ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

เล่มที่ 9 บทที่ 268 หนึ่งดาบทำลายมิติ!

        หลังจากออกจากโบราณสถาน นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ก็รีบติดต่อไปยังระดับจักรพรรดิของวิหารเทพสงครามเพื่อรายงานในสิ่งที่เกิดขึ้นและเรื่องนี้ก็ได้ดึงดูดความสนใจของเหล่าผู้อาวุโสของวิหารเทพสงครามทันที

        หลังจากนั้นไม่นาน วิหารเทพสงครามก็เร่งจัดประชุม

        ข้อสรุปของการประชุมแน่นอนว่าพวกเขาต้องการจับตัวเย่เทียนแต่หากส่งยอดฝีมือในประกาศการจัดอันดับจักรพรรดิออกมา ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นการดึงดูดความสนใจของขุมกำลังอื่นๆก็ได้ หากถึงตอนนั้นยอดฝีมือของขุมกำลังอื่นๆ ปรากฏตัวขึ้น ไม่แน่ว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อแผนการของพวกเขาก็เป็นได้

        ดังนั้นจักรพรรดิสงครามทองคำของวิหารเทพสงครามจึงกล่าวว่า“ฉันจะส่งลูกของฉันเดินทางไปด้วยตนเอง พร้อมผู้ติดตามระดับจักรพรรดิอีก 2 คน เพื่อไม่ให้ดึงดูดความสนใจของขุมกำลังอื่นๆ”

        “ส่งคุณชายไป?มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ? ผู้ฝึกยุทธ์ลึกลับคนนั้นไม่รู้ว่ามีต้นกำเนิดอย่างไรแต่แน่นอนว่าเขาจะต้องมีพรสวรรค์ด้านดาบระดับดาราหรืออาจจะเป็นระดับที่สูงกว่านั้นแน่บางทีความแข็งแกร่งของเขาอาจจะไม่ด้อยไปกว่าคุณชาย!” ระดับจักรพรรดิคนหนึ่งกล่าวขึ้น

        จักรพรรดิสงครามทองคำหัวเราะและกล่าวว่า“เขาเป็นลูกชายของฉัน อีกทั้งในตอนนี้เขายังทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งแรกสำเร็จแล้วนอกจากนี้ฉันยังจะมอบอาวุธระดับจันทราให้เขานำติดตัวไปด้วย ด้วยความแข็งแกร่งของเขามันไม่ใช่เรื่องยากที่จะจับผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ อีกอย่างใครจะกล้าลงมือกับลูกของฉัน?”

        เมื่อได้ยินว่าคุณชายได้ก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิแล้วจักรพรรดิคนอื่นๆ ก็ตกใจ

        “คุณชายได้ก้าวเข้าสู่ระดับจักรพรรดิแล้วเช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา!”

        เหล่าผู้อาวุโสต่างก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของจักรพรรดิสงครามทองคำ

        จากนั้นจักรพรรดิสงครามทองคำก็นำเรื่องนี้ไปบอกแก่ลูกของเขา!

        ภายในวิหารเทพสงคราม อาคารแห่งหนึ่ง

        ชายหนุ่มผมบลอนด์ที่ร่างกายปกคลุมไปด้วยแสงสีทองกำลังหลับตาอยู่แต่จู่ๆ เขาก็ลืมตาขึ้นและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ในที่สุดพ่อก็อนุญาตให้ฉันออกไปข้างนอกได้แล้วฮ่าๆ ชื่อเสียงของฉันปิฮารุสผู้นี้ถึงเวลาที่จะโด่งดังไปทั่วโลกเซียนปฐพีแห่งนี้แล้ว”

        ฟูมมม!!!!

        กลิ่นอายของระดับจักรพรรดิอันทรงพลังแผ่กระจายออกมาทำให้พื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือน

        เมื่อเขาเดินออกจากที่พักระดับจักรพรรดิสองคนก็รอเขาอยู่นานแล้ว

        “เฟร็ดคารวะคุณชาย!”

        “โจนาธานคารวะคุณชาย!”

        ระดับจักรพรรดิทั้งสองกล่าวทักทายด้วยความเคารพ

        “ท่านจักรพรรดิทั้งสองสุภาพเกินไปแล้วครั้งนี้พ่อได้ให้พวกท่านติดตามฉันไปทำเรื่องใหญ่ พวกเรารีบไปเถอะ จะได้ไม่เสียเวลา!”จักรพรรดิปิฮารุสกล่าวด้วยความตื่นเต้น

        “ครับ!”

        จักรพรรดิทั้งสองพยักหน้าตอบ

        จากนั้นพวกเขาก็ใช้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายข้ามเมืองหลายเมืองและในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเมืองนภาคราม

        เมื่อมาถึงเมืองนภาคราม พวกเขาก็พักผ่อนอยู่ที่นี่ชั่วคราวและไม่ได้เร่งรีบไปยังโบราณสถานของนิกายนภาครามทันทีในขณะที่นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ก็รับหน้าที่เฝ้ารออยู่นอกโบราณสถานและคอยรายงานสถานการณ์เป็นระยะๆ

        โบราณสถานของนิกายดาบนภาครามภายในมิติศิลาดาบนภาคราม

        เย่เทียนยังคงยกระดับขอบเขตเต๋าแห่งดาบต่อไป

        ด้วยความช่วยเหลือของสมุนไพรวิญญาณจำนวนมากที่สามารถเพิ่มความเข้าใจของเขารวมไปถึงการเร่งความเร็วของเวลา 10 เท่า ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้น 20 เท่า และพรสวรรค์ด้านดาบระดับจันทราด้วยข้อได้เปรียบทั้งหมดนี้ ความเข้าใจในเต๋าแห่งดาบของเย่เทียนจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

        ในวันที่ 16 ในที่สุดเต๋าแห่งดาบของเย่เทียนก็ยกระดับมาเป็น30%

        ในเวลานี้เขามีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดในการฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพแล้ว

        “เหลือเวลาอีกแค่สามวันน่าจะเพียงพอที่จะฝึกฝนทักษะดาบทำลายล้างดวงดาวให้ถึงขั้นต้นได้”

        เย่เทียนเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าเขาจะทำได้หรือไม่เขาได้แต่ต้องลองดูเท่านั้น

        โชคดีที่ทักษะดาบระดับเทพนี้เกี่ยวข้องกับพลังมิติมิฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพนี้ให้สำเร็จได้ในเวลาอันสั้นในเมื่อโอกาสอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาก็จะพยายามอย่างถึงที่สุด

        หากเขาทำสำเร็จ เขาก็จะได้รับรางวัลลึกลับ!

        เรียนรู้!

        เรียนรู้!

        เรียนรู้!

        ด้วยพรสวรรค์ด้านเวลาและพรสวรรค์ความเข้าใจเย่เทียนค่อยๆ ซึมซับแก่นแท้ของทักษะดาบระดับเทพ เขาทดลองทำตามกระบวนท่าครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อเข้าใจความลึกลับของทักษะดาบระดับเทพ

        โชคดีที่พรสวรรค์ด้านมิติของเย่เทียนอยู่ในระดับลึกลับปลอมเขาจึงได้เข้าใจความลึกลับของพลังแห่งมิติอยู่บ้าง มิฉะนั้นเขาคงไม่สามารถเข้าใจทักษะดาบระดับเทพนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น

        หากพรสวรรค์ด้านมิติของเขาอยู่ในระดับสูงสุดไม่มีทางที่เขาจะสามารถฝึกฝนทักษะดาบทำลายล้างดวงดาวนี้ได้ในเวลาแค่เพียง 3 วัน แต่ด้วยพรสวรรค์ด้านมิติระดับลึกลับปลอมนี้เขาจึงมีความหวังอยู่บ้างเล็กน้อย

        หนึ่งวันผ่านไป!

        สองวันผ่านไป!

        ในวันที่สาม

        ตอนนี้ไม่มีผู้ฝึกยุทธ์คนไหนที่อยู่หน้าแผ่นศิลาดาบนภาครามนี้แล้วพวกเขาพากันกลับออกไปโลกภายนอก ไม่ก็ออกค้นหาสมบัติในสถานที่อื่น

        เย่เทียนยืนอยู่หน้าแผ่นศิลาดาบนภาครามเพียงลำพังราวกับรูปปั้นหินที่ไม่ขยับเขยื้อน

        ใกล้ถึงเวลาที่โบราณสถานนิกายดาบนภาครามจะปิดลงแล้วแต่เย่เทียนก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในการฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพ

        เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป เหลืออีก3 ชั่วโมงโบราณสถานแห่งนี้ก็จะปิดตัวลง!

        แต่เย่เทียนไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยจิตใจของเขาจดจ่ออยู่แต่กับการฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพ เขาจะรู้ได้อย่างไรว่าเวลาของโลกภายนอกผ่านไปนานขนาดไหน?

        สองชั่วโมง!

        หนึ่งชั่วโมง!

        อีกสิบห้านาทีต่อมา แสงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในหัวของเย่เทียน

        เขาทำสำเร็จ!

        “ดาบทำลายล้างดวงดาว!”

        เย่เทียนถือดาบในมือและฟาดฟันออกไปทันใดนั้นดาบของเขาก็ตกลงมาจากท้องฟ้าราวกับว่ามันกำลังจะฉีกท้องฟ้าออกเป็นเสี่ยงๆ

        ตูม ตูม!

        เมื่อดาบนี้ถูกฟันออกไป ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดแม้แต่แสงของดวงดาวยังดับลง

        รอยแยกมิติกระจายอยู่ทั่วทั้งท้องฟ้าทำให้มิติแห่งนี้ถูกทำลายกลายเป็นเศษซาก

        นี่คือทักษะดาบระดับเทพที่สามารถทำลายมิติได้!

        “เป็นทักษะดาบที่แข็งแกร่งมากเราไม่สามารถอธิบายมันได้ด้วยพลังโจมตีทางกายภาพ เพราะการทำลายมิตินั้นน่ากลัวเกินไปมันน่ากลัวเกินกว่าที่ทักษะดาบระดับตำนานจะเทียบได้!” เย่เทียนอุทานออกมา

        แผ่นศิลาดาบนภาครามตรวจพบว่าเย่เทียนใช้ทักษะดาบทำลายล้างดวงดาวเสียงเครื่องจักรจึงดังขึ้นอีกครั้ง “ของแสดงความยินดี คุณสามารถผ่านด่านสุดท้ายได้สำเร็จและได้รับรางวัลลึกลับ!”

        สิ้นเสียง กลุ่มก้อนแสงก็หลอมรวมเข้ากับจิตสำนึกของเย่เทียน

        ก่อนที่เย่เทียนจะได้ตรวจสอบเนื้อหาของกลุ่มแสงอย่างละเอียดพลังลึกลับก็แผ่ซ่านออกมา

        วินาทีถัดไป

        เย่เทียนถูกส่งออกจากซากโบราณสถานของนิกายดาบนภาครามและปรากฏตัวอยู่ด้านนอกของภูเขา

        “น่าเสียดาย!”

        เย่เทียนถอนหายใจ

        เขาเสียดายที่เขาไม่มีเวลาพอที่จะตรวจสอบวิหารนภาครามเนื่องจากเขาใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในมิติของศิลาดาบนภาครามไปแล้ว ทำให้เขาไม่มีเวลาพอที่จะเข้าไปในวิหารนภาคราม

        อย่างไรก็ตาม เมื่อคิดถึงทักษะดาบระดับเทพและรางวัลลึกลับเขาก็เลิกสนใจไป

        วิหารนภาครามคงไม่ได้มีสมบัติอะไรมากนักสมบัติแห่งนั้นไม่มีทางที่จะเทียบได้กับทักษะดาบระดับเทพและสมบัติลึกลับที่เขาได้รับมา

        “ถึงเวลาที่ต้องกลับแล้ว!”

        เย่เทียนออกจากภูเขาและเตรียมที่จะกลับไปที่เมืองนภาคราม

        แต่ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายอย่างชัดเจน

        “นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์!”

        เย่เทียนมองไปยังผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ไม่ไกลนักคนผู้นี้ก็คือนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์

        เย่เทียนสัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายจากร่างของนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์

        พรสวรรค์การตรวจจับความดีและความชั่วระดับสูงสุดนั้นย่อมไม่มีทางทำงานผิดพลาดนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์มีเจตนาร้ายต่อเขา มันรุนแรงยิ่งกว่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์5 คนที่ต้องการจะปล้นเขาก่อนหน้านี้เสียอีก

        “นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์มีความแค้นอะไรกับเรา?”

        เย่เทียนครุ่นคิด

        เขาไม่เคยติดต่อกับนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์มาก่อนและตอนนี้เขาก็ยังอยู่ในร่างที่เขาปลอมตัวมา ด้วยรูปลักษณ์นี้ ไม่มีทางที่นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์จะรู้จักเขาทั้งเขาและนักดาบศักดิ์สิทธิ์ย่อมไม่เคยมีความแค้นต่อกัน

        เช่นนั้นก็คงจะมีความเป็นไปได้เดียว!

        “การกระทำของเราคงจะดึงดูดความสนใจของนักดาบแสนศักดิ์สิทธิ์เข้า!”

        เย่เทียนคิดกับตัวเอง

        เขาผ่านด่านสุดท้ายของแผ่นศิลาดาบนภาครามได้เรื่องนี้คงไม่มีใครรู้ แต่ตอนที่เขาผ่านด่านที่ 4 และด่านที่ 5 มันจะต้องมีคนรู้อย่างแน่นอนถึงอย่างไรเมื่อเขาผ่านด่านที่ 4 และด่านที่ 5 ศิลาดาบนภาครามจะปลดปล่อยแสงออกมาปกคลุมร่างกายของเขา

        หากมีใครที่เห็นฉากนี้ พวกเขาย่อมคาดเดาได้ไม่ยาก

        นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์สามารถผ่านด่านทดสอบที่3 ได้ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องแน่นอนว่าเขาจะต้องรู้ว่าศิลาดาบนภาครามมีด่านทดสอบที่ 4และการทดสอบที่ 5

        “บางทีเขาอาจจะเดาว่าเราได้เห็นทักษะดาบระดับเทพมา เขาจึงคิดที่จะทำร้ายเราเพื่อแย่งชิงมันไป!”

        เย่เทียนครุ่นคิด

        แต่นักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์คนเดียวคงไม่กล้าที่จะลงมือกับเขาไม่แน่ว่าอาจจะมีระดับจักรพรรดิที่อยู่เบื้องหลังนักดาบแสงศักดิ์สิทธิ์ก็เป็นได้

        ทันใดนั้น

        ผู้ฝึกยุทธ์ระดับจักรพรรดิ3 คนก็บินมาจากระยะไกล

        เย่เทียนมองออกไปและสัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายจากระดับจักรพรรดิทั้ง3

คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน