การติวดำเนินไประหว่างนั้นผมก็แอบเหลือบมองคนตรงหน้าไปด้วยั้แ่วันที่เรารู้จักกันไทม์รู้สึกว่าลูซี่ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆที่้เขาเคยเจอ เธอสวยจนทุกสายตาต้องหยุดมอง เธอฉลาดและเ้าเล่ห์จนผมตามไม่ทันและเธอแกร่งจนใครก็สู้ไม่ได้ สำหรับไทม์ที่คอยเฝ้ามองอยู่ใกล้ๆลูซี่จึงเป็คนที่เท่มากๆเท่ซะจนบางทีก็อายตัวเองว่าทั้งที่ตัวเองเป็ผู้ชายแท้ๆทำไมถึงไม่ได้สักเสี้ยวนึงของเขาบ้าง
“ไทม์”
ยิ่งคิดก็ยิ่งท้ออย่างที่ว่าแหละ เรามันต่างราวกับฟ้ากับเหวจริงๆ
“ไทม์!!”
เสียงของลูซี่ทำเอาเขาสะดุ้งหลุดออกจากความคิด“ครับ!”
“คิดอะไรอยู่คะ”
“เอ่อ…”ลืมไปเลยว่าติวอยู่ แย่จริงๆ เลย “ขอโทษครับมัวแต่คิดเื่ของพี่ลูซี่จนลืมไปเลยว่าติวอยู่แหะๆ”
หัวเราะกลบเกลื่อนเผื่อเธอจะหายโกรธแต่ผลสุดท้ายก็ไม่สายตานิ่งเรียบของลูซี่ทำให้ขนแขนลุกเกรียวแทบทั้งตัว ตายล่ะนี่เขาทำให้เธอโกรธแล้วสินะ
“พี่ลูซี่…โกรธผมรึเปล่าครับ”
“โกรธค่ะ”ว่าแล้วเชียวน่ะ
“ขอโทษครับ”ก็นะ เขาไม่ตั้งใจเรียนนี่ เมื่อกี้เท่าที่สังเกตุเวลาที่ลูซี่สอนเธอดูตั้งใจและจริงจังมากไม่แปลกตอนที่เหม่อเธอจะโกรธ
“เมื่อกี้บอกว่ามัวแต่คิดเื่ของพี่อยู่สินะคะ”
“ครับ”
“งั้นบอกพี่ได้มั้ยคะว่าเื่ของพี่นี่เื่แบบไหน”
“เอ่อ…ก็ผมคิดว่าพี่ลูซี่เท่ดีครับ”
จ้องมองเพื่อดูอากัปกิริยาของคนตรงหน้าลูซี่เอื้อมมือกดปิดสไลด์กับเอกสารที่วางอยู่ตรงหน้าพลางแอบลอบกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ
“พี่ลูซี่โกรธผมจริงๆด้วยสินะครับ ขอโทษนะครับ ผมขอโทษจริงๆ”
ก้มหัวเล็กน้อยเพื่อขอโทษแต่พอเงยหน้าขึ้นมาพบว่าลูซี่กำลังยกยิ้มมุมปากอยู่ “เอ่อ…มีอะไรหรอครับ”
ลูซี่ลุกจากเก้าอี้เดินอ้อมมาฝั่งผมพลางใช้มือเรียวค่อยๆลูบไล้ไปตามขอบโต๊ะก่อนจะไล่มาตามแขนจนถึงคอก่อนจะก้มใบหน้าและซิบที่ข้างหู
“รู้ใช่มั้ยว่าถ้าทำผิดต้องลงโทษ”
ลมเบาๆที่ข้างหูบวกกับน้ำเสียงที่มันดูเซ็กซี่จนทำให้ขนแขนลุกเกรียวไปทั้งตัวหัวใจดวงน้อยๆ เต้นตุ๊บๆ จนจะหลุดออกมา
เสียงเครื่องปรับอากาศตีกับเสียงนาฬิกาจากสิตที่แทบไม่มีตอนนี้ยิ่งสติแตกจนลมจะจับแล้ว
ทำไงดีทำไงดี แบบนี้ได้เขินจนเป็ลมล้มพับแน่
“อ๊า!!!!!ผมลืมไปเลยว่าต้องกลับไปให้อาหารแมวข้างบ้าน!!!!!”
ลูซี่เลิกคิ้วมองผมด้วยความสงสัยต่างกับไทม์ที่ตอนนี้เลิ่กลั่กมองยังไงก็รู้ว่าไทม์โกหกแน่ๆ
“แมวของข้างบ้านหรอคะ”
“คะ-ครับ”
“แล้วเ้าของเขาไม่ให้ข้าวน้องกินหรอคะเราถึงต้องให้เอง”
เออว่ะลืมคิดถึงเื่นี้ไปเลย โอ๊ย~ ตายแล้ว โป๊ะแตกอีกแล้ว
“เราคงไม่อยากอยู่กับพี่สินะคะไม่เป็ไรค่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งก็ได้”
น้ำเสียงที่ดูน่าน้อยใจทำให้เขาถึงกับไปไม่เป็เมื่อเห็นว่าลูซี่ทำท่าจะเก็บของใจของเขามันก็สั่นระกำทันทีริมฝีปากเม้มแน่นมือเรียวเอื้อมไปจับปลายเสื้อของเธอเป็การบ่งบอกบางอย่าง
“ถ้างั้นก่อนไปส่งช่วยแวะร้านอาหารร้านนึงให้หน่อยได้มั้ยครับ มันมีโปรฯ คู่รัก ถ้าเราไปกินด้วยกันคงน่าจะลดได้เยอะอยู่นะครับ”
ลูซี่ที่ได้ยินก่อนจะหันมายกยิ้มมุมปาก“ได้ค่ะ ถ้าหนูอยากกินพี่ก็จะพาไป”
“เชิญด้านในเลยค่ะ”
เราเดินตามพนักงานเข้ามานั่งที่โต๊ะด้านในสุดของร้านตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะไปร้านที่ไทม์แนะนำนั่นแหละแต่พอไปแล้วร้านดันมาปิดปรับปรุงซะงั้นก็เลยเปลี่ยนแผนมานั่งกินที่ร้านอาหารตามสั่งแทน
“พี่ลูซี่อยากินอะไรพิเศษมั้ยครับ”
“จะเลี้ยงหรอคะ”
“คะ-ครับ”
คนตรงหน้าสะดุ้งเฮือกก่อนจะยกสมุดเมนูขึ้นมาบังหน้าเพื่อปกปิดความอายแต่ก็ไม่มิดเพราะผิวขาวนั่นมันดันแดงยันหูด้วย
น่ารักแฮะ
ระหว่างรออาหารฉันก็ท้าคางจ้องมองคนตรงหน้าสังเกตว่าน้องหน้าแดงมาก
“เป็ไรคะทำไมหน้าแดง”
“แค่ร้อนน่ะครับ”ไทม์ทำท่าพัดสายตาหลบหลีกราวกับไม่กล้าสบตาตรงๆ โกหกสินะ
“อ่อแต่พี่ว่าไม่ร้อนนะคะ ตรงที่เรานั่งก็โดนพัดลมพอดีแถมอากาศเมื่อชั่วโมงที่แล้วแถวนี้ฝนก็ตกด้วยอากาศกำลังดีไม่ร้อนหรอกค่ะ”
“แค่ก!”ทันทีที่ได้ยินคำตอบไทม์ก็ถึงกับสำลักน้ำ “ค่อยๆ ดื่มสิคะ สำลักมากๆเดี๋ยวจะไอได้นะคะ”
“ขอโทษครับแค่ก! พอดีมันใน่ะครับ”
“ใที่พี่รู้ว่าเราเขินหรอคะ”
“ง่ะ”
“ถ้าเขินบอกตรงๆก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องปกปิดกันเลย”
“ก็มันเขินจนบอกตรงๆไม่ได้นี่ครับ”
ขณะนั้นเองจู่ๆไฟก็ดับ เสียงโวยวายด้วยความใของลูกค้ากับพนักงานในร้านดังขึ้นระงมไฟภายในร้านดับทั้งหมดจนแทบจะมองไม่เห็นต่างกับไฟถนนและไฟที่ร้านอื่นๆกลับเปิดตามปกติ
“เอ๊ะทำไมไฟดับได้เนี่ย”
“นั่นสิ”
”กรี๊ดดดดดดดด!!!!!”เสียงกรีดร้องจากด้านหลังร้านทำให้ทุกคนต่างหันไปมองตามมาด้วยเสียงของหล่นดังมาเป็ระยะจนมันผิดสังเกต
“เดี๋ยวพี่มานะคะคอยดูทางนี้ไว้ให้หน่อย”
ลูซี่ตัดสินใจวิสาสะวิ่งเข้าไปยังหลังร้านพร้อมกับเปิดไฟฉายจากมือถือกวาดไปรอบๆจนไปหยุดกับคุณป้าคนหนึ่งที่ล้มกับพื้นรอบๆ มีรอยเืสายตาเหลือบเห็นเงาคนที่กำลังวิ่งออกไปทางด้านหลังก่อนจะตัดสินใจวิ่งตามไปโดยไม่ลืมบอกให้พนักงานในร้านโทรแจ้งตำรวจกับรถพยาบาล
ออกมาทางด้านหลังร้านเห็นว่าคนร้ายใส่หมวกกันน็อคทำท่าจะขี่มอไซค์หนีลูซี่จัดการวิ่งไปดึงที่จับท้ายมอเตอร์ไซค์แล้วก่อนจะเอื้อมไปดึงตัวของคนร้ายจนร่วงลงจากรถมอเตอร์ไซค์
“เลิกหนีได้แล้ว”
ยังไม่ทันที่จะจับจู่ๆคนร้ายก็พุ่งมาหาพร้อมกับมีดทำครัวลูซี่เบี่ยงตัวหลบก่อนจะทำการต่อยเข้าที่ข้อมือจนมดีร่วงลงมาขณะที่กำลังเตะมีดให้ออกห่างคนร้ายก็ใช้หมวกกันน็อคฟาดลงที่ศรีษะของเธอเต็มๆจนทำให้ทรงไม่อยู่ล้มลงกับพื้น
“บ้าเอ้ย”
ความเจ็บแล่นแปร๊บบวกกับความมึนจากการโดนตีนหัวภาพเบลอๆ ที่เห็นว่าคนร้ายกำลังหมายจะตีอีกรอบ
“พี่ลูซี่!!”
เสียงเรียกของไทม์ดึงสติก่อนเธอจัดการเตะตัดขาของอีกฝ่ายจนล้มหงายหลังและจัดการใช้ส้นเท้าตอกเข้าที่ใบหน้าจนอีกทะลุหมวกกันน็อคจนทำให้อีกฝ่ายแน่นิ่งไป
“พี่ลูซี่เป็ไงบ้างครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะแค่นี้เอง”
“ไม่เป็ไรที่ไหนล่ะครับหัวแตกเลยนะครับ” มือเรียวเอื้อมแตะสิ่งเย็นๆ ที่อยู่บนหัวเืสีแดงฉ่านที่ไหลลงมาไม่หยุด แตกเมื่อไหร่กันเนี่ย
“ไปทำแผลทำก่อนเถอะครับ”
“เอางั้นก็ได้ค่ะ”
มาทำแผลที่โรงพยาบาลจนเสร็จแล้วก็ต่อด้วยให้ปากคำกับตำรวจเื่เมื่อวันก่อนพึ่งจะจบไปมีเื่ใหม่มาให้ปวดหัวอีกแล้วถ้าพ่อกับลุครู้เื่คงบ่นเธอหูชาอีกแน่
เรากลับมายังบ้านของไทม์โดยที่ลูซี่เป็คนขับใช่ เธอขับเองตอนแรกไทม์จะให้นั่งแท็กซี่กลับแต่น้องบอกว่าห่วงเพราะเธอาเ็อยู่ จริงๆ ก็อยากจะทำอย่างนั้นนะแต่ถ้าให้คนมาเอารถกลับที่บ้านต้องรู้แน่ๆ ว่าเธอไปมีเื่ ผลสุดท้ายเลยขับกลับเอง
มาถึงบ้านที่คุ้นเคยไทม์เดินนำเข้าบ้าน พึ่งสังเกตว่าแม่ของน้องไม่ได้อยู่บ้าน“พี่ลูซี่นั่งรอก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้พี่ลูซี่จะได้กินยา”
ไทม์หายไปในครัวอยู่ครู่ก่อนจะกลับมาพร้อมน้ำเปล่าขวดเล็ก1 ขวด
“กินยาก่อนนะครับแล้วก็นอนพักที่นี่เลย”
มือที่จะป้อนยาถึงกับชะงักก่อนจะหันไปมองหน้าพร้อมกับเลิกคิ้ว“ให้พี่นอนที่นี่หรอคะ”ไทม์พยักหน้าตอบ
“พี่ลูซี่เจ็บอยู่จะให้ขับรถกลับคนเดียวได้ไงล่ะครับ”
“แค่นี้เองค่ะ”
“ไม่ได้ครับ!ผมรู้ว่าพี่ลูซี่ทั้งเก่งทั้งแกร่งแผลแค่นี้ไม่ะเืหรอกแต่ว่าคนเจ็บก็คือคนเจ็บ คนเจ็บก็ต้องพักห้ามฝืนนะครับ!”
เสียงแกมดุกับใบหน้าที่จริงจังทำเอาฉันถึงกับเถียงไม่ออกสีหน้าของน้องเป็ห่วงอย่างที่พูดจริงๆ
บ้าเอ้ย!น่ารักชะมัด
“โอเคค่ะพี่จะเชื่อฟังเราจะไม่ขับรถกลับคนเดียวโอเคมั้ยคะ”
“ดีมากเลยครับ”
พอตกดึกน้องก็พาเธอขึ้นมาที่ห้องนอนตอนแรกเธอก็สงสัยว่าน้องจะให้นอนตรงไหนเลยถามออกไป
“แล้วจะให้พี่นอนที่ไหนหรอคะ”
“ห้องผมครับ”
“คะ? ห้องเราหรอคะ”เหมือนน้องพึ่งจะได้สติ ใบหน้าขาวค่อยๆ แดงระเรื่อ “อะ-เอ่อ…ก็มันมีอยู่ห้องเดียวนี่ครับ ห้องแม่ก็ล็อคด้วยแล้วจะให้พี่ลูซี่นอนที่โซฟารับแขกมันก็ยังไงอยู่”
ไทม์ทำปากมุบมิบพูดเสียงเบาแต่ลูซี่ด้ยินทุกคำ“แล้วพี่นอนตรงไหนหรอคะ”
“ที่เตียงครับ”
“แล้วเราล่ะ”
“เดี๋ยวผมนอนที่พื้นเอาก็ได้ครับ”
“ได้ไงล่ะคะเราเป็เ้าของบ้านนะ”
เดี๋ยวพี่นอนพื้นเองค่ะ”
“จะให้พี่ลูซี่นอนพื้นได้ไงล่ะครับพี่ลูซี่เป็แขกนะครับ”
“งั้นเอางี้เรานอนด้วยกันบนเตียงนี่แหละค่ะ”
“ไม่ได้นะครับ!!!”
“?”
“ที่ผมไม่นอนที่เตียงด้วยไม่ใช่ว่าผมรังเกียจพี่ลูซี่นะครับแต่ตอนนี้เรายังไม่ได้เป็อะไรกัน ผมอยากให้เกียรติพี่ลูซี่ครับแม้ว่าพี่ลูซี่จะเป็คนจีบผมก็ตาม”
สีหน้าของน้องดูจริงจังและเธอก็เชื่อว่าที่น้องพูดนั่นคือความจริงหัวใจของลูซี่เหมือนโดนสูบฉีด อุณหภูมิในร่างกายเริ่มพุ่งสูงขึ้นนี่เป็ครั้งที่สองใช่มั้ยที่เธอเขินกับคำพูดที่แสนจะธรรมดานั่น
บ้าเอ้ยเขินจนทำตัวไม่ถูกแล้วเนี่ย
“โอเคก็ได้ค่ะขอบคุณนะคะ”
“แค่นี้เองยินดีครับ”
กลางดึกที่คิดว่าจะนอนหลับแต่พอเอาเข้าจริงกลับนอนไม่หลับซะงั้น ร่างบนฟูกพลิกกลิ้งไปมาไม่หยุดจนคนบนเตียงถึงกลับต้องชะเง้อมาดู
“นอนไม่หลับหรอคะ”
“ครับ”
“งั้นมานอนข้างบนมั้ยคะเดี๋ยวพี่ไปนอนข้างล่างเอง”
“ไม่เป็ไรครับผมนอนได้”
“แน่ใจนะคะ”
“ครับที่ผมนอนไม่หลับคงเพราะตื่นเต้นน่ะครับ”
“ตื่นเต้นหรอคะ”
“ครับก็นี่เป็ครั้งแรกที่มีผู้หญิงมานอนที่บ้านครั้งแรกด้วย ก็เลย..ตื่นเต้นน่ะครับ”แม้ภายในห้องจะมืดมากและมีแค่แสงไฟจากถนนด้านนอกแต่ก็สามารถเห็นใบหน้าที่แดงระเรื่อของไทม์ได้อย่างชัดเจน
ดูท่าจะเขินน่าดู
ลูซี่ยกยิ้มนึกสนุกเธอพลิกขยับตัวพลางเท้าแขนหันมาทางเขา “ให้พี่ช่วยมั้ยคะ เผื่อจะหายตื่นเต้น”
“ยังไงหรอครับ”
“ก็อย่างเช่น…ให้พี่ไปนอนข้างๆไงคะ”
“พะ-พี่ลูซี่อ่ะ”แล้วก็เป็อย่างที่คิดจกาที่หน้าแดงอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งแดงมากกว่าเดิมอีก “อะไรคะ เขินหรอ”
“ปะ-ป่าวนะครับผมไม่ได้เขินสักหน่อย โอ๊ย!!”
เสียงดังปั่กจากมือที่ไปกระแทกกับขอบโต๊ะหัวเตียงให้ลูซี่รีบลุกจากเตียงไปดูทันที “เป็อะไรรึป่าวคะ”
“เจ็บครับ”
“ไหนดูสิ”
ลูซี่จับมือข้างที่กระแทกขึ้นมาเป่าก่อนจะจุมพิตลงที่มือนั่นอย่างเบามือไม่พอเธอยังช้อนสายตามองเขาด้วยสายตาที่แตกต่างสายตาที่ดูเ้าเล่ห์ราวที่เหมือนกับเสือที่พร้อมจะกินเหยื่อได้ทุกเมื่อ“พะ-พี่ลูซี่”
พอยิ่งเห็นแบบนั้นลูซี่ก็ยิ่งสนุกเธอจึงไม่หยุดที่แค่จุมพิตแต่กลับค่อยๆ ใช้จมูกไล่ไปตามแขนขาวไม่พอยังขบเบาๆจนทำให้ไทม์ถึงกับสะดุ้งเฮือก
“พะ-พี่ลูซี่ผม…ผม เฮือก!!”
ความรู้สึกที่วูบวาบภายในท้องกับอุณหภูมิของร่างกายที่เหมือนจะสูงขึ้นจนเหมือนพร้อมจะะเิอยู่ทุกวิอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“พอแล้ว..ครับผม…เสียวพุง”
“เสียวพุงหรอคะมากมั้ย”
ไทม์เม้มปากแน่นพลางพยักหน้าตอบพอลูซี่เห็นดังนั้นเธอกลับไม่หยุดแต่เธอกลับขบแรงขึ้นอีกจนไทม์เผลอส่งเสียงร้องออกมา
“ซี๊ด”
สายตาเ้าเล่ห์ช้อนตามองอีกคนใบหน้าที่แดงก่ำบวกกับสีหน้าที่ดูจะไม่ไหวทะลุออกมาจากความมืดจนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจน
เสียงร้องของไทม์ยิ่งกระตุ้นให้เธออยากกัดกินเขามากขึ้นเธอปล่อยแขนข้างที่ขบเล่นก่อนจะเปลี่ยนท่านั่งมาเป็ขึ้นคร่อมที่ขาทั้งสองข้างของเขาแทน
หญิงสาวใช้มือเรียวลูบไล้ที่แก้มก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วใช้จมูกสวยค่อยๆเขี่ยจมูกของอีกคนเพื่อเป็การกระตุ้นเร้าอารมณ์ของอีกฝ่าย
ก้อนเนื้อที่อกเต้นตุบๆจนได้ยินเสียง พุงน้อยๆ เริ่มวูบวาบยิ่งกว่าเดิมจนแทบนั่งไม่ไหวไทม์ที่เดิมสติก็แทบจะไม่มีตอนนี้ยิ่งสติของไทม์ยิ่งเตลิดเข้าไปอีก
สมองขาวโพลนรู้สึกเหมือนจะเริ่มตาลายจากอาการเขินจนอุณหภูมิในร่างกายที่ร้อนวูบวาบแล้วจู่ๆ ก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมาในหัว
'หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง’
‘อะไรวะ’ผมหันไปมองติมที่จู่ๆ ก็พูดอะไรไม่รู้ขึ้นมา
‘สุภาษิตไงไม่เคยได้ยินไง’
'ก็เคย แล้วมันแปลว่าไรอ่ะ’
‘ตอบโต้ด้วยวิธีแบบเดียวกันไง’
'ตอบโต้หรอ’
'ก็สมมติว่า พี่ลูซี่จูบมึง มึงก็จูบกลับไง’คำตอบของติมทำเอาผมถึงกับหน้าร้อนขึ้นมาทันทีก่อนจะหันไปตีมันทีนึง
'มึงยกตัวอย่างอะไรของมึงเนี่ย!’
'เอ้า ก็ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆ ไง’
'มึงนี่’
พอนึกถึงคำพูดนั้นของเพื่อนพร้อมกับจินตนาการใจที่เต้นแรงก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นไปอีกดวงตาพร่ามัวมองใบหน้าสวยของอีกคนสูดหายใจเข้าก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างจับที่ใบหน้าแล้วทำการประกบปากอย่างรวดเร็ว
“ราตรีสวัสดิ์ครับ!!”
ไม่ปล่อยให้อีกคนได้พูดเขาก็มุดตัวเข้าผ้าห่มล้มลงนอนทันทีลูซี่ที่ตอนนี้กำลังทำหน้าเอ๋ออย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เธอขยับตัวนั่งลงกับฟูกทำการยกมือขึ้นมาจับริมฝีปากที่โดนประกบหัวใจที่เต้นรัวในตอนแรกตอนนี้มันกลับเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมอุณหภูมิห้องที่ว่าเย็นจู่ๆ ตอนนี้ก็รูัสึกร้อนวูบวาบแปลกๆ
หรือว่าเธอเขิน
พอคิดได้แบบนั้นมุมปากก็ยกยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
ไหนว่าขี้เขินไม่ตอบโต้ใครไงแล้วนี่อะไร ทำไมถึงทำให้เธอเขินขนาดนี้ได้
ร้ายกาจจริงๆนะ
เสียงนาฬิกาในห้องดังให้เธอหันไปมองพบว่าตอนนี้ตี1 กว่าแล้ว มัวแต่เล่นกับน้องจนลืมดูเวลาเลยหรอเนี่ย
เธอขยับตัวก่อนจะก้มจุมพิตลงผ่านผ้าห่ม“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ เอาไว้วันหลังพี่ค่อยแก้มือใหม่นะคะ”
พูดจบเธอก็ลุกขึ้นแล้วนอนลงในที่ที่ของตัวเองโดยไม่ลืมโพสต์ความรู้สึกของวันนี้ลงไปในหน้าเฟสของตน
Lucyxx
It’ssuch a good day. ????