ตอนที่ 24 เมดสาวเสริฟอาหารกลางดึก
หลังจากวันนั้น...วันที่กอนได้รับรู้ถึงสิ่งที่เรียกว่ากามายรับรู้ว่ามันทรงพลังกว่าที่เขาคิด...
่เวลาผ่านไปแล้วสองอาทิตย์กอนตั้งใจเรียนรู้ และฝึกฝนกามายด้ายจิตััและพลังกายอย่างหนักหน่วงทุกวี่ทุกวัน จนในที่สุดมันก็เห็นผลขึ้นมาบ้างแล้ว
กอนสามารถใช้จิตััตรวจจับได้แล้ว...ในการทดสอบครั้งล่าสุดเขาสามารถที่จะตรวจจับสิ่งที่อยู่ด้านหลังของเขาในระยะกระชั้นชิดได้แล้ว
...เพียงแต่เขาก็ยังไม่ผ่านการทดสอบเนื่องจากใช้เวลาเกิน 30 นาที
มันชั่งเป็เื่ที่น่าเศร้าอยู่นิดหน่อย...แม้กอนจะทุ่มเททุกอย่างทั้งพลังกาย และพลังใจเขาก็ยังไม่ผ่านจิตััตรวจจับขั้นแรก...แต่นั้นก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะอย่างน้อยกอนก็สามารถผ่านการทดสอบกามายพลังกายขั้นแรกมาได้แล้ว...
“ยอดเยี่ยมมากเฟรอกอนแตกต่างจากวันแรกอย่างเห็นได้ชัด”
อาจารย์อเล็กซ์ยังคงให้กำลังใจเหล่านักเรียนด้วยรอยยิ้มเช่นเคย
...ส่วนสองพี่น้องฝาแฝดนรกนั่น หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นพวกเขาก็ไม่กลับเรียนอีกเลย
----หลังจากฝึกหนักมาสองอาทิตย์เต็มๆ
กอนแทบไม่อยากจะทำสิ่งอื่นใดอีกเลยนอกจากนอนห่มผ้าเล่นเกม...
เพียงแต่ในวันหยุดพรุ่งนี้ เขามีนัดที่จะต้องไปลงดันเจี้ยนกับคาร์ลและเพื่อนใหม่อีกหนึ่งคน
[ เกาะเกอแรนด้าเป็หนึ่งในเกาะที่เกิดขึ้นมาจากผลกระทบของการปรากฏขึ้นมาของดันเจี้ยนครั้งแรกๆ
...บนเกาะนั้นเต็มด้วยดันเจี้ยนจำนวนมากเหมือนดั่งเช่นเกาะอื่นที่ปรากฏขึ้นมาจากผลของดันเจี้ยนครั้งแรกๆเช่นกัน
ดันเจี้ยนส่วนใหญ่บนเกาะเกอแรนด้านั้นผ่านการสำรวจหมดแล้วและดันเจี้ยนที่อันตรายทั้งหมดก็ถูกทำลายแกนกลางทิ้งไป เหลือไว้เพียงแต่ดันเจี้ยนที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัย]
ดันเจี้ยนที่กอนและเพื่อนๆจะไปนั้นเป็ดันเจี้ยนที่เหมาะกับมือใหม่ และนักเรียนเกรทเทอร์มากๆ
เหมาะแก่การฝึกซ้อมและทดสอบพลังความสามารถเป็อย่างยิ่ง
...แต่พวกเขาก็ต้องไม่ลืมว่า ดันเจี้ยนก็คือดันเจี้ยนมันยังคงเป็สถานที่ที่อันตรายอยู่เสมอ
การตายภายในดันเจี้ยนนั้น จะไม่ถูกรับผิดชอบใดๆทั้งสิ้นจากทางเกอแรนด้าเนื่องจากพวกเขาสมัครใจ้าที่จะเข้าไปด้วยตนเอง…
กอนที่ผ่านดันเจี้ยนมาแล้วพอตัว เขาเข้าใจเื่นั้นดี...แต่อีกสองคนที่จะไปด้วยกันกับเขานั้นไม่ใช่เลย
ในตอนแรกนั้น กอน้าที่จะเข้าไปในดันเจี้ยนด้วยตัวเพียงคนเดียวหรือที่เรียกอีกอย่างว่าโซโล่ดันเจี้ยน
...ความหวาดกลัวนั้นไม่มีอยู่ในหัวสมองของกอนเลยด้วยสกิลสร้างสุดยอดเมดของเขาทำให้การโซโล่ ไม่ใช่การโซโล่จริงๆ
...แต่ความคิดที่จะโซโล่ดันเจี้ยนของกอนนั้นก็ต้องตัดทิ้งไปทันที
เนื่องจาก...นักเรียนเกอแรนด้าทุกคนนั้นมีสิทธิ์ที่จะเข้าออกดันเจี้ยนภายในเกาะได้อย่างอิสระเหมือนเกรทเทอร์ชั้นซีน...เพียงแต่นักเรียนปีแรกจำเป็ที่จะต้องมีปาร์ตี้ไม่ต่ำกว่า3 คน ถึงจะอนุญาตให้เข้าดันเจี้ยนได้...
หรือจะให้พูดอีกอย่างคือ ไม่สามารถโซโล่หรือดูโอ้ดันเจี้ยนได้นั่นเอง
---ในขณะที่กอนกำลังจะนอนเพื่อเก็บแรงไว้ลุยดันเจี้ยนในวันพรุ่งนี้นั้น
เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น...และไม่ใช่ใครที่ไหนคนนั้นก็คืออาจารย์คิมคนเดิมนั้นเอง
สายตาของกอนมองแปลกไปที่อาจารย์คิมเช่นเคยภายในใจนั้นคิด ‘อาจารย์คนนี้รู้ที่อยู่ของเขาได้ยังไง’
“ผมไม่มีเงินให้ยืมหรอกนะครับอาจารย์…”
กอนทักทายก่อนด้วยคำที่เหมือนจะรู้ว่าอาจารย์คิมจะพูดอะไร...
“ไม่มีให้ยืมงั้นเหรอ...ไม่นะ! คืนนี้ชั้นจะกินอะไรเนี่ย ตอนนี้ชั้นไม่มีเงินสักเยนเลย”
อาจารย์คิมทำตัวแขนขาอ่อนแรงและสิ้นหวังทันทีหลังจากได้ยินคำพูดของของกอน
...ส่วนกอนนั้นแค่เห็นก็มองออกว่าอาจารย์คิมแค่แสดงความจริงที่อาจารย์คิมมาในวันนี้คงมีเหตุผลอะไรสักอย่าง
.
.
และเพียงไม่นานหลังจากนั้น...
อาจารย์คิมก็มานั่งกินอาหารอยู่ภายในห้องของกอนซะงั้นโดยมีซีโร่คอยเอาอาหารมาเสริฟ
“เอ่อคืออ...อาจารย์คิมครับมีเหตุผลอะไรอยู่หรือเปล่าครับที่มาหาผมในวันนี้”
“เหตุผล...เหตุผลอะไรไม่มีนิ...ชั้นก็แค่หิวข้าว”
อาจารย์คิมพูดออกมาด้วยสีหน้าและท่าทางทีดูงงงวย...ส่วนกอนนั้นเริ่มที่จะปรี๊ดขึ้นมานิดๆแล้วมีรอยหยักแห่งความโกรธขึ้นมาบริเวณหน้าผากด้านซ้ายของเขา
....แล้วหลังจากนั้นอาจารย์คิมก็เริ่มขำออกมา
“ว่ะฮ่ะฮะฮะ...ทำสีหน้าอะไรของนายนะเ้าหนูชั้นแค่ล้อเล่นนิดหน่อยเอง........ชั้นแค่เรียนแบบสีหน้าของนายตอนที่รู้ว่าตัวเองไม่ผ่านการคัดเลือก ในการสอบเข้าคลาสในวันนั้นยังไงล่ะว่ะฮ่ะฮะฮะ”
กอนที่ได้ยินอาจารย์คิมพูดเขาก็โกรธจนอยากจะซัดหน้าของอาจารย์คนนี้สักหมัดจริงๆ
“ล้อเล่นนะ ล้อเล่น...อันที่จริงชั้นมีเื่ที่ต้องอธิบายนายอยู่เยอะแยะเลยล่ะ”
พูดจบอาจารย์คิมก็ทำสีหน้าจริงจังขึ้นมา...
“หลังจากที่นายเรียนมาได้สักพักแล้วนายคงรู้เื่เกี่ยวกับมานามาบ้างแล้วสินะ...”
“...เื่เกี่ยวกับมานา ถ้าจำไม่ผิดอาจารย์ไอม่าเป็คนสอนครับ”
กอนตอบออกไปด้วยท่าทางที่ครุ่นคิด
จากที่อาจารย์ไอม่าสอนเขา เกรทเทอร์ทุกคนจะมีมานาอยู่ระดับ‘มานาสูงสุด’ คือทุกสิ่ง
หากร่างกายเกรทเทอร์เปรียบเสมือนแก้วน้ำและน้ำคือมานา น้ำที่เต็มแก้วนั่นแหละคือมานาสูงสุด...
การใช้งานสกิลเปรียบเสมือนการดื่มน้ำในแก้ว
และเมื่อน้ำในแก้วลด ก็จะต้องเติมน้ำ...
การเติมน้ำ หรือมานานั้น...มันจะทำการฟื้นฟูตัวเองโดยอัตโนมัติฟื้นฟูช้าหรือเร็วแตกต่างกันแต่ละคน...แต่สิ่งที่ตามมาคือความเหนื่อยล้า
ยิ่งสูญเสียมานาไปมาก ก็ต้องยิ่งฟื้นฟูเยอะ...ความเหนื่อยล้าก็เยอะตาม
แก้วน้ำหรือที่เก็บมานานั้นสามารถพัฒนาหรือขยายให้ใหญ่ขึ้นได้...
เป็เื่ที่น่าเศร้าที่บางคนนั้นมีแก้วน้ำที่เล็กเกินไปจนดื่มน้ำไม่ได้ และบางคนก็ถูกวินิจฉัยว่าไม่สามารถพัฒนา หรือขยายแก้วน้ำให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมได้อีก
...กอนนั้นเป็อีกเคสที่พิเศษมากๆเขามีขนาดแก้วน้ำที่ใหญ่กว่าคนในรุ่นราวคราวเดียวกันหลายเท่า...เพียงแต่เขาไม่มีน้ำภายในแก้วเลยสักหยดเดียว...
ถึงแม้จะเป็แบบนั้นแต่กอนก็ยังใช้ชีวิตได้อย่างปกติ
...
“แล้วอาจารย์คิมถาม ทำไมเหรอครับ”
อาจารย์คิมขมวดคิดหนัก…..
“.....ชั้นคิดว่ามันน่าจะใช่นั่นแหละนะ”
“ใช่!...อะไรอย่างงั้นเหรอครับ”
กอนถามย้ำอย่างสงสัย
“คืองี้นะ...จริงอยู่ว่าที่สกิลแต่ละสกิลมันจะกินมานาแตกต่างกันแต่ก็มีสกิลบางสกิลที่กินมานาเป็เปอร์เซ็นต์อยู่....ซึ่งสกิลที่กินมานาเป็เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่นั้นมันเป็สกิลที่ทั้งสุดยอด และอันตรายมากๆในเวลาเดียวกัน...ยิ่งสกิลกินมานาเป็เปอร์เซ็นต์มากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งเห็นผลมากขึ้นเท่านั้น”
อาจารย์คิมพูดจบก็ใช้สายตาที่เฉียบคมจ้องไปที่กอน...
กอนนั้นดูอึ้งขั้นมาทันที
“อย่าบอกนะครับอาจารย์ว่า.......”
...
“ใช่แล้วล่ะเ้าหนู สกิลของนายน่ะมันเป็เคสที่ประหลาดมากๆ...เพราะมันกินมานา100%ยังไงล่ะ”
.
.
.
ฝากติดตามผลงานเพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic