิงสาวครึ่งเมืองปรารถนาเหลือเกินนางจะตัดใจจากเตี้ยวอวิ๋นได้หรือไม่ ไหนเลยจะคิดว่านางกล้าฆ่าตัวตายเพื่อหนีให้พ้นหน้าตนเอง
ปากบอกไม่สนว่านางจะเป็เช่นไรแต่ฉไหนเฉวียนเฉิงก้าวเท้าเพียงสามวานั่งแหมะลงบนโต๊ะ รินชาดื่มไม่จากไป พลางปรายตามองไปตรงหน้าอย่างใจเย็น ท่าทีเช่นนี้คล้ายรอนางอธิบายอะไรสักอย่าง แน่นอนว่าในบทที่จิ้งอีอ่าน... หานเฉวียนเฉิงคนนี้เป็ตัวร้ายที่เ็าที่สุด แต่ทำไมชายหนุ่มที่นั่งตระหง่านอยู่ตรงหน้าต่างออกไปราวฟ้ากับเหว ดูตาเดียวก็รู้ว่าจิตใจที่หยาบกระด้างห่อไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เอาล่ะในเมื่อนั่งกดดันกันถึงขนาดนี้ยวนอวี่ก็จะสนอง ครั้งนี้เป็หญิงสาวที่เปิดปากพูดวกเข้าประเด็น หากการเจรจาไม่ได้ผลดีศรีภรรยาคนนี้ก็ขอเป็ไม้เบื่อไม้เมาตอแยจนกว่าสามีจะยอมเปิดใจ
"ท่านคงรอคำอธิบายจากข้าอยู่สินะ"
"รู้แล้วยังจะยามอีก... ก็พูดมาซะที"
"ยวนอวี่ไม่มีอะไรต้องอธิบาย เื่ที่แล้วมาขอให้แล้วกันไปอย่าได้สอบสวนอีกเลยดีหรือไม่... ไม่สู้มาพูดเื่ของเราดีกว่า"
ยวนอวี่กะเล่นกับไฟ... ด้วยนิสัยหญิงโสดที่ซื้อกินจนเคยตัวทำให้หลงลืมไปชั่วขณะ ยกตนข่มท่านเดินพรวดไม่สำรวมกริยาวนนิ้วมือเรียวตวัดปอยผมชายหนุ่มเล่นราวคุ้นเคย
[ไร้ยางอาย เ้าแผนการ ตั้งใจจับชายอื่นทั้งที่มีสามีเป็ตัวเป็ตน ข้าไม่เคยเห็นใครหน้าด้านหน้าทนเท่านาง ข้ารู้ความจริงอยู่แล้วยังจะรอนางอธิบายเพื่ออะไรอีกล่ะ]
เฉวียนเฉิงขมวดคิ้วแทบเป็ปมครุ่นคิดในใจด้วยความผิดหวัง หลังจากได้ยินข่าวคราวสมรสพระราชทานที่จัดขึ้นกะทันหันเขาปฏิเสธไม่ได้ว่าในใจด้านชาไร้ความรู้สึกเอาแต่รบราฆ่าฟันกลางสมรภูมิ หลังจากได้รับาเ็จนต้องค้างแรมในกระโจม เสี่ยวหูเกอจึงมีโอกาสเข้ารายงาน ว่าสตรีที่แต่งเข้าจวนเป็ฮั่วยวนอวี่สตรีที่เขียนจดหมายหาเขาในวัยเด็ก
ความตั้งใจเดิมนั้นดูเหมือนจะไกลตัว แต่แน่นอนว่าหากไม่ได้แต่งนางเป็ฮูหยินเอกเขาย่อมต้องหาทางแต่งนางเป็ภรรยารองหรือไม่ก็อนุเป็แน่ บัดนี้ความปรารถนาของเขาบิดเบี้ยวเหลือเกิน ดันหลงรักสตรีร้ายๆอย่างนาง ฮั่วยวนอวี่งดงามเพียงใบหน้ารูปโฉมหาใช่สตรีอ่อนโยนตามจารีต นอกจากนางจะไม่เคยแลตามองตัวร้ายคนนี้ ยังหวังสูงรักมั่นเพียงแต่เตี้ยวอวิ๋นที่อย่างไรก็ต้องแต่งกับนางเอก
"ยวนอวี่.. เ้ามันเกินเยียวยา" เขาเบี่ยงหน้าหนีไม่อาจสบตาพร้อมส่ายหัวในความดื้อรั้นของนาง โดยไม่แปลกใจสักนิดว่า... บัดนี้นิสัยป่าเถื่อนของนางหายไปจนสิ้น เหลือแค่ม้าดีดกะโหลกหนึ่งตัวให้ดูต่างหน้าที่จะคอยราวีไม่เลิก
"อ๊ะ! เฉวียนเฉิงอย่าเพิ่งไปสิ ข้าพูดจริงนะ ข้าจะจีบท่าน ไม่ซื้อกินแล้ว" ยวนอวี่ะโเสียงหลงขณะที่เขาเดินจากไป กระทั่งสังเกตเห็นใบหูที่แดงเรื่อถึงได้รู้ว่าลึกๆแล้วหานเฉวียนเฉิงก็มีใจ แต่เป็คนจำพวกปากอย่างใจอย่างเท่านั้นเอง
"ม่านกู่, มู่ลี่ หนึ่งคนไปจับตาดูเฉวียนเฉิง"
"ฮูหยินเ้าคะ ท่านแม่ทัพไม่ใช่คนที่บ่าวจะสะกดรอยตามได้นะเ้าคะ" แฝดทั้งสองทำหน้าเจื่อนถึงขั้นจับไม้สั้นดึงไม่ยาว ติดตามท่านแม่ทัพหนนี้ไม่ต่างอะไรกับรนหาที่ตาย ในเมื่อเป็ความ้าของนายหญิงมีหรือที่บ่าวเล็กๆจะปฏิเสธได้ลง
จากนั้นไม่ถึงหนึ่งชั่วยามม่านกู่นวดคลึงแผ่นหลังบรรเทาปวดจนยวนอวี่กำลังจะผล็อยหลับไป ส่วนมู่ลี่ผู้ไร้เดียงสาสับขาหลบมุมเสาร์คิดว่าแยบยลนักหนาเผลอยกมุมปากยิ้มร่าเชยชมว่าตนเองเก่งกาจ โดยที่นางเองก็ไม่รู้เลยว่าบนหลังคาสีแดงมีเสี่ยวหูเกอคอยจับตามองไม่ให้ลดละ นอกจากจะไม่พบพิรุธใดๆร้ายแรงเขายังเอาแต่เท้าสะเอวขำท่าทีของนางด้วยความเพลิดเพลิน เป็ทหารคนสนิทติดตามแม่ทัพหานหลายปีไม่เคยเจอเื่ที่ประหลาดเช่นนี้
[เอาล่ะในเมื่อนางอยากเล่นสนุก ข้าก็จะจัดให้] เฉวียนเฉิงนึกอยากจะแก้เผ็ดภรรยาที่เอาแต่มองชายอื่น โดยลองเป็สามีเสเพลดูบ้าง มุมปากบุรุษหยักขึ้นเล็กน้อยผุดรอยยิ้มเ้าเล่ห์มีแผนการ ครั้นหยุดลงที่หน้าหอคณิกาก็ว่าชัดเจนแล้ว หานเฉวียนเฉิงย่างกรายเข้าไปด้านในโดยไม่ลังเล
"เป็อย่างไรบ้าง..." ยวนอวี่สะดุ้งตื่นด้วยความตื่นเต้น พร้อมเอาใจสามีไม่ว่าเื่ใดขอให้บอก
"ท่านแม่ทัพเข้าหอคณิกาเ้าค่ะ" เสียงรายงานยังไม่ทันสิ้น ยวนอวี่โกรธเกรี้ยวจนหลังหูร้อนฉ่า ความรู้สึกขุ่นเคืองทะลักแน่นในอก
ไม่นานเกินรอก็เป็อย่างที่คาดไว้ รถม้าคันกลางของจวนหานแล่นด้วยความเร็วฝ่าตลาด แต่ผลที่ได้นั้นเกินไปมาก นิ้วเรียวแหวกม่านด้วยท่าทีขึงขัง... ครั้นนางได้ก้าวขาลงจากกระโจมไม้กลับต่างออกไป ร่างอรชรสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นประดับไหล่ด้วยระย่างามเป็ที่สนใจของขอทานจ้องสมบัติตาเป็มัน ส่วนกลางร่างกายนั้นแหวกสูงจนแทบเห็นที่ลับ นางจงใจทำเช่นนี้เพื่อยั่วโมโหสามีที่คิดจะหากินนอกบ้าน
จากที่เฉวียนเฉิงตั้งใจจะกลั่นแกล้งนางบัดนี้ดูท่าแล้วคงเป็เขาเสียมากกว่าที่กลายเป็หมาหวงก้าง ครั้นจะเบือนหน้าหนีก็หันไปเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของ 'ตู้หลิวเหยา' สหายวัยเด็กที่เอาแต่คลุกสุราเคล้านารีเป็อาจิณตบหน้าขาฉาดหัวเราะร่วนอย่างได้ใจ
"ปิดตาของเ้าซะ" น้ำเสียงโทนหนักฟังดูไม่ค่อยเป็มิตรพลางกำมือแน่นจนจิกเล็บเข้าเนื้อ
ท้ายที่สุดคนที่ร้อนใจจนนั่งไม่ติดโต๊ะก็คือเขาอีกนั่นแหละ เฉวียนเฉิงเน้นฝ่าเท้าทาบแผ่นไม้อย่างแรงเพื่อข่มอารมณ์โกรธ ระหว่างที่ยวนอวี่ชะเง้อคอยาวเหมือนยวนยางมองหาสามี ฝ่ามือใหญ่ทาบลงบนแผ่นหลังกระชากนางเข้าไปยังห้องพักหัวมุมที่ตกแต่งไปด้วยโซ่แซ่กุญแจมือ วินาทีนั้นนางแทบอยากจะร้องกรี้ดๆออกมาด้วยความใ ทว่าเมื่อจดจ้องแววตาคู่นั้นเป็อย่างดีจึงรู้ว่าสามีขึ้หึงกำลังติดตาม
นางมั่นใจเหลือเกินว่าไม่เคยกลัวใคร ทว่ายามปลายนิ้วเรียวยาวกรีดเกยเสยคางพร้อมเสียงทุ้มแหบพร่ากล่าวทักทาย... นางกลับตระหนกจนตัวสั่น
"เ้าใช่ภรรยาของข้าจริงหรือ"
"ฮั่วยวนอวี่ไม่เคยสนใจกิจวัตรของข้า แม้แต่ปรายตาก็ยังไม่ทำ แต่นี่เ้ายอมสวมน้อยเพื่อล่อเสือออกจากถ้ำนับว่าผิดวิสัย หากจำไม่ผิดแล้วล่ะก็... วันก่อนเ้ายังจ้างขอทานข้างถนนกระทำชำเราตนเอง ซ้ำยังโดดน้ำตายเพื่อหนีสามีเช่นข้า กะอีแค่เข้าหอคณิกาเพื่อมาหาสหายกลับออกท่าทางเพียงนี้ สรุปว่าเ้าเป็คนอย่างไรกันแน่..."
เขากล่าวเช่นนี้โดยไม่เกรงใจ! ก่อนจะถอดเสื้อนอกห่มคลุมให้นางอีกชั้น เต็มใจแบกภรรยาขึ้นบ่าโยนเข้าไปในรถม้าโดยที่ตนเองนั้นนั่งควบคุมนางกลับไปด้วย ทว่าแทนที่เขาจะดีใจที่นางออกท่าหึงหวงเหตุใดท่านแม่ทัพผู้หล่อเหลาถึงเอาแต่นั่งขรึมไม่พูดไม่จา ยวนอวี่เห็นท่าไม่ดีเช่นนี้จึงแกล้งโอนเอนคล้ายจะเป็ลม เห็นอย่างนั้นแล้วเขากลับแผ่อกแน่นรอรับนางอย่างเต็มใจด้วยอาการเผลอไผลลืมตัวไปชั่วขณะ