แรงกดดันจากกระแสลมปราณสีเขียวอ่อนของอาจารย์หมอเกาแผ่ทะลักทะลายออกมาปะทะใบหน้า
ฝุ่นดินใต้ฝ่าเท้าของมันม้วนตัวหมุนวนเป็เกลียวคลื่น
เสื้อผ้าไหมเนื้อดีโบกสะบัดพัดไหวทั้งที่ไร้กระแสลมธรรมชาติพัดผ่าน
‘หึ ลมปราณโอสถขั้นก่อเกิดงั้นรึ อ่อนหัดสิ้นดี’ กู่เจี้ยนหุนในร่างอาเฉินสบถขึ้นในใจ เส้นผมยุ่งเหยิงของตาลุงขี้โรคปลิวไสวตามแรงลมปะทะ ทว่าแววตาของเขากลับนิ่งสนิทไร้ความไหวติง ราวกับกำลังทอดสายตามองดูเด็กทารกพึ่งหัดเดินกำลังกวัดแกว่งท่อนไม้ละเล่น
"อาจารย์เกา อย่าได้เสียเวลากับมันเลย สั่งคนทุบทำลายขาขวาของมันให้หักสะบั้น แล้วค่อยเค้นเอาสูตรโอสถมา" เสี่ยวเอ้อหนุ่มด้านหลังะโยุยง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสะใจเหนือกิเลส
ผู้คุ้มกันร่างั์สองคนที่ยืนขนาบข้างรถม้าก้าวเท้าทะยานออกมาในฉับพลัน พวกมันชักกระบองเหล็กหนาหนักออกจากข้างเอว เสียงโลหะครูดเกลี่ยกับฝักดังกังวาน เคร้ง! สะท้านแก้วหู มัดกล้ามแขนปูดโปนเป็ลูก ๆ บ่งบอกว่าพวกมันมิใช่แค่นักเลงปลายแถวไร้ฝีมือเหมือนหลิวหัวโล้น ทว่าเสมือนเป็ผู้ฝึกยุทธ์สายพละกำลังภายนอกที่หอโอสถว่าจ้างมาด้วยตั๋วเงินก้อนโต
"อาเฉิน... ข้าจักมอบโอกาสให้แก่เ้าเป็คราสุดท้าย" อาจารย์เกากอดอก สายตาจับจ้องเขม็งราวกับพญาเหยี่ยวิ่เหยียดหยาม "จงส่งมอบสูตรยามา แล้วคุกเข่าลงเสีย"
"ทอดทิ้งคุณธรรมธรรมะเพื่อแย่งชิงโอสถ... หอโอสถร้อยคุณธรรม ช่างเป็นามที่น่าสมเพชเวทนายิ่งนัก" กู่เจี้ยนหุนเอ่ยวาจาเสียงเนิบนาบ เขาไม่เพียงไม่ถอยร่น ทว่ากลับก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ฝ่ามือเรียวผอมเอื้อมไปดึงไม้ไผ่เหลากลมหนาขนาดเท่าข้อมือที่ปักเป็รั้วกั้นคอกไก่ข้างกระท่อมผุพังออกมาช้า ๆ
แคร่ก...
รั้วไม้ไผ่แห้งกรอบยาวประมาณสามฉื่อ ถูกเกาะกุมไว้ในมือขวาของเขาอย่างหลวม ๆ ปลายท่อนไม้ชี้ลงพื้นดิน ท่วงท่าดูคล้ายไร้การป้องกันตัว ทว่าหากมีปรมาจารย์กระบี่ตัวจริงเสียงจริงมาพบนพเห็น ย่อมต้องหลั่งเหงื่อกาฬด้วยความหวาดกลัวเป็แน่ แท้จริงแล้วนี่คือท่าเตรียมพร้อมรับมือที่ไร้ช่องโหว่ที่สุดในใต้หล้า
"คิดใช้ไม้ไผ่เน่า ๆ มารับมือกระบองเหล็กกล้า รนหาที่ตายโดยแท้!"
ผู้คุ้มกันร่างั์คนแรกะโก้องกังวาน มันสืบเท้าขวา ถ่ายเทแรงกำลังจาก่เอวสู่ท่อนแขน ฟาดหวดกระบองเหล็กหลู่ลงมาจากกึ่งกลางศีรษะหมายจะผ่าร่างของอาเฉินแยกออกเป็สองซีก!
ฟิ้ววว!
กระแสลมกระบองแหวกอากาศส่งเสียงหวีดหวิวฉีกขาด ดุดันและรวดเร็วยิ่งนัก!
ภายในเรือนผุพัง เจ้ิยกมือขึ้นอุดปากแน่น สะอื้นไห้ด้วยความหวาดกลัวจับจิต เสี่ยวหลินกอดประคองอาหยวนและอาฟางเอาไว้ในอ้อมอก ร่างกายสั่นเทาดุจลูกนกต้องพายุร้าย
"ท่านพ่อ หลบไป" อาฟางร้องลั่นด้วยความตระหนก
ทว่ากู่เจี้ยนหุนมิได้หลบเลี่ยงดั่งที่ทุกคนคาดคิดไว้
ั์ตาของเขาทอประกายวาวโรจน์คมกล้า
ในสมองอันเฉียบแหลม คำนวณวิถีทิศทางของกระบองเหล็กเสร็จสิ้นั้แ่ศัตรูเริ่มง้างข้อมือ
ร่างกายนี้แม้ยังคงอ่อนแอ เส้นลมปราณยังคงตีบตัน ทว่า... 'เจตจำนงแห่งกระบี่' มิจำเป็ต้องพึ่งพากระแสลมปราณมหาศาลอันใด มัน้าเพียง 'ความแม่นยำยำเกรง' และ 'จังหวะ' ที่ตัดขาดสรรพสิ่งทั้งมวลลงได้
กระบองเหล็กหนาหนักอยู่ห่างจากหน้าผากเพียงสามนิ้วสี่หุน!
ฟึ่บ!
กู่เจี้ยนหุนเอียงลำคอเพียงครึ่งองศา กระบองเหล็กเฉียดผ่านปลายจมูกลงไปกระแทกพื้นดินเสียงดัง ตึ้ง! ฝุ่นตลบอบอวลเศษหินกระเด็นร่วง
ในเศษเสี้ยววินาทีที่ศัตรูสูญเสียการทรงตัวเพราะแรงเหวี่ยงหน่วง กู่เจี้ยนหุนขยับพลิกข้อมือขวา ไม้ไผ่ในมือพุ่งทะยานทะลวงออกไปดุจงูพิษฉกกัด!
ปึก!
ปลายไม้ไผ่แห้งแทงทะลวงเข้าที่ข้างลูกกระเดือกของผู้คุ้มกันร่างั์อย่างแม่นยำและรุนแรง มิใช่การแทงออกไปสุ่มสี่สุ่มห้า ทว่าเป็การแทงเข้าที่จุดชีพจร 'เทียนทู' บริเวณโคนคออย่างจงใจ
"อั่ก..."
ชายร่างั์ั์ตาเหลือกค้าง กระบองเหล็กหลุดร่วงจากฝ่ามือ ร่างหนาทึบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น คุกเข่าลง สองมือกุมคอหอยเอาไว้ ไอโขลกออกมาเป็ลิ่มโลหิต ใบหน้าเขียวคล้ำเพราะขาดอากาศหายใจในฉับพลัน
"อะไรกัน?!" ผู้คุ้มกันคนที่สองเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันมิอาจมองทันด้วยซ้ำว่าสหายของมันล้มคว่ำลงได้อย่างไร ทว่าด้วยสัญชาตญาณสัตว์ร้าย มันเหวี่ยงวาดกระบองเหล็กออกในแนวราบ หวังตัดลำตัวของอาเฉินให้ขาดครึ่งท่อน
กู่เจี้ยนหุนมิตัดสินใจถอยร่นกลับ ทว่ากลับก้าวเท้าแทรกกายเข้าหาศัตรูตรงหน้า!
กระบี่ไม้ไผ่ในมือยกขึ้นต้านทานวิถี
เคร้ง!
เสียงไม้ไผ่ปะทะเหล็กกล้ากลับดังกังวานแว่วราวกับโลหะวิเศษปะทะห้ำหั่นกัน! นั่นมิใช่เพราะท่อนไม้ไผ่แข็งแกร่งประดุจเหล็ก ทว่าเกิดจากการที่กู่เจี้ยนหุนใช้ 'เทคนิคการสั่นะเืสอดประสาน' เพื่อสลายแรงกระแทกของเหล็กกล้าให้ไหลย้อนกลับไปทำลายข้อมือของคนลงมือตี
กร๊อบ!
เสียงกระดูกข้อมือของผู้คุ้มกันคนที่สองลั่นหักกรอบแกรบ มันร้องโอดครวญลั่นด้วยความเ็ปกระชากจิติญญา กระบองเหล็กกระเด็นหลุดลอยคว้างกลางเวหา กู่เจี้ยนหุนไม่เปิดโอกาสให้มันได้พักหายใจ หมุนกายครึ่งรอบ สะบัดปลายไม้ไผ่ฟาดเข้าที่หัวเข่าด้านข้างของมันอย่างโเี้ไร้ปรานี
ผัวะ!
สะบ้าหัวเข่าแตกละเอียด ร่างั์ล้มตึงหงายหลัง ศีรษะกระแทกพื้นสลบเหมือดไปอีกคน
ภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ ผู้คุ้มกันวรยุทธ์สูงส่งสองคนกลับล้มลงไปนอนจมกองเืและเศษฝุ่นดินอย่างหมดสภาพหมดทางสู้!
ความเงียบงันอันน่าหวาดหวั่นเข้าปกคลุมตรอกสลัมในทันใด
เสี่ยวเอ้อหนุ่มหอโอสถอ้าปากค้างจนขากรรไกรแทบค้างเติ่ง ขาทั้งสองข้างสั่นพั่บ ๆ จนปัสสาวะแทบเล็ดราด ชายขี้โรคที่พวกมันเคยตราหน้าว่าเป็เพียงสุนัขจรจัดท้ายตลาด บัดนี้กลับยืนถือท่อนไม้ไผ่เปื้อนคราบเืจาง ๆ สายตาของเขาเย็นเยือกดุจยมทูตที่เพิ่งก้าวเดินออกมาจากขุมนรกมืดมิด
อาจารย์หมอเกาใบหน้าถอดสีซีดเผือด กระแสลมปราณสีเขียวรอบกายสลายหายไปสิ้นในพริบตา ตัวมันเป็ทั้งหมอและผู้ฝึกยุทธ์ ย่อมมองออกแจ่มชัดว่าชายตรงหน้ามิได้ใช้แรงควายหักโหม ทว่าเป็การใช้ 'ศาสตร์แห่งการโจมตีจุดตาย' ขั้นสูงสุดที่แม้แต่เหล่าเ้าสำนักใหญ่โตยังมิอาจกระทำได้!
"เ้า... เ้าเป็ผู้ใดกันแน่?!" อาจารย์เกาเอ่ยเสียงสั่นเครือ พยายามก้าวเท้าถอยหลังไปจนชนเข้ากับตัวรถม้า "อาเฉินไม่มีทางมีวิชาฝีมือเช่นนี้ได้!"
กู่เจี้ยนหุนใช้ปลายไม้ไผ่เคาะพื้นดินเบา ๆ เป็จังหวะ ตึก... ตึก... ทุกเสียงเคาะคล้ายเสียงกลองมรณะที่กระแทกเข้ากึ่งกลางใจของศัตรู
"ข้าก็คืออาเฉิน... ชายขี้โรคที่พวกท่านเพิ่งด่าทอเหยียดหยามเมื่อครู่นี้อย่างไรเล่า" กู่เจี้ยนหุนกล่าว น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าบาดลึกเข้าถึงกระดูกดำ "อาจารย์เกา... เมื่อครู่ท่านบอกกล่าวว่า ข้าปรุงยามั่วซั่วซ้ำยังข่มขู่จะเผาทำลายเรือนของข้าใช่หรือไม่"
"ข้า... ข้าเป็คนของหอโอสถร้อยคุณธรรม! หากเ้าบังอาจแตะต้องข้า ทางการย่อมไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!" อาจารย์เกาพยายามใช้ขู่บังคับด้วยอำนาจ ทว่าข้อมือภายใต้ แขนเสื้อของมันกลับสั่นระริกมิอาจควบคุม
"ทางการงั้นรึ กว่าพวกมันจะเดินทางมาถึงท้ายตลาด ศพของพวกท่านคงถูกสุนัขจรจัดรุมทึ้งจนไม่เหลือซากชิ้นดีแล้ว" กู่เจี้ยนหุนย่างสามขุมเข้าหาดุจพญาเสือดาวกำลังล่าเหยื่อ
"อาจารย์ หนีเร็ว!"
เสี่ยวเอ้อหนุ่มสิ้นสติสมประดีด้วยความกลัว มันหันหลังหวังจะะโขึ้นรถม้าเพื่อควบขับหนีภัย ทว่ากู่เจี้ยนหุนกลับสะบัดข้อมือเบา ๆ ดีดเศษหินแหลมคมจากพื้นพุ่งตัดกระแสอากาศออกไป
ฉึบ!
เศษหินเจาะทะลวงเข้าเอ็นร้อยหวายของเสี่ยวเอ้อหนุ่มอย่างแม่นยำราวจับวาง มันร้องลั่นโหยหวนราวกับสุกรถูกเชือด ก่อนจะล้มกลิ้งตกจากรถม้าลงมานอนคลุกโคลนตม ร้องไห้ระงมด้วยความทรมานแสนสาหัส
อาจารย์เกาเห็นภาพเหตุการณ์ดังนั้นก็เข่าอ่อนทรุดลงทันที ความทะนงตนในฐานะหมอหลวงเก่าและผู้ยิ่งใหญ่แห่งหอโอสถพังทลายลงไม่เหลือชิ้นดี มันประจักษ์แจ้งแล้วว่า ชายตรงหน้าคือปีศาจร้ายในร่างมนุษย์ชัด ๆ!
"ได้โปรด... ได้โปรดละเว้นชีวิตอันไร้ค่าของข้าด้วย ข้าตาบอดเองที่ล่วงเกินท่านหมอเฉิน!" อาจารย์เกาโขกศีรษะลงบนพื้นโคลนเสียงดัง ปึก! ปึก! "สูตรโอสถอันใดนั่น ข้าไม่้าอีกแล้ว หอโอสถจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับท่านอีกต่อไป"
กู่เจี้ยนหุนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าชายชราผู้ละโมบโลภมาก เขาใช้ปลายไม้ไผ่เชยคางของอาจารย์เกาขึ้นมา ให้สบตากับดวงตาคู่ลึกที่แฝงไปด้วยเจตจำนงกระบี่อันคมกริบชวนเสียวสันหลัง
"อยากรอดพ้นชีวิต... ย่อมได้" กู่เจี้ยนหุนเอ่ยเรียบ ๆ "ทว่ากฎของข้าไม่มีคำว่าเปล่าประโยชน์... ข้า้าเงินห้าสิบตำลึงเงิน เป็ค่าทำขวัญที่พวกเ้ามาทำลายรั้วคอกไก่ของข้า และทำให้ลูกเมียของข้าต้องตกอกใ"
ห้าสิบตำลึงเงิน! นั่นเป็จำนวนเงินมหาศาลที่สามารถซื้อเรือนหลังใหญ่ในเมืองได้เลยทีเดียว!
"ได้! ได้แน่นอน! ข้าจะรีบให้คนจัดส่งมามอบให้ท่านทันทีในวันพรุ่งนี้!" อาจารย์เการีบรับคำโดยไม่คิดจะต่อรองราคาซักอีแปะเดียว ชีวิตของมันย่อมมีค่ามากกว่าเงินทองเ่าั้นัก
"ดี..." กู่เจี้ยนหุนลดไม้ไผ่ในมือลง "ไสหัวไปเสีย ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจเอาไม้ไผ่เล่มนี้เสียบคอพวกเ้าทีละคน"
ราวกับได้รับอภัยทานจากเงื้อมมือยมทูต อาจารย์เการีบพยุงร่างอันสั่นเทาของตนเองและลากเสี่ยวเอ้อที่าเ็รวมถึงผู้คุ้มกันที่เพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นรถม้าอย่างทุลักทุเล เสียงล้อรถม้าบดบังพื้นดินหนีหายไปจากตรอกสลัมด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ม้าจะวิ่งทะยานได้
ความสงบเงียบกลับคืนสู่หน้ากระท่อมอีกครา
กู่เจี้ยนหุนโยนไม้ไผ่ในมือทิ้งลงพื้น ลอบพ่นลมหายใจยาวเหยียด ใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย ร่างกายของอาเฉินยังคงอ่อนแอเกินไป การใช้เทคนิคสะท้อนแรงและดีดหินเมื่อครู่กินพลังกายไปเกือบแปดส่วน
ทว่าในห้วงจิติญญา กระแสความอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาทันที
[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: "สยบผู้ฝ่าฝืนด้วยวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์"][ผลลัพธ์: จิติญญาขยายขอบเขต เร่งการฟื้นฟูเส้นลมปราณ][เวลาที่ต้องรอเพื่อเลื่อนขั้นถัดไป: ลดลงเหลือ 2 วัน 5 ชั่วโมง]
เขายิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ การต่อสู้และปกป้องช่วยเร่งเวลาได้จริง ๆ
"ท่านพี่..."
เสียงเรียกแ่เบาเจือความห่วงใยดังมาจากด้านหลัง เจ้ิและเสี่ยวหลินเดินออกมาจากกระท่อม สตรีทั้งสองมองสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนและอัศจรรย์ใจ อาฟางและอาหยวนตัวน้อยวิ่งเข้ามากอดขาขวาของเขาแน่น
"ท่านพ่อเก่งที่สุดในหล้าเลย ชายร่างั์พวกนั้นสู้ท่านพ่อไม่ได้เลยแม้แต่น้อย" อาหยวนร้องบอกด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าเล็ก ๆ ซุกเข้ากับหน้าขาของเขา
กู่เจี้ยนหุนก้มลงลูบหัวลูกสาวคนเล็กอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นจากภาษากายและสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักของครอบครัว ทำให้หัวใจของอดีตปรมาจารย์กระบี่ผู้โดดเดี่ยวละลายสิ้นลง
"พ่อบอกพวกเ้าแล้ว... ตราบใดที่พ่อยังอยู่ จะไม่มีใครรังแกพวกเ้าได้" เขาเอ่ยสบตากับเจ้ิและเสี่ยวหลิน แววตาของสตรีทั้งสองส่องประกายระยิบระยับด้วยความตื้นตัน ความผูกพันรักใคร่ที่ไม่เคยมีให้แก่อาเฉินคนเก่า บัดนี้เริ่มถักทอขึ้นมาอย่างเหนียวแน่นทีละน้อย
แต่ในใจลึก ๆ กู่เจี้ยนหุนรู้ดี หอโอสถร้อยคุณธรรมสูญเสียหน้ากากแห่งความเมตตาและสูญเสียเงินทอง พวกมันย่อมไม่จบเื่เพียงเท่านี้ เงินห้าสิบตำลึงที่จะมาในวันพรุ่งนี้ อาจเป็ชนวนเหตุของศึกใหญ่ที่ดุเดือดกว่าเดิม
ทว่า... อีกเพียงสองวันกว่า ๆ พลังวิถีกระบี่ขั้นถัดไปของเขาจะตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ถึงตอนนั้น ต่อให้พญาอินทรีแห่งเมืองหลวงมาเอง เขาก็จะสะบั้นมันให้แหลกเป็ผุยผง!