ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 99 วางแผนสังหาร

           หลังจากเหตุการณ์ความไม่สงบของเมืองสือเฉิงฟื้นฟูเมืองสือเฉิงกลับมาสงบอีกครั้ง บนถนนผู้คนผ่านไปผ่านมาอย่างคึกคัก

           ทว่าท่ามกลางความครึกครื้นนี้ก็ทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลจำนวนไม่น้อยรู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ

           บ้านสกุลเยี่ยบ้านสกุลตู้ บ้านสกุลไป๋สามบ้านสกุลใหญ่ในที่สุดก็เริ่มทำการกำจัดกำลังของบ้านสกุลฉินและบ้านสกุลอั้นกำลังที่เป็นของบ้านสกุลฉินและบ้านสกุลอั้น ที่มีกำลังเล็กน้อยจะควบคุมที่เป็นกำลังใหญ่ก็จะทำการทำลายอำนาจทิ้งไม่ให้เป็นพิษภัยต่อเมือง

           คนของบ้านสกุลฉินและบ้านสกุลอั้นทุกคนในบ้านสกุลถูกขับไล่ออกจากเมืองสือเฉิงทรัพย์สมบัติของพวกเขาทั้งหมดถูกริบเป็นของบ้านสกุลเยี่ย บ้านสกุลอั้นและบ้านสกุลไป๋

           บ้านสกุลฉินและบ้านสกุลอั้นถือว่าถูกถอนรากถอนโคนโดยสิ้นเชิงแล้วต่อไปสุดยอดห้าสกุลในเมืองสือเฉิงก็จะเหลือเป็นเพียงสุดยอดสามสกุล

           ในเมืองสือเฉิงขณะนี้ตู้เซ่าฝู่สามคำนี้กลายเป็นชื่อที่ใครๆ ต่างก็รู้จักโด่งดังยิ่งกว่าชื่อคุณชายน้อยจอมทึ่มในสมัยก่อนเยอะ

           ขณะนี้สตรีทั้งหลายที่ยังไม่แต่งงานในเมืองสือเฉิงจำนวนมากต่างตั้งเป้าหมายอยากจะแต่งงานกับตู้เซ่าฝู่กันทั้งนั้น

           ทว่าเสียดายว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์กบฏในเมืองวันนั้นก็ไม่มีใครเห็นหน้าตู้เซ่าฝู่เลยมีสาวน้อยจำนวนไม่น้อยจงใจทำเป็นไปเดินผ่านหน้าประตูจวนของบ้านสกุลตู้อยู่บ่อยๆแต่ต่างก็ไร้วาสนาได้พบเจอ

           ความเป็นที่นิยมของตู้เซ่าฝู่เป็นผลดีต่อชายหนุ่มของบ้านสกุลตู้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน มีหนุ่มน้อยที่ยังไร้คู่ครองของบ้านสกุลตู้มากมายสามารถหาหญิงสาวที่ตัวเองสนใจได้

           กลุ่มเขาเขียวขจีทอดยาวติดกับเมืองใหญ่ขนาดมโหฬารที่เห็นสิ่งก่อสร้างเรียงรายสุดลูกหูลูกตา

           ภายในตำหนักโอ่อ่าณ ห้องลับห้องหนึ่ง เฉาเทียนหมั่งชายร่างใหญ่บึกบึนราวกับหมี เขากำลังนั่งขัดสมาธิรวบรวมพลังฝ่ามือ รอบกายมีพลังปราณประกายแสงสีดำอ่อนๆ ห่อหุ้มอยู่ เขากำลังนั่งบำเพ็ญเพียรฟื้นฟูพลังอยู่

           “ฟู่!”

           เมื่อหยุดร่ายพลังด้วยฝ่ามือพลังปราณสีดำอ่อนก็พุ่งเข้าสู่ร่างกาย เฉาเทียนหมั่งที่ดวงตาปิดสนิทก็เปิดออกเกิดแสงแวบออกจากดวงตา คลื่นพลังพัดออกจากรอบกาย อากาศบาดเจ็บของเขาหายไวมาก

           อาจเป็นเพราะรับประทานยาลูกกลอนสำหรับรักษาอาการบาดเจ็บราคาสูงลิบลิ่วมากมายจึงได้ผลลัพธ์ดีขนาดนี้ทว่าเฉาเทียนหมั่งอยากรีบรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ก็ยังไม่เร็วพอเท่าที่ใจหวัง

           “ไอ้พวกสารเลว บ้านสกุลฉินสันดานชั่ว เมืองสือเฉิงเมืองระยำบัญชีนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องชำระแน่!”

           เฉาเทียนหมั่งกัดฟันแววตาเปี่ยมด้วยจิตอาฆาต ครั้งนี้วางแผนไปเพื่อแย่งชิงอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่อยู่ในเมืองสือเฉิงและยึดครองเมืองสือเฉิงนึกไม่ถึงว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นนี้

           ตอนแรกเขาคิดว่าจะถือโอกาสยืมมือบ้านสกุลฉินบุกตีเข้าเมืองสือเฉิงสุดท้ายกลับถูกแผนการของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าปั่นหัว และก็ถูกบ้านสกุลฉินหลอกใช้

           “ทำไม อยากล้างแค้นหรือ?”

           น้ำเสียงราบเรียบของบุคคลปริศนาดังขึ้นหลังจากเขาพูดจบไม่มีใครสามารถเปิดประตูใหญ่ของห้องลับได้ ทว่าจู่ๆ ก็เกิดลมภายในและมีเงาของคนชุดดำและชุดขาวปรากฏตัวด้านในห้องลับนี้

           ทั้งสองสวมผ้าคลุมศีรษะ คนหนึ่งสวมชุดหลวมๆสีดำ อีกคนสวมชุดยาวสีขาว มองไม่เห็นใบหน้าของพวกเขาบนตัวเขาก็ดูไม่เหมือนว่ามีลมปราณใดๆ เคลื่อนไหวฟังจากน้ำเสียงน่าจะเป็นชายวัยกลางคน

           “บุกรุกห้องลับของข้า รนหาที่ตายหรือ!”

           เฉาเทียนหมั่งหันไปมองทันใดนั้นร่างของเขาก็พุ่งเข้าหาบุคคลแปลกปลอม แขนอันบึกบึนกำยำถูกเหวี่ยงออกไปเกิดพลังลมปราณอันแข็งแกร่งพลุ่งพล่าน พลังหมัดอันทรงพลังถูกส่งไปทางชายชุดดำ

           “ตูม!”

           ขณะนั้น สีหน้าของเฉาเทียนหมั่งก็เปลี่ยนจากความตกใจหมัดที่ถูกส่งไปหาชายชุดดำกลับทำอะไรเขาไม่ได้เลย

           ขณะนั้นพลังปราณแปลกประหลาดบนตัวเฉาเทียนหมั่งก็หยุดและหายไปจากนั้นร่างของเขาก็ถูกยกให้ลอยขึ้นอย่างขัดขืนไม่ได้เขาเริ่มสัมผัสถึงกลิ่นอายแห่งความอันตรายและความตาย

           ชายชุดดำคนนี้ไม่ต้องขยับมือทำอะไรก็สามารถทำให้พลังในกายเขาดับสูญความแข็งแกร่งระดับนี้ไม่รู้ว่ามีพลังมหาศาลถึงเพียงใด

           “ยอดฝีมือเหนือชั้น เขาคือยอดฝีมือเหนือชั้น!”

           รูม่านตาของเฉาเทียนหมั่งหดเล็กลงในใจเปี่ยมด้วยความรู้สึกหวาดกลัวชายสองคนที่ปรากฏตัวเบื้องหน้าเขาต้องเป็นยอดฝีมือเหนือชั้นแน่ๆเขาไม่สามารถต่อกรได้เลยแม้แต่น้อย

           “ปึง!”

           ร่างของเฉาเทียนหมั่งตกกระแทกพื้นอย่างแรงพลังปราณของเขาที่หายไปอย่างปริศนากลับคืนมาความรู้สึกถึงพลังแห่งความตายก็เริ่มจางหายไป

           “อย่าคิดว่าจะลงมือกับข้า เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า เจ้าที่เป็นเพียงผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับเป็นเหมือนเพียงแค่มดตัวหนึ่ง”

           น้ำเสียงเย็นชาของชายชุดดำดังขึ้นมา ทำให้เฉาเทียนหมั่งรู้สึกขนพองสยองเกล้า

           “ไม่กล้าแล้ว ไม่ทราบว่านายท่านทั้งสองมาหาข้ามีเรื่องอันใดข้าไม่ทราบว่าข้าเคยไปทำอะไรล่วงเกินนายท่านทั้งสองตอนไหน หากเคยทำอะไรผิดใจท่านข้าน้อยขออภัยด้วย”

           เฉาเทียนหมั่งแม้ดูเหมือนตัวใหญ่ใช้เป็นแต่กำลังทว่ากลับเป็นคนฉลาดคนหนึ่ง ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ได้ตำแหน่งเป็นผู้ปกครองจังหวัดหลิวอวิ๋นหรอกเขารู้ว่าสองคนที่มาเป็นยอดฝีมือเหนือชั้นมาก ตนที่เป็นผู้ปกครองจังหวัดหลิวอวิ๋นคนหนึ่งเมื่อเจอกับพวกเขายังเป็นแค่ดั่งลมตดสุนัขไม่ปานหากอยากจะสังหารตนง่ายมากเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ที่ยังไม่ฆ่าน่าจะเพราะมีธุระกับตน

           ชายชุดดำมองมาทางเฉาเทียนหมั่ง เอ่ยถามว่า “เจ้าอยากล้างแค้นเมืองสือเฉิงหรือไม่?”

           เฉาเทียนหมั่งตะลึงจากนั้นส่ายหัว กล่าวว่า“เรียนนายท่าน เมืองสือเฉิงมีความพิเศษกว่าเมืองอื่นๆที่นั่นมียอดฝีมือมากมาย ต่อให้รวบพลยอดฝีมือทั้งหมดในจังหวัดหลิวอวิ๋นไปโจมตีก็น่าจะไม่สามารถจัดการเมืองสือเฉิงได้”

           ในใจของเฉาเทียนหมั่งชัดเจนดี ระดับพลังของฉินซีผิงเขาต่อกรด้วยไม่ไหวไม่รู้ว่าขณะนี้ที่ เมืองสือเฉิงเป็นอย่างไรบ้างแล้ว สิ่งที่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าทิ้งไว้ให้ไม่รู้ว่าสุดท้ายตกอยู่ในมือของบ้านสกุลฉินหรือไม่ หลายวันมานี้เขาใช้เวลาไปกับการรักษาตัวมาตลอดสถานการณ์ภายนอกเขาเองก็ไม่ทราบ

           “งั้นข้าถามเจ้า เจ้าอยากกลับไปล้างแค้น อยากได้กระดูกหายากกับโลหิตสกัดของอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าหรือไม่?” ชายชุดดำถาม

           “อยาก!” เฉาเทียนหมั่งลังเลไปสักครู่จากนั้นก็ตอบและพยักหน้าอย่างหนักแน่น

           “ฉินซีผิงขั้นชีพจรประสานวิญญาณในระดับขั้นถึงฟากฝั่งถูกอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าปลิดชีพไปแล้วอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่แข็งแกร่งตัวนั้นอยู่ในช่วงร่อแร่หมดสภาพเต็มที่แล้วไม่มีแรงต่อกรแต่อย่างใด หากตอนนี้เจ้าลงมือ ก็ไม่มีใครในเมืองสือเฉิงที่มาขัดขวางเจ้าได้แล้วพวกข้าเองก็จะแอบช่วยเจ้าอยู่ลับๆ” ชายสุดดำกล่าว

           “ฉินซีผิงตายแล้วหรือ”

           เฉาเทียนหมั่งได้ยินก็ตกใจมากดูท่าหลังจากที่ตนจากมา ที่นั่นเกิดเรื่องราวมากมายทว่าก็แอบรู้สึกดีใจตาเป็นประกาย จึงเอ่ยถามต่อไปว่า “ไม่ทราบว่าเหตุใดนายท่านจึงคิดจะช่วยเหลือข้า หรือว่าเพราะอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าตัวนั้น?”

           ชายชุดดำตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ กล่าวว่า “แค่อสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าที่หมดสภาพใกล้ตายตัวหนึ่งไม่ได้อยู่ในสายตาของพวกเราหรอกที่ช่วยเหลือเจ้า เพราะพวกเราออกหน้าลงมือทำอะไรบางอย่างเองไม่ได้ดังนั้นจำเป็นต้องให้เจ้าช่วยพวกเราจัดการเรื่องหนึ่ง หากทำได้สำเร็จพวกเราจะช่วยให้เจ้าได้ครอบครองทุกอย่างที่เจ้าต้องการจากเมืองสือเฉิง รวมถึงอสูรพยัคฆ์จ้าวสายฟ้าตัวนั้น”

           “ให้ข้าช่วยเรื่องอันใดหรือ?” เฉาเทียนหมั่งถาม “ข้าอยากให้เจ้าปลิดชีพตู้เซ่าฝู่แห่งบ้านสกุลตู้คนนั้นด้วยตัวเองข้าไม่อยากให้เจ้าหนุ่มนั่นมีชีวิต” ชายชุดดำกล่าว

           “ตู้เซ่าฝู่”

           เฉาเทียนหมั่งนึกถึงภาพเด็กหนุ่มชุดม่วงในสมองแววตาก็เปี่ยมด้วยความอาฆาตแค้น กัดฟันกล่าวว่า “เจ้าเศษสวะนั่นข้าอยากบดขยี้มันเป็นชิ้นๆ อยู่แล้ว”

           “นี่คือยากระตุ้นวิญญาณหากเจ้ารับประทานเข้าไปอาการบาดเจ็บจะฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วและยังช่วยเพิ่มระดับฌานด้วย ให้ดีเจ้ารีบเดินทางไปเมืองสือเฉิงให้เร็วที่สุดช้าอาจสถานการณ์เปลี่ยนไปได้”

           เมื่อชายชุดดำพูดจบเขากับชายชุดขาวก็หายแวบไปจากห้องลับในทันที ทว่ายาลูกกลอนที่มีคลื่นพลังอัดแน่นลอยอยู่ตรงหน้าของเฉาเทียนหมั่ง

           “ยากระตุ้นวิญญาณ ยาลูกกลอนที่เป็นยาวิเศษขั้นสมบูรณ์!”

           ขนาดเฉาเทียนหมั่งเป็นถึงผู้ปกครองของจังหวัดเมื่อเห็นยาลูกกลอนเม็ดนี้ที่อยู่ด้านหน้ายังตื่นเต้นประหลาดใจได้ถึงเพียงนี้ยาลูกกลอนเม็ดนี้มีราคาเกือบเท่ากับเมืองทั้งเมืองประชาชนธรรมดาไม่มีทางหาไว้ในครอบครองได้แน่นอน

           “เมืองสือเฉิง คอยดูเถิด คราวหน้าที่ทัพของจังหวัดข้าไป เมืองสือเฉิงพ่ายแพ้ยับเยินราบเป็นหน้ากลองแน่!”

           แววตาของเฉาเทียนหมั่งเปี่ยมด้วยความชั่วร้ายจากนั้นก็รีบรับประทานยากระตุ้นวิญญาณเม็ดนั้นไปทันทีจากนั้นก็นั่งสมาธิในห้องลับต่อ

            ……………………

           “ฟู่!”

           หลังเขาบ้านสกุลตู้ บนก้อนหิน ตู้เซ่าฝู่ที่นั่งสมาธิอยู่สองประกายสีทองรอบกายเขาค่อยๆ จางไป จากนั้นเขาก็พ่นลมหายใจโสมมออกมาดวงตาสองข้างเปิดออก เขารู้สึกได้ว่าร่างกายฟื้นฟูกลับมาสดใสกระปรี้กระเปร่าแล้ว

           “โฮก!”

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามออกมาเบาๆเสียวหู่ร่างขนาดปกติกระโดดเข้าหาและจ้องตู้เซ่าฝู่ตาไม่กะพริบ

           “อาการบาดเจ็บของเจ้าเป็นอย่างไรบ้างหายดีหรือยัง?”

           ตู้เซ่าฝู่รู้สึกได้ว่าลมปราณในตัวของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนฟื้นฟูกลับมาเกือบเป็นปกติแล้วดูท่า อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนตัวนี้เองก็มีวิชาลมปราณสำหรับการฟื้นฟูที่ไม่เลวอยู่

           “โฮก!”

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนพยักหน้า เพื่อบอกตู้เซ่าฝู่ว่ามันไม่เป็นอะไรมากแล้ว

           “เอ้อใช่”

           อยู่ดีๆ ตู้เซ่าฝู่ก็คิดบางอย่างออกเขาใช้มือล้วงหยิบขวดมรกตขวดหนึ่งจากในเสื้อในขวดมรกตนี้มีคลื่นพลังอานุภาพน่าสะพรึงกลัวอยู่สิ่งในนั้นเปล่งแสงอักษรยันต์สีแทงจางๆ เห็นทะลุขวด

           ตู้เซ่าฝู่กำขวดมรกตนี้ยื่นให้อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนกล่าวว่า“เลือดในตัวข้าเหมือนว่าจะคล้ายกับเลือดของอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองข้าตั้งใจทำมันมาเผื่อให้เจ้า เจ้าลองดื่มมันดูว่าจะมีประโยชน์อะไรกับตัวเจ้าบ้าง”

           “โฮก!”

           อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำราม มันเข้าใจคำพูดตู้เซ่าฝู่อย่างแจ่มแจ้งมันก้มหมอบคำนับตู้เซ่าฝู่สามครั้ง จึงลุกขึ้นขึ้นจากนั้นใช้ปากคาบขวดมรกตและดูดโลหิตที่อยู่ในขวดนั้นจนหมดเกลี้ยงแล้วก็หมุนตัวบินหายจากสายตาของตู้เซ่าฝู่

           “เจ้าช่างใจกว้างจริงๆเจ้าหนอนยักษ์ตัวนี้เป็นอสูรที่เหมาะกับการฟูมฟักพัฒนาดีนะ”ร่างเงาของเจินชิงฉุนลอยออกมาปรากฏต่อหน้าตู้เซ่าฝู่

           “เลือดในตัวของข้ามีประโยชน์กับอสูรทั้งหลายมากจริงๆ หรือ?” ตู้เซ่าฝู่ถามเจินชิงฉุน

           “แน่นอนสิ เลือดในตัวเจ้าเป็นสมบัติน่าหลงใหลสำหรับอสูรทั้งตัวบนโลก”

           เจินชิงฉุนเหลือบไปมองตู้เซ่าฝู่กล่าวต่อไปว่า “หากมีอสูรตัวอื่นรู้ว่าในกายเจ้ามีกระแสเลือดเหมือนอสูรตระกูลอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองแถมยังเป็นลูกไก่อ่อนหัดมีฌานแค่ขั้นเบิกนภาด้วยล่ะก็ น่าจะมีอสูรเป็นพันๆตัวแห่มารุมฉีกกระชากสูบกินเจ้าเป็นๆ”

           “คงไม่น่ากลัวขนาดนั้นหรอกมั้ง……”

           ตู้เซ่าฝู่ได้ยินก็สะอึก พูดจาช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกินดูท่าเรื่องที่เขาฝึกวิชาลมปราณของตระกูลอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองไม่เพียงแต่ต้องปิดไว้ไม่ให้คนรู้แม้แต่อสูรตัวอื่นก็ต้องปกปิดด้วย ต่อไปเขาจะต้องระวังมากกว่านี้

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน