และแล้ววันที่ผมรอคอยก็มาถึง วันพฤหัสบดีตอนเย็น เราจะเดินทางกลับบ้านกัน และพรุ่งนี้ผมก็จะลางานด้วย โดยผมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋ามาไว้ที่ทำงานเรียบร้อย
17.10 น. ไอ้เ้าบ่าวขับรถมาถึงหน้าโรงงานเลยครับ เร็วมากกกกกก!!! เดี๋ยวผมขับรถไอ้เ้าบ่าวมาทิ้งไว้ในโรงงานแล้วขับรถผมไปแทนเพราะคล่องตัวมากกว่า และผมก็เป็คนขับถนัดมือผมมากกว่าด้วย
วันนี้รถออกต่างจังหวัดค่อนข้างเยอะครับอาจจะเป็เพราะหยุดยาวด้วย แต่ไม่เป็ไรทางกลับบ้านผม ผมศึกษาไว้อย่างดีแล้ว ผมขับเอง รถผมเอง ซิกแซ็กเอง อย่างกับบิน หุๆ
‘เพลงผมวิบ … วิบ วิบ วิบ วิบ~’ เสียงเพลงจากเครื่องเล่นเพลงที่เปิดจากการต่อสัญญาณจากมือถือผมดังขึ้นเป็ระยะ ส่วนผมก็โยกตัวตามจังหวะ ตามสไตล์คนคลูๆ
‘เพชรผมโคตร วิบวับ วิบวับ~’
“ไอ้ตูมตาม มึงจะเต้นมึงก็ช่วยดูรถข้างหน้าด้วย” เสียงไอ้เ้าบ่าวตะหวาด พร้อมรถกระบะที่ตัดหน้าผมไปหนึ่งปิ้ว
“เชี่ยยยย มันตัดหน้ากูเอง เดี๋ยวๆ จี้เลยมั๊ย”
“มึงขับไปดีๆ อยากถึงบ้านอย่างปลอดภัยไหมมึง หรือจะให้กูขับ”
“มึงนั่งเฉยๆเลยครับ ไอ้คุณตำรวจ กูก็อยากขับรถให้มึงนั่งบ้าง มึงขับให้กูนั่งบ่อยแล้ว” ผมพูดเอาใจมันบ้าง ไอ้เ้าบ่าวได้แต่นั่งอมยิ้มครับ ในใจก็ได้แต่คิดว่าจะแกล้งมันต่อดีไหม ฮ่าๆๆๆ
ผมกับไอ้เ้าบ่าวไม่ค่อยเื่เยอะครับ ตลอดทางสี่ร้อยกว่าโล ผมแวะปั้มกันแค่ครั้งเดียว อีกครั้งก็ห้างสรรพสินค้าข้างทาง เพราะผมแอบไลน์ไปบอกพ่อไว้ ว่าจะกลับบ้านวันนี้ พร้อมจะเอาเบียร์ไปให้สองลัง แต่ถึงผมทำงานโรงงานผลิตเบียร์แต่ผมก็ต้องหาซื้อจากข้างนอกนะครับ โรงงานเขามีข้อกำหนดด้านภาษีอยู่
ในที่สุดเวลายังไม่เที่ยงคืนดี ผมก็ถึงในตัวเมืองอำเภอโลก ซึ่งผมกับไอ้เ้าบ่าวก็หิวกันแล้วจึงขับรถเข้าไปในเมืองก่อนเพื่อหาอะไรกิน กลับถึงบ้านคงไม่มีอะไรกินแล้วแหละ ในเมืองมีตลาดตอนกลางคืนอยู่ ผมเลยพาไอ้เ้าบ่าวไปนั่งกินผัดไทย ซึ่งบอกได้เลยผัดไทยบ้านผมคือเดอะเบส แบบว่าอร่อยมาก ไอ้เ้าบ่าวซัดไปสองจาน ไม่รู้ว่าเพราะอร่อยหรือหิว หลังจากนั้นผมก็ขับรถกลับบ้านกัน โดยบ้านผมห่างจากในเมืองออกไปอีกประมาณสิบกิโลเมตร แต่ความห่างไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่สองข้างทางเงียบมากแล้ว คืออารมณ์ต่างจังหวัด จริงๆไม่ต้องรอเที่ยงคืนหรอกครับ สองสามทุ่มเขาก็นอนกันหมดแล้ว แล้วคือร้านสะดวกซื้อที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงนี่ก็มีแต่ในเมืองด้วย ที่บ้านผมจะมีลักษณะเด่นอีกอย่างคือ เป็ที่ที่ปลูกต้นกล้วยแล้วได้ใบตอบที่งามมาก คนที่นี่เลยนิยมปลูกกล้วยตานีเพื่อนตัดใบตองขายซะเยอะ รวมถึงบ้านผมด้วยที่ยึดอาชีพนี้เป็อาชีพหลัก
หมู่บ้านผมเป็หมู่บ้านค่อนข้างเล็ก และทางเข้าก็ไม่มีบ้านคนเลยสักหลัง บอกได้เลย มีแต่ป่ากล้วย ฮ่าๆๆ ผมสังเกตไอ้ตำรวจเริ่มหน้าเสีย ผมที่อยู่มาแต่เด็กไม่รู้สึกอะไรหรอกครับ แต่ถ้าลองนึกถึงคนที่พึ่งมาครั้งแรก ถนนสองเลน ถึงจะเป็ราดยางก็เหอะ ริมถนนสองฝั่ง มีแต่ต้นกล้วยเรียงรายอยู่เป็สวนๆ ไม่มีไฟส่องสว่างแค่เพียงไฟจากหน้ารถผม
“มึงจำทางตรงนี้ไว้ดีๆนะ กูมีเื่เล่า” ผมแกล้งพูดให้ไอ้เ้าบ่าวกลัว ทั้งๆที่มันไม่มีอะไรหรอกครับ
“เชี้ยตาม มีเื่เล่าอะไร”
“มึง กูไม่กล้าเล่าตอนนี้” ผมพูดให้เป็ปริศนา ยิ้มมุมปาก แล้วมองมันด้วยหางตา แอบขำมันอยู่ในใจมาก
“ไม่มีอะไรหรอก หน้ามึงตอแหล กูดูออก” อ้าวไอ้นี่ รู้ทัน
ทันใดนั้นผมกับไอ้เ้าบ่าวเหลือบมองกระจกหลังพร้อมกัน เห็นดวงไฟห้าดวงกำลังลอยมาที่รถผม ไม่ใช่ดวงไฟประหลาดนะครับ เป็ดวงไฟจากรถมอเตอร์ไซด์นี่แหละ
อยู่ดีๆ รถพวกนั้นก็ขับมาล้อมรถผมไว้ โดยอยู่ข้างซ้ายและขวาข้างละสองคัน ขับนำรถผมไว้คันหนึ่ง คนที่อยู่ขวามือผมก็คือแฟนน้องกิ๊ฟนั่งแหละ ทำท่าทางจะเบียดรถผม แต่ผมมีสติพอครับ รถผมใหญ่กว่ามันไม่กล้าชนหรอก ถึงชนก็ประกันชั้นหนึ่งนั่นล่ะ แต่เพื่อนผมมันไปคิดแบบผมล่ะสิครับ ผมมองไปทางไอ้เ้าบ่าว ไอ้นี่ก็ไว ชักปืนที่เหน็บอยู่ออกมา พร้อมกับตั้งท่าเพื่อเตรียมจะใส่ลูกะุ
“ไอ้เ้าบ่าวใจเย็น เดี๋ยวถึงบ้านกูแล้ว” ผมพูดออกไป
“ไอ้พวกนี้ใคร” ไอ้เ้าบ่าวถามผมกลับ
“อริเก่ากูเอง ไอ้คนขวามือก็อะ แฟนน้องกิ๊ฟ หญิงที่แม่กูจะให้แต่งงานด้วย”
“น่าจับเข้าคุกให้หมด”
“มันก็ตามประสาเด็กแถวนี้แหละมึง ถึงหมู่บ้านแล้ว” ผมขับรถมาถึงหมู่บ้านพอดี บ้านหลังที่สามติดริมถนนเป็บ้านผม ผมเบรครถให้พวกนั้นขับเลยไปแล้วแวะเข้าบ้านเลย บ้านผมไม่มีรั้วหรอกครับ เพราะอยู่กันแบบเครือญาติ พอขับรถเข้ามาจอดไฟในบ้านก็เริ่มสว่างขึ้น เป็สัญญาณว่า พ่อผมรู้ตัวแล้วว่าผมมา แหมเบียร์สองลังที่ติดสินบนพ่อไว้ ใช้ได้ผลจริงๆ
ถึงบ้านอย่างปลอดภัยสักที พ่อบอกว่าแม่หลับแล้ว ให้เข้าไปนอนที่ห้องตัวเองได้เลย ด้วยความที่พ่อผมก็ง่วงเหมือนกันเลยไม่ได้คุยอะไรกันมาก ผมกับไอ้เ้าบ่าวจึงรีบเข้าห้อง อาบน้ำ และก็นอนเลยเหมือนกัน
ปั๊ก ปั๊ก ปั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียงสากกระทบกับครกดังถี่ๆออกมาจากห้องครัว ซึ้งบ้านผมที่ต่างจังหวัดไม่ได้เก็บเสียงมากนัก อาจจะเป็เพราะว่าทำจากไม้ เป็ความเคยชินแล้วครับ ถ้านอนอยู่บ้าน ตอนเช้าๆแม่ผมจะตื่นขึ้นมาทำกับข้าว ผมลุกขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย เดินออกจากห้องไปที่ห้องครัว เหลือบมองนาฬิกาบนผนังนี่ยังไม่หกโมงเช้าเลย ทำไมตื่นกันไวจัง ผมมองไปยังต้นตอของเสียงตำน้ำพริกแต่คนที่ตำไม่ใช่แม่แต่เป็ไอ้เ้าบ่าวอะดิ ถึงว่า เสียงตำน้ำพริกมันถี่แปลกๆ ส่วนแม่นะหรอแต่งตัวหยั่งสวย ยืนจัดตะกร้าใส่กับข้าวเพื่อเตรียมจะไปวัด
“ตื่นแล้วหรอตูมตาม ไปเก็บดอกบัวหน้าบ้านให้แม่สี่ดอกสิ” หญิงสูงวัยใส่เสื้อผ้าไหมไทยสีชมพูอ่อนและผ้าซิ่นตีนจกสีดำแดงพูดกับผม
“ได้ครับ” ผมตอบรับและกำลังจะเดินไปหน้าบ้าน
“ไม่ต้อง พ่อเก็บมาแล้ว” ชายสูงวัยเดินสวนมาจากทางหลังบ้านใส่ใส่เสื้อสีชมพูอ่อนสี่เดียวกับแม่ตอบรับแทนผม
“วันนี้เป็วันพระใหญ่ เดี๋ยวไปทำบุญกันนะ” แม่ผมเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“แม่ให้ไอ้เ้าบ่าวทำกับข้าว แม่คิดว่าพระท่านจะฉันได้หรอ” ผมพูดออกไป
“แม่คนปรุง กูแค่ลูกมือ” ไอ้เ้าบ่าวรีบตอบกลับ
“เพื่อนลูกทำกับข้าวเก่งจะตาย ถ้าอยู่นานกว่านี้ แม่จะสอนให้ทุกเมนูเลย” แม่ผมยิ้มกรุ้มกริ่ม มองไปทางไอ้เ้าบ่าว
“เดี๋ยวผมจะมาบ่อยๆครับ ผมอยากเรียนรู้อาหารผีมือแม่” แหมไอ้เ้าบ่าวได้ทีก็ประจบแม่กูเลยนะมึง
“ทำกับข้าวก็เก่ง ตื่นก็เช้า เป็ตำรวจด้วย ถ้าพ่อมีลูกสาว พ่อยกให้ไปแล้วนะเนี่ย” ถึงมีลูกชายพ่ออาจจะต้องยกผมให้มันก็ได้ครับT-T
“ย้ายมาเป็ตำรวจแถวนี้ก็ได้นะ แม่มีเส้นสาย มาอยู่กับแม่ ลูกแม่เขาไม่ค่อยสนใจ”
“โห่ ดอกบัวที่พ่อปลูกนี่งามจริงๆ” ผมตัดบทพูดพร้อมทำท่าจะหยิบดอกบัวขึ้นมาชื่นชม
แม่ผมตีมือผมพร้อมกับพูด “ทำแบบนี้ได้ไง ดอกไม้จะนำไปถวายพระ” แผนการผมได้ผล แม่เบี่ยงประเด็นมาสนใจผมแทน ฮ่าๆๆๆ
“เสร็จหรือยัง ไปกันยัง” พ่อผมเอ๋ยขึ้นมา
“เดี๋ยวพ่อกับแม่ล่วงหน้าไปก่อนนะ ลูกๆก็รีบอาบน้ำ แล้วตามไปที่วัดแล้วกัน”
ผมกับไอ้เ้าบ่าวรีบอาบน้ำ แต่งตัวเพื่อจะตามแม่ไปวัด แต่ถ้าจะไปวัดบ้านผมผู้ชาย ถ้าไม่ใส่ผ้าไหม หรือเสื้อลายไทย ก็ต้องเป็ผ้าฝ้าย ซึ่งแน่นอนว่าไอ้เ้าบ่าวไม่มี ลำบากผมอีก ดีนะ เมื่อก่อนไปวัดบ่อย มีเสื้อผ้าฝ้ายคอจีนหลายตัว ผมกับไอ้เ้าบ่าวเลยใส่เสื้อเหมือนกันลายเดียวกันเลย เพียงแค่ไอ้เ้าบ่าวใส่สีฟ้า ส่วนผมใส่สีขาว แหม อย่างกับเสื้อคู่
ไอ้เ้าบ่าวลงมารอผมที่หน้าบ้านซึ่งผมกำลังเซ็ตผมอยู่
“ไอ้ตูมตาม กูอยากไปรถมอเตอร์ไซด์วะ” ไอ้เ้าบ่าวเอ่ยขึ้นมาพร้อมมองไปที่รถมอเตอร์ไซด์พ่อที่จอดอยู่ใต้ถุนบ้าน
“เออ รอกูเซ็ตผมแป๊บ”
“เอากุญแจรถลงมาด้วย” ไอ้เ้าบ่าวะโขึ้นมาสั่งผม ซึ่งผมก็รูที่เก็บกุญแจแหละ เพราะตอนอยู่บ้านผมก็ใช้ประจำ
“เอ้า” ผมพูดแล้วยื่นกุญแจรถให้ไอ้เ้าบ่าว
“กูไม่รู้ทาง กูจะขับยังไงล่ะ” พังครับ ผมที่ผมเซ็ตเนี่ย พังหมด
ระยะทางจากบ้านไปวัดไม่ไกลมากนั๊ก แล้วการขับรถที่ต่างจังหวัด ก็ไม่เหมือนในกรุงเทพฯ ชิวหน่อย ทรงผมของผมก็ไม่เสียหายอย่างที่คิดไว้ พอมาถึงวัดผมก็รีบตรงดิ่งไปหาแม่ ที่กำลังเม้าส์มอยกับป้าๆแถวบ้าน รวมถึงแม่น้องกิ๊ฟด้วย ผมจะเดินเข้าไปแต่กลับทำท่ากล้าๆกลัวๆ ไอ้เ้าบ่าวน่าจะเห็นท่าไม่ดี เลยเดินนำผมไป
“สวัสดีครับน้าๆคนสวย” ไอ้เ้าบ่าวใช้เสน่ห์มัดใจผู้สูงวัยอีกแล้ว
“ใครกันเนี่ย หล่อแล้วยังปากหวาน” ป้าคนนึงพูดขึ้นมา ยิ้มไม่หุบ ใช้ผ้าเช็ดน้ำหมากอยู่
“เ้าบ่าว เพื่อนลูกชายฉันเอง มาจากกรุงเทพฯ กัน” แม่ผมตอบกลับไป “เอ้าๆ มากันแล้วก็ไปใส่บาตร แล้วก็ไปไหว้พระพุทธรูป”
ไอ้เ้าบ่าวจึงรีบหยิบขันข้าวส่งให้ผม และถือธูป เทียน ดอกบัวออกมาจากวงสนทนานั้น ผมไม่รู้ว่าเขาจะคุยอะไรถึงผมกันบ้างไหม แต่ไม่รู้ก็ถือว่าดี เพราะจะได้ไม่ต้องเก็บเอามาคิดมาก ผมกับไอ้เ้าบ่าว แกล้งใส่บาตรและไหว้พระนานๆ เพื่อเลี่ยงไม่เข้าไปในวงสนทนานั้น รอจนพระสงฆ์ลงมา ผมถึงเดินไปนั่งข้างๆแม่
ใช้เวลาไม่นาน พระสงฆ์ก็เทศนาจบ ผมกับเ้าบ่าวจึงกลับทันที
พอมาถึงบ้าน พ่อ แม่ ผม ก็นั่งทานข้าวกันพร้อมหน้าพร้อมตาเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไอ้เ้าบ่าวนี่แหละ
“เื่งานแต่งงานผม พวกคนอื่นๆเขาเข้าใจกันแล้วใช่ไหมครับแม่” ผมเปิดประเด็นขึ้นมาพร้อมสบตาไปทางแม่
“ไม่เป็ไรแล้วลูก แม่เข้าใจแล้ว คนอื่นๆ ก็มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ แต่ไม่เป็ไรนะ ลูกทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุดก็พอ แม่ก็ดีใจกับลูกแม่ด้วย” แม่ผมพูดพร้อมส่งสายตามาทางผมอย่างอบอุ่น
“ขอบคุณนะครับที่เข้าใจผม” ผมยิ้มและพูดออกไป
หลังจากทานข้าวเสร็จพ่อก็ขับรถไถออกไปสวนเลย ส่วนแม่ขับรถยนต์ออกไปเห็นบอกว่ามีออกงานสังคมอีกอำเภอ ผมกับไอ้เ้าบ่าวจึงช่วยกันล้างจาน
“แม่มึงเปิดใจแล้ว แล้วเมื่อไหร่มึงจะเปิดใจสักที” ไอ้เ้าบ่าวพูดออกมา
“แม่กูแค่เปิดใจ ให้กูหาแฟนเองได้ ไม่ได้เปิดใจให้กูมีแฟนเป็ผู้ชาย”
“แม่มึงออกจะชอบกู”
“มึงก็ใจเย็นๆดิ”
“เออ ไอ้ตัวแสบ กูแซวเล่น ถึงมึงไม่เปิดใจ กูก็จะตาดตามมึงแบบนี้ ต่อไปนั่นแหละ” ไอ้เ้าบ่าวพูดพร้อมเอามือขยี้หัวผม ไอ้สัด มือเปียก แกล้งกูอีกแล้ว …