ลูซี่ ที่เพิ่งแยกตัวออกมาจากอาร์ตเธอก็รีบมุ่งตรงไปยังห้องประชุมหรือก็คือใจกลางของพระราชวัง เมื่อเธอเดินมาถึงก็พบเห็นทหารยามทั้งสองคน ที่ยืนอยู่คนละด้านของประตูพร้อมกับในมือที่จับอาวุธหอก เมื่อพวกเขาเห็นถึงการมาเยือนของลูซี่พวกเขาก็ทำการทำความเคารพทันที แต่ก็โดนลูซี่ห้ามเอาไว้ก่อนซึ่งนั่นทำให้ทั้งสองหุบปากลง
"นายท่านอยู่ข้างในใช่หรือไม่"
ลูซี่ ได้ถามขึ้นมาเพื่อความแน่ใจเพราะเธอี้เีเดินเข้าไปข้างในแล้วไม่เจอใคร แถมในระหว่างทางเธอก็ไม่พบใครนอกจากสาวใช้อีก มันจึงทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยทั้ง 2 ที่เห็นแบบนั้นก็รีบตอบกลับมาอย่างขยันขันแข็ง
"ครับท่านรองแม่ทัพลูซี่ ในตอนนี้นายท่านกำลังประชุมเื่สำคัญอยู่ครับ"
"อย่างนั้นหรอช่างมันเถอะ ยังไงได้ท่านก็บอกให้ฉันรีบมาแจ้งการเมื่อมาถึง"
ทั้งสองคนที่เห็นว่าลูซี่กำลังจะผลักประตูเข้าไปข้างในก็รีบห้ามขึ้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ทันซะแล้วประตูที่เธอผลักไปก็ได้เปิดขึ้นมาพร้อมกับส่งเสียงดังสนั่นไปทั่วห้อง
จึงทำให้คนที่กำลังประชุมอยู่ในนั้นหันมามองแต่ผู้ที่ตกเป็เป้าหมายนั้นกลับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านแม้แต่อย่างใด แถมเธอนั้นยังคงเดินตรงไปยังหน้าบัลลังก์ก่อนที่จะคุกเข่าลงเพื่อรายงานด้วยสีหน้าที่เ็า
"ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะของพวกท่านนะคะแต่ว่าดิฉันมีเื่สำคัญจะแจ้งการ ในตอนนี้ดิฉันได้นำพานายน้อยกลับมาได้อย่างปลอดภัยแล้วค่ะ"
เสียงของเธอที่เต็มไปด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนได้ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องทั้งที่เธอพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เบา แต่ด้วยบรรยากาศของภายในห้องที่เงียบเชียบมันจึงทำให้พวกเขาทั้งหมดได้ยิน แต่น้ำเสียงที่อ่อนน้อมถ่อมตนนั้นก็มีให้เพียงแค่กษัตริย์ของพวกเขาที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์เท่านั้น
ส่วนพวกขุนนางที่กำลังจ้องมองด้วยสายตาที่อาฆาตแค้นเธออยู่นั้นกับััได้เพียงแค่ น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นพร้อมกับจิตสังหารอ่อนๆที่ปล่อยออกมาตามน้ำเสียง
เบล ที่เห็นว่าบรรยากาศภายในห้องมันเริ่มอึดอัดขึ้นมาเขาก็ทำการเคาะที่นั่งของตนเองเบาๆ 3 ครั้งจนทำให้บรรยากาศกลับมาเป็เหมือนปกติด้วยท่าทีที่นิ่งเงียบ แม้ว่าภายในใจของเขาจะเต็มไปด้วยความรู้สึกยินดีที่พร้อมจะะเิออกมาได้ทุกเมื่อ
เมื่อได้ยินว่าลูกของตัวเองกลับมาแล้ว แต่เขาก็ยังคงต้องเก็บท่าทีของตนเองเอาไว้แล้วปั้นหน้าที่ไร้อารมณ์แต่เต็มไปด้วยความเ็า พร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาแต่เต็มไปด้วยความทรงพลังที่สะกดให้ผู้ได้ฝั่งนั้นถึงกับเหงื่อตก
"เ้าทำงานได้ดีมาก ลูซี่ดูเหมือนว่าวันนี้เ้าจะเหนื่อยมากแล้วกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าขอจัดการธุระที่นี่ก่อน"
"รับทราบค่ะนายท่าน"
ลูซี่ ก็ได้ลุกขึ้นมาก่อนที่จะหมุนตัวเดินหันหลังให้แก่พวกเขาออกไปข้างนอก ด้วยท่าทีที่สง่างามเหมือนอย่างกับว่าเธอนั้นเป็เหมือนองค์หญิง ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เบลล์รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด แถมเขายังรู้สึกสนุกเลยด้วยซ้ำที่ได้เห็นถึงการกระทำของเธอเพราะนั่นถือว่าเป็การตบหน้าพวกขุนนางที่อยู่ที่นี่
"นายท่านขอรับข้าว่าพวกเราควรลดตำแหน่งของนางลงนะขอรับ"
ขุนนางคนนึงได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนน้อมถ่อมตนแต่ภายในจิตใจของเขาแล้วนั้น กลับเต็มไปด้วยความ้าฆ่าที่มีมากมายมหาศาล ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เขาเท่านั้นเพราะขุนนางที่อยู่ในนี้ 7 ส่วน 10 นั้น้าที่จะฆ่าเธอให้ได้ เบลที่เห็นถึงการแสดงออกของพวกเขา เขาก็ทำการใช้มือเคาะไปที่เก้าอี้ของตนเองซึ่งมันเป็บัลลังก์ พร้อมกับเสียงเคาะที่ดังกึกก้องไปทั่วห้อง
"ข้าว่าไม่เห็นจำเป็จะต้องทำแบบนั้นเลยนี่ แถมอีกอย่างนึงฝีมือในการนำทัพเข้าสู่สนามรบของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าเลย ซึ่งข้านั้นแทบอยากจะมอบตำแหน่งแม่ทัพให้เธออยู่แล้ว แต่ด้วยความที่พวกเ้ายังไม่เห็นด้วยข้าก็เลยให้นางไปพิสูจน์ตัวเองด้วยการตามตัวลูกของข้ามา แล้วทีนี้พวกเ้ายังจะ้าให้ข้าลดระดับของนางลงอีกอย่างนั้นหรือช่างโอหังยิ่งนัก"
น้ำเสียงอันทรงพลังที่ดังกึกก้องไปทั่วห้องมันถึงกับทำให้ขุนนางที่คิดจะลุกขึ้นมาเพื่อโต้แย้ง ถึงกับหุบปากลงพร้อมกับก้มหน้าก้มตาโดยที่ไม่สามารถขัดขืนองค์กษัตริย์ของพวกมันได้ ซึ่งนั่นมันก็ถึงกับทำให้ขุนนางอีกฝ่ายหนึ่งสะใจอยู่ไม่ใช่น้อย กับการเห็นถึงปฏิกิริยาของพวกมัน
เพราะพวกเขานั้นก็ไม่ชอบใจกับการกระทำของพวกมันอยู่แล้วไม่ใช่น้อย เผลอๆถ้าเกิดว่ากษัตริย์ของพวกเขาไม่ยอมตั้งกดขึ้นมาว่าห้ามขุนนางด้วยกันสู้กันเอง พวกเขานี่แหละรายแรกที่จะเข้าไปถล่มพวกมันให้ย่อยยับ เมื่อเบลเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มกลับมาสงบอีกครั้งเขาก็เริ่มพูดขึ้น
"นี่ก็เสียเวลามามากแล้วพวกเรามาคุยกันต่อเถอะ"
ทางด้านของลูซี่ที่เดินออกมาจากห้องของพระราชวังเธอก็เดินหน้ากลับไปที่ห้องของตัวเอง ซึ่งมันต้องผ่านหลายแห่ง เมื่อเธอกำลังจะเดินผ่านลานฝึกเธอก็ถึงกับหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างของใครสักคนหนึ่ง กำลังนั่งมองพระอาทิตย์ตกดิน
"นายน้อยทำไมถึงมานั่งที่ตรงนี้ละคะ ไม่ใช่ว่าอยู่ในห้องหรอคะ"
ลูซี่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัยหลังจากที่เห็นอาร์ตซึ่งในตอนนี้กำลังนั่งเหม่อลอยมองพระอาทิตย์ เมื่อเขารู้สึกได้ถึงคนจากข้างหลัง ก็หันไปมองก่อนที่จะพบกับลูซี่ที่ในตอนนี้ได้เดินมายืนอยู่ข้างหลังของเขา ซึ่งเมื่อเขาเห็นแบบนั้นก็หันหน้ากลับไปมองพระอาทิตย์อย่างเช่นเคย
"นอนไม่ค่อยหลับ ก็เลยออกมาเดินเล่นข้างนอก"
อาร์ตที่นอนอยู่ในห้องไปได้สักพักอาการง่วงนอนทั้งหมดเขาก็ได้หายไป ซึ่งนั่นทำให้เขาลุกขึ้นมานั่งมองรอบๆห้องก่อนที่จะเดินออกมาเพื่อสำรวจประสาท ซึ่งเขาก็ได้พบที่แห่งนี้แถมมันยังเป็ตอนเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดินซึ่งนั่นทำให้เขามานั่งมองชมวิว
เพราะที่แห่งนี้นั้นมันเงียบสงบและไร้ผู้คน แม้ว่าเขาจะเห็นสาวรับใช้ที่เดินผ่านทางไปมา 2-3 ครั้งก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้รบกวนความเงียบสงบของที่นี่มากนัก ลูซี่ที่เห็นว่านายน้อยของตัวเองในตอนนี้อยู่ตัวคนเดียวเธอก็เลยเดินไปนั่งอยู่ที่ด้านข้าง
"นายน้อยชอบบรรยากาศเงียบสงบแบบนี้หรอคะ"
"ฉันชอบนะ แต่ถ้าเกิดไอ้สิ่งนี้มันหายไปจากที่นี่ด้วยฉันว่าฉันจะชอบมากกว่านี้นะ"
ไม่ปล่อยให้งงเปล่าอาร์ตก็ได้หยิบเศษลูกแก้วออกมาจากถุงซึ่งในระหว่างทางที่เขาเดินมาตรงนี้เขาก็ได้ทำการทำลายมันไปด้วย และดูเหมือนว่ามันจะมีไม่ต่ำกว่า 7 ลูกที่เขาพบเข้าระวางในห้องจนมาถึงตรงนี้ ลูซี่ที่เห็นถึงสิ่งที่อยู่ในมือของนายน้อยตัวเองเธอก็ทำสีหน้าสงสัยขึ้นมา ก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมาดู
"มันก็แค่เศษลูกแก้วธรรมดาเองไม่ใช่หรอคะ"
แม้ว่าเธอจะใช้พลังเวทย์ในการตรวจสอบแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติอะไรเกี่ยวกับมัน ซึ่งนั่นมันทำให้เธอรู้สึกสงสัยขึ้นมาอาร์ตที่คิดแบบนั้นเอาไว้อยู่แล้วเขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก ก่อนที่จะลองหยิบลูกแก้วที่ยังคงสภาพเดิมซึ่งเขายังไม่ได้ทำลายมันทิ้ง ไปให้เธอ
"ฉันก็คิดเอาไว้แล้วล่ะว่าเธอจะััมันไม่ได้หลังจากที่ฉันทำลายทิ้ง ถ้างั้นตัวนี้ล่ะ"
ลูซี่ก็รับไปแต่โดยดี ก่อนที่เธอจะลองใช้พลังเวทย์สำรวจดูซึ่งมันก็ยังไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร ซึ่งนั่นมันทำให้เธอรู้สึกสงสัยว่าทำไมนายน้อยของตนเองคือพูดแบบนั้นทั้งที่มันก็ไม่มีอะไร
"ก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นนี่คะ"
อาร์ตที่อยากเห็นว่าลูซี่ไม่สามารถรับรู้อะไรจากมันได้เขาก็ได้ใช้มือของตัวเองคว้ามันออกมา ก่อนที่เขาจะทำการปลดปล่อยพลังชีวิตออกมาจนทำให้เธอมองเห็น และภายใน่อึดใจเดียวลูกแก้วที่อยู่ในมือของเขาก็เริ่มปลดปล่อยบรรยากาศอันน่าสะอิดสะเอียน
มันเต็มไปด้วยความรู้สึกอันน่าขยะแขยงจนแม้แต่ลูซี่ก็ยังรับรู้ได้ ซึ่งภายในเวลาไม่นานพลังชีวิตที่เขาปลดปล่อยออกมามันก็เริ่มโดนลูกแก้วที่อยู่ในมือกลืนกินจนลามมาถึงมือของเขา
อาร์ตที่เห็นแบบนั้นก็ได้ทำการใช้พลังชีวิตห่อหุ้มมือของตนเองก่อนที่เขาจะทำการออกแรงบีบมันให้แตกออกเป็เสี่ยงๆ แม้ว่าจะมีการต่อต้านอยู่เล็กน้อยแต่ว่ามันก็หายไปในทันทีหลังจากที่เขา หยุดการส่งพลังชีวิตเข้าไปห่อหุ้มในมือ
"รู้สึกหรือยังว่ามันคืออะไร"
ลูซี่พยักหน้าตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่ว่าเธอก็ยังคงรู้สึกสงสัยอยู่ดีว่ามันคืออะไรกันแน่
"ว่าแต่นายน้อยคะแล้วตกลงมันคืออะไรกันคะ"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เคยเห็นผ่านหนังสืออยู่ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็อันเดียวกันหรือไม่ แต่ถ้ามันเป็อันเดียวกันมันก็คือลูกแก้วจองจำิญญา"
"ลูกแก้ว จองจำิญญา?"ลูซี่พูดหวนคืนด้วยสีหน้าที่สงสัยยิ่งกว่าเก่าเพราะว่าเธอไม่เคยรู้ว่ามันคืออะไร
"ใช่แล้วลูกแก้วจองจำิญญามันคือหนึ่งในอุปกรณ์ขังิญญา ซึ่งมันจะทำการกักเก็บิญญาที่ตายไปแล้วเอาไว้ในที่นี่ เพื่อเหตุผลอะไรสักอย่างนึง อย่างเช่นการดูดกลืนพลังชีวิตหรือใช้ทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่เรียกว่าอักขระเวทมนต์ ซึ่งฉันไม่มีความรู้ทางด้านอักขระเวทมนต์มันจึงทำให้ฉันไม่สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมกับพวกมันได้ แล้วเธอพอจะคุ้นหูบ้างไหมล่ะยัยอัศวิน"
"ดิฉันไม่รู้จักค่ะ เพราะนี่เพิ่งจะเป็ครั้งแรกที่ดิฉันรับรู้อะไรแบบนี้ แล้วว่าแต่นายน้อยไปได้มันมาจากไหนละคะ"
"ก็อยู่ในปราสาทนี่แหละ แต่เพียงแค่ว่าเธอนั้นไม่รู้สึกถึงมันเฉยๆก็เท่านั้น และดูเหมือนว่าพลังชีวิตของที่นี่จะเบาบางมากอยู่เหมือนกัน"
หลังจากที่เขาทำลายลูกแก้วจองจำิญญา มันก็ทำให้พลังชีวิตที่โดนกัดกินและเต็มไปด้วยสิ่งสกปรก เริ่มทำการฟื้นฟูตัวเองแม้ว่าจะอยู่ในระดับที่ช้าเอามากๆแต่ก็คงอีกไม่นานซึ่งอาจจะใช้เวลาเป็เดือนในการฟื้นฟู แต่ก็ใช่ว่าปัญหามันจะหมดไปถ้าเกิดเขายังไม่ทำลายมันให้หายสิ้นไปจากที่นี่
พวกมันก็ยังคงกัดกินพลังชีวิตของที่นี่ไปได้เรื่อยๆ แถมดูเหมือนลูกแก้วจองจำิญญาจะโดนเอามาปล่อยทิ้งอยู่ที่นี่ได้ไม่เกิน1 เดือน เพราะถ้าเกิดมันมากกว่านั้นที่นี่อาจจะเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายและนั่นก็จะทำให้ปัญหามาเยือนทันที เพราะถ้าเกิดที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายก็เท่ากับว่ามนุษย์ไม่สามารถมาอยู่อาศัยที่นี่ได้
เพราะลูกแก้วจองจำิญญาจะทำการดูดกลืนพลังชีวิตของมนุษย์ ไปทีละเล็กทีละน้อย่แรกๆอาจจะไม่รู้สึกตัวแต่เมื่อผ่านไปได้สักพักผู้ที่โดนดูดกลืนพลังชีวิตนั้น ก็จะเริ่มแสดงอาการเช่นขาดแคลนพลังชีวิต ร่างกายซูบผอม เหนื่อยง่าย ไปจนถึงตาย
ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้นความมืดมิดก็ได้เข้ามาเคลือบคลานแทนที่ด้วย ความมืดมิดในยามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว อาร์ตที่เห็นแบบนั้นก็ได้ลุกขึ้นมาซึ่งลูซี่ที่เห็นแบบนั้นเธอก็ลุกขึ้นตาม เพราะนี่ก็เป็เวลาตอนกลางคืนแล้ว แถมเธอยังไม่ได้พักผ่อนหลังจากที่กลับมามันจึงทำให้เธอรู้สึกง่วงแบบแปลกๆ
"นายน้อยยังมีที่้าจะไปอีกหรือเปล่าคะ ดิฉันจะได้แนะนำ"
แม้ว่าเธอจะรู้สึกง่วงนอนขึ้นมาแต่ก็ยังคงทำหน้าที่ต่อไป อาร์ตที่เห็นว่าคนตรงหน้าจะหลับได้ทุกวินาทีเขาก็ถึงกับส่ายหน้าไปมา ในขณะที่กำลังจะพูดขึ้นเขาก็รับรู้ได้ถึงอะไรที่แปลกประหลาดกำลังมุ่งตรงมาทางนี้ มันจึงทำให้เขาพุ่งเข้าไปอุ้มลูซี่ขึ้นมาในท่าเ้าหญิงเพื่อหลบหลีกจากบริเวณนั้น และภายในพริบตาที่พวกเขาออกมาจากตรงนั้นก็ปรากฏใครสักคนหนึ่งยืนอยู่แทนที่พร้อมกับความรู้สึกอันน่าสะอิดสะเอียนที่ปลดปล่อยออกมา
อาร์ตก็ได้ทำการวางลูซี่ลง ก่อนที่จะไปยืนอยู่ตรงหน้าของเธอพร้อมกันหันหน้าไปจ้องมองผู้บุกรุก ซึ่งในตอนนี้มันกำลังใช้สายตาของตนเองในการจ้องมองเขาตอบกลับมา
"ยังมีคนรับรู้ถึงตัวตนของข้าได้อีกอย่างนั้นหรอ"
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหือดแห้งเหมือนกับคนขาดน้ำ มันทำให้น้ำเสียงของเขานั้นน่าขนลุกจนทำให้ลูซี่ที่พึ่งรู้สึกตัวนั้น ถึงกับขนลุกซู่
"นี่นายน่ะเอาน้ำสักหน่อยไหม"
อาร์ตได้พูดมาหลังจากที่ได้ฟังน้ำเสียงของคนตรงหน้า แม้ว่าฟังแล้วมันจะน่ารู้สึกขนลุกแต่สำหรับเขาแล้วมันกลับรู้สึกขัดหูยังไงอย่างนั้น ไม่พูดว่างเปล่ามือข้างขวาของเขาก็ปรากฏขวดน้ำที่มีน้ำอยู่ข้างในขึ้นมาพร้อมกับยื่นมือไปหาคนตรงหน้า
"ได้สักหน่อยก็ดีเหมือนกัน"
บุรุษปริศนาตรงหน้าก็ตอบรับพร้อมกับยื่นมือไปรับน้ำ ก่อนที่จะเปิดฝ้าออกแล้วดื่มเข้าไป
"น้ำชาอย่างนั้นหรอ ขอบคุณภาพนี่นะไปเอามาจากไหนล่ะ"
"ปูไว้แถวๆบ้านนะ ถ้าสนใจอยากจะดื่มก็มาหาได้ทุกเมื่อแล้วว่าแต่นายเป็ใครกันเนี่ย ถึงได้บุกรุกเข้ามาถึงที่นี่"
บรรยากาศที่สบายก่อนหน้านี้ก็ได้จางหายไปแทนที่ด้วยบรรยากาศที่จริงจัง และเต็มไปด้วยความน่าขนลุกคนที่กำลังยกดื่มน้ำชาอยู่นั้นก็ได้โยนมันทิ้งไปด้านข้าง ด้วยสภาพที่ข้างในนั้นไม่เหลือน้ำอยู่แล้วก่อนที่จะหันหน้ามามองทางเขาด้วยริมฝีปากยกยิ้มอยู่
"ก็ไม่เห็นยากตรงไหนเลยนี่ที่จะเข้ามาถึงตรงนี้ได้ แถมอีกอย่างหนึ่งฉันก็ไม่จำเป็จะต้องบอกนามตัวเองให้แก่นาย"
"น่าเสียดายจังเลยนะคิดว่าจะได้เพื่อนมาแล้วซะอีก ว่าแต่ช่วยบอกเหตุผลให้หน่อยจะได้ไหมว่าทำไมถึงบุกรุกเข้ามาที่นี่"
"เหตุผลก็แค่เข้ามาจัดการไอ้คนที่มาทำลายลูกแก้วสุดรักสุดหวงของฉันก็เท่านั้นเอง ว่าแต่นายรู้ไหมว่าใครเป็คนทำ"
"ฉันนี่แหละที่เป็คนทำ"
มือข้างซ้ายของอาร์ตก็ได้ยื่นไปด้านข้างก่อนที่จะจับถุงที่เต็มไปด้วยเศษลูกแก้วออกมาแล้วเททิ้งไปตรงหน้าของผู้บุกรุก ด้วยรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า
"นายนี่เอง"
พูดจบร่างกายของคนตรงหน้าก็หายไปก่อนที่จะมาปรากฏตรงหน้าของอาร์ตพร้อมกับดาบสีดำที่อยู่ในมือซึ่งในตอนนี้มันกำลังจะทำการปิดชีพคนตรงหน้า แต่อาร์ตก็สามารถเหวี่ยงตัวหลบออกมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่จะสวนกลับไปด้วยการหมุนตัวเตะเข้าไปที่หน้า
ซึ่งนั่นก็ถึงกับทำให้คู่ต่อสู้ที่มาปรากฏตรงหน้าของเขานั้นถอยออกไปด้านข้าง แต่ก็ไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนักเนื่องจากสามารถยกแขนขึ้นมารับได้ทันท่วงที แต่นั่นก็ถึงกับทำให้แขนข้างซ้ายของเขาที่ยกขึ้นมาป้องกันไร้ความรู้สึก
"ลูกเตะแรงใช่เล่นนี่นา"
"การใช้ดาบของคุณก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน"
อาร์ตได้ใช้ถ้าย้อนระยะเข้าไปปรากฏอยู่ตรงหน้าของคู่ต่อสู้ก่อนที่เขาจะทำการกระทืบเท้าลงพื้นแล้วแทงศอกเข้าไปที่ท้อง จนทำให้คู่ต่อสู้ถอยหลังออกไปด้วยความจุก่อนที่จะตามด้วยหมัดเสยเข้าไปที่คาง จนทำให้ผู้บุกรุกลอยขึ้นมาอาร์ตก็ได้ไปปรากฏอยู่ข้างบนตรงหน้าของมันก่อนที่จะใช้หมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังโจมตีไปที่หน้าของผู้บุกรุก จนทำให้ศีรษะของคู่ต่อสู้กระแทกลงกับพื้นพร้อมกับเท้าของเขาที่ยกขึ้นมาเตรียมที่จะกระทืบซ้ำ
แต่ดูเหมือนว่าผู้บุกรุกจะสามารถหลบออกมาได้ทันก่อนที่เท้าของอาร์ตจะทำการฟังหัวเขาลงดิน ซึ่งผู้บุกรุกที่ทิ้งระยะทางได้แล้วก็ได้ลุกขึ้นมา แต่เขาก็ต้องรีบใช้ดาบขึ้นมาป้องกันหมัดที่กำลังพุ่งตรงเข้ามา เมื่อดาบและหมัดได้เข้าปะทะกันมันก็ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วก่อนที่จะทำการส่งร่างกายของผู้ที่ถือดาบอยู่นั้นเข้าไปชนกับกำแพง
แต่ด้วยความคล่องตัวจึงทำให้เขาสามารถพลิกตัวกลางอากาศได้ก่อนที่จะชนเข้ากับกำแพง แล้วใช้เท้าที่เหยียบอยู่กับกำแพงนั้นดีดตัวพุ่งเข้าไส้ พร้อมกับดาบที่อยู่ในมือซึ่งในตอนนี้มันกำลังปลดปล่อยบรรยากาศของความตายออกมา จนทำให้อาร์ตที่กำลังจะส่วนการโจมตีกลับไปอยู่นั้น จำเป็จะต้องหลบการโจมตีของคู่ต่อสู้ จนทำให้ผู้บุกรุกโจมตีพาด
"ดาบของคุณนี่มันน่าสนใจจริงๆเลยนะครับ"
อาร์ตได้พูดขึ้นมาในขณะที่ใบหน้าของเขายังคงยิ้มอยู่ พร้อมกับความสนใจที่หันเหไปหาดาบที่อยู่ในมือของผู้บุกรุก เพราะมันจะมีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขารู้สึกหลงใหลในอาวุธตรงหน้า แต่กลับกันแล้วผู้บุกรุกในตอนนี้กลับเต็มไปด้วยสีหน้าที่ไร้รอยยิ้มซึ่งในตอนนี้มันแทนที่ด้วยสีหน้าที่จริงจัง พร้อมกับทำการขยับปากไปมาด้วยความเร็วสูงก่อนที่รอบๆตัวของเขานั้นจะปรากฏหมอที่หนาทึบขึ้น ซึ่งมันได้บดบังวิสัยทัศน์ของเขา
"ดูเหมือนว่าฉันคงจะต้องเอาจริงแล้วสินะ"
อาร์ตที่ระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เขาก็ััได้ถึงการโจมตีจากข้างหลังก่อนที่จะหลบมันออกมา พร้อมกับใบดาบสีดำที่เพิ่งผ่านหน้าเข้าไป นั่นยิ่งทำให้อาร์ตระวังตัวมากขึ้นไปอีก ก่อนที่เขาจะคิดขึ้นมาได้ว่าลูซี่หายไปไหนแล้ว
ซึ่งนั่นทำให้เขาหันมองไปรอบๆตัวแต่ก็พบเพียงแค่หมอกที่บดบังวิสัยทัศน์ จนในที่สุดเขาก็ได้ไปเตะเข้ากับสิ่งหนึ่งเมื่อก้มลงไปมองก็พบกับร่างกายของลูซี่ที่ในตอนนี้กำลังนอนสลบอยู่ใต้เท้าของเขา อาร์ตที่เห็นแบบนั้นก็ถึงกับถอนหายใจโล่งอก ทั้งที่ตัวเองยังอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอยู่แท้ๆ
"ยัยอัศวินนี่ไม่ใช่เวลาจะมานอนนะ ลุกขึ้นมาได้แล้ว"
ผ่านไปได้สักพักก็ยังคงมีเพียงแค่ความเงียบที่เข้ามาปกคลุม พร้อมกับร่างกายของเขาที่ทำการหลบหลีกดาบไปมาอย่างคล่องแคล่วว่องไวเหมือนกับว่าเขารู้อยู่แล้ว จนในที่สุดอาร์ตก็หมดความอดทนที่จะเล่นอะไรแบบนี้ เขาได้ทำการพุ่งตัวขึ้นไปข้างบนพร้อมกับแขนข้างขวาที่ปรากฏเส้นเืปนไปด้วยทั้งแขน จนมันดูน่ากลัว
"ฉันชักจะหมดความอดทนกับไอ้หมอกนี่แล้วนะ เพราะอย่างนั้นแล้วช่วยหายไปทีแล้วกัน"
อาร์ตที่อยู่บนอากาศก็ได้ทำการปล่อยหมัดลงพื้น พร้อมกับแรงลมมหาศาลที่พุ่งเข้าไปทำร้ายหมอกหนาให้หายไป จนปรากฏร่างของลูซี่ที่ยังคงนอนสลบอยู่พร้อมกับร่างกายที่เคลื่อนตัวไปตามแรงลม จนมาหยุดอยู่ที่ขอบสนาม ส่วนผู้บุกรุกนั้นในตอนนี้มันได้หายตัวไปแล้ว อาร์ตที่ลงมาถึงพื้นได้แล้วเขาก็ปรากฏสีหน้าไม่สบอารมณ์ขึ้นมาเพราะในครั้งนี้เขาปล่อยผู้บุกรุกให้หายตัวไป
"มิลาด้า นี่เธอจะดูอีกนานไหม"
มิลาด้าที่ซ่อนตัวอยู่บนหลังคาซึ่งกำลังดูการต่อสู้อยู่นั้น เธอก็ถึงกับหัวเราะคิกคักขึ้นมาก่อนที่จะหายตัวมาปรากฏอยู่ข้างกายของอาร์ต
"ไม่เอาน่าที่รักอย่าหงุดหงิดไปเลย ยังไงซะต่อให้นายไม่เรียกฉันก็สามารถชนะได้อยู่แล้วนี่นา แล้วทำไมถึงมาอารมณ์เสียแบบนี้ล่ะ"
ในสายตาของมิลาด้าแล้วการต่อสู้ตรงหน้ามันก็เหมือนกับเป็การอุ่นเครื่องให้นายท่านของตนเอง เพราะดูเหมือนการต่อสู้ในครั้งนี้เขาจะยังไม่ได้ใส่พลังเต็มที่ เพราะไม่อย่างนั้นมันจะจบภายในเพียงแค่หมัดเดียว
"ฉันยอมรับว่าฉันหงุดหงิดนิดหน่อยที่ปล่อยมันให้หลบหนีไปได้ แถมดูเหมือนว่าการต่อสู้ภายในคืนนี้มันจะเป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น"
ตูมมม!!