ทะลุเวลามาเป็น ชายาองค์ชายแฝด

    Ep.70 ประชุมใหญ่

        ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย พระราชโองการที่ถูกส่งไป ได้พาทุกคนเข้ามารวมกันในจวนใหญ่ นำโดย อี้เหลียน อี้เถียน นั่งรออยู่ก่อนหน้าแล้วลำดับต่อมาคือซูเจิน อาเหมย ตามลำดับ ซูเจินไม่ลืมที่จะทำความเคารพอี้เหลียนในฐานะพ่อของสามีก่อนที่นางจะเดินไปนั่ง ทันทีที่นั่งลงสายตาของซูเจินก็กวาดไปทั่วโถงกลางจวนเพื่อมองหาใครซักคน ทว่าในตอนนั้นอี้เถียนก็เดินเข้ามานั่งข้างๆนางพร้อมกล่าวทักทาย

           "เจ้ากำลังมองหาใครอยู่หรอซูเจิน หาพี่รองหรอ?"

          "เปล่าสักหน่อย ข้าไม่ได้มองหาใคร เพียงแต่ข้าไม่เคยมาที่นี่ก็เลยมองโน่นมองนี่ไปตามประสา เจ้าจะมาหาเรื่องอะไรข้า"

       "ข้าไม่ได้มาหาเรื่อง ข้าแค่เข้ามาทักทายตามประสาสามีภรรยาก็เท่านั้น พักนี้ข้าไม่ค่อยได้เจอเจ้าเลย เจ้าเป็นอย่างไงบ้าง?"

        "ก็ตามที่เจ้าเห็น ข้าสบายดี ว่าเเต่เจ้าเถอะ สนมลีเป็นอย่างไรบ้าง..แล้วตอนนี้นางอยู่ไหน ทำไมไม่มาล่ะ"

          "ร่างกายของนางยังไม่สู้ดี ข้าก็เลยให้นางพักผ่อน เจ้าวางใจได้ ข้าดูแลนางเป็นอย่างดี แต่ดีน้อยกว่าเจ้านะ ฮิฮิ"

           "เคยมีคนบอกเจ้าไหม ว่าเจ้าเล่นมุกได้ฝืดมาก!"

          "มุกคืออะไร?...อ่อ..เจ้าอยากได้ไข่มุกงั้นหรือ?"

          "เฮ้อ..ชั่งเถอะ" 

          "พระสนมฮงเสด็จ!!!" เสียงของเสี่ยวอี้ สาวรับใช้ของสนมฮงเปล่าประกาศเสียงดังเพื่อจะให้คนในโถงหันมาสนใจ แล้วมันก็ได้ผลทุกอย่างเงียบสงัดสายตาของทุกคนหันมามองที่ประตูเป็นแนวทางเดียวกัน ภาพที่ปรากฏต่อหน้าทุกคนคือ อี้เฉียนประคองสนมฮงเดินเข้ามาในจวนพร้อมกับก้มหัวแสดงความเคารพแก่ผู้เป็นพ่อ ก่อนจะประคองสนมฮงเดินผ่านหน้าซูเจินไปยังที่นั่ง วินาทีนั้นซูเจินรู้สึกใจหล่นวูบตกไปที่พื้น นางทำได้เเค่จ้องมองอี้เฉียนดูเเลสนมฮงไกลๆ ครั้นเมื่อถึงพระเเท่นแทนที่อี้เฉียนจะเดินมานั่งกับซูเจินผู้ได้ตำแหน่งพระชายา ทว่าอี้เฉียนกลับนั่งลงที่เดียวกับสนมฮงและทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ ซูเจินได้แต่สะอึกในใจถึงความเปลี่ยนไปอันรวดเร็วของสามีอีกคนของนาง เเต่เเน่นอนว่านางไม่สามารถทำอะไรได้เลยเพราะนางต้องเกรงใจอี้เหลียนที่นั่งมองทุกคนอยู่นั่นเอง เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตาจึงได้เวลาเปิดการประชุมใหญ่ ณ บัดนี่

          "ที่ข้าเรียกทุกคนมาวันนี้ ข้ามีหลายๆเรื่องที่สำคัญมากและจะต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด เสี่ยวไป๋..เอากระดาษแผ่นนั้นมาให้ข้าที"

          "นี่พะยะค่ะ ฝ่าบาท"

          "อื้ม..อะแฮ่ม! พวกเจ้าคงไม่ว่าอะไรถ้าข้าจะอ่านตามกระดาษแผ่นนี้ด้วยความที่ข้าก็แก่มากแล้ว ความจำก็น้อยลงไปทุกทีข้าจึงได้เขียนใส่กระดาษแผ่นนี้ไว้ เพื่อที่จะเอามาอ่านให้กับเจ้าฟังในวันนี้ ข้าเริ่มละนะ" ในขณะที่อี้เหลียนกำลังอ่านเนื้อหาในกระดาษแผ่นนั้นให้กับทุกคนฟัง ซูเจินก็ยังคงมองไปที่อีเฉียนกับสนมฮงยังไม่รับสายตา นางเห็นและสามารถรับรู้ได้ว่าเวลานี้อี้เฉียนแทบจะไม่สนใจแล้วไม่หันมามองนางเลยแม้แต่วินาทีเดียว พอเริ่มคิดแบบนั้นน้ำตามันก็คลอขึ้นมาอย่างบังคับไม่ได้

        "ขอให้ทุกคนตั้งใจฟังในสิ่งที่ข้าจะพูด ด้วยเพราะข้าจะพูดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เข้าใจหรือไม่!!?"

          "พะยะค่ะ!!/เจ้าค่ะ/เพคะ!!" ทุกคนตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน อี้เหลียนกว่าสายตาไปรอบๆโถงก่อนที่จะเริ่มพูดข้อความต่อไป 

          "ใจความในกระดาษแผ่นนี้มีด้วยกันอยู่ 5 ข้อเริ่มจากข้อแรก เวลานี้ถ่านหินของเรามีไม่พอสำหรับการใช้ภายในเมือง มีความเห็นว่าเราควรเปิดรับถ่านหินจากเมืองพันธมิตรหรือเมืองใกล้เคียง อืม..อันนี้ข้าเห็นด้วย..สั่งการและลงมือทำได้เลย ข้อต่อมา..เรื่องสนมลี..ข้าได้ทราบข่าวมาแล้วว่าตอนนี้นางกำลังป่วยถึงแม้ว่านางจะเป็นนักโทษในข้อหาปองร้ายสนมฮง..แต่นางก็ได้ชื่อว่าเป็นสนมคนนึงเช่นนั้นการดูแลรักษาและปกป้องนางจึงถือเป็นเรื่องที่ควรทำ อี้เถียนพ่อฝากด้วยนะลูก

          "พะยะค่ะ ท่านพ่อ"

      "อืม..ชีวิตสำคัญก่อนสิ่งใดเสมอ เอาไว้ให้นางหายดีแล้วเราค่อยมากล่าวโทษกันทีหลัง ข้อที่สาม เรื่องสนมฮง..เวลานี้นางร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเนื่องจากโดนพิษในเกสรดอกไม้ ทำให้นางเจ็บออดๆแอดๆและป่วยไข้อยู่เสมอ มีความเห็นจากอี้เฉียน เขาจะรับอาสาดูแลนางจนกว่านางจะหาย ทั้งนี้ก็อยากจะขอความเห็นจากซูเจินด้วย เจ้าจะว่ายังไง?"

           ".............." ซูเจินไม่ได้ฟังสิ่งที่อี้เหลียนกล่าวเเต่เเรก เพราะนางมัวแต่สนใจการจ้องมองสนมฮงหยอกหยอกล้อกับอี้เฉียน อี้เถียนเห็นท่าไม่ดีจึงได้สกิดให้นางรู้ตัว

           "ซูเจิน ซูเจิน จางซูเจิน!!"

           "ห่ะ..อะไรนะ..?"

           "ท่านพ่อคุยกับเจ้าอยู่"

         "ขอทรงประทานอภัยเจ้าค่ะ พอดีว่าข้านอนน้อยเลยเวียนหัว ไม่ทราบว่าเมื่อครู่ท่านพ่อทรงตรัสอะไรนะเจ้าคะ?"

         "ข้าบอกว่าเจ้ามีความเห็นยังไง ถ้าอี้เฉียนจะไปดูแลสนมฮงจนกว่านางจะหาย เจ้ามีความเห็นยังไง?"

           "ถ้าเขาว่าดี..ก็ดีเเล้วเจ้าค่ะ" สนมฮงยกยิ้มอย่างผู้มีชัยเพราะนี่เป็นครั้งเเรกที่นางได้เอาชนะซูเจินสำเร็จ นอกจากอี้เฉียนจะอาสาดูแลนางเองแล้ว เขายังปกป้องนางอยู่ไม่ห่าง นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สนมฮงรู้สึกว่าบัดนี่ตำแหน่งพระอัครชายาอยู่ไม่ไกลอีกต่อไปแล้ว

           "อืม..เอาเป็นว่าเจ้าเห็นด้วยนะ คำขอนี้ผ่านไป มาถึงข้อที่ 4 ไม่กี่วันที่ผ่านมาทางอี้เฉียนเเจ้งกับข้าว่ามีนักโทษแหกคุก เพราะมีมือดีปล่อยตัวเขาออกมา เร่งให้ทหารทุกคนนำตัวเขากลับมาให้ได้เพราะถ้ายังปล่อยไว้เช่นนี้ เขาอาจจะไปทำร้ายชาวบ้านหรือคนอื่นอีกก็ได้ ขึ้นชื่อว่าโจรภูเขาคงหนีไปได้ไม่ไกล เเต่ยังไงก็อย่าประมาทฝีมือเพราะข้าได้ยินมาว่า นักโทษผู้นี้มีฉายาจอมโจรทางใต้"

       "พะยะค่ะ!!" เหล่าทหารและข้าราชการแซ่ซ้องตอบรับเป็นเสียงเดียวกัน อี้เหลียนพยักหน้าก่อนจะหันมามองที่กระดาษเพื่ออ่านข้อสุดท้ายของการประชุมในวันนี้ ความอึดอัดกำลังพุ่งตรงมาที่ตัวเขาจนทำให้เขาต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพราะเขาไม่เคยคิดอยากจะอ่านข้อนี้เลย

           "ท่านพ่อ..อ่านข้อสุดท้ายเถอะพะยะค่ะ เวลานี้สนมฮงควรจะได้จิบชาจีนและพักผ่อนแล้ว" อี้เฉียนเร่งรัดให้พ่ออ่านเพื่อให้ทุกอย่างมันกระจ่างเเจ้ง ถึงแม้จะนั่งด้วยกันเเต่มือของอี้เฉียนก็ยังประคองตัวสนมฮงอยู่เสมอ..มันยิ่งทำให้สายตาที่มองตรงมาทางพวกเขานั้น รู้สึกพ่ายแพ้ อับอายและเสียใจจนถึงที่สุด แม่ว่าอี้เถียนที่หน้าเหมือนอี้เฉียนทุกอย่างจะนั่งอยู่ข้างๆซูเจิน เเต่นางก็ไม่วายจะรู้สึกดีขึ้นมาได้ อี้เถียนรู้ดีว่าซูเจิน กำลังนอยด์ เขาจึงเอื้อมมือมากุมมือนางไว้ ซูเจินละสายตาจากคู่นั้นแล้วหันมามองหน้าอี้เถียน

           "ถ้ามันทำให้เจ้าไม่สบายใจ ก็ไม่ต้องหันไปมอง มองหน้าข้านี่ ฮึ?"

          "อืม…ขอบใจเจ้ามากนะอี้เถียน"

          "ขอบใจทำไม ข้ากำลังปลอบใจเจ้าในฐานะสามีอีกคนของเจ้าไง ลืมไปแล้วว่าว่าเจ้ามีสามีที่หน้าเหมือนกันถึงสองคนเลยนะ"

          "ข้ารู้…" อี้เถียนกุมมือซูเจินไว้แน่น มันทำให้ซูเจินรู้สึกอุ่นใจขึ้นนิดหน่อย เเน่นอนว่ามันไม่ได้ทำให้หายนอยด์เเต่ก็ทำให้นางสบายใจขึ้นระดับนึง..ซูเจินรีบดึงสติของตนกลับมาโดยไม่หันไปมองอี้เฉียนกับสนมฮงอีก เวลานี้นางกำลังมีสติและรอฟังข้อสุดท้ายที่อี้เหลียนกำลังจะอ่าน เเต่แล้วนางก็ตกขาดสติอีกครั้งเมื่อข้อสุด

    ท้ายนั้น..มันเกี่ยวกับนางเต็มๆ!!

    คล้ายกับเรื่องทะลุเวลามาเป็น ชายาองค์ชายแฝด ที่คุณอ่าน