ตอนที่ 44 ถูกดึงสะดุดล้มลงในเล้าหมู
บังเอิญแม่เฒ่าเกาเหวี่ยงไม้มาตรงหน้าไป๋เพ่ยเพ่ย อีกฝ่ายจึงคว้าไว้แล้วดึงสุดแรง
แม่เฒ่าเกาสะดุดขณะส่งเสียงร้อง ก่อนล้มลงในเล้าหมู
“โอ๊ย ...”
แม่เฒ่าเกาไม่ใช่คนขยัน หวงจวน ลูกสะใภ้เพียงคนเดียวป่วยเช่นนี้ เล้าหมูจึงไม่ได้ถูกทำความสะอาดมาหลายวัน ทำให้สกปรกไม่น้อย
นางล้มลง เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยขี้หมู
หมูตัวผอมกว่าครึ่งตกใจวิ่งออกจากเล้าหมูไป
แม่เฒ่าเกาไม่ทันมีเวลาขยะแขยงความสกปรกนั้น นางรีบตะโกน “หมูข้า พวกมันหนีไปแล้ว ใครก็ได้ ช่วยจับที...”
ขณะเปิดปากตะโกน มูลหมูบนหัวพลันร่วงลง ก่อนจะบังเอิญไหลเข้าปาก
“ถุย ๆ ๆ ...”
แม่เฒ่าเกาแทบอาเจียน
โจวต้าเหนียงมองพลางก่นด่านางว่าสมน้ำหน้า
กลุ่มที่มาถึงก่อนคือคนหมู่บ้านหนิงซาน ไม่มีใครคิดช่วยแม่เฒ่าเกาจับหมู นางจึงกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ก่อนพ่นคำผรุสวาทออกมา ด้านคนหมู่บ้านโกวที่มาถึงทีหลังเห็นเข้า ได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ทางการให้ไปช่วยแม่เฒ่าเกาตามจับหมู
ในขณะเดียวกัน โจวต้าเหนียงบุกเข้าไปในเล้าหมู หวังอุ้มทารกขึ้นมา ก่อนพูดอย่างเหยียดหยาม
“เป็นเด็กดีเพียงนี้ยังทอดทิ้งได้ลงคอ ช่างชั่วช้านัก!”
“เด็กกลับไม่สำคัญเท่าหมู ครอบครัวนี้เหลือจะทน...”
คนหมู่บ้านหนิงซานพากันหวั่นใจ คนที่ให้ลูกสาวแต่งออกเรือนไปลอบปลีกตัวจากฝูงชน พวกเขาตั้งใจจะไปเยี่ยมบ้านสามีลูกสาวโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าเพื่อดูสถานการณ์บ้าง
ระหว่างหวงต้าเสิ่นมาอยู่กับลูกสาวในช่วงคลอดลูก นางไม่ได้สังเกตพบพิรุธแต่อย่างใด นึกไม่ถึงว่าผ่านไปไม่นานลูกสาวกับหลานที่เพิ่งคลอดกลับถูกขับให้มาอยู่ในเล้าหมูเช่นนี้
บางคนกังขาว่าอาจมีความเชื่อประหลาดในหมู่บ้านโกว คิดว่าหากภรรยากับลูกถูกไล่ไปอยู่เล้าหมูแล้วจะมีลูกชายได้หรือ
ต้าเหนียงผู้หนึ่งในหมู่บ้านรีบส่ายหน้าบอก “ไม่ใช่ ๆ เราไม่ได้มีความเชื่อประหลาดแบบนั้นในหมู่บ้าน”
ทว่าไม่อาจปฏิเสธได้ว่าพวกเขามีวิธีการรักษาพื้นบ้านเพื่อให้สะใภ้สามารถมีลูกชายได้
คนหมู่บ้านหนิงซานยังคงสักการบูชาเทพเพื่อขอให้มีลูกชาย
ไป๋เพ่ยเพ่ยเข้ามาในเล้าหมูแล้ว แม้จะยังมีหมูบางตัวอยู่ด้านใน นางก็หาได้สนใจ คิดแต่จะช่วยคน รีบย่อตัวลงตรวจดูอาการของหวงจวน
“นางเป็นไข้ และยัง ...” สภาพแวดล้อมสกปรกเกินไป เต็มไปด้วยเชื้อโรค ทำให้ร่างกายไม่อาจทนไหว
ไป๋เพ่ยเพ่ยรีบรักษาบอกหวงต้าเสิ่น “เร็วเข้า ให้คนไปต้มน้ำร้อนมา เตรียมผ้าสะอาดและเข็มเย็บผ้า ที่นี่สกปรกเกินกว่าข้าจะทำการฝังเข็มได้ ...”
โจวต้าเหนียงเอ่ยขึ้น “ข้าไปเอง พี่หวง ท่านอยู่ดูแลจวนเอ๋อร์ เดี๋ยวข้าจะจัดการเอง”
ยามนี้ประตูเล้าหมูเปิดออกแล้ว
โจวต้าเหนียงบอกคนรู้จักหมู่บ้านเดียวกันและไหว้วานคนหมู่บ้านโกวให้ไปช่วยด้วยกัน นางใช้เตาของบ้านตระกูลเกาท่ามกลางเสียงดุด่าของแม่เฒ่า
เจ้าหน้าที่ทางการอยากจะต่อว่าเหลือเกิน มีครอบครัวใดให้ลูกสะใภ้กับหลานที่เพิ่งเกิดใหม่อยู่ในเล้าหมูบ้าง คงถูกครหาเป็นแน่ไม่ใช่หรือ
หากไม่มีคนนอกอยู่ด้วย เขาคงกล่าวตำหนิเพียงไม่กี่คำ ทว่าเคราะห์ร้ายที่ครอบครัวลูกสะใภ้ผู้นั้นมาพบเข้า ทั้งยังมีคนหมู่บ้านหนิงซานมากมายเช่นนี้ เกรงว่าเรื่องนี้คงจบไม่ง่ายเป็นแน่
ความวัวยังไม่ทันหาย ความควายดันเข้าแทรก เขาโมโหจนอยากจะบ้าตาย
หลังหวงจวนได้สติ ไป๋เพ่ยเพ่ยรีบอุ้มนางออกจากเล้าหมู ก่อนบอกหวงต้าเสิ่นให้นำทางเพื่อพากลับไปที่ห้อง
โจวต้าเหนียงสบโอกาสนี้พาทารกไปล้างเนื้อล้างตัว
ไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นว่ายังมีเด็กอิดโรยอีกคน ดูท่าจะหิวโหย อยากจะกินไปเสียทุกอย่าง
ตระกูลเกาไม่มีอาหารที่เหมาะกับเด็กทารกเลย นางจึงขอเอื้อเฟื้อน้ำข้าวจากชาวบ้าน ก่อนนำมาป้อนให้ทารกน้อย
โชคดีที่เด็กอายุได้เพียงสองเดือนจึงกินน้อย ป้อนเพียงเล็กน้อยก็สงบลงได้
ไป๋เพ่ยเพ่ยจับชีพจรให้เด็กน้อย อาการไม่ค่อยดีนัก ทารกหญิงเพิ่งเกิดมาได้ไม่นาน มารดาก็มาล้มป่วย แผลตัดสายสะดือยังไม่ทันฟื้นตัวดีกลับถูกตะเพิดมาอยู่ในเล้าหมูเช่นนี้ ...
สวรรค์!
สายสะดือติดเชื้อไปหมดแล้ว
ไป๋เพ่ยเพ่ยรนไฟเผา เพื่อเช็ดหนองทำความสะอาดปากแผล
แผลสกปรกขนาดนี้จะรักษาอาการอักเสบได้อย่างไรกัน
นางเคร่งเครียด
ยาแก้อักเสบที่ใช้กับเซี่ยต้ายาไม่ใช่ยาแก้อักเสบเสียทีเดียว แต่เป็นสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณขจัดร้อน ชำระระบายร้อน และล้างพิษ สามารถใช้รักษาอาการไข้และการอักเสบรุนแรงจากการติดเชื้อในร่างกายได้ดี
ไม่มียาแก้อักเสบทาแผลในยุคโบราณ นางยังไม่พบสิ่งที่จะเหมาะจะนำมาทำได้ ดูเหมือนจะต้องหาทางลองทำดู ไม่เช่นนั้นคงไม่สะดวกหากเผชิญกับเหตุการณ์เช่นนี้อีก
“ท่านมีอ้ายเฉาไหม ช่วยไปหาอ้ายเฉ่ามาล้างให้สะอาด เผาให้เป็นผง อย่าให้ปนเปื้อนกับอย่างอื่น แผลทารกอักเสบแล้ว ต้องระวังอย่าให้ติดเชื้อให้ดี”
“ได้ ๆ ข้าจะไปหามาให้เดี๋ยวนี้” โจวต้าเหนียงบอกให้หวงต้าเสิ่นวางใจ ก่อนจะไปขออ้ายเฉ่ามาจากชาวบ้าน
หลังรักษาให้ทารกน้อย
ไป๋เพ่ยเพ่ยก็กลับมาดูแลหวงจวน ไม่มีสมุนไพรพร้อมใช้ที่นี่ นางต้องทำขึ้นเองจากของที่หาได้แถวนี้ ต้มเป็นยาก่อนเอาให้หวงจวนดื่ม
แม้อาจรักษาไม่ได้โดยตรง แต่ก็พอบรรเทาอาการได้บ้าง
ในที่สุดนางก็กดจุดฝังเข็มเพื่อประคองอาการของหวงจวนไว้ได้ นางกระซิบบอกให้หวงต้าเสิ่นระวังในภายภาคหน้า ก่อนถามว่าจะให้ลูกสาวอยู่บ้านสามีต่อไปหรือจะพากลับบ้าน
จำต้องตัดสินใจเพื่อจะได้เตรียมยาได้ถูก
“ต่างกันด้วยหรือ”
“ต่างกันอยู่แล้ว หากท่านพาจวนเอ๋อร์กลับบ้านเดิม ท่านสามารถต้มยาให้กินได้ตามต้องการ ไม่ต้องวิตกสิ่งใด ข้าจะไปเก็บและเตรียมให้ สอนท่านว่าต้องทำอย่างไร แต่หากอยู่ที่นี่...” ไป๋เพ่ยเพ่ยพยักพเยิดคางขึ้นให้มองไปทางเล้าหมู
“พวกเขาจะให้นางอยู่เล้าหมูต่อไป ท่านคิดว่าตอนนี้นางป่วยแล้ว พวกเขาจะก่อไฟต้มยาให้นางหรือ”
หวงต้าเสิ่นลังเลใจ ในเวลานี้ตนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
นางถามไป๋เพ่ยเพ่ย “เจ้าเสียใจที่พาต้ายากลับบ้านไปหรือไม่”
“ข้าเสียใจ”
นางใจเต้นแรงก่อนได้ยินไป๋เพ่ยเพ่ยกล่าวสำทับ
“ข้าเสียใจที่มาช้าเกินไป หากช่วยต้ายาตั้งแต่ครั้งแรกที่ถูกทำร้าย นางคงไม่ถูกรังแกจนตกอยู่ในสภาพนี้ ตอนนั้นหากเล่นงานคนสกุลเฉียวและพาต้ายากลับมา นางคงไม่ต้องทุกข์ทรมานเพียงนี้ ข้ามีทางเลือก เพียงแต่กังวลว่านี่เป็นคู่ครองที่พ่อบังเกิดเกล้าของนางหาให้ แต่ข้าไม่ต้องการให้ใครครหา จึงเลือกที่จะไม่สนใจ เหตุการณ์จึงได้ลงเอยเช่นนี้ ...”
ไป๋เพ่ยเพ่ยรู้ความนัยเบื้องหลังคำถามของหวงต้าเสิ่น อีกฝ่ายต้องการให้ช่วยคิด ทว่านางจะตัดสินใจแทนได้อย่างไรเล่า
หากนางทำเช่นนั้น แล้วหวงต้าเสิ่นกับลูกสาวมาเสียใจในภายหลัง ความผิดจะไม่ตกอยู่ที่นางหรือ
มีเพียงเจ้าตัวที่ต้องตัดสินใจเอง ต่อให้นึกเสียใจก็ไม่อาจโทษผู้อื่นได้
ไป๋เพ่ยเพ่ยสบตาหวงต้าเสิ่นก่อนบอก “ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร สำคัญที่สุดคือตัดสินใจไปแล้วอย่าได้เสียใจภายหลัง ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้จะเป็นคำถามค้างคาอยู่ในใจ ถึงเวลานั้นคงจะรับมือไม่ง่ายเหมือนในตอนนี้”