หลงเฉินเก็บร่างของหวงเฟยหยางและสองผู้คุมกฎของลัทธิเซียนโลหิต จากนั้นก็ทำความสะอาดสถานที่เล็กน้อย ก่อนที่เหวินหยาจะมาถึงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อเห็นว่าบริเวณนั้นเสียหายหนักเพียงใดและมีเพียงหลงเฉินอยู่ที่นั่น เหวินหยารู้สึกได้ทันทีว่ามีบางสิ่งผิดปกติ เขาจ้องเขม็งมาที่หลงเฉินและร้องถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“หวงเฟยหยางอยู่ที่ไหน?”
หลงเฉินแสร้งทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์และเอ่ยขึ้น
“ผู้คุมกฎสองคนนั้นเอาชนะหวงเฟยหยางไม่ได้ พวกเขาจึงรีบหนีไป หวงเฟยหยางเพิ่งจะไล่ตามพวกเขาไปเมื่อครู่นี้เอง ดูเหมือนท่านจะมาช้าเกินไปนะ”
เหวินหยาขมวดคิ้วและยังคงมีสีหน้าถมึงทึงขณะจ้องมองหลงเฉิน
‘เขาวางแผนยืมมือคนอื่นเพื่อฆ่าหลงเฉินมิใช่รึ? หรือว่าเขาล้มเหลว? ดูจากอารมณ์ของหวงเฟยหยางแล้ว ในเมื่อเป้าหมายของเขาคือหลงเฉิน เขาก็ไม่น่าไล่ตามพวกนั้นไปนอกเสียจากว่ามีบางอย่างไม่คาดคิดเกิดขึ้น?’
เหวินหยามองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัยและเอ่ยขึ้น
“เหตุใดบริเวณนี้ถึงเสียหายนัก? ข้าได้กลิ่นไฟไหม้ด้วย และข้ายังได้ยินเสียงปะทะกันดังสนั่นแต่กลับมีเพียงเจ้าคนเดียวที่เหลืออยู่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
แม้เหวินหยาจะใช้เวลาทั้งวันในการคาดเดา เขาก็ไม่มีทางคิดว่าหลงเฉินคือผู้ที่สังหารพวกเขาทั้งหมดและเก็บร่างของพวกเขาไว้ในถุงมิติอย่างแน่นอน
ตอนนั้นเอง เหวินหยาก็สังเกตเห็นหลี่หยาน สายตาของเขาพลันแปรเปลี่ยนขณะเดินเข้าไปหาเขาทีละก้าวและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“บอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หากเจ้ารักชีวิตก็บอกความจริงมาเสียดี ๆ!”
หลงเฉินเองก็มองไปที่หลี่หยานพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ แม้ว่าในแววตาของเขาจะไม่ได้แฝงการข่มขู่ แต่หลี่หยานรู้ว่าหากเขาโกรธขึ้นมา เขาจะกลายเป็นเทพแห่งการสังหารอย่างแท้จริง
เขามองไปที่สีหน้าเยือกเย็นของเหวินหยา จากนั้นก็มองสีหน้าเพิกเฉยของหลงเฉิน หลี่หยานตัดสินใจได้ในที่สุดว่าเขาต้องทำเช่นไร เขาทำท่าทางราวกับหวาดกลัวสุดขีดและเอ่ยขึ้น
“ร...เรียนคุณชาย ก่อนหน้านี้คุณชายอีกท่านหนึ่งแข็งแกร่งมากจนผู้คุมกฎทั้งสองของเรารับมือไม่ไหว ดังนั้นพวกเขาจึงหนีไป ตอนนั้นเองที่คุณชายท่านนั้นไล่ตามพวกเขาไป!”
สิ่งที่หลี่หยานพูดนั้นไม่ต่างจากคำพูดของหลงเฉินเลยสักนิด เหวินหยาจึงขมวดคิ้วแน่นขึ้นอีก
แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้องเชื่อเรื่องนี้ แม้จะรู้สึกคลางแคลงใจเล็กน้อย
‘ข้าไม่รู้ว่าหวงเฟยหยางตั้งใจจะทำอะไร เขาวางแผนจะฆ่าหลงเฉินแท้ ๆ แต่กลับไล่ตามพวกนั้นไปเพียงลำพัง ข้าคิดไม่ออกเลยจริง ๆ ...’
“พี่เหวินหยา พวกเราควรตามเขาไปไหม?”
จู่ ๆ หลงเฉินก็เอ่ยถาม
เหวินหยามองหลงเฉินใกล้ ๆ แต่ไม่ว่าเขาจะมองอย่างไร เขาก็ไม่พบพิรุธเลยแม้แต่น้อย
‘เป้าหมายของหวงเฟยหยางคือหลงเฉิน ข้าจะคอยจับตาดูเขาไว้ก่อนก็แล้วกัน ในเมื่อเขามีทักษะยุทธ์ที่ทรงพลังอย่าง [วงล้อสวรรค์เกิดดับ] เขาก็น่าจะไม่เป็นไร’
เมื่อคิดได้ดังนั้น เหวินหยาจึงส่ายศีรษะ
“ไม่จำเป็นต้องไล่ตามไปหรอก เจ้าช่วยข้าปล่อยผู้หญิงพวกนั้นก็แล้วกัน ส่วนคนอื่นก็ฆ่าทิ้งได้เลย...”
เมื่อหลี่หยานได้ยินว่าพวกนั้นจะฆ่าเขา เขาก็รีบมองไปที่หลงเฉินซึ่งช่วยชีวิตเขาไว้จากหวงเฟยหยาง จากนั้นหลงเฉินก็พูดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
“พี่เหวิน พวกเขาเป็นคนของลัทธิเซียนโลหิต ข้ามีเรื่องบาดหมางกับคนพวกนี้ หากเราเหลือไว้สักคนเราก็น่าจะสอบสวนเกี่ยวกับลัทธิเซียนโลหิตได้ ข้าหวังว่าพี่เหวินคงจะให้โอกาสข้า!”
“ลัทธิเซียนโลหิตรึ?”
เหวินหยาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่เมื่อหลงเฉินพูดขึ้นมา เขาก็ไม่อยากจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากเพียงเพราะแมลงวันไร้ค่าเพียงตัวเดียว
ผู้ที่มีเรื่องบาดหมางกับหลงเฉินคือหวงเฟยหยาง และในเมื่อเขาไม่อยู่ที่นี่ เหวินหยาจึงไม่ได้ทำตัวเหมือนหวงเฟยหยาง เขาเพียงจับตาดูหลงเฉินไว้และไม่ทำอะไรไปมากกว่านั้น
“ตามใจ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เหวินหยามุ่งหน้ากลับเข้าไปในถ้ำ เขามีเวลาจัดการกับพวกลิ่วล้อแต่ไม่ได้ช่วยเหลือพวกผู้หญิง ในเมื่อหวงเฟยหยางยังไม่กลับมา เขาจึงต้องช่วยผู้หญิงพวกนั้นและทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วง
เมื่อเห็นว่าหลงเฉินตามเหวินหยาไป หลี่หยานก็รีบลุกขึ้นและมองไปที่หลงเฉินด้วยอารามตกใจ ก่อนจะเดินตามหลังหลงเฉินไปอย่างเชื่อฟัง
“ข้าจะถามคำถามเจ้าและเจ้าต้องตอบตามความจริง”
หลี่หยานรีบตอบในทันที
“ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว!”
ด้วยท่าทีว่าง่ายของเขา หลงเฉินจึงรู้สึกเบาใจขึ้นมา ก่อนหน้านี้หลิวหลานได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับลัทธิเซียนโลหิตกับเขามาบ้าง แต่หลังจากภารกิจนี้จบลง หลงเฉินก็ไม่เชื่อใจหลิวหลานอีกต่อไป
ดูก็รู้ว่าหลี่หยานเป็นพวกไม่สู้คน ดังนั้นหลงเฉินจึงถามเขา
“ข้าต้องการรู้ที่อยู่ของผู้คุมกฎลัทธิเซียนโลหิตที่ชื่อเสวี่ยเยวี๋ยนจื่อ เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันอยู่ที่ไหน?”
คำถามของหลงเฉินนั้นถูกวางแผนเอาไว้อย่างชาญฉลาด ต่อให้ลัทธิเซียนโลหิตสืบรู้ว่าเสวี่ยเยวี๋ยนจื่อถูกฆ่าโดยตระกูลหยางแห่งเมืองพฤกษาหมอก พวกเขาก็ไม่สามารถเชื่อมโยงมาถึงหลงเฉินได้ ตราบใดที่พวกเขายังไม่รู้ ก็จะไม่มีข้อมูลใด ๆ เปิดเผยออกมาเช่นกัน
หลี่หยานรีบตอบกลับมาโดยเร็ว
“ผู้คุมกฎเสวี่ยเยวี๋ยนจื่อหายตัวไปได้เดือนกว่าแล้ว พวกเราไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหนในตอนนี้ ไม่ทราบว่าเหตุใดท่านถึงถามหาเขา?”
หลงเฉินตอบด้วยท่าทีเย้ยหยัน
“ข้าก็จะฆ่าเขาน่ะสิ ของมันแน่อยู่แล้ว!”
จากนั้นเขาก็พูดต่อ
“ข้าจะถามอีกคำถามหนึ่ง เหตุใดลัทธิเซียนโลหิตถึงจับตัวหญิงสาวไปมากมายนัก มีแรงจูงใจอะไรอย่างนั้นรึ?”
เมื่อเขารู้สึกว่ามันเป็นองค์กรขนาดใหญ่ แน่นอนว่าต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน
ในเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงร่องรอยของเลือดในพลังปราณของพวกเขา หลงเฉินจึงรู้สึกว่าจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น
เมื่อถูกถามด้วยคำถามนี้ หลี่หยานก็ขมวดคิ้วและมองหลงเฉินด้วยท่าทีลำบากใจ จากนั้นเขาก็นิ่งไปโดยไม่ตอบคำถาม
“เจ้าอยากตายนักใช่ไหม?”
เสียงของหลงเฉินที่หลี่หยานได้ยินนั้นราวกับมีมนต์ขลัง หลี่หยานเริ่มตัวสั่นงันงกพลางรีบตอบคำถามในทันที
“ข้าจะบอก ข้าจะบอก แต่ท่านต้องสัญญาว่าจะให้อภัยข้า!”
หลงเฉินพยักหน้าและเอ่ยขึ้น
“วางใจเถอะ ข้าไม่ผิดคำพูดเพราะเศษสวะอย่างเจ้าหรอก”
เมื่อหลงเฉินรับคำ หลี่หยานจึงเอ่ยตอบ
“ท่านเจ้าลัทธิมีวิธีการฝึกฝนที่ผิดธรรมดานัก เขามักใช้โลหิตหยินดั้งเดิมจากหญิงสาวจำนวนมากเพื่อสร้างอ่างเลือดขึ้นมา... ”
“พวกเราเหล่าสาวกลัทธิเซียนโลหิตจะฝึกวิชาภายในอ่างเลือดและได้รับปราณโลหิต ธรรมชาติของพลังปราณโลหิตนี้เยี่ยมยอดกว่าพลังปราณทั่วไปถึงสองเท่าและนับเป็นกระบวนการที่ล้ำเลิศอย่างยิ่ง เมื่ออ่างเลือดเดิมถูกใช้จนร่อยหรอ เจ้าลัทธิจึงตัดสินใจทำพิธีบูชาโลหิตเพื่อเติมเต็มอ่างเลือดขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงต้องจับตัวหญิงสาวพวกนี้มา...”
หลังจากได้ยินเช่นนั้นหลงเฉินก็เงียบไปเป็นเวลานาน
โลหิตหยินดั้งเดิมก็คือเลือดของสาวบริสุทธิ์ หากต้องการสร้างอ่างเลือดให้มีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับเหล่าสาวกลัทธิเซียนโลหิต จำนวนหญิงสาวที่พวกเขาต้องฆ่าคงต้องมากมายนับพัน
…
หลงเฉินกัดริมฝีปากเมื่อนึกถึงบรรดาหญิงสาวที่น่าเวทนาจากหอนางโลมหยกมรกต
ก่อนหน้านี้เขาเคยมีสหายอยู่ที่นั่นบ้าง พวกนางถูกบังคับให้ทำงานที่นั่นเพราะความยากจน พวกนางได้เรียนรู้วรรณกรรมและศิลปะอีกทั้งยังใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เขาไม่คิดเลยว่าพวกนางจะต้องมาตายอย่างน่าอนาถเช่นนี้
นอกจากนี้ มิได้มีแค่พวกนางเท่านั้นที่ต้องเจอกับความตายอันโหดร้ายทารุณ
หลังจากได้ฟังเรื่องนี้ ลมหายใจของหลงเฉินเริ่มถี่รัวขึ้น
เมื่อเห็นท่าทางของหลงเฉิน หลี่หยานรู้สึกหวาดกลัวจนสติแตก
“คุณชาย ท่านสอบสวนเสร็จแล้วใช่หรือไม่? ...ข้าไปได้หรือยัง?”
หลงเฉินได้สติในที่สุด ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้น หลี่หยานก็ถึงกับขวัญหนีดีฝ่อเมื่อเห็นว่าดวงตาของหลงเฉินเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีแดงก่ำ
“เจ้าเองก็เคยลงไปแช่ในอ่างเลือดมาแล้วสินะ?”
สายตาเย็นชาของหลงเฉินทำให้สีหน้าของหลี่หยานซีดเผือด ขณะที่เขากำลังจะแก้ต่าง หลงเฉินก็เหวี่ยงหมัดเข้าที่หน้าผากของเขา หมัดนั้นระเบิดศีรษะจนเหวอะและทำให้เขากระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศ เมื่อตกลงมาสู่พื้น เขาก็ไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย!
‘เขาสมควรตายแล้วล่ะ! หลงเฉิน ทำได้ดีมากที่ฆ่าเขาเสีย คนชั่วช้าเช่นนี้ไร้ซึ่งความปรานีและสามัญสำนึก สวรรค์จะลงทัณฑ์พวกเขาไม่ให้ได้ผุดได้เกิดอีกแล้ว!’
เมื่อได้ยินเกี่ยวกับพิธีบูชาโลหิต หลิงซีในฐานะเด็กสาวก็รู้สึกโกรธแค้นมากกว่าหลงเฉินหลายเท่าตัว
หลงเฉินไม่เคยเห็นหลิงซีที่ทั้งน่ารักและจิตใจดีมีท่าทีโหดร้ายถึงเพียงนี้มาก่อน!
“ข้าไม่คิดไม่ฝันเลยว่าโลกนี้จะมีสถานที่โสมมที่ใช้ชีวิตผู้อื่นมาเพิ่มพลังให้กับตัวเอง ผู้ที่เรียกตนเองว่าเจ้าลัทธิเซียนโลหิตและสาวกทุกคนต้องตาย!”
สุดท้ายแล้ว หลิงซีก็เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่สามารถควบคุมได้ สำหรับผู้ที่เติบโตมาด้วยความสุขและความดีงามเช่นนางคงนึกไม่ถึงว่าจะมีผู้คนที่โหดเหี้ยมอำมหิตและทำสิ่งที่ไร้หัวใจเช่นนี้อยู่จริง ๆ
แม้ว่าเขาจะผิดคำพูดและสังหารหลี่หยาน แต่เขาก็ไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อย เมื่อเห็นหลิงซีรู้สึกโศกเศร้าเช่นนี้ หลงเฉินเองก็รู้สึกเศร้าไปด้วย
“ข้าเข้าใจ เมื่อใดที่ข้าแข็งแกร่งมากขึ้น ข้าจะไม่ยอมให้คนหรือลัทธิเช่นนี้มีตัวตนอยู่ได้หรอก...”
เมื่อหลงเฉินให้คำมั่น หลิงซีจึงรู้สึกดีขึ้นและพูดอย่างกล้าหาญชาญชัย
“ข้าจะคอยช่วยเจ้าเอง เราควรหยุดไปพวกเขาก่อนที่จะมีพิธีบูชาโลหิตนะ หากเจ้าปล่อยให้ผู้หญิงพวกนั้นตายละก็ ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้าเลย!”
“ข้า...บิดาผู้นี้รู้หรอกน่าว่าต้องทำเช่นไร อีกอย่าง หากพวกนั้นรู้ว่าข้าสังหารผู้คุมกฎไปสองคน ต่อให้ข้าไม่ออกตามหา พวกนั้นก็ต้องมาตามหาข้าเองอยู่ดี หลิงซี ความบาดหมางระหว่างข้าและลัทธิเซียนโลหิตนั้นไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไปหรอก”
“ดีมาก”
ก่อนหน้านี้ ตอนที่หลงเฉินเริ่มตั้งคำถามกับหลี่หยาน เหวินหยาก็เดินห่างออกไปแล้วและได้ยินหลงเฉินถามคำถามเพียงแว่ว ๆ เท่านั้น หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจอีก เขาไม่คิดว่าเพียงไม่กี่อึดใจ หลี่หยานจะถูกซัดจนกระเด็นขึ้นไปและตกลงมาอย่างหมดสภาพ!
เมื่อหันไปเห็นสภาพอันน่าสยดสยองของหลี่หยาน เหวินหยาก็ขมวดคิ้วแน่น
‘ทันทีที่เขาสอบสวนเสร็จและชายผู้นี้หมดประโยชน์ หลงเฉินก็ตัดสินใจกำจัดเขาทันที? ช่างโหดเหี้ยมเหลือเกิน หากหวงเฟยหยางไม่ฆ่าเขาละก็ ด้วยพรสวรรค์ของหลงเฉิน หวงเฟยหยางคงเจอปัญหาใหญ่แน่ ๆ ทว่าเวลาสำคัญเช่นนี้เขาไปไหนกันนะ?’
ภายในถ้ำลึก เหวินหยาช่วยหญิงสาวที่ซีดเผือดและกำลังร่ำไห้ได้นับสิบคน ในเมื่อลัทธิเซียนโลหิตต้องการเพียงโลหิตหยินดั้งเดิมจากพวกนาง พวกนางจึงไม่ได้ถูกทรมานหรือทำให้เสื่อมเสียแต่อย่างใด
สายตาที่หลี่หยานมองหลงเฉินก่อนหน้านี้ คงมาจากหญิงสาวพวกนี้ที่หลี่หยานทำได้เพียงมองแต่มิอาจแตะต้อง มันจึงทำให้เขาไม่สามารถควบคุมความปรารถนาภายในใจได้
เมื่อสามารถช่วยหญิงสาวเหล่านี้ได้แล้ว ภารกิจในเมืองหยานลั่วก็ถือได้ว่าสำเร็จลุล่วง แต่ที่แปลกก็คือหวงเฟยหยางยังไม่กลับมา เหวินหยารอเขาจนมืดค่ำ ทว่าพวกเขาไม่สามารถอยู่ที่ภูเขาหยานตะวันออกได้นานกว่านี้ เมื่อนั้นเองที่เหวินหยาตัดสินใจลงเขามา
“หากเขากลับมาเขาก็คงจะมุ่งหน้าไปยังเมืองหยานลั่วทันที ข้าไม่รู้เลยจริง ๆ ว่ามีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับเขาหรือไม่...”
***********************