เพล้ง !!!
กรี้ดดดดด !!!!!
เสียงกระจกแตกเสียงดังทั่วทั้งตึก
คีตาตัวสั่นไหวไปด้วยความกลัว ไม่แน่ใจนักว่าเป็เพราะเสียงกระจก
หรือเพราะคำพูดที่คุณทิชาตะคอกใส่เธอเมื่อกี้
เหงื่อไหลพราก เมื่อได้เห็นสายตาที่คนตัวเล็กจ้องมองมาที่เธอ
จากที่เคยเกาะตัวคุณทิชาเอาไว้ใน ตอนนี้คีตาถอยกรูดออกจากตัวเขาติดชิดผนัง
“คะ...คุณทิชาคะ!! นี่มันเื่อะไรกันคะ!!!”
ทิชายิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีของคนตรงหน้า
เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ยิ่งทำให้คีตาสับสนเข้าไปอีก
บวกกับความคิดที่ว่า เธออาจจะกำลังโดนแกล้งอยู่
ก็ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
“คุณเล่นบ้าอะไรของคุณน่ะคุณทิชา!!
ฉันไม่ตลกนะคะถ้าคุณยังมัวแต่พูดเื่บ้าๆแบบนี้ฉันขอตัวกลับดีกว่าค่ะ”
ในขณะที่คีตากำลังหมุนตัวหันหลังเพื่อเดินกลับ
แต่ก็ต้องหยุดการเคลื่อนไหว
เมื่อได้ยินเสียงเพลงดังมาจากข้างหู ราวกับมีคนมากระซิบใกล้ๆ
ทำนองเพลงที่คุ้นหูนั่นทำเอาหัวใจของเธอกระตุก
มันคือ เพลงต้องห้ามของเธอ นับั้แ่หลายปีก่อน
เพลงที่เธอและนลินช่วยกันแต่งขึ้นมาเมื่อสมัยมัธยม...
คีตาหันขวับกลับไปทางทิชา หญิงสาวหน้านิ่งยังยืนยิ้มมุมปากอยู่ที่เดิม
ใบหน้าของทิชาโดนส่องด้วยไฟจนขาวซีด ปากเล็กขยับก่อนที่จะส่งเสียงออกมา
เนื้อร้องที่เธอเคยช่วยคิดและทำนองที่นลินเป็คนแต่ง
กำลังถูกร้องออกมาโดยหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
เสียงหวานแบบฉบับนักดนตรีร้องเพลงออกมาไพเราะจับใจ
แต่สำหรับคีตาในตอนนี้เธอคิดว่ามันช่างน่าขนลุกสิ้นดี
ความคิดในหัวของเธอตีกันไปมา
คุณทิชาคิดจะทำอะไร ? ทำไมเขาถึงรู้เื่ทั้งหมดนี้ ? แล้วที่นี่คือที่ไหนกันแน่ ?
คีตาปวดหนึบจนต้องกุมหัวตัวเองเสียงร้องและเพลงยังดังอยู่ตลอด
เหมือนกำลัง้าฉายซ้ำในสิ่งที่เธอเคยทำ
“หยุดสักที !! ฉันไม่อยากฟัง!!!!”
หญิงสาวเอามืดปิดหูตัวเองก่อนจะแผดเสียงออกมาดังลั่น
เพื่อสู้กับเสียงเพลงที่ยังเปิดเสียงดังอยู่อย่างนั้น
มีแค่เสียงร้องของคุณทิชาเงียบลง เขาก้าวเท้าเดินมาใกล้ ๆ
จนเธอต้องรีบขยับหนีแต่ด้วยแข้งขาที่อ่อนแรงทำให้คีตาล้มลงไปกองกับพื้น
“ทำไมล่ะคะ ฉันชอบนะ...เพลงนี้น่ะ...”
“ไม่!!ปิดมัน!!”
คีตาส่ายหน้าไปมาราวกับคนสติแตกน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนคนที่กำลังจะร้องไห้
คนตรงหน้าขยับเข้าไปก่อนจะโน้มหน้าลงไปใกล้ๆ
จนคีตาได้ยินเสียงลมหายใจของทิชา เขาเงียบไปครูหนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม
“อยากให้ปิดงั้นหรอ ?”
เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหูแต่มันไม่ใช่เสียงของคุณทิชา
แต่มันเป็เสียงที่คีตาคุ้นเคยกว่านั้น
จู่ๆทั้งตึกก็เงียบราวกับมีคนเตะสายปลั๊กหลุด
คีตาตัวแข็งไม่กล้าขยับร่างกายไปไหนไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมอง
เธอได้แต่ก้มหน้าลงกับพื้น คีตารู้สึกได้ว่ามีคนยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
แต่เธอกลับไม่เห็นแม้แต่เงาที่สะท้อนอยู่บนพื้น
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอควรจะเป็รองเท้าคัชชูสีดำของคุณทิชา
แต่ตอนนี้มันกลับเป็รองเท้านักเรียนหญิงแทน
ตัวของคีตาชาวาบตอนที่สายตาเหลือเห็นชื่อที่สลักอยู่ตรงสายรัดรองเท้า
‘นลิน’
“ไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้ากันหน่อยหรอคีตา...เพื่อนรัก”
คีตาแทบอยากจะร้องไห้ออกมาในตอนที่ได้ยินเสียงของคนตรงหน้าเรียกชื่อเธอ
แต่แล้วก็ต้องจำใจเงยหน้าขึ้นมาเพราะมือขาวซีดที่เย็นะเืเอื้อมลงมาดันหน้าเธอ
ให้มองขึ้นไปทั้งๆที่ดวงตาเต็มไปดวงน้ำตา
ไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของการมีชีวิตไม่มีแม้แต่ความรู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจ
“นะ...นลิน...ฮึก”
“ไม่เจอกันนานเลยนะเพื่อนรัก”
“กรี้ดดด!!”
นลินในชุดนักเรียนมัธยมปลายยิ้มกว้างให้เธอแต่คีตาไม่รู้สึกดีแม้แต่น้อย
เธอกำลังกลัวจับจิต ทำไมนลินมาอยู่ที่นี่ ? ไหนคุณทิชาบอกเธอว่านลินตายแล้วไง !!
คีตาสะบัดหน้าออกจากมือของนลินแล้วรีบถดตัวถอยออกห่างจนหลังติดชิดผนัง
“คะ...คุณทิชาบอกฉันว่าเธอตายแล้ว!!”
คีตาตะคอกใส่คนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
นลินเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มและหัวเราะออกมาเบาๆ
ก่อนที่มันจะดังขึ้นจนตึกทั้งตึกสั่นราวกับเกิดแผ่นดินไหว
เสียงกระจกเกือบทุกบานแตกดังขึ้นอีกครั้ง คีตาน้ำตานองหน้า
เธอปิดหูปิดตาอีกครั้งด้วยความกลัว
“ไม่!! หยุดหัวเราะสักที!!หยุดดดด !!!”
นลินหยุดหัวเราะก่อนจะค่อยๆเดินเข้าใกล้คีตา
และเธอก็ไม่สามารถถอยหนีไปไหนอีกแล้ว
ทำได้แค่มองหน้านลินในคราบเด็กมัธยมปลายด้วยความหวาดระแวง
นลินย่อตัวลงมาจนหน้าของเราอยู่ระดับเดียวกัน
เขายื่นมือมาจับหน้าของเธออีกครั้ง
“เธอดูโตขึ้นเยอะเลยนะคีตา...ชีวิตเธอดูมีความสุขมากเลยนะหลังจากที่ฉันไม่อยู่น่ะ”
มือเรียวบีบคางแรง จนคีตาร้องออกมาด้วยความเจ็บ เพราะเล็บแหลมๆของนลิน
“ช่างต่างจากฉันเสียจริงๆเลยนะชีวิตเธอน่ะ..
.ขนาดคนเลวๆแบบเธอยังมีชีวิตดีๆแบบนี้ได้เลย แล้วฉันล่ะ!!!
เธอแหกตาดูสภาพฉันตอนนี้สิคีตา !!! ”
นลินตะคอกใส่หน้าคีตาหน้าตาและเสื้อผ้าของเธอค่อยๆเปลี่ยนไปต่อหน้าต่อตาคีตา
จากเด็กสาวในชุดมัธยมปลายในตอนนี้ เธอเห็นนลินในสภาพที่ทิชาเคยได้เห็น
หน้าตาและผิวขาวซีดเหมือนคนตาย ผมดำยาวเฟื้อยเต็มกลางหลัง
ดวงตาโหลแดงก่ำมีเืสีแดงไหลออกมาแทนน้ำตา
คีตาเมื่อเห็นดวงตานั่นแล้ว ถึงกลับกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวถึงที่สุด
เธอพยายามสะบัดหน้าออกจากมือของเพื่อนรักแต่ไม่มีผลอะไร
ทำได้แค่กรี้ดร้องและร้องไห้ออกมาเท่านั้น
“ฮือ....นลิน..ฮึก..ฉันขอโทษฮือ...อย่าทำอะไรฉันเลยนะ...ฮือ...”
หญิงสาวยกมือขึ้นมาไหว้ขอโทษขอโพยเพื่อน
แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้ทำให้นลินหายโกรธเลยแม้แต่น้อย
“ขอโทษงั้นหรอ!! อย่าทำอะไรฉันเลยงั้นหรอ!!
เธอคิดบ้างไหมว่าฉันไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะได้ขอร้องอ้อนวอนเธอแบบนี้เลยคีตา !! ”
“ฮือ…”
“พอถึงเวลาแบบนี้เธอกล้ามาขอให้ฉันยกโทษให้เธองั้นหรอ
ขนาดคนที่ตายแล้วอย่างฉัน ยังรู้เลยว่าเธอมันทุเรศขนาดไหนคีตา!!!”
นลินตะคอกด้วยความโมโหอีกครั้ง
ตึกทั้งตึกสั่นะเืด้วยความโกรธของนลิน
มือขาวซีดจากที่เคยบีบคางเพื่อนไว้จนเืซิบ เพราะโดนเล็บสีดำยาวๆของนลินบาด
ในตอนนี้มันถูกย้ายลงมาบีบคอด้วยความโกรธแค้น
คีตาสำลักออกมาเพราะหายใจไม่สะดวก
ภาพตรงหน้ามันทำให้นลินรู้สึกดีเป็อย่างมาก
มันยิ่งทำให้เธอขยำคอคีตาแรงขึ้นไปอีก
เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังจะทนไม่ไหว
และใกล้จะขาดอากาศหายใจตายแล้วจริงๆ
เธอถึงได้ยอมปล่อยมือออกมา
เธอไม่ใช่ผีประเภทที่จะฆ่าให้ตายเลยในทีเดียวเธอชอบเล่นเกมมากกว่า...
“แค่กๆๆ”
คีตาล้มลงไปนอนกับพื้นอย่างหมดแรง
เธอไอค่อกแค่กก่อนจะรีบสูดหายใจเข้าเต็มปอด
“ฉันไม่ยอมให้เธอตายง่ายๆหรอกเพื่อนรัก...เธอต้องได้รู้ก่อนสิว่าฉัน...ทรมานขนาดก่อนจะตาย”
ทันใดนั้นก็มีเด็กผู้ชายสองคนเดินมาทางพวกเรา
คีตาเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่า
หนึ่งในนั้นมีคนที่หน้าตาคลับคล้ายคลับคราเหมือนดีน ลูกชายของเธอด้วย
แต่สภาพของเขาดูโทรมกว่าเยอะ และยังมีแผลรอบคออีกด้วย
“ดีน !!!นลินแกทำอะไรลูกฉัน!!”
“ลูกงั้นหรอ...จริงด้วยสิ...นี่เด็กน้อยมาทักทายแม่ของเธอหน่อยสิ”
นลินกระตุกยิ้มให้กับสรรพนามที่เปลี่ยนไป
เหมือนเธอจะนึกขึ้นได้บางอย่าง ก่อนจะเรียกเด็กผู้ชายที่เคยหัวขาดเดินเข้ามาหาคีตา
“แม่...หรอครับ...” ผีเด็กคนนั้นพูดเสียงเนือย
หน้าตาของเขาไม่มีแม้แต่เส้นเืฝาดบนใบหน้าเหมือนกับเด็กทั่วไป
“ใช่...นี่คือแม่ของเธอ”
“ไม่จริง...ฉันมีลูกคนเดียว!!”
“เธอเคยท้องแฝดไม่ใช่หรอคีตา...”
คำพูดนั้นทำเอาคีตาพูดไม่ออก นี่เขาคือลูกเธอหรอ...ลูกเธอที่ตายไปวันนั้น...
“จริงๆแล้วเด็กสองคนนั้นควรจะตายไปพร้อมกันด้วยซ้ำ”
“ละแล้วทำไม...”
“ไม่เคยได้ยินหรือไงพี่ให้น้องเกิดน่ะ”
คีตายังไม่เข้าใจในสิ่งที่นลินพูดดีนัก
หมายความว่าเด็กคนนี้ยอมตาย
เพื่อให้แฝดคนน้องเกิดงั้นหรือ ? แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่อยากเชื่อคำพูดของผีมากนัก
นลินพูดจบและหันไปกระซิบบางอย่างกับผีเด็กคนนั้น
เขาหันหน้ามาทางคีตาและเดินเข้ามาใกล้ๆ
เมื่อคีตาเห็นชัดขึ้นก็พบว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ดีน
แม้ว่าเขาจะหน้าเหมือนกันมากขนาดไหน
แต่ความรู้สึกเธอบอกว่ามันไม่ใช่
ถึงแม้ในใจเธอจะรู้สึกถึงความผูกพันแปลกๆก็ตาม
เด็กคนนั้นหยุดตรงหน้าเธอก่อนที่เขาจะจับศีรษะตัวเอง และดึงมันออกจากคอ
ภาพที่หน้าสยดสยองนั่นทำเอาคีตากรีดร้องดังลั่น
และรีบยกมือมาปิดตาตัวเองทันทีเพราะไม่สามารถทนมองได้
“แม่ครับ...ลูบหัวผมหน่อย..”
ผีเด็กผู้ชายเอ่ยออกมาเสียงเบา
แต่คนที่คิดว่าเป็แม่อย่างคีตาได้ยินอย่างชัดเจน
เธอลืมตาขึ้นมาก็พบว่าเด็กคนนั้นยื่นหัวของเขามาให้เธอ
ร่างที่ไร้หัวยื่นมือที่ถือหัวขาดของเขาเอาไว้หันมาทางเธอ
รอยของเนื้อที่ขาดออกจากกัน
มีเืไหลหยดลงมาจนเปื้อนรองเท้าสีขาวของเขาจนแดงไปหมด
อีกทั้งหน้าตาของเขายังจ้องมาที่เธอ
ด้วยสายตาที่เลื่อนลอยแต่ปากของยังขยับขอให้เธอลูบหัวเขาไม่หยุด
“ไม่!!!ออกไปนะ !! ฮืออออ...ออกไป!!!”
คีตาร้องไห้ส่ายหน้าไปมาเหมือนคนสติแตกอีกครั้ง
เธอไม่สามารถมองภาพตรงหน้าได้อีกต่อไป
มันรุนแรงเกินไปที่จะต้องเห็นคนที่หน้าตาเหมือนลูกตัวเองเป็แบบนั้น
แต่เด็กคนนั้นยังเรียกให้เธอลูบหัวเขาไม่หยุดและยังยื่นหัวมาใกล้เธอมากกว่าเดิม
“แกไม่ใช่ลูกฉัน!! ออกไปให้พ้น!!”
จนกระทั่งคีตาทนไม่ไหวต้องใช้ความกล้าทั้งหมดที่มี
ยื่นมือผลักเด็กคนนั้นออกไปจากตัวจนเขาล้มลงนั่งกับพื้น
หัวที่เคยถือเอาไว้ก็หลุดจากมือ กระเด็นไปตรงที่นลินยืนอยู่
นลินมองเหตุการณ์ด้วยความรู้สึกสมเพชมนุษย์เป็ที่สุด
นลินก้มเก็บหัวที่กระเด็นมาที่ปลายเท้าของเธอขึ้นมา
ก่อนจะเดินไปประคองเด็กผู้ชายคนนั้นให้ลุกขึ้นและส่งหัวกลับคืนให้เขา
ก่อนจะตวัดสายตาไปหาคีตาอย่างโกรธเคือง
“เธอนี่มันน่าสมเพชจริงๆเลยคีตา”
“นลิน...นลิน…” คีตาเรียกชื่อเธอซ้ำๆ
“เธอกล้าผลักเด็กคนนั้นต่อหน้าฉันงั้นหรอ!!”
“ได้โปรด...ปล่อยฉันไปเถอะนะอย่าฆ่าฉันเลยนะ”
คีตาคลานเข่ามาตรงหน้านลิน
เพื่อเกาะขาขอร้องอ้อนวอนให้เธอปล่อยหล่อนไป
นลินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือดันคางหล่อนให้หันหน้าขึ้นมาสบตา
ที่เต็มไปด้วยเืของเธอ ก่อนจะบีบอย่างแรงจนคีตาร้องด้วยความเจ็บอีกครั้ง
“อยากให้ฉันปล่อยเธอไปงั้นหรอ...เพื่อนรัก”
คีตาพยักหน้าทั้งน้ำตานลินแสยะยิ้มเธอบอกแล้วว่า
เธอไม่ใช่ผีประเภทที่จะจับกินจับฆ่าซะเลยทีเดียว
แต่เธอชอบเล่นเกม...
นลินปล่อยมือกออกจากหน้าของคีตาก่อนจะเดินหันหลังกลับไป
“ได้...ฉันจะปล่อยเธอไป แต่!!!”
“...”
จากที่เกือบจะยิ้มได้เต็มปากคีตากลับต้องหุบยิ้มลง
เธอคิดเอาไว้แล้วว่านลินไม่มีทางปล่อยเธอกลับไปง่ายขนาดนั้น
แต่ไม่ว่ายังไงเธอต้องออกไปให้ได้
“มาเล่นเกมกันเพื่อนรัก...”
“…”
“เกมนี้ไม่ยากหรอกกติกามีแค่ไม่กี่อย่าง”
“ข้อแรก เธอต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ภายใน30นาที ข้อที่สอง...”
“…”
“ถ้าหนีออกไปไม่ได้ เธอต้องตาย!!!”