คำเตือน!!!!!นิยายเื่นี้เป็เพียงจินตนาการของนักเขียนโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน...
...................................................................
บทที่1
คดีปริศนา
ในยามวิกาล ของค่ำคืนที่เงียบสงัดและดูน่าวังเวง มีเพียงแสงไฟที่ส่องผ่านไฟข้างทางลงมาให้พอได้มองเห็นสถานที่ ที่ไร้ซึ่งผู้คนสรรจรไปมาในยามดึก เป็โอกาสที่ดียิ่งนัก ที่จะทำการฆาตกรรมใครสักคน และแล้วใน่เวลานี้ ก็ได้มีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง นอนหายใจโรยรินและร่างที่เต็มไปด้วยเืสีแดงสดใกล้จะสิ้นใจนอนอยู่ กองเืสีแดงฉานข้นคักไหลนองออกมาจากร่างกายมีแต่าแเต็มพื้น โดยเฉพาะบริเวณ่กลางหว่างขาของชายหนุ่มผู้โชคร้าย สายตาของเขา..เริ่มพร่ามัว มองไปด้านหน้าเห็นเพียงร่างของใครคนหนึ่ง ที่ยืนอยู่ ร่างกายปกคลุมไปด้วยเสื้อกันฝนสีดำสนิท แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยคราบเืจากเหยื่อผู้โชคร้าย กระเด็นมาใส่ ในมือยังถือมีดเล่มยาว ส่งแสงวิบวับเมื่อใบมีดคมกริบนั้นถูกกระทบเข้ากับแสงไฟ อีกมือก็ถือเ้าโลกที่พึ่งเฉือนออกมาสดๆใหม่ๆ เอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปง้างอ้าริมฝีปากเปื้อนเืของเหยื่อ แล้วยัดมันเข้าไปเเรงๆ
“อึก!! ขอร้องล่ะ…ปล่อยผมไปเถอะ..”
เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเปล่งเสียงที่อู้อี้เบาหวิวฟังไม่ได้ศัพท์ออกมา เพราะริมฝีปากที่เต็มไปด้วยเื แถมยังมีเ้าโลกของเ้าตัวยัดอยู่เต็มปาก แต่เพื่อขอความเห็นใจจากคนตรงหน้า เขาจึงต้องพยายามพูดมันออกมา แต่มันก็เปล่าประโยชน์ เมื่อร่างในชุดกันฝนสีดำแสยะยิ้มที่น่ากลัวขึ้น ก่อนจะพูดออกมา
“คนอย่างพวกแก…มันสมควรตาย ตายแบบน่าสมเพช ตายแบบทุเรศ น่ารังเกียจ..ศพของพวกแก จะถูกตราหน้าให้คนจดจำ ว่าสภาพศพมันเป็ศพที่อุบาจแค่ไหน55555”
หลังจากที่พูดจบ ร่างตรงหน้าก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะใช้มีดในมือ เชือดเข้าไปที่คอเหยื่อจนเกือบขาดอย่างรวดเร็ว เืสีแดงสดพุ่งกระจายออกมาอีกครั้ง เหมือนก๊อกน้ำที่ถูกเปิดออกจนสุด ร่างของเหยื่อเบิกตากว้างโต ก่อนจะดิ้นคลักๆไปมาอย่างทรมาน..และร่างปริศนาในชุดกันฝนเปื้อนเืก็เดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มผู้เคราะห์ร้าย นอนหายใจโรยรินอยู่แบบนั้น จนในที่สุด เขาก็ขาดใจตาย….
เช้ามืดวันต่อมา.....
"แพร รีบเดินหน่อยสิ วันนี้ต้องรีบแล้วนะ"
"จ้าๆ กำลังไป" เด็กสาวในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยดัง ตอบรับเพื่อนสาวที่ร้องเรียก ก่อนจะรีบเดินตามหลังเพื่อนไปติดๆ แต่กลับต้องชะงักเท้าหยุดเดิน เมื่อหางตาดันไปเห็นบางอย่างเข้า
"เดี๋ยวอัน เราว่าเราเห็นคนนอนอยู่หลังกำแพงนั้นอ่ะ" เด็กสาวคว้าแขนของเพื่อนเอาไว้ ก่อนจะชี้ไปในจุดที่เ้าตัวเห็นร่างของใครบางคนกำลังนอนอยู่ ด้วยความที่เป็นักศึกษาที่มีจิตใจดี เธอจึงคิดว่า คนที่นอนอยู่ อาจจะกำลังป่วยหรือ้าความช่วยเหลือหรือไม่
"ไหน??" เพื่อนสาวร่างบางหยุดเดินตามแรงดึงที่แขน แล้วชะเง้อหน้ามองตาม
"นั่นไง เห็นไหม" เด็กสาวยังคงชี้ให้เพื่อนดูอีกครั้ง พร้อมกับดึงมือเพื่อนให้เดินเข้าไปด้านในซอกตึกข้างมหาลัยด้วยกัน
"แพร เราว่าอย่าไปยุ่งเลยดีกว่านะ ระ..เราเหมือนได้กลิ่นแปลกๆ มันเหมือนกลิ่นสาบของ.." เพื่อนสาวหยุดเดิน แล้วดึงมือแพรเอาไว้ เมื่อััได้ถึงกลิ่นที่เหม็นคละคลุ้งเหมือนกลิ่นซากสัตว์ตาย เเละกลิ่นเืที่ไม่ใช่เืของสัตว์ แต่ด้วยความที่เป็คนดีจนเกินตัวของแพร เธอจึงไม่สนใจสิ่งที่เพื่อนสาวพูด แล้วเดินเข้าไปคนเพียงเดียว
"งั้นเธอรออยู่ตรงนี้แหละ"
"แพร ระวังๆนะ"
ร่างบาง สูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา แล้วกำหมัดเล็กเพื่อข่มความกลัว เธอเดินเข้าไปหาต้นตอของกลิ่นเหม็นสาบและคนที่เธอเห็นว่านอนอยู่ และก้าวเดินเข้าไปช้าๆอย่างระวังตัว เอี่ยวหน้าไปมองเพื่อนเล็กน้อย เพื่อเช็คว่าเพื่อนยังคงยืนรอเธออยู่ ก่อนจะค่อยๆย่องเท้าเดินเข้าไปในซอกตึกที่มืดมิดเพราะเป็ตึกที่แคบและเปลี่ยว สองเท้าของเธอเดินเข้ามาใกล้จนกลิ่นสาบเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ จนเธอต้องใช้มือเรียวของตัวเอง บีบปิดจมูกเอาไว้
"คุณคะ...คุณคะเป็อะไรรึเปล่า" เด็กสาวส่งเสียงเรียกคนที่นอนอยู่ไปสองครั้ง แต่ก็ไม่มีการตอบรับ เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไปให้ใกล้กว่าเดิม จนในที่สุด เธอก็เดินมาถึงร่างที่นอนอยู่ ด้วยความมืด จึงทำให้เธอมองเห็นไม่ค่อยชัด จึงก้มควานหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋า ก่อนจะเงยหน้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดไฟจากแฟรตก่อนจะฉายไฟไปด้านหน้า
แต่เมื่อเห็นภาพตรงหน้าอย่างเต็มตา ดวงตาเด็กสาวก็เปิดกว้างโต มือที่ปิดจมูกอยู่ก็เลื่อนมาปิดริมฝีปากเอาไว้ โทรศัพท์ในมืออีกข้างก็ล่นลงพื้นทันที
"อร๊ายยยยย!!!!!!" เด็กสาวกรี๊ดลั่นออกมาจนสุดเสียง ร่างบางทรุดลงไปกระแทกกับพื้นดินก่อนจะทอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
"อะ..อัน!!! อัน!!! อัน!!" เด็กสาวละล่ำละลักเรียกชื่อเพื่อนที่ยืนรออยู่เสียงดัง จนเพื่อนของเธอต้องสละความกลัวเเล้วรีบวิ่งเข้ามาหาเพื่อนตามเสียงะโเรียกเพราะความเป็ห่วง ก่อนจะเห็นภาพตรงหน้าแล้วทรุดไปกับพื้นถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวอีกคน แต่ก็รีบตั้งสติ แล้วเข้าไปคว้าเอาร่างเพื่อนให้ลุกขึ้นยืน..
ภาพชายหนุ่มนอนนอนตายไร้ซึ่งลมหายใจอยู่ตรงกำเเพง ร่างกายสวมใส่ชุดของมหาลัยเดียวกับพวกเธอ ดวงตาศพเบิกกว้างตาเหลือกเกือบถลนออกมาราวกับกำลังหวาดกลัวสิ่งตรงหน้า และแววตาเหมือนกำลังจ้องมองมาที่พวกเธออย่างน่าหวาดหวั่น ที่ลำคอมีาแถูกฟันเป็แผลฉกรรจ์ใหญ่ลำคอห้อยเกือบขาดออกจากกัน ในปากของศพมีอวัยวะเพศถูกยัดเอาไว้และเต็มไปด้วยเืสีคล้ำดำ คราบเืที่เประอยู่ทั้งร่างกายไหลนองเต็มพื้นบริเวณที่ศพนอนอยู่ยังไม่แห้งสนิท แถมยังกระจายติดไปกับขอบทั่วกำแพงอีกด้วย
"แพร!! ลุกขึ้นเร็ว" เด็กสาวประคองร่างเพื่อนให้ลุกขึ้น แล้วพากันวิ่งออกไปจากจุดนั้น ก่อนที่จะหยิบมือถือกดโทรออกเพื่อแจ้งตำรวจทันทีด้วยมือที่สั่นเทา..
"ชะ..ช่วยด้วยค่ะ!!"
ในเวลาต่อมา..เทปกั้นเหตุสีเหลืองดำ ได้ถูกเ้าหน้าที่คลึงกั้นไปตามจุดที่เจอศพ พร้อมกับเ้าหน้าที่มูลนิธิเข้าไปใช้ผ้าขาว ปิดร่างศพเอาไว้ กันการถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสม เพราะสภาพศพรายนี้ มันแทบจะดูไม่ได้เลย แต่ก็ยังมีนักข่าวหลากหลายสำนักที่ทราบข่าว พากันเข้ามารุมเหมือนฝูงซอมบี้ เพื่ออยากได้ภาพถ่ายของเหยื่อเอาไปนำเสนอข่าวให้กับช่องข่าวของตัวเอง
"หมวดครับ สภาพศพเหมือนอีกสี่รายที่ผ่านมาเลยครับ ถูกเฉือนอวัยวะเพศยัดใส่ปาก แล้วฆ่าให้ตายด้วยการเชือดคอจนเกือบขาด"
"วันนี้วันที่14ใช่ไหม ฆาตกรลงมือวันที่13อีกเเล้วจริงๆ" ร่างบางในชุดเครื่องแบบตำรวจเต็มยศพูดขึ้น ก่อนจะเดินฝ่าเทปกั้นสีเหลืองแดงเข้าไป เพื่อเข้าไปตรวจสอบสภาพเหยื่อและที่เกิดเหตุ เธอใช้นิ้วเรียวจับไปที่ปบายคางของตัวเองเพื่อใช้ความคิด แล้วสอดส่องสายตามองตามร่างของเหยื่อให้ละเอียด
"ใช้ครับ รวมเหยื่อรายนี้ ก็เป็รายที่ห้าแล้ว นี่คงเป็การฆาตกรรมต่อเนื่องไม่ผิดแน่ เราจะทำยังไงต่อดีครับหมวด"
"ให้มูลนิธินำศพไปที่โรงพยาบาลตำรวจก่อน แล้วพิสูจน์ศพนี้ให้ละเอียดอีกครั้ง ยังไงก็ต้องจับตัวฆาตกรให้ได้"
"ครับหมด!" ตำรวจยศจ่าได้ยืนทำความเคารพพร้อมรับคำสั่ง ก่อนจะเดินออกไป
หมวดธิดายังคงยืนอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ แล้วมองตามร่างเหยื่อที่ถูกมูลนิธิเก็บไป ก่อนจะมองไปยังฝูงนักข่าว ที่กรูพากันมาถ่ายรูปที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่อาจจะข้ามเทปกั้นกันเข้ามาภายในได้ ทำให้เธอมีเวลาและสมาธิที่จะตรวจสอบสถานที่ให้ละเอียดอีกครั้ง
ธิดาใช้สายตากวาดมองไปรอบๆอยู่แบบนั้นพักใหญ่ ก่อนที่เธอจะพบเห็นอะไรบางอย่างตกอยู่ที่พื้นข้างกองขยะใกล้จุดพบศพ
เธอรีบล้วงถุงมือยางสีดำในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาสวมใส่มือทั้งสองข้าง แล้วย่อตัวนั่งลงหยิบเอาเข็มกลัดที่ตกอยู่ขึ้นมา
"เข็มกลัดมหาลัยพิพัฒน์เมธา..เดี๋ยวก่อน!!"
ธิดารีบลุกพรวดขึ้น แล้วะโบอกรถมูลนิธิอย่าพึ่งออกตัว ก่อนที่เธอจะรีบวิ่งแล้วเปิดประตูเข้าไปในรถ พร้อมกับดึงผ้าที่ห่อศพเหยื่อเอาไว้ออก แล้วรีบควานหาเข็มกลัดประจำตัวนักศึกษาจากศพเหยื่อ เพราะหากนี่ไม่ใช่ของเหยื่อ มันก็ต้องเป็ของคนอื่น
"มีอะไรครับคุณตำรวจ??"
"ฉันขอเวลาแปบหนึ่ง"
ธิดาผลิกเสื้อนักศึกษาที่เป็เสื้อสูทหนาสีเทา ปกคลุมชุดนักศึกษาสีขาวชั้นในเอาไว้ เป็เครื่องแบบยูนิฟอร์มประจำมหาวิทยาลัยพิพัฒน์เมธาที่เหยื่อเรียนอยู่ไปมาสักพัก ก่อนจะพบว่า ตรงสูทที่เหยื่อใส่ ยังมีเข็มกลัดประจำตัวนักศึกษาติดอยู่ นั่นก็หมายความว่า เข็มกลัดที่เธอเจอไม่ใช่ของเหยื่อ แต่เป็เข็มกลัดของฆาตกร และฆาตกรเป็นักศึกษาในมหาลัยพิพัฒน์เมธาแห่งนี้!?!?
..............................................................
ภายในมหาลัย มีแต่เสียงพูดคุยเล่าขานกันถึงเหตุการณ์ฆาตกรรมต่อเนื่องที่ได้เกิดขึ้น และทุกคนในมหาลัยต่างให้ความสนใจกับเื่นี้ เเละต่างก็เริ่มหวาดกลัว เพราะตลอดห้าเดือนที่ผ่านมา ในทุกๆคืนของวันที่13จะมีนักศึกษาหรือคนที่อาศัยอยู่ใกล้ๆกับมหาลัยถูกฆ่าตายอย่างน้อยคืนละหนึ่งถึงสองศพ ทำให้ในตอนนี้ นักศึกษาทุกคนต่างพากันหวาดกลัว บางคนถึงขั้นลาออกจากมหาวิทยาลัยนี้ เพื่อไปเรียนที่อื่น เพราะกลัวว่าตัวเองจะตกเป็เหยื่อของการฆาตกรรมต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักศึกษาชาย ที่เหมือนตอนนี้พวกเขาคือเป้าหมายของฆาตกร ฆาตกรจะลงมือฆ่าเฉพาะนักศึกษาชายในมหาลัยนี้หรือผู้ชายเท่านั้น และสภาพการตายของแต่ละศพก็จะต้องมีอวัยะเพศยัดอยู่ในปากของทุกศพเหมือนกันหมด นักศึกษาบางกลุ่มที่ไม่เกรงกลัว ก็พากันตั้งชื่อให้ฆาตกรคนนี้ว่า ฆาตกรนักล่าอวัยวะเพศ ซึ่งถ้าฟังดูแล้วมันอาจจะน่าขำขัน แต่หากเมื่อไหร่ที่ถึงคราวของตัวเองแล้ว คงจะไม่มาจับกลุ่มหัวเราะกันแบบนี้เป็แน่...
มุมหนึ่งของมหาลัย
"แพร เป็ยังไงบ้าง ดีขึ้นไหม" อันเเละเพื่อนๆ พากันมานั่งล้อมตัวแพรเอาไว้ เพื่อปลอบใจ
เพราะเเพรคือคนที่เห็นเหตุการณ์แบบจังๆ ภาพที่ได้เห็นถึงกับทำให้แพร สติหลุดไปเลยในตอนนี้
"ไม่เป็ไร ขอบใจนะ แค่ภาพมันยังติดตาอยู่เท่านั้น" แพรตอบกลับเพื่อนๆ ก่อนจะสบัดหัวไปมาเพื่อไล่ความคิด
"นั่นสิ กลิ่นศพยังติดจมูกอยู่เลย มันน่ากลัวมากจริงๆ" อันพูดเสริมขึ้นอีกคน ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆแพรแล้วถอนหายใจ
"จากนี้ไป ฉันว่าเธอไม่ควรทำอะไรแบบนี้อีกนะแพร ถ้าเกิดคนที่เราไปเจอมันไม่ใช่ศพ แต่เป็ฆาตกรเธอจะแย่เอาได้นะ" อันพูดพร้อมจับมือแพรเอาไว้
"ขอบใจนะอัน ขอโทษนะที่ลากเธอมาเห็นอะไรแบบนี้ด้วย"
"แหมๆ สองคนนี้ แอบจับมือกันอีกแล้วนะ"
เพื่อนๆเมื่อเห็นทั้งสองคนจับมือกันก็ต่างพากันแซวแพรกับอัน เพราะทั้งสองเป็เสมือนคู่จิ้นประจำมหาลัย เพราะชอบไปไหนมาไหนด้วยกันตัวติดกันตลอด และยังชอบดูแลกันอีกด้วย โดยเฉพาะอัน ที่เหมือนจะมีใจให้กับแพรข้างเดียว
"เราไม่เป็ไรแล้ว งั้นเราขอตัวก่อนนะ "
แพรที่เห็นแบบนั้น ก็ไม่ค่อยชอบใจนัก ก่อนจะลุกขึ้นแล้วบอกลาอัน
"จะไปไหนเหรอ?"
"สิงหาน่าจะมาแล้วล่ะ เราไปก่อนนะ เดี๋ยวเขาจะรอนาน"
"อ๋อ..โอเค" อันตอบรับ ก่อนจะทำหน้าเรียบเฉย เหมือนกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง หรืออาจเป็เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อน แพรพึ่งตกลงคบหากับสิงหา หนุ่มฮอตประจำโรงเรียนไป เธอจึงได้แต่เก็บความรู้สึกไม่ชอบใจเอาไว้เงียบๆคนเดียว
"นี่อัน แพรกับสิงหานี่คบกันจริงๆเหรอ" หลังจากที่แพรเดินออกไป เพื่อนๆก็กรูกันเข้ามานั่งล้อมอัน แล้วถามขึ้น
"อืม คงงั้น"
"โห..อิจฉาแพรอ่าา สิงหาทั้งหล่อทั้งรวย แถมยังเป็นักเรียนดีเด่นของมหาลัยอีกด้วย วาสนาแพรจริงๆเลยวะ"
ดารินเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม ทำหน้าเพ้อฝันแล้วนึกจินตนาการถึงสิงหาชายหนุ่มที่ทั้งหล่อทั้งรวย งานดีกีฬาเด่น ผิวขาวสูงโปร่ง ดางตาเท่มีเสน่ห์ สาวๆในมหาลัยเกือบทั้งหมดต่างก็หมายปอง ติดตรงที่สิงหาดันเป็คนที่เข้าถึงยาก แต่ไม่รู้ทำไม อยู่ๆถึงไปคบกับแพรได้
"นี่ๆๆ นังดาริน เลิกเพ้อค่ะ แกลืมไปแล้วเหรอว่ายัยแพรเป็ถึงลูกของผู้ว่าจังหวัดเลยนะเว้ย"
"จริงด้วยสิ เหมาะสมกันสุด ได้ข่าวว่าพ่อของสิงหาก็เป็ถึงหนึ่งในคณะรัฐมนตรีเหมือนกัน กิ่งทองใบหยกชัดๆ ลูกนักการเมืองกับลูกผู้ว่า.. หืมมมไร้ที่ติว่ะแก"
"พอเลยๆ เข้าเรียนกันได้แล้ว" อันพูดขัดเพื่อนสาวก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากกลุ่มเพื่อนไปอย่างหัวเสีย เมื่อมาคิดถึงเื่ของแพรกับสิงหาแล้ว มันทำให้อันหัวเสียจนลืมเื่ที่พึ่งเจอมาไปสนิทเลยก็ว่าได้
อีกด้านหนึ่ง..
"สิงหา ทางนี้" ร่างบางยืนโบกมือเรียกหาคนรักของเธอที่พึ่งคบกันได้ไม่นาน ก่อนก่อนเดินเข้าไปหาชายหนุ่มช้าๆ
"อืม"
"รอนานไหม"
"ไม่อ่ะ" ชายหนุ่มตอบกลับ ก่อนจะถูกหญิงสาวจับมาที่แขนแล้วควงเอาไว้เพื่อกำจัดสายตาที่มองมาด้วยความอิจฉาของสาวๆคนอื่นๆ
"สิงห์ได้ข่าวเมื่อเช้าไหม แพรกลัวแทบตายเลย"
"ก็พอได้ยินอยู่บ้าง แพรเป็คนเจอศพเหรอ"
"ก็ใช่นะสิ ภาพยังติดตาแพรอยู่เลย"
"ไหนดูสิ ตอนนี้ยังติดตาอยู่ไหม" สิงหาพูดพร้อมกับจับมายังไหล่ทั้งสองข้างของแพร แล้วประคองไหล่ให้หญิงสาวหันใบหน้าเข้าหาตน ก่อนจะโน้มใบหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ตินั้นเข้าไปใกล้ๆใบหน้าของหญิงสาว
"อะ..อืมม..แต่เห็นหน้าสิงห์แล้ว ก็ลืมภาพนั้นไปเลยล่ะ" หญิงสาวร่างบางใบหน้าเริ่มแดงขึ้น แก้มทั้งสองแดงออกราวกับลูกมะเขือเทศสุกเพราะความเขินอาย
"ดีแล้ว อย่าไปนึกถึงมันอีกเราไปเรียนกันเถอะเดี๋ยวเดินไปส่ง"
"อื้ม" หญิงสาวยิ้มออกมา เมื่อชายหนุ่มผละใบหน้าที่เข้ามาใกล้ออก แล้วจับมือเธอเอาไว้ให้เดินตาม
เวลาผ่านไปคาบเรียนก็ได้จบลง นักศึกษาต่างเริ่มพากันทยอยกลับ เหลือเพียงแพร ที่ยังยืนรอสิงหาอยู่ เพราะเขาบอกว่าให้เธอมารอตรงนี้ แล้วจะมารับเพื่อไปส่งเธอที่บ้าน
และในตอนนี้..ภายในมหาลัยก็เริ่มเงียบลง เพราะนักศึกษาได้พากันทยอยเดินทางกลับบ้านไปเกือบหมด และในความเงียบที่น่าวังเวงนี้ ทำให้จู่ๆ แพรก็นึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อ่เช้าขึ้นมาอีกครั้ง ภาพการตายของผู้เคราะห์ร้าย กลับเข้ามาในความคิดที่เกือบจะลืมไปแล้ว การตายที่น่าสะยดสยอง ดวงตาของศพที่เบิกกว้างเหมือนกำลังมองมาที่เธออย่างเครียดแค้น ทำให้แพรเริ่มกระวนกระวายมองนาฬิกาที่ข้อมือ แล้วชะเง้อมองว่าเมื่อไหร่แฟนหนุ่มของตนจะมาสักที และแล้วในตึกที่ไร้ซึ่งผู้คน แพรกลับเห็นใครคนหนึ่งเดินหายไปทางห้องเรียน ซึ่งเธอคิดว่าน่าจะเป็สิงหาหรือเปล่าที่เดินหาเธออยู่เลยเดินตามไป แต่เมื่อเธอเดินตามเข้ามา กลับพบแต่ความว่างเปล่า เมื่อมองไปรอบๆ กลับไม่เห็นใคร เธอจึงคิดว่าตัวเองน่าจะตาฟาด แล้วหันหลังจะเดินกลับไป แต่แล้ว!!
"แพร"
"อร๊ายย!!!" แพรกรีดร้องออกมาด้วยความใ ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างปิดตาแล้วนั่งทรุดตัวลงราวกับคนเสียสติ ตัวสั่นงกด้วยความหวาดกลัว
"แพร นี่เราเอง ใจเย็นๆ เราเอง"
"อะ..อัน!! ใหมดเลย ทำไมมาไม่ให้สุ่มให้เสียงแบบนี้" ร่างที่สั่นเทาลืมตาเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็เพื่อนรัก จึงถอนหายใจออกมา
"โทษที เรากำลังจะกลับบ้าน แล้วแพรมาทำอะไรที่นี่??"
"ระ..เรามารอสิงหานะสิ วันนี้เขาบอกว่าจะไปส่งเรา"
"ออ งั้นเหรอ" อันปล่อยมือออกจากแพรที่สงบแล้ว ก่อนจะจับไปยังสายกระเป๋าเป้ของตัวเองดังเดิม
"ว่าแต่อัน เมื่อกี้เธอได้เดินเข้ามาในห้องนี้ก่อนฉันรึเปล่า" แพรถามขึ้น
"ไม่นิ เราพึ่งลงจากห้องเรียน้ามา มีอะไรเหรอ"
"ออ เปล่าไม่มีอะไร"
แพรมองอันด้วยความสงสัย ก่อนที่ทั้งสองจะได้ยินเสียงฝีเท้าของคนเดินมา
"สิงหาน่าจะมาแล้ว งั้นเราไปก่อนนะ"
"อื้ม กลับดีดีล่ะ"
หลังจากที่แพรเดินออกไป อันก็มองตามแพรด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย ก่อนจะเดินตามหลังแพรไปติดๆ และก็เห็นว่าเสียงฝีเท่านั้นก็คือสิงหาจริงๆ
"รอนานไหม"
"ไม่นาน อ่ะแล้วนี่อันจะกลับยังไง" แพรหันไปถามอัน พร้อมกันกับในมือก็จับมือของสิงหาเอาไว้ด้วย
"ที่บ้านมารับ" อันตอบออกไป ก่อนจะมองไปยังสิงหา ที่มองเธออยู่เหมือนกัน
"งั้นเหรอ งั้นเรากับสิงห์ไปก่อนนะ"
"อืม..ไว้เจอกัน"
หลังจากนั้น ทั้งสิงหาและแพรก็เดินออกไป ก่อนที่มือถือของอัน จะมีข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมา
:อย่าทำหน้าบึ้งแบบนั้นสิ เดี๋ยวจะแก่เร็วนะ:
อันมองตามหลังคนทั้งสองคนที่เดินออกไป ก่อนจะกดปิดหน้าจอมือถือลง แล้วถอนหายใจออกมา
อีกด้านหนึ่ง
ร่างบางในเครื่องแบบตำรวจ กำลังง่วนอยู่กับกองเอกสารที่วางกระจัดกระจายอยู่เต็มโต๊ะ ที่มีทั้งภาพถ่ายและสำนวนคดีต่างๆ ของผู้เสียชีวิตทั้งห้าราย ก่อนที่เธอจะวางเข็มกลัดประจำตัวนักศึกษาที่เก็บมาได้จากที่เกิดเหตุขึ้นมาวางเอาไว้ตรงหน้ารวมกับกองเอกสาร
"ถ้าฆาตกรเป็นักศึกษา อะไรคือแรงจูงใจในการฆ่าแถมยังฆ่าเฉพาะผู้ชาย แล้วถ้าฆาตกรอยู่ในมหาลัยนี้ งั้นก็แสดงว่าตอนนี้ เหยื่อรายต่อไปก็คงเป็นักศึกษาในมหาลัยเหมือนกันสินะ"
เมื่อคิดได้แบบนั้น เธอจึงรีบเปิดหน้าจอโน๊ตบุ๊คแล้วเสิร์ชหาเบอร์โทรติดต่อไปยังผู้อำนวยการโรงเรียนอีกครั้ง ถึงมันจะเป็ครั้งที่สี่แล้วที่เธอพยายามติดต่อไป แต่ก็ไร้การตอบรับใดๆจากทางมหาลัยก็ตาม แต่เธอก็ต้องพยายามสื่อสารกับทางมหาลัยให้ได้
"อ่ะ!! สวัสดีค่ะ ดิฉันสิบตำรวจตรีหญิง ธยาดา ไม่ทราบว่าตอนนี้ดิฉันเรียนสายอยู่กับผู้อำนวยการมหาลัย พิพัฒน์เมธาใช่ไหมคะ"
เมื่อปลายสายกดรับ ธิดาก็รีบแนะนำตัวเเล้วเอ่ยถึงจุดประสงค์ทันที
"ครับ"
"เกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นใกล้กับมหาลัย และผู้ตายก็ยังเป็นักศึกษาของมหาลัยนี้ด้วย ผอ.พอจะทราบบ้างไหมคะ"
"ทราบครับ"
"ตอนนี้ ดิฉันได้หลักฐานชิ้นสำคัญมา เป็เข็มกลัดประจำตัวนักศึกษามหาลัยนี้ และคาดว่าน่าจะเป็คนร้าย เพราะในตัวศพคนล่าสุด เข็มกลัดของเขาก็ยังติดเอาไว้อยู่ แต่มีอีกอันหล่นในที่เกิดเหตุ ดิฉันว่า"
"ไม่ใช่เด็กในมหาลัยหรอกคุณ อย่าเดาอะไรมั่วซั่ว คุณกำลังจะทำให้มหาลัยนี้เสื่อมเสียชื่อเสียงอยู่นะ รู้ไหม!!"
"แต่ผอ.คะ เข็มกลัดนี้"
ตู๊ด.... ตู๊ด.... ตู๊ด....
ปลายสายถูดตัดไปทันทีอย่างไร้เหตุผล และนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เธอพยายามจะติดต่อไป แต่ทุกครั้งที่พูดถึงเื่คดีฆาตกรรมนี้ เธอจะถูกตัดสายและปฏิเสธคำให้การทั้งหมด เพราะมหาลัยแห่งนี้ เป็มหาลัยเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเมือง และยังเป็แหล่งรวมบรรดาลูกหลานคนมีอิทธิพลเอาไว้เกือบทั้งหมด มันจึงทำให้การที่จะไขคดีนี้เป็ไปได้ยากมากๆ เพราะมันจะกระทบต่อชื่อเสียงของโรงเรียน สื่อต่างๆก็ไม่กล้าที่จะปล่อยข่าว เพราะถูกกดดันจากคนที่มีอำนาจ จะมีก็เพียงแค่พ่อแม่ของเหยื่อเท่านั้น ที่ยังคงไปตามที่ต่างๆเพื่อขอความเป็ธรรมให้กับลูกของตัวเอง แต่คนกลุ่มน้อยที่มีแค่เงิน หรือจะสู้คนที่มีทั้งเงินทั้งอำนาจได้ หากข่าวเผยแพร่ออกไปแล้วโรงเรียนเอกชนชื่อดังของจังหวัดเสื่อมเสียขึ้นมา มันคงไม่ดีต่อพวกที่ได้รับผลประโยชน์เงินสร่วยช่วยเหลือจากมหาลัยนี้เป็แน่
"โธ่เว้ย!!" ธิดาสบทคำออกมา ก่อนจะปาโทรศัพท์ลงลงโต๊ะทำงานพร้อมนั่งลงเก้าอี้ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้าง ขยี้ไปกับกลุ่มผมแรงๆ
ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับนายตำรวจคนหนึ่งเดินเข้ามา
"ขออนุญาตครับหมวด นี่เป็ผลชันสูตรศพคนล่าสุดครับ"
"อืม ขอบใจ" ร่างบางยื่นมือไปรับซองเอกสารสีน้ำตาลอ่อนมา ก่อนจะปัดมื
อเพื่อให้นายตำรวจคนนั้นออกไป
และเมื่อเธอเปิดซองเอกสาร แล้วนำมันมาอ่านพิจราณา ผลการชันสูตรของเหยื่ออย่างระเอียดถี่ถ่วนอีกครั้ง เธอกลับพบบางจุดที่ต่างกัน
"เหยื่อบางราย..มีแผลฉีกขาดบริเวณทวารหนัก...ยะ..เหยื่อถูกกระทำชำเราก่อนตายงั้นเหรอ??"
จบตอนที่หนึ่ง.....