"อ้าว...กลับมาแล้วหรอ " อาทิตย์ถามออกไปเบาๆ เมื่อเห็นลูกสาวของตัวเองเดินคอตกเข้าบ้านทั้งที่ตอนไปก็ยังดูร่าเริง แต่พอขากลับกลับซึมกระทือซะอย่างนั้น
"...หนูกลับมาแล้วค่ะ " นิภาพูดขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ พร้อมกับเดินมากอดพ่อของตัวเองที่นั่งดูรายการทีวีอยู่จากทางด้านหลัง พร้อมกับซ่อนใบหน้าของตัวเองเอาไว้ที่ไหล่ของพ่ออย่างน้อยใจ
อาทิตย์หันมามองลูกสาวตัวน้อยของตัวที่กำลังอ้อนเขาอยู่ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา เขาเอื้อมมือไปลูบหัวลูกสาวเบาๆ อย่างอ่อนโยนก่อนจะถามออกไป "เป็นอะไรไปหือ?..."
นิภากอดกระชับอ้อมแขนของตัวเองแน่น"อื้อ..." เธอส่ายหัวปฏิเสธเบาๆ โดยยังคงซ่อนใบหน้าหวานนั้นกับไหล่ของพ่ออย่างไม่ยอมให้พ่อของเธอเห็นหน้า เธอรู้สึกเหมือนอยากจะร้องไห้เพราะอะไรก็ไม่รู้ มันจุกจนเธอพูดไม่ออก
หึหึ..."...เป็นอะไรหือ วันนี้มาแปลนะเราเนี่ย ไหนลองเล่าให้พ่อฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้น?" อาทิตย์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนที่นิภาจะส่ายหัวปฏิเสธเบาๆ อีกรอบ
"ไม่มีอะไรเลยสักนิดเดียว " เพราะมันไม่มีอะไรเธอเลยไม่รู้จะเล่าอะไรให้พ่อของตัวเองฟัง จนต้องเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่น
"พ่อคะ แล้วกุลแหล่ะไปไหนแล้วหนูยังไม่เห็นเค้าเลย " นิภาถามออกไปโดยไม่ยอมสบตากับพ่อของตัวเอง
"พี่ชายมารับกลับไปแล้วน่ะ " อาทิตย์พูดแบบยิ้มๆ ก่อนที่นิภาจะพยักหน้าเข้าใจอาทิตย์ปล่อบให้ลูกสาวกอดจนพอใจก่อนที่นิภาจะบอกว่าจะนอนแล้วและก็เดินหนีขึ้นห้องไปดื้อๆ ซะอย่างนั้น เขาได้แต่หัวเราะเบาๆ กับความเอาแต่ใจของลูกสาวตัวน้อยของตัวเอง
"อ้าว...แล้วข้าวแหล่ะ " อาทิตย์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะตะโกนถามต่อเพราะนึกขึ้นได้ นิภาที่วิ่งขึ้นห้องชะงักก่อนจะตะโกนตอบกลับมาเบาๆ "หนูไม่หิวพรุ่งนี้ค่อยกินค่ะ ตอนนี้เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว " นิภาพูดโดยไม่ยอมหันกลับมาหาพ่อของตัวเอง
เสียงประตูปิดลงก่อนที่นิภาจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทั้งอย่างนั้นเธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุ่มหัวเอาไว้ เพื่อซ่อนใบหน้าของตัวเองก่อนจะพึมพำอย่างน้อยใจ ทั้งที่เธอตั้งตารอที่จะได้ไปเที่ยวกับเขา เธอทั้งตื่นเต้นและคาดหวังกับการไปเที่ยวครั้งนี้จนนอนไม่หลับ แต่เขากลับทำกับเธอเหมือนเธอเป็นคนบ้า ตะบ้างี่เง่า หนูเกลียดคุณที่สุดเลยยยย...
อาทิย์เดินเข้ามาหาลูกสาวของตัวเองก่อนจะพบว่าเธอหลับสนิทไปแล้ว ‘สงสัยคงเหนื่อยจริงๆ สินะเมื่อวานก็ยังไปทำงานอีก’ เขาหุ่มผ้าให้ลูกสาวก่อนจะลูบหัวเธอเบาๆ อย่างอ่อนโยน ‘ถ้าเขาแกร่งกว่านี้ลูกสาวตัวน้อยของเขาคงไม่ต้องลำบาก’
อาทิตย์จูบหน้าผากลูกสาวตัวเองเบาๆ อย่างอ่อนโยน “ฝันดีนะเจ้าหญิงของพ่อ…”
…นิภาเดินออกมาจากห้องทั้งชุดนั้น เธอรู้สึกหิวมาก ‘นี่เธอไม่ได้กินข้าวตั้งกี่มื้อเนี่ย...’ นิภาบ่นกับตัวเองเบาๆ ด้วยท่าทางนัวเนีย เธอยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวานเพราะเผลอหลับไปก่อน จำได้ว่าเมื่อวานเธอโกรธและหงุดหงิดมากแต่พอตื่นขึ้นมาก็จำแทบไม่ได้ว่าจริงๆ แล้วสาเหตุที่เธอโกรธคืออะไรกันแน่น
นิภาเดินลงมาหาอะไรกิน ก่อนจะพบกับอาหารที่ถูกจัดเอาไว้ที่โต๊ะพร้อมกับถูกคลอบเอาไว้อย่างดี “มีโน๊นแผ่นเล็กติดอยู่ด้วย” นิภาหยิบขึ้นมาดูก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
“พ่อจะไปตกปลากกับลุงเสือนะ ส่วนแม่ก็อยู่โรงพยาบาลกับพี่ กินข้าวแล้วเก็บจานด้วยแหล่ะ^^” เธอเปิดที่คลอบอาหารออกพร้อมกับลงมือกินอาหารที่พ่อของเธอตั้งใจเตรียมเอาไว้ให้
นิภาลงมือทานอย่างอร่อยทั้งที่ยังอยู่ในสภาพเดิมเมื่อวาน 'งั้นวันนี้เธอก็ว่างสินะ ' นิภาพึมพำเบาๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่ได้ว่างเลยสักนิด เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหากุลกะจะชวนกุลมาทำการบ้านด้วยกัน(เอาการบ้านมาให้ลอก) แต่กุลสตรีไม่รับสายทำให้ต้องเปลี่ยนแผนใหม่โดยการไปที่หอสมุดแทน เพื่อหาหนังสือมาอ้างอิงรายงานเศษฐศาสตร์ที่อาจารย์สั่งเอาไว้ตั้งแต่ชาติที่แล้ว(วันจันทร์ที่แล้ว) และจะต้องส่งสิ้นเดือนนี้
นิภาหอบเอาการบ้านที่เธอไม่เข้าใจมาที่ห้องสมุดเพื่อจะดูว่าพอจะมีอะไรที่จะทำให้เธอเข้าใจได้บ้างมั้ยนะ หนังสือถูกขนมาวางทับซ้อนกันบนโต๊ะก่อนที่เจ้าตัวจะกางกระดาษที่มีคำถามขึ้นมาบนโต๊ะ แล้วเริ่มหาดูในหนังสือที่เอามาว่ามีอะไรที่ใกล้เคียงกับคำถามที่อยู่ในกระดาษหรือไม่
‘ชิ…อ่านหนังสือเล่นหนาเท่าฝาบ้านแบบนี้ถ้าค่อยๆ อ่านทีละหน้าชาตินี้ทั้งชาติคงไม่หมดแน่น’ นิภาบ่นกับตัวเองก่อนจะเปิดแบบผ่านๆ อย่างไม่เข้าใจ
"อะไรกันเนี่ยทำไมมันยากแบบนี้นะ ไม่เข้าใจเลยสักนิด ไม่เข้าใจแม้กระทั่งว่าไม่เข้าใจตรงไหนแล้วแบบนี้จะลอดมั้ยเนี่ยTT^TT " นิภาพึมพำกับตัวเองอย่างเหนื่อยๆ ‘ทำไมต้องกลับบ้านวันที่เธอว่าด้วยเนี่ย’
“ทิ้งกันได้ลงคอนะยัยบ้านั่น…” พอเริ่มเปิดหนังสืออ่านสมองก็เริ่มถื่อ ไม่มีอะไรเข้ามาในหัวเลยสักนิดเดียว(ความตั้งใจดี แต่ผลลัพธ์เป็นศูนย์) แล้วแบบนี้ชาติไหนการบ้านของเธอจะเสร็จแหล่ะเนี่ยยยย...
กรีดดดด!!....นิภากรีดร้องเบาๆ อย่างตกใจพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้เมื่อเงยหน้าขึ้นจากกองหนังสือแล้วก็สบกับใบหน้าคมคายนั่นทันที ทุกคนในห้องหันมามองพวกเธอเป็นตาเดียวเพราะเสียงกรีดของเธอ
นิภาไม่ได้ร้องดังขนาดนั้นแต่เพราะเป็นหอสมุดที่เงียบอยู่แล้ว เสียงของเธอเลยก้องจนทั้งเธอและเขากลายเป็นที่สนใจของคนที่อ่านหนังสืออยู่ข้างใน
“มาได้ยังไงคะ?…” นิภากระซิบถามออกไปอย่างสงสัย
"หนีกันเถอะ " ติณห์พูดแบบยิ้มพร้อมกับมือหนาที่จับข้อมือของนิภาเอาไว้
“เดียวสิ…” นิภาพึมพำเบาๆ ก่อนจะถูกลากเธอออกมาจากตรงนั้น นิภารีบรวบกระดาษคำถามที่วางอยู่บนโต๊ะกับดินสอที่ตัวเองเอาออกมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายที่เธอใช้ใส่ของมาก่อนจะต้องวิ่งตามเขาออกไปเธอถูกลากอย่างงง
555++ทั้งสองคนออกมาข้างนอกทั้งติณห์และนิภาต่างหัวเราะร่าอย่างสนุก เธอเองเองก็พึ่งจะเคยทำแบบนี้ครั้งแรกแต่มันก็สนุกดีเพราะไม่ว่ายังไงพวกนั้นก็ไม่เข้าหัวอยู่แล้ว
ติณห์หันมามองนิภานิ่ง ก่อนที่นิภาจะยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้เขาเมื่อเห็นว่าเขาจ้องเธออยู่ "ไปเถอะ " ติณห์พูดก่อนจะดึงให้เธอเดินไปกับเขา
"ไปไหนคะ " นิภาถามออกไปอย่างสงสัยแต่ก็เดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย ติณห์เปิดประตูก่อนจะยัดตัวนิภาที่ยังคงสงสัยเข้าไปในรถ ติณห์จ้องนิภานิ่งก่อนจะพูดออกไป “ไปไหนก็ได้ที่เธออยากไป” มองนิภาเขานิ่ง ก่อนที่ติณห์จะปิดประตูก่อนจะเดินมาเปิดข้างคนขับแล้วก็เข้ามา
“หมายความว่ายังไงคะ??” นิภาหันไปถามติณห์อย่างสงสัย เพราะติณห์นั่งรอคำสั่งของเธออยู่รถคันหรูยังจอดสนิท “อือ…” ติณห์ตอบสั้นๆ นั่นยิ่งทำให้นิภาสงสัยเธอมองเขานิ่งอย่างไม่เข้าใจ "ไม่ว่าหนูอยากจะไปไหนงั้นหรอกคะ..." นิภาถามออกไปอย่างสงสัย
“อื้อ…” เขายืนยันอีกครั้ง
"ถึงแม้ว่าที่ที่หนูอยากไปมันจะน่าเบื่อคุณก็จะไปด้วยหรอก? "
“อื้อ…”
" ทำไมค่ะ…เพราะอยากจะถ่ายโทษเรื่องเมื่อวานนี้หรอ..." นิภาถามออกไปอีกครั้งก่อนที่ติณห์จะนิ่ง เพราะเขาคิดว่าเธอยังโกรธเขาอยู่
อืมมมม....นิภาทำหน้าคลุ่มคิดก่อนจะคลี่ยิ้มบางออกมา "งั้นก็ได้ค่ะ" นิภาตอบกลับเสียงใส
“ไม่โกรธแล้วหรอ " ติณห์ถามออกไปเพราะคนตัวเล็กดู่ร่าเริงผิดคาด ตามที่เขาคิดเขาจะต้องง้อเป็นนานเพราะเรื่องเมื่อวาน
นิภาหันไปมองติณห์ที่ยังคงจ้องเธอนิ่งอย่างสงสัย "โกรธค่ะ…เมื่อวานนี้หนูโกรธคุณมากๆ แต่ว่ามันก็เป็นเรื่องของเมื่อวานนี้ส่วนวันนี้ก็เป็นเรื่องของวันนี้เพราะงั้นหนูจะยังไม่โกรธคุณวันนี้ "
“ยังไงแหล่ะเนี่ย…” ติณห์ถามออกไปอย่างไม่เข้าใจกับตะกะของคนตัวเล็ก ก่อนที่นิภาจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี “หนู่น่ะ…ไม่ใช่คนที่ชั่งจดชั่งจำความผิดของคนอื่นหรอกนะคะ ”
“งั้นแปลว่าไม่โกรธแล้ว” ติณห์ถามออกไปพร้อมๆ กับสตาร์รถก่อนจะขับออกไปตามที่คนตัวเล็กบอก
“เปล่าสักหน่อยก็หนูยังเป็นคนอยู่นี่น่ะ…” นิภาพึมพำเบาๆ แต่ก็ดังพอให้ใครอีกคนได้ยิน ติณห์อมยิ้มกับตัวเองเบาๆ กับความน่ารักของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ข้าง ก่อนที่รถหรูจะเลี้ยวเข้าไปจอดตามที่คนตัวเล็กสั่ง
นิภาก้มตัวไปแกะสายคาดออกก่อนที่มือหนาจะจับหมับที่ท้ายทอยของเธอ นิภาสะดุ้งเฮือกเธอรีบหันไปมองเขาก่อนจะต้องชะงักเพราะริมฝีปากอุ่นร้อนนั้นที่ปิดปากของเธอเอาไว้
นิภาโวยวายเบาๆ ก่อนที่เขาจะถอนจูบของตัวเองออกพร้อมกับเลียนริมฝีปากของตัวเองเบาๆ เธอชะงักหน้าแดงก่ำด้วยความตกใจบนเขินอาย
“ตะบ้า งี่เง่า คนชวนโอกาส” นิภาตวักติณห์ไปเพื่อกบเกลื่อนความเขินของตัวเองก่อนจะรีบลงมาจากรถ ที่จริงเขาอยากกดเธอตอนนี้เลยแต่ติดที่ว่าเขายังมีคดีข้างค้างอยู่
“สปอร์ต…” ติณห์ถามออกไปพร้อมกับวิ่งตามคนตัวเล็กที่เดินเลี้ยวๆ ไปไกล เขาไม่เข้าใจว่าเธอจะมาที่แบบนี้ทำไม ที่เขาคิดคือเดินห้างซื้อของ ดูหนังกินข้าว
หลังจากออกมาจากร้านสปอร์ตเพราะเขาได้ชุดพละกันคนละชุด คนตัวเล็กยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดีกับรองเท้าคู่ใหม่ที่เธอพึ่งไปถอยมา ตอนแรกเขาจะจ่ายแต่นิภาไม่ยอมโดยอ้างว่าพึ่งได้เงินเดือนไป สุดท้ายเลยต้องแยกกันจ่ายซึ่งมันไม่เหมือนกับที่เขาคิดเอาไว้เลยสักนิด
“จะไปไหนต่อ” ติณห์ถามออกไปอย่างสงสัย
“สนามกีฬาคะ…” นิภาตอบเขาอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าหวานนั้นดูตื่นเต้นมีความสุขเหมือนกำลังจะได้ทำอะไรที่สนุกสนาม เธอเปิดโลเคชั่นให้เขาดู ติณห์ยิ้มแห้งๆ ถึงจะไม่เข้าใจแต่ก็ทำตามแต่โดยดีเพราะเขาบอกว่าจะตามใจเธอทุกอย่าง
พวกเขาไม่ได้เป็นสมาชิกของสนามเลยต้องเสียค่าเข้า พอเข้าไปถึงเธอก็ไล่ให้ติณห์ไปเปลี่ยนชุดทันทีพร้อมกับแนะนำสถานที่คร่าวๆ ก่อนที่ตัวเองจะถือชุดพละของตัวเองแล้วเดินไปเปลี่ยเหมือนกัน
ท่าทางของคนตัวเล็กที่เดินมายื่นอยู่ในลู่วิ่งดูจริงจังผิดกับทุกที สายตาดูมั่งมั่นอย่างกับคนละคน “ให้ทำอะไรแหล่ะ” ติณห์ถามออกไปอย่างสงสัยเพราะเขาก็พึ่งเคยมาครั้งแรกเหมือนกัน
นิภามองเขาก่อนจะคลี่ยิ้มออกมานิภาเดินเข้าไปหาติณห์ที่ยังคงงงกับเหตุการณ์อยู่ก่อนจะส่งนกหวีดกับนาฬิกาจัดเวลาของตัวเองที่เธอได้มาจากพ่อตั้งแต่เด็กให้ติณห์ก่อนจะพูดขึ้น “เป็นโค้ดให้หนูวันหนึ่งก็แล้วกันนะค่ะ”นิภาอธิบายหน้าที่ของติณห์ให้ฟังคราวๆ อย่างสนุก ก่อนจะไปวอนร่างกาย
ติณห์มองคนตัวเล็กนิ่งๆ อย่างสนใจ ก่อนจะชะงักเมื่อได้เห็นฟอร์มการวิ่งจริงของเธอ มันดูเป็นอิสระและสนุกจนเขาไม่คิดว่าจะได้เห็นจากใคร
หน้าที่ของเขาคือการจัดเวลากับให้สัญญาณทั้งที่ควรจะมีแค่นั้น แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงไปเป็นคนจัดเวลาและให้สัญญาณเขาแทนแหล่ะเนี่ยยยย…
หลังจากที่คนตัวเล็กซ้อมวิ่งจนพอใจเธอก็บอกจะขอเป็นโค้ดให้เขาวิ่งบ้าง ตอนแรกติณห์ก็ไม่ได้คิดอะไรแค่เล่นๆ สนุกๆ แต่ไอ้ที่เล่นๆ สนุกๆมันก็ไม่ได้เล่นขนาดนั้น เธนสวมวิญญาณโค้ดแบบเต็มรูปแบบ ที่ทำเอาเขานี่น่วมเลย…
“อ้าวๆ…เร็วหน่อยสิคะ เต่ายังวิ่งไวกว่าคุณอีกมั่งเนี่ย” นิภาแซวอย่างสนุก เธอวิ่งตามไปข้างๆ ติณห์พร้อมกับถือนาฬิกาจับเวลาไปด้วย...”โอ้ยๆๆๆ…ขาลากแล้วยกขาหน่อยๆ นักกีฬา”...“หว่า…อ่อนอะ”...บราๆๆเสียงนกหวีดยังคงดังไล่เขาไม่ยอมหยุดกับคำดูถูกสารพัดที่เธอสันหามาจากไหนก็ไม่รู้ทำเอาเขาจุก ที่ยังคงวิ่งอยู่เพราะแค้นกับคำพูดดูถูกของเธอหรอกนะ ถึงเขาจะทุ้มสุดตัวแล้วแต่คนตัวเล็กที่วิ่งข้างเขากลับดูสบายๆ จนน่าหมั่นไส้
หลังจากการซ้อนที่ไม่จริงจังของเธอกับเขา ติณห์แทบหมดแรงผิดกับคนตัวเล็กที่ร่าเริงผิดหูผิดตา ‘นี่มันโกงกันชัดๆ ครั้งหน้าเขาจะไม่ให้เธอได้จับนกหวีดกับนาฬิกาจับเวลาอีก ’
“สักวันหนูจะต้องไปวิ่งในสนามจริงให้ได้เลย” คนตัวเล็กพูดพร้อมกับจ้องมองไปยังสนามตรงหน้าด้วยสายตามุ่งมั่น ติณห์ได้แต่อมยิ้มกับท่าทางของเธอพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ กับความไร้สาระนั่น ทั้งแบบนั้นแต่เขากลับละสายตาจากเธอไม่ได้เลยสักวินาที
“ขอบคุณนะคะ” นิภาหันมาบอกติณห์ที่ขับรถอยู่อย่างร่าเริงพร้อมกับยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
หึหึ…ติณห์หัวเราะกลบความรู้สึกของตัวเอง ‘เธอน่ามันขี้โกงงจริงๆนั่นแหล่ะ…’