ท่ามกลางบรรยากาศสลัวของรุ่งเช้า หมอกสีขาวปกคลุมไปทั่วหุบเขา เป็ดั่งม่านหมอกทึบที่สามารถพรางตาคนได้
อ้ายเชียนใช้วิชาที่เหนือกว่าะโเข้าไปในรังโจรอย่างง่ายดาย ผู้คุ้มกันด้านหน้าสองคนหันขวับมอง้าพร้อมกัน แต่พวกเขาเห็นเพียงหมอกหนาเหนือหัวเท่านั้น
“วันนี้หมอกก็ลงหนาอีกแล้ว ่นี้ใกล้ถึงวันส่งงานแล้วด้วย”
“แต่ข้าได้ยินว่าเ้านายจะไม่ส่งเด็กพวกนั้นไปขายนี่นา ผู้หญิงก็จะถูกเราจับทำเมีย ส่วนผู้ชายจะกลายมาเป็พี่น้องเรา” เสียงของยามทั้งสองดังตามหลังอ้ายเชียนมา ด้วยความที่นางหูดีจึงได้ยินทั้งหมดครบถ้วน ...ดูเหมือนว่าพวกเขาจะจับเด็กไว้เยอะเชียว นี่เป็เื่ดีต่อนาง
หญิงสาวพริ้วตัวตามสายลม ไม่นานก็มาถึงบ้านที่ใหญ่ที่สุดในรังโจร และมันก็อยู่ตรงกลางรัง...โจรเหล่านี้ช่างซื่อตรงเหลือจะกล่าว
“ฮ่าๆๆ อีกไม่นานข้าก็จะได้กลับไปแน่นอน ในดินแดนแร้นแค้นนี้การฝึกฝนของข้าไม่กระเตื้องแม้แต่น้อย กระทั่งหญิงสาวก็ไม่ทนมือทนไม้เลยสักนิด” เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังขึ้น พร้อมๆกันนั้นมีเสียงกรีดร้องของเด็กหญิงอีกด้วย
อ้ายเชียนลอบมองผ่านช่องประตู จึงเห็นเด็กหญิงผู้หนึ่งนั่งอยู่บนพื้นเนื้อตัวสั่นเทา ข้างๆกันมีร่างเปลือยของเด็กหญิงอีกคนที่นอนแน่นิ่ง หัวคิ้วนางจึงขมวดขึ้น
‘โจรถ่อยของแท้เลยทีเดียว’ นางคิดอย่างสงบว่าควรจัดการกับมันอย่างไรดี แต่อยู่ๆชายผู้นั้นก็หยิบดาบใหญ่ข้างกายขึ้นมา
“ใคร! โผล่หัวออกมา” เสียงของโจรดังขึ้น แต่ไม่ได้ดังนัก อ้ายเชียนร่างกระตุกคิดว่าถูกจับได้เสียแล้ว แต่เสียงเย็นเยียบกลับดังขึ้นมา
“ข้าคือบรรพบุรุษของเ้า” เสียงนิ่มนวลของหญิงสาว ทำให้อ้ายเชียนชะงัก นางมองเห็นร่างของหญิงสาวสวมชุดสีขาวกระจ่าง ใบหน้ามัวคล้ายมีม่านหมอกปิดบัง
อ้ายเชียนสังเกตกลิ่นอายและรูปลักษณ์ของหญิงสาวแทนที่ใบหน้าซึ่งมองไม่เห็น สายตาเหลือบไปเห็นหยกพกที่ห้อยอยู่ข้างเอวนาง ‘อาว’
“เ้าเข้ามาได้อย่างไร ฮ่าๆๆ ก็แค่สวะ...เดี๋ยวก่อน เหตุใด ไม่จริง...เ้าไม่ใช่สวะ” หัวหน้าโจรดูบ้าคลั่ง ก่อนที่มันจะรีบยกมือเตรียมส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ
หญิงสาวชุดขาวตวัดมือเล็กน้อย ร่างของหัวหน้าโจรก็กระจายออกจากกันกลายเป็ฝนเื เด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างเตียงกรีดร้องอีกครั้ง
“กวาดล้างกี่ครั้งก็ไม่หมดไม่สิ้น แต่ข้าก็ตามไปกวาดล้างนายใหญ่ของพวกมันไม่ได้ ใน่6เดือนนี้พวกมันจะยังไม่รู้ตัวและยังไม่ส่งคนใหม่มา เด็กน้อยที่ซ่อนอยู่ในเงามืด เ้าสามารถกวาดล้างและยึดรังโจรเหล่านี้ไว้ได้จนกว่าจะถึงเวลานั้น”
สิ้นเสียงหวานนั้นนางก็หายตัวไปราวกับหมอกควัน ราวกับไม่เคยปรากฎอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างเตียงก็ถูกพาตัวไปด้วย
อ้ายเชียนรับรู้ได้ว่าหญิงผู้นั้นพูดกับนาง นางตกตะลึงอย่างมาก...เพราะตอนนี้นางกำลังใช้วิชาลับวิชาหนึ่งที่ได้รับมา มันสามารถปิดกั้นกลิ่นอายทั้งหมดได้ คนๆนั้นต้องเก่งกาจเพียงใดกัน
และอ้ายเชียนแน่ใจว่า ระดับขั้นของเซียนหญิงเมื่อครู่ ไม่ใช่ขั้นเหนือกว่าแน่นอน...ใบหน้านางซีดเผือดราวกับเพิ่งไปเยือนประตูนรกมา ก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งใจ และนึกถึงคำพูดที่หญิงผู้นั้นพูด
“นางบอกว่ามีเวลา6เดือนก่อนที่หัวหน้าใหญ่ของโจรพวกนี้จะรู้ตัวและส่งคนมา ถ้าอย่างนั้นข้าก็ควรจะขโมยรังโจรใช้เป็ฐานบัญชาการและฝึกฝนชั่วคราว 6เดือนงั้นหรือ...”
อ้ายเชียนครุ่นคิดในใจ ก่อนจะตกลงกับตัวเองว่าคงต้องลำบากนิดหน่อยใน่นี้เสียแล้ว
‘เ้านาย คนเมื่อครู่อันตรายมาก โชคดีที่นางไม่มุ่งเป้ามาที่ท่าน’
‘เ้ารู้จักตระกูลอาวมั้ย’
‘ไม่ ข้าไม่รู้จักตระกูลอาว เ้านายคนก่อนของข้ามีชีวิตอยู่ก่อนหน้านี้หลายหมื่นปี ดังนั้นข้าไม่รู้ว่าผ่านมาหลายหมื่นปีโลกนี้มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง’
คำตอบจากซ่งจูไม่ได้ช่วยนางมาก อ้ายเชียนเข้าไปที่หน้าเตียง ก่อนจะจับชีพจรของเด็กหญิงที่โดนฝนเืจากร่างแหลกละเอียดของหัวหน้าโจร ก่อนจะหน้าเคร่งขึ้นมา เพราะนางเสียชีวิตไปแล้ว
“หัวหน้าโจรผู้นี้โหดร้ายป่าเถื่อนเกินไป...ต้องมีเด็กผู้หญิงสังเวยชีวิตแก่มันมากี่คนแล้ว” อ้ายเชียนรู้สึกว่ามันตายง่ายเกินไป นางอยากจะถลกหนังมันแล้วส่งให้สัตว์อสูรข่มขืนมันซ้ำๆซักสามเดือนค่อยเชือดมันทิ้ง
เมื่อคิดจนหนำใจแล้ว อ้ายเชียนก็มุ่งหน้าเข้าไปในม่านหมอก ทำตัวกลมกลืนและลอบสังหารโจรทุกคนในพื้นที่อย่างง่ายดายเพียงสะบัดมือ
นางไม่ได้ทำให้พวกมันกลายเป็ฝนเืเพราะไม่มีความสามารถมากพอ แต่หาก้าปลิดชีพม์ก็เป็เื่ง่ายสำหรับคนที่ถูกฝึกมาเพื่อเป็ทหารขององค์กร
เพียงครึ่งเค่อโจรทุกคนก็ตกตาย และอ้ายเชียนก็ค้นพบกับคุกใต้ดินที่พวกมันขังเด็กๆเอาไว้เป็ที่สุดท้าย มีโจรเฝ้าอยู่สองคนแต่ก็ถูกนางเชือดคอหอยอย่างเงียบเชียบ จนมันไม่ได้ร้องสักแอะ
เท้าสะอาดที่ปกคลุมด้วยรองเท้าผ้าปักซึ่งได้มาจากถ้ำสมบัติ เดินลงบันใดไปตามทาง และพบกับสายตาหวาดกลัวที่มุ่งมา ก่อนจะกลายเป็ความสับสนและวุ่นวายในที่สุด
“ข้ามาช่วยพวกเ้า” ขณะที่พูด แสงอาทิตย์ก็สาดส่องเข้าไปในคุกผ่านทางเข้าพอดี ทำให้ตัวตนของนางราวกับเทพที่มาโปรด เด็กเหล่านี้จึงคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพียง ก่อนจะกล่าวขอบคุณด้วยใจจริง
“โกรธแค้นหรือไม่...เ็ปกับความอยุติธรรมที่ได้รับรึเปล่า เช่นนั้นหากพวกเ้าไม่อยากเ็ปและโดนรังแกอีกแล้วก็มีแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้น ติดตามข้าและข้าจะทำให้พวกเ้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้นจนไม่มีใครกล้ารังแกอีก”
อ้ายเชียนกวาดตามองเด็กๆ มีหลายคนที่ไม่เข้าใจและมีหลายคนที่ต่อต้าน พวกเขายังมองไม่เห็นตัวนางด้วยซ้ำเพราะนางยืนอยู่ย้อนแสง
“ใครที่ไม่สวามิภักดิ์แก่ข้า...ต้องตาย” เสียงเย็นเยียบดังขึ้นอีกครั้ง
“ไม่ยุติธรรม ท่านบอกว่ามาช่วยพวกเรา แต่ท่านกลับทำตัวไม่ต่างจากพวกโจรและบีบบังคับพวกเราด้วยความตาย”
“ใช่แล้ว ที่ท่านทำอยู่ต่างจากพวกโจรอย่างไรกัน”
“ข้าไม่เห็นได้ยินความวุ่นวายด้านนอก เ้าต้องเป็คนที่พวกโจรส่งมาเกลี้ยกล่อมให้เราเข้าพวกแน่ๆ”
เด็กๆมีหลายความเห็น บางคนก็เด็ก บางคนก็อายุเยอะกว่านาง อ้ายเชียนยืนฟังพวกเขากล่าวประนามนางอย่างใจเย็นและไม่พูดสักคำ กระทั่งเด็กคนหนึ่งวิ่งเข้าหานางพร้อมกับก้อนหินในมือ
หญิงสาวยกมือขึ้นจับมือเขาอย่างใจเย็น ก่อนจะสะบัดมือทีหนึ่งทำให้ตัวเขาปลิวไปกระแทกกับกำแพงอย่างแรงจนเป็หลุมลึก
“แค่กๆๆ” เด็กคนนั้นสำลักเืออกมาเยอะมาก ราวกับจะตายได้ทันที
“พี่ใหญ่! เ้าทำร้ายพี่ใหญ่”
“เ้ามันคนชั่ว ออกไปจากที่นี่พวกเราไม่สวามิภักดิ์ต่อเ้า”
อ้ายเชียนไม่พูดอะไรแต่หันไปปิดประตูกรงขัง จากนั้นก็ลงกลอนแล้วเก็บลูกกุญแจไว้ที่เอว นางเยื้องย่างไปข้างหน้าอย่างใจเย็น
เด็กเ่าั้แม้จะก่นด่าแต่ก็รีบหลีกทางให้นางอย่างรวดเร็ว มีเพียงเด็กชายคนหนึ่งที่ยืนขวางหน้านางเอาไว้ก่อนจะถึงร่างของเด็กชายที่ถูกนางเหวี่ยงออกไป
“หลบไป”
“ไม่! แม้ข้าตายก็ไม่ปล่อยให้เ้าทำร้ายพี่ใหญ่”
“ประการแรก เขาพยายามฆ่าข้า ข้าเพียงป้องกันตัว ประการที่สอง หลังจากข้าช่วยเหลือพวกเ้าชีวิตของพวกเ้าก็เป็ของข้า ประการสุดท้าย ข้าไม่ชอบให้ใครขัดคำสั่ง”
สิ้นเสียงเย็นเยียบของนาง พวกเขาก็เบิกตากว้างไปนานแล้ว นับั้แ่เห็นชัดๆว่าหญิงสาวผู้นี้อายุเพียงสิบสองปี ซ้ำยังมีผ้าปิดอยู่ที่ตา
“เ้า เ้า...”
“หลบไป” กล่าวอีกครั้งพร้อมสะบัดมือ เด็กคนนั้นก็ถูกพลังกดดันจนล้มไปด้านข้าง แต่เขายังพยายามดิ้นรนและเกาะขานางเอาไว้ แต่อ้ายเชียนกลับถีบหน้าอกเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะเกาะขานางสำเร็จ
“อย่าทำร้ายพี่ชายข้า” เด็กชายพูดอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ตนเองจะาเ็จนจุก
“ข้าไม่เคยคิดทำร้ายพวกเ้า” อ้ายเชียนพูดเสียงเบา แต่กลับทำให้หัวใจของเหล่าขอทานน้อยกระตุก
“เช่นนั้นเหตุใดเ้าต้องจองเวรพี่ใหญ่ข้า”
“ข้อสำคัญ...ข้าไม่ชอบให้ต่อปากต่อคำ” อ้ายเชียนพูดเสียงเย็น ความเย็นเยียบแผ่เข้าสู่หัวใจของเด็กๆทั้งหลายในที่นี้ ตอนนี้พวกเขาเงียบปากไปแล้ว
หญิงสาวไม่สนใจรอบด้านเพียงเอาเข็มเงินออกมาจากแขนเสื้อ ก่อนจะเริ่มยื้อชีวิตของเด็กคนนี้ การกระทำของนางทำให้คนในที่นี้แปลกใจมาก
อ้ายเชียนไม่ได้อธิบาย หลังจากฝังเข็มแล้วนางก็เพียงหยิบเอาโอสถผงที่เตรียมไว้พอกลงบนแผลของเด็กหนุ่ม จากนั้นก็นำโอสถน้ำออกมาขวดหนึ่งแล้วกรอกปากเขา
โอสถพวกนี้นางเตรียมไว้ให้ผู้ติดตามทั้งสามก่อนหน้านี้ เพราะพวกเขามักจะถูกสัตว์ร้ายทำร้ายตลอดทางจนได้รับาเ็