หลายวันผ่านไป หลินฮวายังคงทำหน้าที่นางแบบให้กับท่านลุงิอย่างสม่ำเสมอ ทุกเช้าเธอจะเดินทางไปยังห้องทำงานลับของท่านลุงิด้วยความรู้สึกผสมผสานระหว่างความหวังและความกังวล ภาพวาดใบหน้าและท่วงท่าอันสง่างามในชุดกุลสตรีของนางถูกถ่ายทอดลงบนผืนผ้าใบอย่างประณีต ท่านลุงิดูพึงพอใจกับผลงานของตนเองเป็อย่างมาก เขามักจะชื่นชมความงามอันบริสุทธิ์ของหลินฮวา และย้ำว่าภาพเหล่านี้จะต้องนำเงินทองมาสู่ตระกูลอย่างแน่นอน
ในระหว่างการเป็นางแบบ หลินฮวาค่อยๆ เริ่มคุ้นเคยกับบรรยากาศของห้องทำงาน กลิ่นสีน้ำมันและกำยานที่เคยทำให้เธอรู้สึกแปลกใหม่ ตอนนี้กลับกลายเป็กลิ่นที่คุ้นเคย เธอเริ่มเข้าใจการทำงานของท่านลุงิ วิธีที่เขาผสมสี วิธีที่เขาจับแสงเงา และวิธีที่เขามองเธอด้วยสายตาของศิลปิน
ท่านลุงิเป็คนที่มีความรู้ความสามารถด้านศิลปะอย่างแท้จริง เขาสามารถจับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอื่นมองข้าม เช่น วิธีที่แสงแดดส่องผ่านผมของหลินฮวา วิธีที่เงาตกบนใบหน้าของเธอ หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ของอารมณ์ที่สะท้อนออกมาทางดวงตา เขาถ่ายทอดทุกอย่างลงบนผ้าใบด้วยความประณีตและใส่ใจ
หลินฮวาเองก็เฝ้ารอคอยข่าวดีด้วยใจจดจ่อ เธอหวังว่าความเสียสละของเธอจะช่วยแบ่งเบาภาระของบิดาและทำให้น้องชายได้เรียนต่อจนสำเร็จ ทุกคืนก่อนนอน เธอจะนึกถึงภาพวาดที่ท่านลุงิกำลังสร้างสรรค์ และจินตนาการถึงเงินทองที่จะได้มา เธอคิดถึงรอยยิ้มที่จะกลับมาบนใบหน้าของบิดา คิดถึงความสบายใจของมารดา และคิดถึงอนาคตที่สดใสของน้องชาย
ใน่เวลาที่เป็นางแบบ หลินฮวาได้เรียนรู้เื่ราวมากมายเกี่ยวกับโลกของศิลปะ ท่านลุงิเล่าให้ฟังเกี่ยวกับจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ในอดีต เกี่ยวกับเทคนิคการวาดภาพต่างๆ และเกี่ยวกับตลาดศิลปะที่มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความลับ เธอเริ่มเข้าใจว่าศิลปะไม่ใช่เพียงแค่การสร้างความงดงาม แต่ยังเป็การสื่อสารอารมณ์และความรู้สึกที่ลึกซึ้ง
แต่แล้ว วันหนึ่ง ท่านลุงิกลับมาด้วยสีหน้าผิดหวัง ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจและความคาดหวัง ตอนนี้กลับดูหม่นหมองและท้อแท้ เขาเดินเข้ามาในห้องทำงานด้วยก้าวที่หนักอึ้ง ไม่มีความกระตือรือร้นเหมือนเดิม
"เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าคะท่านลุง" หลินฮวาถามด้วยความกังวล เมื่อเห็นสีหน้าของท่านลุงิ
ท่านลุงินั่งลงบนเก้าอี้ไม้เก่าอย่างหนักอึ้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงผิดหวัง "ภาพวาดชุดแรกที่ข้าตั้งใจนำไปเสนอขายในตลาดมืดกลับไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร นักสะสมผู้มั่งคั่งเ่าั้เพียงแค่ปรายตามองอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันไปสนใจภาพวาดที่ดูหวือหวาและเร่าร้อนกว่า"
หลินฮวารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าภาพวาดที่งดงามและบริสุทธิ์เช่นนี้จะไม่เป็ที่้า เธอคิดว่าความงามที่แท้จริงจะต้องได้รับการชื่นชมและยอมรับ
"แต่... แต่ภาพเ่าั้งดงามมากเ้าค่ะ" หลินฮวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อ "ท่านลุงวาดได้สวยงามมาก ข้าเองก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็ส่วนหนึ่งของงานศิลปะเ่าั้"
ท่านลุงิส่ายหน้าอย่างเศร้าใจ "ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเ้าหลินฮวา แต่ความเป็จริงกลับโหดร้ายกว่าที่เราคิด ข้าพยายามอธิบายว่าภาพเหล่านี้วาดจากคนจริง เหตุการณ์จริง แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ หรืออาจจะเชื่อแต่ก็ไม่เห็นถึงความพิเศษที่แตกต่างจากภาพวาดทั่วไป"
เขาเล่าให้หลินฮวาฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ในตลาดมืด เกี่ยวกับนักสะสมที่มีเงินมากมายแต่กลับมีรสนิยมที่แปลกประหลาด พวกเขาไม่สนใจความงามที่บริสุทธิ์และสง่างาม แต่กลับหลงใหลในสิ่งที่เร้าใจและกระตุ้นความปรารถนา
"หลินฮวา..." ท่านลุงิเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทอดถอนใจ "ดูเหมือนว่าภาพวาดที่งดงามบริสุทธิ์เช่นนี้ จะไม่เป็ที่้าของตลาดมืดเสียแล้ว"
หลินฮวารู้สึกใจหาย ความหวังที่เธอสร้างขึ้นมาหลายวันกำลังจะพังทลายลง เธอคิดถึงครอบครัวที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือ คิดถึงหนี้สินที่ยังคงพอกพูนขึ้น และคิดถึงอนาคตที่ไม่แน่นอนของน้องชาย
เธอพยายามปลอบใจท่านลุงิ "ไม่เป็ไรเ้าค่ะท่านลุง บางที... พวกเขาอาจจะยังไม่เข้าใจในความงามที่แท้จริง หรือบางทีเราอาจจะต้องหาตลาดอื่นที่เข้าใจคุณค่าของงานศิลปะที่มีคุณภาพ"
"ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกหลินฮวา" ท่านลุงิส่ายหน้าช้าๆ ด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง "พวกเขาเข้าใจดี เพียงแต่สิ่งที่พวกเขา้านั้น... มันแตกต่างออกไป พวกเขา้าสิ่งที่กระตุ้นจินตนาการ สิ่งที่ปลุกเร้าความปรารถนาที่ซ่อนเร้น ไม่ใช่ความงามที่บริสุทธิ์และสง่างาม"
ท่านลุงิลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างช้าๆ เดินไปหยิบภาพวาดภาพหนึ่งที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในมุมมืดของห้อง ภาพที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าขาวหนา เขาค่อยๆ เปิดผ้าออก เผยให้เห็นภาพวาดที่ทำให้หลินฮวาต้องอ้าปากค้าง
มันเป็ภาพของสตรีผู้หนึ่งที่กำลังเอนกายอยู่บนเตียงที่ปูด้วยผ้าไหมสีแดง เผยให้เห็น่ไหล่ที่ขาวผ่องและเนินอกที่อวบอิ่ม ผิวพรรณของนางดูเนียนนุ่มราวกับกลีบกุหลาบ ดวงตาของนางจ้องมองมายังผู้ชมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนและความปรารถนา ริมฝีปากของนางเผยรอยยิ้มที่มีเสน่ห์และลึกลับ
หลินฮวารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า เธอไม่เคยเห็นภาพวาดที่โจ่งแจ้งและเร้าใจเช่นนี้มาก่อน ในตระกูลขุนนางอย่างตระกูลหลิน ภาพวาดที่มีอยู่ล้วนแต่เป็ภาพทิวทัศน์ ภาพดอกไม้ หรือภาพบรรพบุรุษที่สง่างาม ไม่เคยมีภาพที่เปิดเผยร่างกายของผู้หญิงแบบนี้
"ภาพเช่นนี้ต่างหากเล่า ที่เป็ที่้าของตลาด" ท่านลุงิกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "มันมีชีวิตชีวา มีจิติญญา และปลุกเร้าความปรารถนาของผู้คน ภาพเช่นนี้จะขายได้ในราคาสูงลิบลิ่ว เพราะมันตอบสนองความ้าที่แท้จริงของนักสะสม"
หลินฮวาจ้องมองภาพวาดด้วยความใปนความอึดอัด เธอไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงชื่นชอบภาพเช่นนี้มากกว่าภาพที่แสดงถึงความงามที่บริสุทธิ์ ในใจของเธอ ความงามที่แท้จริงควรจะเป็สิ่งที่สูงส่งและบริสุทธิ์ ไม่ใช่สิ่งที่เร้าใจและกระตุ้นความปรารถนาทางกาม
"ท่านลุง... ท่านหมายความว่า..." หลินฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ใจเต้นระรัวด้วยความกลัวที่เริ่มคาดเดาได้ว่าท่านลุงิกำลังจะเสนออะไร
ท่านลุงิเห็นความใในดวงตาของหลินฮวา เขารีบปิดผ้าคลุมภาพวาดนั้นและเดินเข้ามาใกล้เธอด้วยท่าทางอ่อนโยน
"ข้าไม่ได้หมายความว่าเ้าจะต้องวาดภาพเช่นนี้หรอกหลินฮวา" ท่านลุงิรีบกล่าวแก้ด้วยน้ำเสียงปลอบโยน "ข้าเข้าใจดีว่าเ้าเป็กุลสตรีผู้มีเกียรติ และข้าก็ไม่อยากให้เ้าต้องทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม"
หลินฮวารู้สึกโล่งใจเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ในใจ เธอรู้ว่าท่านลุงิคงมีข้อเสนออะไรบางอย่าง
"แต่..." ท่านลุงิเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ระมัดระวัง "หากเ้าสามารถเปิดเผยเนื้อหนังได้เพียงเล็กน้อย เพื่อให้ภาพดูมีชีวิตชีวาและน่าค้นหามากขึ้น ข้าเชื่อว่ามันจะช่วยให้ภาพวาดของเราขายได้ราคาดีขึ้นอย่างแน่นอน"
เขาอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง "ไม่ใช่การเปิดเผยมากมายอะไรหรอก เพียงแค่ปลดสายรัดเสื้อคลุมออกเล็กน้อย เผยให้เห็น่ไหล่และส่วนบนของเนินอก หรืออาจจะเปิดเผยข้อเท้าและน่องเล็กน้อย มันจะทำให้ภาพดูมีเสน่ห์และความลึกลับมากขึ้น"
หลินฮวารู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆ มาจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจของเธอเต้นแรงจนเกือบจะหลุดออกมาจากอก เธอเข้าใจความหมายของท่านลุงิดี แต่การที่จะต้องเปิดเผยร่างกายของตนเองต่อหน้าบุรุษเพศ แม้จะเป็ท่านลุงแท้ๆ ก็ตาม มันเป็เื่ที่ยากเกินกว่าที่เธอจะรับได้
"แต่... ข้า..." หลินฮวาพยายามปฏิเสธด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา "ข้าเป็กุลสตรี หากมีใครรู้ว่าข้าทำเช่นนี้ ชื่อเสียงของข้าและตระกูลจะเสียหายอย่างไม่อาจแก้ไขได้"
ท่านลุงิพยักหน้าเข้าใจ "ข้าเข้าใจความกังวลของเ้าเป็อย่างดี แต่เ้าลองคิดดูสิหลินฮวา" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่แฝงไปด้วยความกดดัน "หากเราไม่สามารถหาเงินมาได้ ตระกูลของเราจะต้องลำบากยิ่งกว่าเดิม บิดาของเ้าจะต้องแบกรับภาระหนักจนอาจจะป่วยลงได้ น้องชายของเ้าก็อาจจะต้องหยุดเรียนกลางคัน และต้องไปทำงานหาเงินแทน เ้าอยากให้เป็เช่นนั้นหรือ"
เขาเดินไปนั่งลงข้างๆ หลินฮวา มองเธอด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและความเห็นใจ "หลินฮวา ข้ารู้ว่านี่เป็เื่ยากสำหรับเ้า แต่บางครั้งเราก็ต้องเสียสละเพื่อสิ่งที่สำคัญกว่า เ้าเป็คนดีที่รักครอบครัว และข้าเชื่อว่าเ้าจะทำได้"
คำพูดของท่านลุงิแทงใจดำหลินฮวา เธอคิดถึงใบหน้าของบิดาที่ดูอ่อนล้าและเต็มไปด้วยความเครียดทุกเช้า คิดถึงใบหน้าของมารดาที่เต็มไปด้วยความกังวลและความเศร้าใจ และคิดถึงใบหน้าของน้องชายที่ยังคงไร้เดียงสาและเต็มไปด้วยความหวัง เธอไม่สามารถปล่อยให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความยากลำบากที่มากกว่านี้ได้
เธอนึกถึงคืนที่ผ่านมา เมื่อเธอได้ยินเสียงบิดามารดาคุยกันด้วยน้ำเสียงเศร้าใจเกี่ยวกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้น เกี่ยวกับการที่อาจจะต้องขายที่ดินชิ้นสุดท้าย และเกี่ยวกับอนาคตที่ไม่แน่นอนของหลินเฟย เธอรู้สึกเจ็บใจทุกครั้งที่เห็นครอบครัวต้องทุกข์ทรมานเพราะปัญหาเงินทอง
"ข้า... ข้าจะลองดูเ้าค่ะ" หลินฮวาตอบด้วยน้ำเสียงแ่เบา ราวกับยอมจำนนต่อโชคชะตา "แต่ท่านลุงต้องสัญญาว่าจะไม่ให้ใครรู้ว่านางแบบในภาพคือข้า และต้องสัญญาว่าจะไม่ให้ข้าทำอะไรที่เกินเลยไปกว่านี้"
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของท่านลุงิ ดวงตาของเขาเป็ประกายด้วยความพอใจและความหวัง "ดีมากหลินฮวา เ้าเป็เด็กดีจริงๆ ข้าสัญญาว่าจะดูแลเ้าเป็อย่างดี และจะไม่ให้ใครรู้เื่นี้เป็อันขาด"
ในวันต่อมา หลินฮวาต้องเผชิญกับบททดสอบที่ยากลำบากยิ่งกว่าเดิม เธอเดินทางไปยังห้องทำงานของท่านลุงิด้วยใจที่เต้นระรัวและมือที่สั่นเทา ความกลัวและความอับอายปะปนกับความมุ่งมั่นที่จะช่วยครอบครัว
ท่านลุงิต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น พยายามทำให้เธอรู้สึกสบายใจ "หลินฮวา วันนี้เราจะลองทำสิ่งใหม่ๆ กัน แต่เ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าจะค่อยๆ แนะนำเ้า"
เขาจัดเตรียมอุปกรณ์วาดภาพใหม่ ผ้าใบขนาดใหญ่กว่าเดิม สีที่สดใสกว่า และพู่กันที่หลากหลายขนาดมากกว่าเดิม ทุกอย่างดูพร้อมสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานที่จะแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
"หลินฮวา ข้า้าให้เ้าปลดสายรัดเสื้อคลุมออกเล็กน้อย" ท่านลุงิกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เผยให้เห็น่ไหล่ที่ขาวผ่องและเนินอกที่อวบอิ่ม แต่ไม่ต้องเปิดเผยมากเกินไป เพียงแค่ให้ดูมีเสน่ห์และความลึกลับ"
หลินฮวารู้สึกอับอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี ใบหน้าของเธอแดงก่ำไปหมด มือของเธอสั่นเทาขณะที่ค่อยๆ ปลดสายรัดเสื้อคลุม เผยให้เห็น่ไหล่ที่ขาวผ่องและเรียบเนียน และส่วนบนของเนินอกที่อวบอิ่มและมีรูปทรงสวยงาม
ท่านลุงิมองดูหลินฮวาด้วยสายตาของศิลปิน ไม่ใช่สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาทางกาม แต่เป็สายตาที่ศึกษาความงามและพยายามจับภาพลงบนผ้าใบ "งดงามมาก หลินฮวา เ้าช่างมีความงามที่เป็ธรรมชาติและน่าหลงใหล"
แต่เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของท่านลุงิ และเมื่อนึกถึงครอบครัวที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือ หลินฮวาก็ทำได้เพียงกัดฟันอดทน เธอจัดท่าทางตามที่ท่านลุงิแนะนำ พยายามทำให้ดูเป็ธรรมชาติที่สุด
พู่กันของท่านลุงิเริ่มจรดลงบนผ้าใบอีกครั้ง คราวนี้มันดูมีชีวิตชีวาและเร่าร้อนกว่าเดิมมาก เขาจับรายละเอียดทุกส่วนของหลินฮวา ั้แ่เส้นโค้งของไหล่ ความนุ่มนวลของผิวพรรณ ไปจนถึงแสงเงาที่ตกบนเนินอกของเธอ
ภาพวาดที่เริ่มเปิดเผยเนื้อหนังเล็กน้อยของหลินฮวาถูกสร้างสรรค์ขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่านลุงิทำงานด้วยความเข้มข้นและความตื่นเต้น เขารู้ว่าภาพนี้จะแตกต่างจากภาพเดิมอย่างสิ้นเชิง
เมื่อภาพวาดเสร็จสมบูรณ์ ท่านลุงิมองดูผลงานของตนเองด้วยความพึงพอใจ ภาพของหลินฮวาที่เผยให้เห็น่ไหล่และเนินอกดูงดงามและเร้าใจอย่างไม่อาจปฏิเสธ มันมีความงามที่บริสุทธิ์ แต่ก็มีเสน่ห์ที่ลึกลับและน่าค้นหา
และเมื่อภาพวาดเ่าั้ถูกนำไปเสนอขายในตลาดมืดอีกครั้ง ผลลัพธ์ที่ได้กลับแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ภาพวาดของหลินฮวาที่เผยให้เห็น่ไหล่และเนินอกได้รับความสนใจจากนักสะสมเป็อย่างมาก พวกเขาต่างแย่งกันเสนอราคา ทำให้ภาพวาดเ่าั้ถูกขายออกไปอย่างรวดเร็วในราคาสูงลิบลิ่ว เงินจำนวนมหาศาลถูกนำกลับมาสู่ตระกูลหลิน ทำให้บิดาของหลินฮวายิ้มออกได้เป็ครั้งแรกในรอบหลายเดือน
หลินฮวารู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นความสุขของครอบครัว เธอเห็นหนทางในการช่วยครอบครัวแล้ว แม้จะต้องแลกมาด้วยความอับอายและความรู้สึกผิดในใจก็ตาม เธอรู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น และหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล แต่เพื่อครอบครัวแล้ว เธอพร้อมที่จะทำทุกอย่าง