ตอนที่ 4
ทางด้านใน ลู่เฟยิ ยังคงกอดพี่สาวเอาไว้ไม่ปล่อย แม้จะมีใครพูดอย่างไร เขาไม่แม้จะรับฟัง เมื่อใจไม่ยอมรับ เขาจะอยากฟังคำที่ไม่อยากได้ยินได้อย่างไรกัน
"เฮ้อ เฟยิ ทำใจเถอะนะ อย่าทำให้พี่สาวจากไปด้วยความไม่สบายใจเลยนะ ปล่อยพี่สาวให้ไปดีๆ เถอะนะ" หลิวมู่ฮวา พยายามที่จะเกลี้ยกล่อม แม้จะนานแล้วก็ตาม แต่กลับไร้ผล
"ฮื่อๆ ไม่ครับ พี่สาวไม่ตาย พี่สาวจะกลับมา"
"แต่เฟยหลิน ตายไปแล้วนะ อย่าให้พี่สาวไม่สบายใจเลย"
"ไม่ครับ"
"นี่ จะร้องไห้อะไรนักหนา พี่สาวตายไปแล้ว ก็คือตายไปแล้ว จะร้องไห้มากแค่ไหน พี่สาวก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก คิดว่าน้ำตาตัวเองเป็ยาวิเศษอย่างนั้นหรือ"
เฉาฮุ่ยจิง ที่เดินเข้ามาภายในห้อง ที่เห็นลูกสะใภ้นอนอยู่ ภายในห้องมีเพียง เด็กชายที่เธอไม่ยอมให้เข้าบ้านมา และยังมี หลิวมู่ฮวา ที่ไม่ถูกกัน จึงไม่จำเป็ต้องเก็บคำพูดและสีหน้าเหมือนก่อนหน้านั้น
หลิวมู่ฮวา เมื่อได้ยิน ก็รู้สึกว่าคำพูดนี้ไม่น่าฟังเอาเสียเลย เด็กยิ่งใจเสียอยู่ ทำไมยังจะมาพูดอย่างนี้อีก
"ฮุ่ยจิง เธอพูดให้มันดีๆ หน่อยได้ไหม ไม่เห็นหรือว่า
แค่นี้เด็กก็ขวัญเสียจะแย่อยู่แล้ว เธอนี่เป็แม่สามียังไงกัน ไม่รักก็รู้อยู่หรอก แต่คนก็ตายไปแล้ว ยังจะมาพูดไม่ดีอีกทำไมกัน"
"ทำไม ปากของฉัน จะพูดอะไรมันก็เื่ของฉัน แล้วที่ฉันพูดก็เป็เื่จริงนี่ คนก็ตายไปแล้ว จะฟื้นขึ้นมาได้อย่างไรกัน ตายไปก็ดีเหมือนกัน ลูกชายของฉันจะได้มีคนที่คู่ควรเสียที" เธอบอกอย่างไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างไร
"เธอนี่มันแม่ผัวใจร้ายจริงๆ สักวันหนึ่งฉันอยากให้เธอเจอลูกสะใภ้ร้ายๆ ให้ร้ายมากกว่าเธอ ฉันจะรอดู"
"เฮอะ ไม่มีทางหรอก ลูกสะใภ้ของฉันก็ต้องดีกับฉันทั้งนั้นล่ะ แล้วมาตายอย่างนี้ ไม่ต้องมาให้ฉันจัดงานให้หรอกนะ ไม่เกี่ยวกับฉัน ให้จัดการกันไปได้เลย ส่วน จิ้นหวง ตอนนี้เขาต้องยุ่งกับงาน เพราะเพิ่งเลื่อนตำแหน่ง คงไม่สามารถมาร่วมงานได้ ให้น้องชายจัดการศพพี่สาวไปแล้วกัน ตายไปก็แค่ฝังไม่ใช่หรือ"
เฉาฮุ่ยจิง บอกอย่างไม่สนใจ และไม่้ายุ่งเกี่ยวแต่ หลินมู่ฮวา ได้ฟังแล้วรู้สึกไม่พอใจ อะไรคือการที่สามีจะไม่มาฝังศพของเมียตัวเอง มันจะมีอย่างนี้ได้อย่างไรกัน เธอมองคนตรงหน้าด้วยความไม่พอใจ คนพวกนี้ไม่ใช่คนดีจริง เป็ความโชคร้ายของ หนูเฟยหลินจริงๆเลย
"น่าสงสารคนตายจริงๆ ช่างโชคร้าย ได้สามีไม่มีความรับผิดชอบอย่างนี้"
"เธอพูดอะไร เขาแค่ไม่ว่าง จะไม่รับผิดชอบอะไรกัน อย่ามาหาเื่ ทำให้ลูกชายของฉันเสื่อมเสียชื่อเสียงนะ" เธอว่าให้อย่างไม่ยอมรับ
ทั้งสองคนเถียงกันอยู่ที่หน้าห้อง โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าร่างของคนตายในตอนแรกนั้นตอนนี้เริ่มรู้สึกตัว โดยที่น้องชายที่กอดเอาไว้นั้นก็ไม่ได้รับรู้อะไรเลยสักนิด เพราะสิ่งเดียวที่เขากลัวในตอนนี้คือพี่สาวของเขาจะจากไปจริงๆ เขาจึงเอาแต่กอดพี่สาวเอาไว้ ให้เหมือนว่าพี่สาวยังอยู่กับเขา ไม่ได้จากไปไหน
ลู่เฟยหลิน เธอรู้สึกอึดอัด เหมือนว่ามีอะไรทับเธอเอาไว้จนแทบหายใจไม่ออก หรือว่าเธอนอนนานจนถูกผีอำ อย่างที่เพื่อนเคยเล่าให้ฟัง แต่เพราะว่าเธอนั้นไม่ได้มีความเชื่อเื่พวกนี้ เพราะว่ามันไม่น่าที่จะเป็ไปได้
เธอนึกถึงการทำงาน่หลายวันมานี้ เธอทั้งต้องเร่งงาน จนแทบไม่มีเวลากิน เวลานอน เพื่อที่จะได้ส่งงานให้ทัน งานนี้สำคัญกับเธอมาก เพราะว่ามันเป็ตัวชี้ว่าเธอนั้นจะได้เลื่อนตำแหน่งเป็หัวหน้า เธอจึงได้ทุ่มเทสุดตัว ในการออกแบบ ชุดเสื้อผ้า เซตนี้
เวลาที่เธอทำงาน มักจะทำงานจนเพลินโดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวทั้งนั้น และครั้งนี้เธอก็ทุ่มเทสุดตัวอีกด้วย แม้เพื่อนของเธอจะเตือนอยู่หลายครั้ง แต่เพราะความมุ่งมั่นและความคาดหวังนั้นเธอจึงไม่ได้สนใจคำเตือนของเพื่อนเลยสักนิดเดียว
การทำงานทั้งวันทั้งคืนติดต่อกัน โดยที่เพื่อนที่พักอยู่ด้วยกัน เอาอาหารและน้ำมาวางเอาไว้ เธอแทบไม่ได้แตะมันเลยด้วยซ้ำ แม้เพื่อนจะเตือนเธอก็แกล้งทำเป็ไม่ได้ยิน อีกฝ่ายจึงล้มเลิก และทำเพียงเข้ามาดูเธอในบางครั้งเท่านั้น
"ฉันว่าเธอทุ่มเทเกินไปแล้วนะ เฟยหลิน"
นี่เป็คำพูดขอเพื่อนเธอ ที่ทุกครั้งจะว่าเธอ ที่เข้ามาหา แต่เธอนั้นทำเป็ไม่ได้ยินอยู่เสมอ งานนี้เธอคิดว่ามันสำคัญมากจริงๆ ในเมื่อโอกาสมาถึงแล้ว เธอจะปล่อยไปได้อย่างไรกัน
เธอจำได้ว่างานที่เสร็จนั้นเป็วันที่สามแล้ว ที่เธอแทบไม่ได้กินได้นอน เธอดีใจเป็อย่างมาก และอยากจะไปบอกกับเพื่อนของเธอว่างานที่เธอทำนั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ตอนที่กำลังจะลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานนั้น เธอกับรู้สึกวูบจนไม่สามารถที่จะทรงตัวเอาไว้ได้ เธอจึงล้มลง จำได้แค่ว่าล้มลงไปทางไหนไม่รู้ แต่ที่รู้คือเธอรู้สึกเหมือนไม่รับรู้อะไรเลย มันไม่สามารถทรงตัวเอาไว้ได้เลย
เสียงที่ได้ยินที่เธอพอจะรู้สึกตัวคือเสียงของบนโต๊ะทำงานหล่นเสียงดัง และเสียงสุดท้ายก็เป็เสียงเรียกชื่อของเธอด้วยความใ
"เฟยหลิน"
เธอได้ยินเพียงเท่านั้น และก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย เธอคิดมาถึงตรงนี้ หรือว่าเธอจะอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อนของเธอจะต้องพาเธอมาโรงพยาบาลแน่ๆ เลย แล้วเธอมาโรงพยาบาลอย่างนี้ แล้วงานของเธอล่ะ หัวหน้าต้องรองงานจากเธอแน่ๆ เธอต้องรีบหาย ไม่อย่างนั้น ความหวังของเธอคงจบลงแล้ว เธอยังคิดถึงงานของตัวเอง
แต่ว่าทำไมโรงพยาบาลถึงปล่อยให้ใครมาเถียงกันเสียงดังอย่างนี้นะ หนวกหูจังเลย เธอรู้สึกไม่พอใจมากๆ เธอจึงไม่สามารถที่จะหลับตาต่อไปได้อีก เธอจะต้องดูว่าใครกันที่มาทำเสียงดัง ต้องเรียกพยาบาลให้มาจัดการ
เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นทีละน้อยๆ สิ่งที่เห็นครั้งแรกคือหัวเล็กๆ ที่กำลังกอดเธอร้องไห้เงียบๆ อยู่เธอขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แล้วนี่ใครกันล่ะ ทำไมถึงได้มากอดเธออย่างนี้ แล้วยังจะมาร้องไห้กับอกของเธออีกด้วย เธอมองใบหน้าที่ค่อนข้างผอมนั้น เด็กคนนี้เป็ใครกัน เธอไม่รู้จักอย่างแน่นอน ตอนนี้เธองงหมดแล้ว แต่ว่านี่ไม่ใช่โรงพยาบาล แล้วนี่คือที่ไหนกัน
"ที่นี่ ที่ไหนกัน"
( ฝากผู้อ่านติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ )