คฤหาสน์หรูสองชั้นสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลในโครงการจัดสรรระดับไฮเอนด์ย่านชานเมืองอันร่มรื่น คือพื้นที่แห่งรักและรังรักอันอบอุ่นของ 'พราว' และ 'มารุต' ที่ร่วมสร้างและอาศัยอยู่ร่วมกันมาร่วมห้าปีเต็ม ภายนอกของบ้านหลังใหญ่หลังนี้ได้รับการตกแต่งอย่างประณีตด้วยกระจกบานใหญ่ตัดสลับกับระแนงไม้ธรรมชาติ รอบตัวบ้านโอบล้อมไปด้วยสวนสีเขียวขจีและสระว่ายน้ำส่วนตัวที่ใสสะอาดสะท้อนเงาแดดยามบ่าย มันดูสงบ สวยงาม และสมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากหน้าปกนิตยสารตกแต่งบ้านราคาแพง ทว่าภายในบ้านที่แสนสงบและเพียบพร้อมไปด้วยความหรูหรานั้น กลับมีความเงียบงันและระยะห่างบางประการที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ระหว่างคนทั้งสองโดยที่พวกเขาแทบไม่รู้ตัว
มารุตคือนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงวัย 36 ปี ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ของตระกูล เขาเป็ชายหนุ่มที่มีรูปร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณขาวสะอาดสะอ้านหมดจดตามแบบฉบับลูกผู้ดีมีตระกูล และมีโครงหน้าคมคายรูปสลักที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มอันสุภาพอ่อนโยนและนุ่มนวลอยู่เสมอ มารุตเป็สามีที่ดีเลิศในสายตาของญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง เขาไม่เคยละเลยหน้าที่ในการดูแลเอาใจใส่พราวเลยแม้แต่น้อย ขณะที่พราวเองก็เป็ภรรยาวัย 35 ปีที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ ให้ติเตียน เธอมีใบหน้าที่สวยหวาน ดวงตากลมอ่อนโยน บุคลิกเรียบร้อย อ่อนหวาน และดูแลจัดการงานบ้านทุกอย่างอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยไม่เคยขาดตกบกพร่อง ทว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคนที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย มั่นคง และเป็เส้นตรงราบเรียบจนเกินไปนั้น กลับทำให้ไฟพิศวาสและความเร่าร้อนชวนหัวใจเต้นแรงในชีวิตคู่ค่อย ๆ มอดดับลงไปอย่างน่าใจหาย การร่วมรักระหว่างสามีภรรยาที่เคยร้อนแรงกลายเป็เพียงหน้าที่ที่ต้องทำตามตารางเวลาอันจืดชืดอย่างไร้รสชาติ
ยามเช้าของวันประวัติศาสตร์นั้น มารุตตื่นขึ้นมาพบกับแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาว พราวนอนอยู่ข้างกาย ใบหน้าหวานยามหลับใหลดูงดงามราวกับรูปปั้นที่ไร้ชีวิต มารุตโน้มตัวลงจูบหน้าผากมนของเธอเบา ๆ ตามความคุ้นชิน แต่หัวใจของเขาไม่ได้เต้นระทึกเหมือนวันเก่า ๆ อีกต่อไป เขาลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปรับ 'แพรว' พี่สาวของพราวที่จะเดินทางมาถึงในบ่ายวันนี้ พราวตื่นตามมาในเวลาไม่นาน เธอรีบลงไปเตรียมอาหารเช้าและตรวจสอบความเรียบร้อยของห้องนอนแขกชั้นบนด้วยความใส่ใจและตื่นเต้นที่จะได้พบพี่สาวผู้เป็ที่รักอีกครั้ง
"ห้องนอนแขกเรียบร้อยดีไหมพราว" มารุตเอ่ยถามขณะเดินลงบันไดมาสวมกอดเอวบางของภรรยาจากด้านหลัง พราวหันมายิ้มหวานให้เขา
"เรียบร้อยดีค่ะมารุต พราวเตรียมผ้าปูที่นอนกลิ่นลาเวนเดอร์ที่พี่แพรวชอบไว้ให้แล้วค่ะ แล้วก็เตรียมดอกไม้สดประดับแจกันไว้ด้วย พี่แพรวไม่ได้กลับไทยนานตั้งหลายปี พราวอยากให้พี่แพรวรู้สึกอบอุ่นและสบายใจที่สุดเวลาอยู่ที่บ้านเราค่ะ" พราวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความตื่นเต้น
"ดีครับ... พี่แพรวคงจะชอบมาก" มารุตเอ่ยตอบพลางลูบผมยาวของภรรยาเบา ๆ สายตาของเขาจ้องมองใบหน้าหวานเรียบเฉยของพราว พลันหัวใจก็คิดไปถึงพี่เมียที่เขาเคยเห็นแต่ในรูปถ่ายผ่านโซเชียลมีเดีย แพรวเป็ผู้หญิงที่ดูสวยเฉี่ยว มั่นใจ และมีแรงดึงดูดทางเพศอย่างล้นเหลือซึ่งต่างจากพราวจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็พี่น้องร่วมสายเืกัน
---
บ่ายวันนั้น ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ท่ามกลางผู้คนที่พลุกพล่าน มารุตและพราวยืนรออยู่ที่ประตูทางออกผู้โดยสารขาเข้า ไม่นานนัก ร่างระหงของสาวใหญ่ที่ดูโดดเด่นสะดุดตาเกินกว่าใครก็ปรากฏตัวขึ้น แพรวเดินก้าวข้ามขอบเขตผู้โดยสารเข้ามาด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ สง่างาม และมีระดับ เสียงส้นสูงราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนเป็จังหวะจะโคน แพรวในวัย 40 ปี เป็สาวใหญ่ที่ก้าวข้ามกาลเวลามาพร้อมกับรูปร่างสะโอดสะองที่สะกดทุกสายตา สะโพกกลมกลึงผุดผาด เอวคอดกิ่วราวกับนาฬิกาทราย และหน้าอกอวบอิ่มตามธรรมชาติที่ดันเสื้อผ้าเนื้อดีรัดรูปจนตึงแน่น แพรวมีความมั่นใจในตัวเองสูง มีจริตจะก้านในการก้าวเดินและการแสดงออกทางร่างกายแบบผู้หญิงที่ผ่านโลกกว้างมามาก และที่สำคัญที่สุดคือเธอโสดและรักอิสระ
ในบ่ายวันนั้น แพรวสวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าไหมสีเขียวมรกตเนียนนุ่มดุจสายน้ำ ซึ่งตัดและขับเน้นผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดของเธอให้ดูโดดเด่นสะดุดตา เสื้อคอเดรสคว้านลึกเผยให้เห็นร่องอกอวบอิ่มที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจอย่างเป็ธรรมชาติ น้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าตระกูลแบล็คออร์คิดผสมไออุ่นของวานิลลาและมัสก์แผ่กระจายไปรอบตัวเธอ มันเป็กลิ่นที่เย้ายวน ลึกลับ และทรงพลัง แตกต่างจากกลิ่นแป้งเด็กอ่อน ๆ หรือกลิ่นลาเวนเดอร์จาง ๆ ที่พราวชอบใช้เป็ประจำอย่างสิ้นเชิง
"พี่แพรว! ทางนี้ค่ะ" พราวโบกมือเรียกพี่สาวด้วยความดีใจ แพรวหันมาเห็นก็นึกเอ็นดู เธอเดินตรงเข้ามาสวมกอดน้องสาวอย่างรักใคร่พลางลูบหลังเบา ๆ ด้วยความรัก
"คิดถึงเหมือนกันจ้ะพราว ไม่เจอกันตั้งหลายปี น้องสาวของพี่ยังดูสวยหวานเรียบร้อยไม่เปลี่ยนเลยนะจ๊ะ" แพรวเอ่ยปากชมพลางผละตัวออกเล็กน้อย แล้วสายตาคู่คมเฉี่ยวที่แต่งแต้มด้วยอายไลเนอร์สีดำสนิทเน้นความคมกริบดุจตาแมวก็ตวัดไปสบเข้ากับร่างสูงของมารุตที่ยืนยิ้มต้อนรับอยู่ด้านหลังน้องสาว
มารุตในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบหรูพับแขนขึ้นเล็กน้อยยืนนิ่งไปชั่วอึดใจ สายตาของเขาจับจ้องไปยังผิวสีน้ำผึ้งและหน้าอกอวบอิ่มใต้เดรสผ้าไหมของสาวใหญ่ตรงหน้าอย่างลืมตัว ลำคอระหงและสะโพกผายที่ขยับไหวทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างฉับพลันก่อนที่สัญชาตญาณสามีผู้สุภาพเรียบร้อยจะดึงสติเขากลับมา เขารีบก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มละมุนละไม "ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับพี่แพรว เดินทางไกลเหนื่อยไหมครับ"
"ขอบคุณค่ะมารุต... ไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอกค่ะ ได้เห็นหน้าหล่อ ๆ และรอยยิ้มหวาน ๆ ของน้องเขยแล้วหายเหนื่อยทันทีเลยค่ะ" แพรวเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานแฝงจริตล้อเลียนขี้เล่น ดวงตาคู่คมของเธอจ้องลึกเข้าไปในตาของมารุตอย่างเปิดเผยและจงใจขยับใบหน้าเข้าไปใกล้เล็กน้อย แพรวแอบสำรวจร่างกายของน้องเขยอย่างรวดเร็วภายใต้หน้ากากนิ่งเฉย—่ไหล่กว้างสอบลงมาถึงเอวแน่นตึง ผิวขาวผุดผาดสะท้อนแสงไฟ และกลิ่นกายอ่อน ๆ ของสบู่และน้ำหอมผู้ชายราคาแพง ทั้งหมดนี้กระตุ้นความรู้สึกและอารมณ์ดิบในกายของสาวใหญ่วัยสี่สิบที่ห่างหายเื่ความสัมพันธ์เชิงลึกมานานได้อย่างประหลาด
มารุตสะดุดกับสายตาคมกล้านั้นอย่างจัง หัวใจของเขาเต้นระทึกผิดจังหวะไปชั่วขณะหนึ่งลามไปถึงความรู้สึกอุ่นวาบในท้องน้อย "เอ่อ... เดี๋ยวผมช่วยยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถให้นะครับ" เขาเอ่ยแก้เก้อพลางก้มลงจับหูกระเป๋าเดินทางใบโต ทว่าในจังหวะนั้น แพรวก็ก้มตัวลงมาเพื่อจะช่วยประคองเช่นกัน ร่างกายของทั้งสองคนเฉียดใกล้กันจนมารุตได้กลิ่นน้ำหอมและกลิ่นเนื้อสาวอุ่นร้อนจากตัวเธออย่างชัดเจน ปลายเส้นผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลเข้มของแพรวปัดผ่านท่อนแขนแกร่งของมารุต ผิวเนื้อที่อุ่นร้อนัักันเพียงแ่เบา แต่กลับส่งกระแสความร้อนแปลกประหลาดแล่นพล่านเข้าสู่ใจกลางความรู้สึกของคนทั้งสองจนมารุตเผลอเกร็งตัว
"ไม่เป็ไรค่ะมารุต พี่เกรงใจจังเลย" แพรวพูดชิดใบหูของเขา กระซิบเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยก่อนจะขยับตัวยืนตรงพลางส่งยิ้มหวานเชื่อมที่ทำให้น้องเขยหนุ่มถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่
---
เมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ แพรวเดินสำรวจบ้านหลังนี้ด้วยความสนใจประสาคนรักงานออกแบบ "บ้านสวยมากเลยพราว จัดบ้านได้เรียบร้อย สมกับเป็เธอจริง ๆ" แพรวเอ่ยชม
"ขอบคุณค่ะพี่แพรว พราวอยากให้พี่แพรวชอบค่ะ เดี๋ยวพราวพาขึ้นไปดูห้องนอนนะคะ" พราวเดินนำพี่สาวขึ้นไป้า โดยมีมารุตถือกระเป๋าตามหลังมาเงียบ ๆ สายตาของมารุตจับจ้องแผ่นหลังนวลและบั้นท้ายกลมกลึงของแพรวที่ก้าวเดินขึ้นบันไดอย่างมีจริตจะก้าน ท่วงท่าการเยื้องกรายของเธอทำให้กระโปรงผ้าไหมสีเขียวพลิ้วไหวตามแรงขยับสะโพก มันช่างเย้ายวนและชวนให้จินตนาการไปไกลแสนไกล มารุตพยายามสะกดกลั้นความคิดอกุศลในหัวแต่ก็ทำได้ยากยิ่ง
ในมื้ออาหารค่ำวันนั้น บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงพูดคุยของพราวที่ถามไถ่ชีวิตความเป็อยู่ในอเมริกาของพี่สาวอย่างกระตือรือร้นและมีความสุข แพรวเล่าเื่ราวต่าง ๆ ด้วยความสนุกสนานและน่าสนใจท่ามกลางแสงไฟสีอบอุ่นของห้องอาหารที่ตกแต่งอย่างประณีต มารุตทำหน้าที่เป็ผู้ฟังที่ดีและคอยรินไวน์แดงให้พี่เมียและภรรยาเป็ระยะ ๆ ทุกครั้งที่แพรวขยับร่างกายเพื่อพูดคุย สายตาของเขามักจะถูกดึงดูดไปที่ลาดไหล่กลมกลึงและหน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวใต้เดรสผ้าไหม แพรวรู้ตัวดีว่ากำลังถูกน้องเขยจ้องมอง แทนที่จะหลบเลี่ยง เธอกลับเลือกที่จะนั่งไขว่ห้าง ขยับเรียวขาเนียนสวยใต้เดรสผ่าข้างสูงขึ้นมาเล็กน้อยเผยให้เห็นต้นขาอวบแน่นนวลตา แพรวเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อยและสบตากับมารุตตรง ๆ ผ่านแก้วไวน์แดงที่เธอละเลียดจิบอย่างแช่มช้า สายตาคู่นั้นดูเหมือนจะบอกใบ้อะไรบางอย่างที่ทำให้มารุตหน้าแดงร้อนและใจเต้นไม่เป็ส่ำ
พราวไม่ได้สังเกตเห็นกระแสอารมณ์ลับ ๆ ที่ไหลเวียนอยู่ระหว่างสามีและพี่สาวของเธอเลยแม้แต่น้อย "มารุตคะ พรุ่งนี้เจตน์เขามีงานเปิดนิทรรศการภาพวาดใหม่ที่แกลเลอรีใช่ไหมคะ? เราต้องไปช่วยงานน้องด้วยนะ" พราวเอ่ยขัดความเงียบขึ้นมาขณะตักอาหารให้สามี
"อภิสิทธิ์การจัดงานของเจตน์พรุ่งนี้ค่อนข้างพิเศษครับพราว อนลสปอนเซอร์รายใหญ่ของเจตน์เขาเตรียมจัดเตรียมงานไว้อย่างดี เจตน์คงอยากให้พวกเราไปร่วมแสดงความยินดีด้วย" มารุตตอบรับพลางละสายตาจากแพรวด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่แล่นเข้ามาเตือนสติ ทว่าเมื่อหันไปมองพราวที่สวมชุดเสื้อยืดเรียบร้อยและมีหน้าตาหวานเรียบเฉย เขากลับรู้สึกถึงความซ้ำซากจำเจและจืดชืดที่ต่างจากเสน่ห์เร่าร้อนดั่งไฟป่าของแพรวอย่างสิ้นเชิง