ฮูหยินอัจฉริยะของราชายมโลก

    ตอนที่ 59 การแข่งขันรอบสอง (4)

    มีคนมาหรือ ใครกัน


    ขณะที่แม่นมกำลังสงสัยอยู่ ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงตะโกนคุ้นเคยดังมาจากด้านนอก


    "มู่อวิ๋นฮว่าๆ ลูกพี่มารับเจ้าแล้ว!"


    "พวกเจ้าอาศัยอยู่ที่ใดกัน สถานที่บ้าบอนี้ คดเคี้ยวไปมาราวกับเขาวงกต!"


    "รีบบอกมาเดี๋ยวนี้ว่าคุณหนูของพวกเจ้าพักอยู่ในเรือนใด? "


    "คุณหนูที่ข้ากล่าวถึงคือมู่อวิ๋นฮว่า ไม่ใช่มู่อวี่ซี ฟังให้ดีก่อนจะตอบ! หากตอบผิด ข้าจะลงโทษเจ้า!"


    เมื่อได้ยินเสียงตะโกนก้องกังวานนั้น มู่อวิ๋นฮว่าก็แทบสำลักซาลาเปาในปาก


    นางรีบเช็ดปากแล้วสั่งแม่นมว่า "แม่นม รีบทาร่มให้ข้า ข้าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า"


    มู่อวิ๋นฮว่าหยิบเสื้อผ้าจากตู้เสื้อผ้า ถอดชุดเมื่อวานที่ยับยู่ยี่ราวกับผักดองเปื่อยยุ่ย ไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อชั้นในแล้ว ทำได้เพียงเปลี่ยนเสื้อคลุมเท่านั้น


    เร่งรีบเกินกว่าจะหวีผมแล้วเช่นกัน นางจึงโยนเสื้อผ้าที่เปลี่ยนแล้วบอกแม่นมว่า "แม่นม ข้าออกไปก่อน ท่านรีบตามมา แล้วนำหวีมาด้วย เราจะหวีผมกันในรถม้า"


    หากไม่ออกไปตอนนี้ เกรงว่าหญิงสาวที่อยู่ด้านนอกคงรื้อเรือนนางพังเสียก่อน


    เมื่อออกจากเรือน มู่อวิ๋นฮว่าก็พบวีรสตรีเยี่ยชิงที่เดินทางมาช่วยนางได้อย่างง่ายดาย!


    อีกฝ่ายกำลังโต้เถียงกับอนุหว่าน แต่สำหรับเยี่ยชิงแล้ว มันก็เหมือนกับการพูดคุยกับหญิงชราที่จู้จี้จุกจิก


    "ไม่รู้ว่าข้ามาจากจวนเยี่ย ลูกพี่คนนี้จะมาลักพาตัวคนได้อย่างไร ข้ามารับเพื่อนไปร่วมงานประลองบทกวี! พูดกันให้ถูกก็คือข้ามาเป็นผู้คุ้มกันผู้เข้าแข่งขัน! ทำไม ไม่เคยเห็นผู้คุ้มกันที่เก่งกาจอย่างข้าใช่หรือไม่"


    คำพูดของเยี่ยชิงทำเอามู่อวิ๋นฮว่าอดปรบมือให้ไม่ได้!


    อนุหว่านไหนเลยจะเคยได้ยินหญิงสาวพูดจาหยาบคายเช่นนี้ บุคคลที่พูดจาหยาบคายที่สุดกับนางก็คือมู่อวิ๋นฮว่า ถึงกระนั้นมู่อวิ๋นฮว่าก็ยังไม่เคยเรียกนางว่า "ลูกพี่" เยี่ยชิงผู้นี้ สมคำร่ำลือจริงๆ!


    "เจ้าบุกรุกเข้ามาในจวนมู่ของเราเช่นนี้ ยัง... ยังมีกฎหมายบ้านเมืองอยู่หรือไม่!" อนุหว่านหมดคำจะกล่าวกับคนหยาบคายที่ไม่ยึดถือขนบธรรมเนียมเช่นนี้


    เยี่ยชิงไม่แยแส กฎหมายบ้านเมืองหรือ บิดานางกล่าวว่าให้จัดการคนอื่นก่อน ค่อยพูดถึงกฎหมายบ้านเมือง! หากชนะนางก็คือกฎหมายบ้านเมือง หากแพ้นางก็จะเรียกร้องความยุติธรรมต่อฮ่องเต้เพื่อ!


    หากมีต้องการพูดถึงกฎหมายบ้านเมืองกับนาง เกรงว่าผู้คนในเมืองหลวงจะต้องต่อแถวกันตั้งแต่หน้าพระราชวังไปจนถึงเขาถานเซียง!


    สมญานามจอมราชาน้อยแห่งเมืองหลวงของนางมิใช่เพียงชื่อ!


    เยี่ยชิงเบ้ปาก ไม่แม้แต่จะพูดคุยกับอนุหว่าน นางไม่ถูกชะตากับสตรีพรรค์นี้จึงเบี่ยงหน้าหนีทันที เมื่อหันไปเห็นมู่อวิ๋นฮว่าวิ่งมาจึงโบกมือเรียก "เร็วเข้าๆ ข้ารอเจ้าอยู่ครึ่งค่อนวันแล้ว!"


    มู่อวิ๋นฮว่าเพิ่งวิ่งมาถึง ยังไม่ทันตั้งหลักก็ถูกอีกฝ่ายคว้าแขน "รีบไปๆ งานประลองบทกวีจะเริ่มแล้ว!!"


    นางเกือบล้มเพราะถูกดึงตัวไปอย่างรวดเร็ว เยี่ยชิงเดินนำหน้า ส่วนมู่อวิ๋นฮว่าวิ่งตามหลัง


    เมื่อเห็นว่ามู่อวิ๋นฮว่าถูกพาตัวไปต่อหน้าต่อตา อนุหว่านก็ร้อนใจ "รีบไป จับตัวนางกลับมาเดี๋ยวนี้ นายท่านสั่งห้ามคุณหนูใหญ่ออกไป! รีบพานางกลับมาเดี๋ยวนี้"


    ข้ารับใช้พุ่งเข้ามา แต่เยี่ยชิงเป็นใครกัน จวนของนางเป็นถึงแม่ทัพใหญ่!


    นางฝึกดาบและหอกมาตั้งแต่เด็ก หมัดของข้ารับใช้เหล่านี้จะทำอันตรายนางได้อย่างไร กลับกันแล้ว นางไม่แม้แต่จะใช้มือด้วยซ้ำ แค่ยกขาแต่ละทีก็สามารถถีบคนรับใช้ที่พุ่งเข้ามาได้ทั้งหมด!


    นางพามู่อวิ๋นฮว่าขึ้นรถม้าอย่างสง่างาม แล้วจากไปอย่างไม่รีบร้อน...


    อนุหว่านมองเยี่ยชิงพามู่อวิ๋นฮว่าไปต่อหน้าต่อตาด้วยความโกรธ แต่ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็น กลับมีรอยยิ้มไร้เดียงสาบนใบหน้า "ไปรายงานนายท่านว่า คุณหนูใหญ่เมินเฉยต่อคำสั่งของนายท่าน ไปผู้อื่นพากันไปร่วมงานประลองบทกวี"


    เมื่อข้ารับใช้ได้รับคำสั่งก็เตรียมจะไป แต่ถูกอนุหว่านเรียกตัวไว้ก่อน


    "ใช่แล้ว อย่าลืมบอกด้วยว่าเป็นเยี่ยชิงแห่งจวนเยี่ยที่บุกเข้ามาในจวนของเราและพาตัวคุณหนูใหญ่ไป นาง...เป็นเพื่อนของคุณหนูใหญ่ เข้าใจไหม"


    คนรับใช้พยักหน้า อนุหว่านจึงปล่อยตัวไป เมื่อแม่นมพยุงอนุหว่านกลับเข้าไปในห้องก็อดถามไม่ได้ "ฮูหยิน เพียงแค่บอกความจริงกับนายนายท่านก็เพียงพอแล้วหรือ"


    ไม่ใช้โอกาสนี้เติมเชื้อไฟหรอกหรือ


    "แม่นม ท่านต้องระมัดระวังคำพูดของท่าน ขณะนี้มีผู้คนมากมายที่จับตามองเราอยู่" อนุหว่านเตือน แต่ไม่มีเจตนาตำหนิแม่นมแต่อย่างใด


    แม่นมตบหน้าตัวเองทันที ริมฝีปากยังคงยิ้มโดยไม่ส่งเสียงใดๆ "โอ้ ดูปากของข้าสิ... แต่ถึงอย่างไรในใจของข้าก็ยอมรับท่านเป็นฮูหยินแต่เพียงผู้เดียว"


    อนุหว่านหัวเราะเบาๆ ไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก กลับตอบคำถามของแม่นม "ตอนนี้ทุกย่างก้าวของข้าล้วนถูกนังตัวดีผู้นั้นหาทางขัดขวาง ข้าพูดมากเท่าไหร่ก็มีแต่จะยิ่งพลั้งพลาด ไม่สู้บอกความจริงไปตรงๆ ดีกว่า ส่วนนายท่านจะเข้าใจอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการตีความของเขา"


    อย่างเช่นเรื่องเยี่ยชิง ถึงจวนเยี่ยจะมีความดีความชอบมากมาย แต่ก็ยังเป็นเยี่ยชิงอยู่ดี ไม่ใช่มู่ชิง!


    บุกรุกเข้ามาในจวนมู่ได้หรือ


    นายท่านของพวกเขายังไม่ตาย ถูกคนรุ่นหลังบุกเข้ามาทำลายประตู... ต่อให้ไม่เติมเชื้อไฟ แต่นายท่านก็คงไม่สามารถอดทนได้


    ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเยี่ยชิงต้องการพานังตัวดีผู้นั้นไป เจ้าตัวก็ติดตามไป หากเยี่ยชิงบอกให้ไปตาย นังตัวดีผู้นั้นจะไม่ตายให้อย่างนั้นหรือ


    นายท่านสั่งห้ามออกไปนางก็รับปากเสียดิบดี ครั้นถึงเวลาก็กลับคำ นี่คืออาณาเขตจวนมู่ ข้ารับใช้และคนคุ้มกันในจวนมู่มากมายเช่นนี้ พวกเขาล้วนเป็นคนตายหรืออย่างไรกัน


    นังตัวดีผู้นั้นเต็มใจจะไปเอง ไม่ใช่ว่าเยี่ยชิงจะมีสามหัวหกแขน หรือนางจะสามารถต้านทานข้ารับใช้มากมายของจวนมู่ได้เสียหน่อย


    ดังนั้นขาจึงขึ้นอยู่กับเจ้าของ ขอเพียงยินยอมเอง ใครจะสามารถหยุดนางได้...


    "แม่นม จัดที่นอนให้ข้า ข้าต้องพักผ่อนให้เต็มที่ เมื่อนังตัวดีผู้นั้นกลับมา เกรงว่าจะมีเรื่องวุ่นวายอีก หากไม่มีแรงข้าไม่มีอารมณ์จะชมละคร..."


    ...


    มู่หงไห่จะรู้หรือไม่นั้นมู่อวิ๋นฮว่าไม่สนใจ ถึงอย่างไรก็ต้องกลับไปเผชิญกับการสอบปากคำอยู่แล้ว ส่วนจะสอบปากคำเรื่องใดก็ค่อยว่ากันอีกที


    เมื่อไปถึงสนามแข่งขันก็เห็นชัดว่าการแข่งขันได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ผู้เข้าแข่งขันทุกคนพร้อมแล้ว เหลือเพียงตำแหน่งอันดับหนึ่งที่ว่างเปล่า ดูโดดเด่นเป็นอย่างมาก


    มู่อวิ๋นฮว่าและเยี่ยชิงที่เพิ่งลงจากรถม้ากันได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม!


    "มาแล้ว มาแล้ว!"


    "มู่อวิ๋นฮว่ามาแล้วจริงๆ!"


    "ข้าคิดว่านางไม่กล้ามาเสียอีก"


    "ชิ มาแล้วก็เท่านั้น วันนี้นางคงผ่านรอบนี้ไปไม่ได้"


    มู่อวิ๋นฮว่าไม่เผยอาการวิตกที่ตนมาสาย ทว่ากลับดูสงบนิ่ง เมื่อเดินผ่านทางที่ผู้คนพากันหลีกแหวกให้ ก็ยังแย้มยิ้มพอเหมาะพลางโบกมือราวกับผู้นำที่ได้รับการต้อนรับจากประชาชน


    ติดเพียงความกระตือรือร้นของประชาชนนั้นเป็นความกระตือรือร้นที่จะเห็นนางขายหน้า

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินอัจฉริยะของราชายมโลก ที่คุณอ่าน