สองพี่น้องต่างมารดาใช้เวลาร่วมกันในการทำเื่ต่างๆ อยู่แรมเดือน
ไม่น่าเชื่อว่าอาการตรอมใจของจือเถียนจะหายเป็ปลิดทิ้งและดูเหมือนว่าจือเถียนจะชื่นชมในตัวพี่สาวต่างแม่คนนี้มากแม้ว่าไป๋ชิงเยว่จะดูเป็คนอารมณ์ร้าย และมักเอาแต่ใจ พอได้มาเห็นในมุมมองนี้บ้างก็นับว่าหล่อนเป็คนดีคนหนึ่ง ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์ไว้
แต่ไหนแต่ไรไป๋จือเถียนใช้เวลาอยู่กับแม่ของตัวเองเท่านั้นไม่ได้มาคลุกคลีใกล้ชิดกับคนในบ้านใหญ่ จือเถียนเลยกลายเป็เด็กเก็บกดเวลาจะเดินจะเหิน...ชอบก้มหน้ามองพื้นตลอดเวลาเสียจนเคยตัว แต่พอได้เรียนรู้การเสริมสร้างบุคลิกจากพี่สาวต่างมารดานานแรมเดือน ไป๋จือเถียนก็ไม่จำเป็ต้องเดินก้มหน้าอีกต่อไป
ไป๋ชิงเยว่สอนให้ไป๋จือเถียนเป็คนที่มีความมั่นใจมากขึ้น
เ้าเด็กชายกล้าที่จะเดินเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจกล้าที่จะฉีกยิ้มให้คนรอบข้าง ในแบบที่ไม่เคยทำ ยอมรับว่าไป๋จือเถียนเต็มใจที่จะเชื่อฟังพี่สาวและกล้ายกให้ไป๋ชิงเยว่เปรียบเสมือนเป็พี่สาวแท้ ๆ ของตนเอง
ั้แ่ที่ไป๋จือเถียนเสียมารดาไปกะทันหันก็ได้ความรักความอบอุ่นจากไป๋ชิงเยว่เข้ามาเติมเต็ม...
จือเถียนรู้ดีแก่ใจว่าพี่สาวที่ตัวเองเคารพนับถือ ทำดีกับตนเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นไม่ใช่เื่ที่จะคงอยู่ตลอดไปแม้การทำดีของพี่สาวจะเกิดขึ้น...เพื่อเป็ข้อแลกเปลี่ยนกับพ่อก็เท่านั้นแต่เด็กชายก็ไม่คิดเอามันมาเป็เื่หักลบกลบหนี้ กับสิ่งที่พี่สาวทำให้เพราะแบบนี้ในใจของจือเถียนจึงมีแต่ความรู้สึกดี ๆ ต่อไป๋ชิงเยว่
และนั่นคงเป็ที่ไปที่มาซึ่งชี้ชัดได้ว่าทำไมไป๋ชิงเยว่และไป๋จือเถียน ถึงได้มาอยู่ที่นี่ด้วยกันสองคนตามลำพังในสภาพความเป็อยู่ที่ไม่เอื้ออำนวยนัก
เดี๋ยวสิ...
ก่อนออกจากบ้านมาเหมือนจำได้ว่าไป๋ชิงเยว่เก็บกว้านเอาของมีค่าตั้งเยอะมากมายใส่กระเป๋า แล้วยังจำได้อีกว่าไป๋ชิงเยว่นำของพวกนั้นไปแลกเป็เงินที่โรงรับจำนำแล้วด้วย อย่างน้อย ๆสองพี่น้องก็น่าจะใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย มีเงินใช้ไม่ขาดมือไม่ใช่เหรอ
แล้วไหนล่ะเงินที่ได้มา?
มาถึงจุดนี้ผิงปิงเหอที่หลับตาสนิทจมอยู่ในภวังค์แห่งเื่ราวต่าง ๆ นานา ของไป๋ชิงเยว่พลอยรู้สึกปวดหนึบกลางศีรษะอีกครั้ง มันปวดเสียจนเรียวคิ้วบางเริ่มขมวดมุ่นลงเมื่อม้วนความทรงจำอีกหนึ่งสายแล่นเข้ามาในหัวอย่างฉับพลัน...
ผิงปิงเหอเพิ่งเห็นว่าเงินที่ไป๋ชิงเยว่แลกมาได้ถูกคนในขบวนรถไฟปล้นชิง ในขณะที่หล่อนขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางไปซ่อนตัวที่ต่างเมืองทำให้ไป๋ชิงเยว่กับน้องชายเหลือเงินติดตัวแค่ไม่เกิน 20หยวน
สองพี่น้องพากันระหกระเหินเดินทางไกลมาจนถึงท่าเมืองฝูเจี้ยนซึ่งอยู่ไกลจากมณฑลใหญ่ ต่อด้วยหาบ้านเช่าราคาถูกหวังอาศัยอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น ลำพังตัวจือเถียนอยู่ได้ไม่มีปัญหาเพราะชินกับความเป็อยู่อย่างสมถะ ต่างจากไป๋ชิงเยว่ที่ใช้ชีวิตอยู่บนจุดสูงสุดเป็คุณหนูของบ้านที่ใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยมาตลอด
แต่ตอนนี้กลับตกอับ!
ถึงขั้นที่ว่าข้าวหนึ่งชามยังต้องแบ่งกันกินกับจือเถียนเพื่อประทังความหิวสภาพการเป็อยู่ที่แสนรันทดนี้ ทำให้เ้าตัว...เริ่มตรอมใจลงเรื่อย ๆ ตามเวลารับไม่ได้กับการเปลี่ยนไปของการเป็อยู่ที่ตกต่ำ ราวกับพลิกฟ้ามือเป็หลังมือ
ไป๋ชิงเยว่ยังคิดไม่ตกเื่ของพ่อแม่หล่อนไม่รู้ว่าพ่อแม่ของหล่อน จะจัดการปัญหาพวกนั้นเสร็จหรือยัง ทุก ๆ วันหล่อนได้แต่รอฟังข่าวดีอย่างใจจดใจจ่อเพราะหล่อนรู้ว่าอย่างไรแล้วหากพ่อแม่ของหล่อนสามารถหลุดพ้นจากทุกข้อกล่าวหาได้อย่างราบรื่นกระทั่งยืนยันความบริสุทธิ์ให้ตัวเองได้สำเร็จพ่อของหล่อนจะต้องประกาศตามหาลูกสาวอย่างแน่นอน
พอถึงตอนนั้นคนอย่างไป๋ชิงเยว่ ถึงจะกล้าแบกหน้ากลับไปที่บ้านเกิดในเมืองเซินเจิ้นแต่รอแล้วรอเล่า ก็ไม่มีข่าวคราวที่รอคอยสักที...
ผ่านไปหนึ่งวันก็แล้ว...
สามวันก็แล้ว...
กลายเป็สัปดาห์ก็แล้ว...
จนถึงหนึ่งเดือนก็ยังไร้วี่แวว...ทำเอาคนรออย่างไป๋ชิงเยว่เริ่มใจเสีย...
เงิน 20 หยวนที่มีติดตัว ก็เริ่มร่อยหรอลงเรื่อย ๆ หมดเงินก้อนนี้ไปหล่อนก็คงจะต้องอดตายแน่ ๆ เพราะจะให้ออกไปทำงานหาเงินก็ไม่ได้เพราะหล่อนไม่เคยทำงานหาเงินมาก่อน ไม่เคยแม้แต่จะทำอะไรด้วยตัวเองเสียด้วยซ้ำไป
ไป๋ชิงเยว่ที่ตกอยู่ในความคิดซ้ำ ๆ ซาก ๆและทนอยู่กับชีวิตแสนเส็งเคร็งนี่มาเป็เวลานาน ก่อให้เกิดความเครียดสะสมในวูบหนึ่งของความคิด...หล่อนโทษตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนว่าถ้าหล่อนยอมเชื่อฟังพ่อและยอมแต่งงานเข้าบ้านตระกูลหยางแต่โดยดีตัวหล่อนในตอนนี้คงไม่ต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ไม่เจริญจิตเจริญใจเช่นนี้...
สมองที่มีอยู่อย่างจำกัดทำให้ไป๋ชิงเยว่คิดได้เพียงเท่านั้น หล่อนเริ่มเสียดายที่หนีการแต่งงานครั้งนั้นหากหล่อนไม่ดื้อดึง ไม่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่หนีงานแต่งและไว้หน้าคนตระกูลหยางสักหน่อย ต่อให้สิ้นบารมีจากคนเป็พ่อก็คงจะพึ่งบารมีของบ้านสามีได้บ้าง
อย่างตอนนี้!
อย่าคิดไปถึงว่า...จะเอาตัวไปพึ่งพาคนตระกูลหยางเลยแค่บากหน้าไปให้พวกเขาเห็น ก็คงจะเป็เื่ยากคนบ้านนั้นคงโกรธเคืองผู้หญิงอย่างหล่อน จนไม่อยากเห็นหน้าค่าตาไปตลอดปีตลอดชาติ เผลอๆ คงจะโดนสมน้ำหน้ามากกว่าได้รับความสงสาร
และแล้วข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับพ่อแม่ของไป๋ชิงเยว่ก็ดังมาถึงหูของคนที่เป็ลูกสาวเข้าจนได้ ทว่าข่าวคราวนั้นไม่เป็อย่างที่คาดคิดไว้พอได้ฟังเนื้อความทั้งหมด ไป๋ชิงเยว่แทบล้มทั้งยืนหล่อนทำใจยอมรับกับเื่ที่น่าหดหู่เ่าั้ไม่ได้
พ่อแม่ของหล่อนถูกสำเร็จโทษโดยกองทัพข้อหาทุจริตเบี้ยหวัดทหารมาร่วมสิบปีเพื่อเป็การสั่งสอนไม่ให้ใครเอาไปเป็แบบอย่าง เลยจำเป็ต้องลงโทษโดยการยิงเป้า
วินาทีนี้ไป๋ชิงเยว่สลดฮวบคล้ายสติสัมปชัญญะหลุดออกจากร่างหล่อนรู้ได้ในทันที ว่าต่อไปนี้จะไม่มีคุณพ่อที่คอยตามเอาใจหล่อนอีกไม่มีตำแหน่งนายพลของคุณพ่อ คอยอำนวยความสะดวกให้หล่อนอีกแล้วคฤหาสน์หลังโตก็จะไม่ใช่บ้านของหล่อนอีกเช่นกันอาหารหลากหลายที่เลือกทานได้ตามใจชอบก็จะไม่มีอีกแล้ว...
ชีวิตที่เหลืออยู่ของไป๋ชิงเยว่มันช่างมืดมนเหลือเกิน...
ไป๋ชิงเยว่ไม่ยอมให้ตัวเองต้องมาตกระกำลำบากและยิ่งไม่ยอมเปิดใจ ให้กับการที่ต้องใช้ชีวิตอัตคัดขัดสนเหมือนอย่างที่เป็ตอนนี้ส่วนเื่จะให้ออกไปทำงานหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง มันจะไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน
ฝันไปเถอะ!มือของหล่อนไม่เคยหยิบจับอะไรให้ระคายผิวมาั้แ่เกิดแล้วจะทนทำงานนอกบ้านได้ยังไง
ในเมื่อชีวิตนี้มันเลวร้ายได้ขนาดนั้นสู้ให้ตายตามพ่อแม่ไปอยู่ในปรโลก ยังจะดีกว่าต้องมาทนทุกข์ให้เสียสุขภาพจิตไปวัน ๆหล่อนคิดแบบนั้นทั้งที่น้ำตาไหลนองหน้า ไป๋ชิงเยว่ยืนสะอื้นไห้เงียบ ๆอยู่ริมคลองน้ำข้างบ้านเช่าหลังซอมซ่อ ซึ่งเป็หมู่บ้านในชุมชนแถบชนบท
หล่อนไม่ลังเลที่จะะโลงไปในน้ำ...หวังฆ่าตัวตายละทิ้งชีวิตอันน่าหดหู่ให้รู้แล้วรู้รอดไปแต่ไม่รู้ว่าเป็โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ที่มีคนมาเห็นเข้า เลยะโลงไปช่วยแต่ในตอนนั้นหล่อนหมดสติไปแล้ว ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกขานอยู่หลายนาที
จนกระทั่งมีพวกพลเมืองดีพากลับมานอนพักที่บ้านได้ไป๋จือเถียนมาคอยเฝ้าไข้อยู่หนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม ๆ