ตอนที่ 95
เสียงระเบิดดังสนั่นกึกก้อง ไปทั่วทุกพื้นที่ พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับเกิดแผ่นดินไหว เศษหินรวมถึงผู้บ่มเพาะเบื้องล่าง ต่างถูกพัดปลิดปลิวไปตามแรงลมอันบ้าคลั่ง
ชิงเทียนไม่คิดเลยว่า การใช้กระบวนท่าที่สองของเคล็ดวิชาดาบสังหารเทพ จะสร้างภาระให้กับร่างกายมากขนาดนี้ ขณะเดียวกัน ฝุ่นควันด้านล่างก็เริ่มจางลง จนเผยให้เห็นหลุมขนาดใหญ่ และตรงกลางหลุม มีร่างของอามุน ที่กำลังหายใจอย่างรวยริน ขาขวาของเขา ขาดหายไปจากแรงระเบิด อีกทั้งตามร่างกาย ก็มีบาดแผลฉกรรจ์เกิดขึ้นหลายจุด ทันใดนั้นผู้อาวุโสใหญ่ รีบพุ่งเข้าไปคว้าตัวอามุนขึ้นมา พร้อมกับนำแผ่นหยกสีขาว ออกมาจากแหวนมิติ แผ่นหยกสีขาวก็เปล่งแสงออกมา ก่อนที่ร่างของชายทั้งสองคนจะหายวับไป โดยที่ไม่มีใครทันได้ตอบสนอง
“หยกพิสุทธิ์!!" ชิงเทียน ตะโกนออกมาด้วยความแตกตื่น ‘แผ่นหยกเมื่อครู่ จะต้องเป็นอุปกรณ์เคลื่อนย้ายระไกลไม่ผิดแน่ แต่หยกพิสุทธิ์ สามารถพบได้ในแดนเซียนเท่านั้น หรือว่าบางทีคนที่อยู่เบื้องหลัง จะเป็นผู้บ่มเพาะ ที่มาจากแดนเซียนกันแน่'
เมื่อไร้ซึ่งผู้นำ เหล่าผู้อาวุโส รวมถึงผู้บ่มเพาะสายมาร ที่กำลังต่อสู้อยู่เบื้องล่าง ต่างพากันหลบหนีอย่างไม่คิดชีวิต ตั้งแต่ที่เห็นว่าผู้อาวุโสสูงสุดพ่ายแพ้ ขวัญกำลังใจของพวกเขา ถูกทำลายซะจนไม่เหลือชิ้นดี
“สังหารพวกมันให้หมด อย่าให้รอดกลับไปได้แม้แต่คนเดียว" โกมินทร์ตะโกนสุดเสียง ในเมื่อฝ่ายตรงข้าม ใช้ขีวิตของผู้บริสุทธิ์ เป็นแหล่งบ่มเพาะพลัง จึงไม่สมควรที่จะได้รับความเมตตา
ฝ่ายสมาชิกของหอนพเก้า มีผู้เสียชีวิตทั้งหมดสิบเอ็ดคน ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ใน ขอบเขตก่อตั้งร่างกาย ส่วนทางฝั่งผู้ฝึกสอนรวมถึงเหล่าผู้บริหาร ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
โนอาห์ โยนร่างชายที่กำลังหมดสติ มายังเบื้องหน้าของชิงเทียน “มิสจิ่วบอกให้ฉันเอาตัวหมอนี่มาให้นาย"
ชิงเทียนพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะวางมือลงบนศรีษะชายวัยกลางคน ภาพความทรงจำหลั่งไหลเข้ามา ราวกับสายน้ำที่เชี่ยวกราก ผ่านไปไม่กี่อึดใจ ในที่สุดชิงเทียนก็ถอนมือออก พร้อมกับใช้ดาบสะบั้นคอชายตรงหน้า อย่างไร้ความปรานี
‘หากรวมข้อมูลเหล่านี้ เข้ากับเคล็ดวิชาที่ชายคนนั้นใช้ออกมา ดูเหมือนว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลัง จะเป็นคนจากเผ่าโลหิตสินะ'
ชิงเทียน มองดูรอยร้าวที่เกิดขึ้นทั่วทั้งม่านพลัง เขาไม่คิดเลยว่าผลลัพธ์ที่ได้ จะมีพลังทำลายรุนแรงขนาดนี้ โชคดีที่เขาสร้างม่านลวงตาไว้อีกชั้น ผู้คนจากภายนอกจึงสัมผัสได้เพียง แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นทั่วทั้งเกาะ แม้ว่าจะมีข่าวลือเกี่ยวกับ ดาบขนาดยักษ์ ที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้า แต่สำนักข่าวก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะดูจะเป็นเรื่องที่ไร้สาระจนเกินไป
พิธีศพของผู้เสียชีวิต ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ สำหรับชิงเทียนแล้ว ความตายเป็นเพียงการเริ่มต้นใหม่เท่านั้น ตราบใดที่ดวงวิญญานยังไม่แตกสลาย วัฏสงสารก็จะดำเนินต่อไป โดยไม่มีวันสิ้นสุด และหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หอนพเก้า ได้ทำการประกาศปิดปรับปรุงชั่วคราว เพื่อทำการฟื้นฟูทัศนียภาพ ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเส็จภายในสามเดือน
ชิงเทียน ไม่รู้ว่าศัตรูจะบุกมาอีกเมื่อไหร่ จากความทรงจำที่ได้รับมา คล้ายว่านายท่าน ที่เหล่าผู้อาวุโสพูดถึง กำลังเก็บตัว เพื่อรักษาการบางอย่างอยู่ ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องใช้เวลาที่เหลืออยู่ พัฒนาความแข็งแกร่ง ของตนเองและคนรอบข้างโดยเร็วที่สุด
ในตอนบ่าย ขณะที่ชายหนุ่มกำลังหลอมกระบี่เซียน ให้กับจิ่วเทียนเต๋ออยู่นั่นเอง หญิงสาวผมสีบลอนด์เงิน ยกชุดน้ำชาเข้ามาในห้องด้วยท่าทีเขินอาย ซึ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะปกติ เธอมักจะพยายามหลบหน้าเขาอยู่เสมอ
“ข...ขอโทษที่รบกวน พอดีว่าหยวนปิงวานให้ฉัน ยกน้ำชามาให้"
แคลร์วางชุดน้ำชาไว้บนโต๊ะ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป ทันใดนั่นร่างของชิงเทียน ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธออย่างกระทันหัน พร้อมกับยื่นดาบสีเงินครามให้เธอ “รับไปสิ เธอยังไม่มีศาสตราวุธเซียนไม่ใช่รึไง"
แคลร์มองดูใบดาบ ที่มีลวดลาดสายฟ้าพาดผ่าน ด้วยความหลงไหล แม้ว่าดาบความถี่สูงของเธอ จะมีพลังเทียบเท่าศาสตราวุธเซียน แต่ก็จำเป็นต้องใช้ผงเหล็กในการสร้าง ซึ่งค่อนข้างใช้เวลานานพอสมควร
“ขอบคุณนะ..."
ใบหน้าที่งดงามของหญิงสาว เผยร้อยยิ้มอันทรงสเน่ห์ออกมา แคลร์ใช้มือสัมผัสตัวดาบด้วยความอ่อนโยน พรสวรรค์ด้านการบ่มเพาะของเธอ ค่อนข้างที่จะโดดเด่น กว่าคนทั่วไปหลายเท่า เพราะในเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์ เธอก็สามารถทะลวงเขาสู่ ขอบเขตสร้างแก่นปราณ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
เวลาล่วงเลยผ่านไป จวนใกล้จะถึงวันที่นัดหมายกับจางจื่อฉิง ชิงเทียนใช้เวลาทั้งหมด ไปกับการกว้านซื้อหินแก่นหยาง เพื่อนำมาเสริมความแข็งแกร่งให้กับม่านพลัง จนตอนนี้ ต่อให้ศัตรูจะอยู่ในขอบเขตเซียนขั้นต้น ก็อย่าหวังว่าจะทำลายได้โดยง่าย แม้ว่าเขาจะยังเป็นห่วงความปลอดภัยของหอนพเก้า แต่การเดินทางในครั้งนี้ ก็สำคัญไม่แพ้กัน
**********************************
ณ ลานกว้าง ด้านหน้าตึกสำนักงานบริษัทชิงเทียน ที่ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจ ประจำเมืองหลวง มีผู้คนมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่น สำนักข่าวทุกช่อง ล้วนคาดหวังที่จะได้เห็น การปรากฏตัวของแพทย์เทวะชิงเทียน ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของบริษัท
หญิงสาวคนหนึ่งก้าวขึ้นมาบนเวที พร้อมกับกล่าวแนะนำตัว “สวัสดีค่ะแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉันคือประธานคนปัจจุบัน ของบริษัทชิงเทียน ชื่อว่าจางจื่อฉิงค่ะ"
แขกที่มาร่วมงาน ต่างพากันปรบมือให้กับเธอ ตั้งแต่จางจื่อฉิง มารับตำแหน่งผู้บริหาร ชื่อเสียงของเธอก็ดังเป็นพุแตก เนื่องจากฝีมือการบริหารของเธอนั้น ไม่ด้อยไปกว่าฟ่านเสี่ยวโหรวเลยแม้แต่น้อย
“วันนี้เราได้รับเกียรติจาก บุคคลซึ่งเป็นผู้ที่คิดค้นสูตรผลิตภัณฑ์ ทั้งหมดในบริษัท มาเป็นประธานเปิดงานในครั้งนี้ และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ขอเรียนเชิญแพทย์เทวะชิงเทียน ขึ้นมาบนเวทีด้วยค่ะ"
สายตาทุกคู่ ล้วนจับจ้องไปยังชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ที่กำลังก้าวขึ้นมาบนเวที หญิงสาวหลายคนที่มาร่วมงาน ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดด้วยความปราบปลื้ม นักข่าวที่อยู่ด้านล่างรุมถ่ายรูปกันยกใหญ่ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ทำให้ชิงเทียนที่ไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตา รู้สึกอึดอัดใจไม่น้อย ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา เขากลับสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมา ทันใดนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นอย่างกระทันหัน
กระสุนปืน พุ่งตรงเข้ากลางแสกหน้าของชิงเทียน ทันทีที่ร่างของชายหนุ่มล้มลง เสียงกรีดร้องก็ดังระงมไปทั่วทั้งบริเวณ ฝูงชนนับร้อยวิ่งหนีกันอย่างอลม่าน ในขณะที่ผู้ก่อเหตุ แอบแฝงตัวไปกับกลุ่มคน เพื่อหลบหนีออกจากพื้นที่
ชายวัยกลางคน เดินหลบเข้าไปในซอกตึก พร้อมกับหยิบมือถือ กดโทรไปยังเบอร์ปริศนา “เรียบร้อยแล้วครับนายน้อย ผมยิงมันที่กลางแสกหน้า รับรองว่าไม่มีทางรอดแน่นอนครับ"
“ดีมากเห่ยถัง รีบกลับมาก่อนที่จะถูกเจอตัวเข้าหล่ะ" เสียงปลายสายตอบกลับมา ด้วยน้ำเสียงที่ดูมีความสุข
ทันทีที่กดวางสาย เห่ยถังก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ดูไม่ชอบมาพากล ทั้งที่อยู่ใจกลางย่านธุรกิจ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ในขณะที่เขากำลังสับสน ร่างของชายหนุ่ม ก็ร่อนลงมาเบื้องหน้า พร้อมกับใช้ดาบฟันไปทีแขนขวา ของชายวัยกลางคนจนขาดกระเด็น เพื่อไม่ให้ตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดเผย เขาถึงกับยอมแสดงละคร แล้วอาศัยจังหวะชุลมุน แอบตามมาโดยที่ไม่ให้คนร้ายรู้ตัว
ขณะที่เห่ยถัง กำลังกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ชิงเทียนก็ประทับมือลงบนศรีษะ เพื่อค้นดูความทรงจำ ซึ่งก็ได้รู้ความจริงว่า ชายคนนี้คือมือขวาของเหรินหานเฟิง ซึ่งผ่านมาเห็นเหตุการณ์ ตอนที่ชิงเทียนลงมือสังหาร สองพี่น้องตระกูลเหรินเข้าพอดี และเมื่อรู้ว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง ชิงเทียนก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นบิดเบี้ยวทันที เขาลงมือสังหารเห่ยถัง ก่อนที่จะแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “เหรินไคเฉิง...ฉันอุตส่าห์ไว้ชีวิตแกแล้วแท้ๆ"
บ้านพักตากอากาศ ในเมืองต้าเหลียน มณฑลเหลียวหนิง เหรินไคเฉิงกำลังจิบไวน์ พลางเปิดข่าวดูอย่างสบายใจ ทันใดนั้นเอง เสียงกริ่งที่หน้าประตูก็ดังขึ้น คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน ด้วยความสงสัย เป็นไปไม่ได้เลย ที่เห่ยถังจะเดินทางจากเมืองหลวงมายังที่นี่ โดยใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที เขาเอื้อมมือไปหยิบปืนบนโต๊ะ แล้วเดินไปส่องที่รูประตู ก็พบเข้ากับพนักงานส่งพัสดุ ที่สวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า ยืนรออยู่ที่หน้าประตู ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนที่จะเหน็บปืนไว้ด้านหลัง จากนั้นจึงเปิดประตูออกไป
“ช่วยเซ็นชื่อด้วยครับ" พนักงานส่งพัสดุ ยื่นปากกาและเอกสารให้ชายหนุ่ม
เหรินไคเฉิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าตนสั่งซื้ออะไรไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ในเมื่อให้มาแล้ว จะรับเอาไว้ก็คงจะไม่เสียหาย ทว่าในขณะที่เขา กำลังจะยื่นมือไปหยิบเอกสาร ก็ถูกดาบสีฟ้าครามจ่อเข้าที่ลำคอ โดยไม่ทันได้ตั้งตัว
“เหรินไคเฉิง... ดูเหมือนที่ฉันไว้ชีวิตแกไป จะไร้ความหมายสินะ" พนักงานส่งพัสดุ ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา นัยน์ตาของเขามีประกายเย็นเยียบ ซึ่งอัดแน่นไปด้วยจิตสังหาร
เหรินไคเฉิง เบิงตากว้างด้วยความตื่นตะลึง “ท...ทำไมแกยังไม่ตาย!!?"
ชิงเทียนไม่สนใจคำพูด ของเหรินไคเฉิงเลยแม้แต่น้อย ดาบในมือสบั้นคอชายหนุ่ม จนหลุดออกจากร่างอย่างรวดเร็ว เลือดสีแดงสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นดิน ชิงเทียนมองร่างไร้วิญญาณ ด้วยสายตาที่เย็นชา การยั่วยุโทสะ ผู้ที่เคยถูกขนานนามว่ามารนั้น ดูจะไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดนัก
-------------------------------------
ขอโทษที่ลงช้านะครับไรท์งานยุ่งมากเลย ต้องขออภัยด้วยครับ //Master_Ye
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771