ท่ามกลางความมืดมิดที่โรยตัวเหนือ "นวภพนคร" มหานครหลวงแห่งอาณาจักรไตรจักราราม ในค่ำคืนนี้บรรยากาศกลับเงียบงันจนน่าสะพรึงกลัว ฝนที่ตกลงมาไม่ได้ให้ความเย็นฉ่ำ แต่มันคือฝนห่าใหญ่ที่หอบเอาฟองสีเทาและกลิ่นสาบสางของน้ำมันพรายที่ลอยมาจากทุ่งสังหารชายแดนมาด้วย เสียงระฆังวัดตีบอกเวลาเที่ยงคืน แต่น้ำเสียงของมันกลับแหบพร่าคล้ายเสียงสุนัขที่ถูกรัดคอจนขาดใจ
ณ "ลานปะาพันโลหิต" พื้นที่กว้างขวางที่ถูกปูด้วยศิลาแลงสีดำจัดบัดนี้อาบไปด้วยเืสดๆ ของเหล่านักรบที่ยังคงยึดมั่นในความภักดีต่ออดีตจักรพรรดิ แสงจากคบเพลิงนับร้อยดวงวูบไหวตามแรงลม เผยให้เห็นร่างของเชลยศึกนับสิบคนที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่สลักอักขระ "นะจังงัง" พวกเขาถูกกดให้นั่งคุกเข่าบนกองกระดูกที่พูนสูงอย่างน่าสยดสยอง
บนพลับพลาหินอ่อน "พระยาเดโช" ขุนศึกร่างั์ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในนามผู้สำเร็จราชการ กำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้หนังสัตว์อย่างยโส ใบหน้าของเขาดุดันและมีรอยแผลเป็ลากยาวจากหางตาซ้ายลงมาถึงมุมปาก—รอยแผลที่เขามักจะอ้างว่าเป็เกียรติยศจากการรบ แต่ความจริงแล้วมันคือรอยที่ถูกฝากไว้ด้วยกรงเล็บของสัตว์ร้ายในป่าช้าเมื่อสิบปีก่อน มือหนาหยาบกร้านของเขากำ "ดาบตัดิญญา" ที่สลักยันต์สีแดงฉานไว้แน่น
"แผ่นดินนี้ไม่มีที่ว่างสำหรับพวกขยะที่ยังฝันถึงอดีต!" เดโชะโก้อง พลางถ่มน้ำลายลงบนพื้น "ใครที่ยังคิดจะภักดีต่อราชวงศ์ที่ล่มสลาย ก็จงไปรับใช้พวกมันในนรกเถิด! เพชฌฆาต... ลงดาบ!"
ในจังหวะที่ดาบเล่มเขื่องกำลังจะสับลงบนลำคอของแม่ทัพผู้ซื่อสัตย์ ทันใดนั้น... อากาศรอบด้านพลันเย็นเยียบลงจนกลายเป็น้ำแข็ง
กลิ่นกำยานหอมกรุ่นที่แฝงไปด้วยความตายพัดผ่านลานปะาไปอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดัง "ตึก... ตึก... ตึก..." มันไม่ใช่จังหวะของทหาร แต่เป็จังหวะที่มั่นคงและสม่ำเสมอคล้ายกับเสียงหัวใจของภูตผีที่กำลังตื่นจากการหลับใหล
จากเงามืดที่มิดชิดที่สุด ปรากฏร่างสูงโปร่งของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเดินออกมาอย่างช้าๆ เขาอยู่ในชุดฉลองพระองค์สีดำนิลยาวระพื้น ขลิบด้วยทองคำสลักลวดลาย "ยันต์พยัคฆ์คาบศาสตรา" ผิวพรรณของเขาขาวซีดราวกับศพแต่กลับดูมีสง่าราศีอย่างน่าประหลาด ใบหน้าหล่อเหลาที่ราวกับถูกสลักจากหินอ่อนนั้นประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ดูถูกทุกสรรพสิ่งบนโลก
เขาคือ "สิงหราช" โอรสกาลกิณีผู้ที่ถูกขับไล่ออกไปเมื่อสิบปีก่อน ชายผู้ที่ถูกตราหน้าว่าจะนำความวินาศมาสู่แผ่นดิน
"เดโช... สิบปีผ่านไป รอยแผลที่ข้าฝากไว้ที่ตาซ้ายของท่าน มันไม่ช่วยให้ท่านฉลาดขึ้นเลยสักนิดเดียวงั้นหรือ?"
เสียงของสิงหราชนุ่มนวลแต่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของทุกคน พระยาเดโชสะดุ้งสุดตัว มือที่กำดาบสั่นระริกเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่เขาคิดว่าตายไปแล้วในกองเพลิง
"แก! ไอ้กาลกิณี! แกยังไม่ตายงั้นเหรอ!" เดโชคำราม พยายามข่มความกลัว "ทหาร! จับมัน! ใครเอาหัวมันมาให้ข้าได้ ข้าจะตบรางวัลด้วยที่ดินหนึ่งแคว้น!"
ทหารองครักษ์นับสิบนายพุ่งเข้าหาพร้อมหอกอาคม ทว่าสิงหราชไม่ได้ชักอาวุธ เขาเพียงแค่หยุดเดินและใช้นิ้วเรียวยาววาดอักขระกลางอากาศเบาๆ
"นะโม... วิปัสสนา... วินาศสันติ!"
ทันใดนั้น ทหารเ่าั้ก็หยุดนิ่งอยู่กับที่ ราวกับถูกตรึงด้วยตะปูที่มองไม่เห็น ดวงตาของพวกเขาเบิกโพล่ง เืสดๆ เริ่มไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด นี่ไม่ใช่การะเิตัวแบบนิยายกำลังภายใน แต่มันคือการใช้ "วิชาบิดิญญา" สั่งให้อาคมที่อยู่ในหอกของพวกมันเองย้อนกลับไปทำลายเ้าของจากข้างใน
"อาคมราคาถูก..." สิงหราชแค่นเสียงเหยียดหยาม พลางก้าวเดินผ่านร่างที่กำลังชักดิ้นชักงอเ่าั้ไปอย่างไม่ใยดี "ท่านใช้ของพวกนี้ปกครองเมืองหลวงงั้นหรือเดโช? มิน่าล่ะ... กลิ่นความโง่เขลามันถึงได้ฟุ้งกระจายไปไกลถึงป่าช้าที่ข้าอยู่"
สิงหราชเดินขึ้นไปบนพลับพลาประจันหน้ากับพระยาเดโช ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าวแต่แรงกดดันนั้นมหาศาลจนไม้กระดานหินอ่อนเริ่มปริแตก "ท่านบอกว่าใครขวางทางท่านต้องตาย? แล้วคนอย่างท่านที่ต้องพึ่งพา 'น้ำมันพรายผีตายท้องกลม' ทาที่ใบดาบทุกเช้าเพื่อข่มขวัญลูกน้อง... มีคุณสมบัติอะไรมาพ่นน้ำลายใส่ข้า?"
"แกจะลองดีกับข้าเกินไปแล้ว!" เดโชชักดาบตัดิญญาฟันใส่สิงหราชด้วยพลังทั้งหมดที่มี ใบดาบเปล่งแสงสีม่วงน่ากลัว
เคร้ง!
สิงหราชไม่ได้หลบ เขาเพียงแค่ยกมือซ้ายขึ้นรับใบดาบด้วยมือเปล่า! ทันทีที่โลหะััิั อักขระยันต์ "เกราะเพชรนิลกาฬ" สีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นบนแขนของเขา มันไม่ได้แค่กันดาบได้ แต่มันกำลัง 'กลืน' อาคมในดาบของเดโชเข้าไปด้วย
"ดาบเล่มนี้... เดิมทีมันคือของบรรพบุรุษข้า" สิงหราชใช้นิ้วลูบไปบนรอยแผลเป็ที่หน้าของเดโชเบาๆ แต่กลับทำให้ขุนศึกร่างั์เ็ปจนร้องไม่ออก "แผลนี้... ข้าจำได้ว่าข้าใช้กิ่งไม้แห้งๆ กรีดมันในวันที่ท่านลอบปลงพระชนม์ท่านแม่ข้า วันนี้... ข้าจะให้มันลึกขึ้นกว่าเดิม"
ดวงตาของสิงหราชเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำสว่างโชติ่ "เนตรอสูรระดับที่หนึ่ง: อสังขตธรรม" เริ่มทำงาน ทันใดนั้น รอยแผลเป็บนใบหน้าของเดโชก็เริ่มปริแตกออกเอง เืสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาพร้อมกับหนอนอาคมตัวเล็กๆ นับร้อยที่เริ่มกัดกินเนื้อหนังของเขา
"อ๊ากกกกกก! ช่วยด้วย! ร้อน! มันร้อนเหมือนไฟนรก!"
"นี่คือผลของคนที่บังอาจแตะต้องสิ่งที่ข้าหวงแหน" สิงหราชกระซิบข้างหูพลางคว้าคอเสื้อของเดโชยกขึ้นเหนือพื้น "ข้ากลับมาที่นี่ไม่ได้เพื่อทวงบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยฝุ่นนี่หรอก... ข้ากลับมาเพื่อ 'เผา' นวภพนครนี้ทิ้ง และจะสร้างมันขึ้นใหม่บนซากศพของพวกเ้าทุกคน ใครที่คิดจะเดินหมากสู้กับข้า ก็เตรียมิญญามาเป็เดิมพันด้วย เพราะข้าไม่รับเงินทองหรือที่ดิน!"
เขาสะบัดมือเพียงครั้งเดียว ร่างของพระยาเดโชก็ปลิวไปกระแทกกับโกศแก้วของจักรพรรดิองค์ก่อนจนแตกละเอียด สิงหราชยืนตระหง่านอยู่บนพลับพลา ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาแรงขึ้น... แต่ครั้งนี้ หยดน้ำที่ััพื้นกลับเปลี่ยนเป็สีเืเข้มข้น
เหล่าทหารและเชลยศึกที่เหลือต่างหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวที่สั่นประสาท สิงหราชเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กำลังวิปริต แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสะใจและความเดียดฉันท์ต่อโลกใบนี้
"นวภพนคร... วันนี้คือวันสุดท้ายของความสงบสุขจอมปลอมของพวกเ้า" เขาประกาศก้อง "เพราะนับั้แ่นี้ไป เืจะนองทั่วแผ่นดินไตรจักราราม และข้าจะเป็คนดื่มมันเองจนหยดสุดท้าย!"