ร่างสูงในชุด บริกรชายเดินเข้าไปยังซอยเปลี่ยวในตัวเมืองเอดินเบิร์ก เพียงลำพัง ข่ายอาคมถูกกางขึ้นโดยที่เ้าตัวไม่ได้บริบทคาถาด้วยซ้ำ ขาเรียวยาวก้าวเข้าไปในซอยที่มืดมิด รกร้างและว่างเปล่า หนูตัวจ้อยวิ่งกันให้วุ่นราวกับต้อนรับผู้มาเยือน นัตน์ตาสีน้ำตาลอมดำมองไปยังความมืด
ชายฉกรรจ์มากกว่า 10 คนในชุดสีดำสนิทมองผู้มาเยือนอย่างเืเย็น ก่อนที่ผู้ที่เป็ เสมือนหัวหน้าจะออกมารับแขกที่มาเพียงผู้เดียว รอยยิ้มจากคนสูงวัยกว่าเยียดยิ้มอย่างเืเย็น
“มาหาเราถึงนี่เลยหรือท่านเ้าชาย ไม่นึกว่าท่านจะออกมาต้อนรับเราเองเยี่ยงนี้ กระหม่อม”
ชายหนุ่มเพียงยิ้มมุมปากอย่างขี้เล่น นัตน์ตาพราวระยิบเช่นเคยปราดมองผู้ที่อยู่ต้องหน้าอย่างประเมินก่อนจะเอือนเอ่ยอย่างเป็กันเอง
“ท่านเป็แขก แล้วก็แก่กว่า เราก็ต้องต้อนรับสิ ให้คนแก่ยืนรอนาน ๆ เดี๋ยวเป็ล้มเป็แล้งไป ผมก็แย่ดิ”
“ปากดีนักไอเ้าชายปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม สายเืปีศาจโสโครก”
นัตน์ตาสีน้ำตาลอมดำวาววับอย่างไม่ถูกใจนักกับคำปรามาส แต่ต้องทำใจให้เย็น เพราะถ้าเกิดเขาใจร้อนเกินไปอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าได้ ร่างสูงเรียกเก้าอี้ออกมานั่งเพื่อทำการเจรจา
“ไม่ทราบมาพวกท่านมาที่นี่มีอะไรหรอครับ คงจะไม่ใช่แค่มาร่วมงานเทศกาลหรอกมั่งคร้าฟ”
“หึ... งานเด็กๆ”
“ที่คนแก่ไม่เข้าใจ”
“เ้า!!!”
“ครับ”
รอยยิ้มเกรี้ยมเผยจากปากผู้าุโกว่า ดวงตาวาววับอย่างกับจะฆ่าคนตรงหน้าให้ตายด้วยสายตามากกว่าอาวุธในมือ
“รับมือ”
สิ้นเสียงประกาศชายฉกรรจ์ที่ยืนล้อมตัวเ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมก็กระโจนเข้าใส่ มีดสั้นเล่มเล็กถูกปาออกไปหวังกินเืของเ้าเด็กปากดี ที่เพียงแค่ลุกขึ้นปัดกางเกง รอยยิ้มพราวระยับเหมือนรอความสนุกมานานแล้ว
“วิหคเหินลม”
ดาบเล่มบาง ปลายดาบมีพู่สีดำออกมาปรากฏในมือผู้เป็เ้าของในทันที มือหนาสะบัดเบา ๆ มีดสั้นก็กลับไปยังทิศทางเดิมเพื่อคืนสู่เ้าของ ก่อนเ้าตัวจะะโหลบอีกครั้งเพื่อรับมือกับคนที่เข้ามาใหม่ ร่างสูงต่อสู้ด้วยดาบด้วยความรวดเร็ว ดาบเล่มบางล้อเล่นไปมา เสียงลมที่เกิดจากการปะทะกับตัวดาบดังออกมาเหมือนเป็บทเพลงแว่วเบา ๆ
ชายฉกรรจ์บางคนเริ่มร่ายเวทเพื่อเข้าโจมตีเช่นเดียวกัน แต่เด็กหนุ่มกลับเพียงแค่ก็โดดหลบเวทย์แล้วต่อสู้ด้วยดาบด้วยความสนุกต่อ ชายหนุ่มต้องพลิกไหวตามแรงของแต่ละคนที่เข้าโจมตี แต่ไม่มีแววเหนื่อยล้าเลยแม้แต่นิด ข่ายเวทย์ถูกร่ายออกมาโดยที่เ้าตัวไม่ต้องเรียกคฑาออกมาด้วยซ้ำเพื่อสกัดทางดาบที่ไม่อาจพลิกตัวไปรับได้ ความมืดเข้าครอบงำบริเวณโดยรอบก่อนจะก่อตัวเป็ใบมีดเล่มเล็ก ๆ พุ่งเข้าใส่ผู้ที่หาญมาต่อกรกับเ้าชายแห่งรัตติกาลอย่างเขา เสียงโหยหวนดังระงมอย่างทรมาน
‘เก่งและแกร่งเกินไป’
ความคิดแรกที่เข้าสู่จิตใจของผู้เป็หัวหน้า ก่อนจะเริ่มบริกรรมคาถา เมฆก่อตัวขึ้นกลายเป็มือั์ก่อนจะพุ่งเข้าโจมตีร่างเด็กหนุ่มที่ยืนยิ้มแป้นกลางสมรภูมิ ร่างสูงของเด็กหนุ่มเพียงะโหลบแล้วฟาดเพลงดาบเข้าใส่มือั์ที่ขาดสองท่อนก่อนจะก่อตัวใหม่เป็เหมือนเดิม สมองสั่งการเพียงแวบเดียวก่อนที่เ้าตัวจะพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงสุด พร้อมกับหลบเวทย์ที่โจมตีมาเพื่อไปให้ถึงตัวคนร่ายเวทย์ ร่างสูงะโยันตัวขึ้นสูงเพื่อหลบไปอยู่ข้างหลังจอมเวทย์ ดาบบางพาดอยู่ที่คอคนสั่งการ
“ไม่สามารถฆ่าใครได้ในเอดินเบิร์ก” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างจริงจังอย่างที่ไม่มีใครเคยได้ยิน เสียงทรงอำนาจที่ไม่มีใครต้านทานได้ ร่างใหญ่ของคนที่ตกอยู่ภายใต้วงดาบของเ้าชายที่เขารับคำสั่งให้มาฆ่านิ่งสนิท ความกลัวแล่นเข้ามาทั่วจิตใจ
‘ไม่อาจต่อกรได้ เก่งเกินไป น่ากลัวเกินไป นี่หรือสายเืของจอมมาร เ้าชายรัตติกาล’
ความคิดที่สองวิ่งเข้ามาในหัว เขาไม่อาจขยับได้ ถ้าขยับก็หมายถึงความตาย
“ท่าน้าอะไร”เสียงทุ้มเอ่ยอย่างผู้กำชัยชนะ
“หัวใจของท่านเ้าชาย หัวใจของผู้เป็รัชทายาทแห่งเดมอส หลังจากนี้ยังมีอีกมากมายเ้าชาย ค่าหัวของท่านมีมากมายนัก ถึงข้าจะทำไม่สำเร็จก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะปลอดภัยหรอก”
“ทำไมต้องเป็หัวใจ”
“เืของท่านจ้าวปีศาจแห่งเดมอส พลังที่มากมาย พลังอันมหาศาล พลังที่มากเกินไป ที่อยู่ในตัวท่านสูบฉีดผ่านหัวใจของท่าน คือสิ่งที่้า หัวใจของรัชทายาทผู้เกิดจากสองแผ่นดิน เดมอสและเอเดน มีพลังให้คนตายฟื้นคืน ทำให้เหล่าผู้ที่กินเข้าไปมีพลังที่มากมายยากเกินกว่าจะต่อกร พลังที่ไม่อาจจะหยุดได้”
“เหล่าคนโลภและโง่เขลา พลังมีขีดจำกัด ตัวคนมีขีดจำกัด หากนำไปก็ใช่ว่าจะรับได้เสียเมื่อไร”
“นั้นก็จริงกระหม่อม แต่มีมาตราอยู่บทนึงเหมือนกันกระหม่อมที่ทำให้คนกลายเป็ปีศาจ แต่น่าเสียดายยิ่งนักที่ต่อให้เป็ปีศาจแต่ก็ไม่อาจจะมีพลังดังปีศาจมาได้”
ชายหนุ่มสะบัดดาบออกจากคอของผู้แพ้ นัตน์ตาสีน้ำตาลอมดำตรึงเครียด ร่างสูงยืนอย่างสงบสมกับเืขันติยะอย่างที่ไม่เคยกระทำมาก่อนเมื่ออยู่ในโรงเรียน
“ท่านควรไปจากที่นี่ซะ เราไม่อาจฆ่าท่านได้ เนื่องจากฆ่าคนตายในเอดินเบิร์กไม่สามารถอยู่เอดินเบิร์กได้ ดังนั้นท่านควรไปจากที่นี่ซะ”เสียงทรงอำนาจเอ่ยให้กับผู้สูงวัยที่เพียงแค่พยักหน้าก่อนจะร่ายเวทย์พาเหล่าลูกน้องหายออกไป เหลือเพียงร่องรอยการต่อสู้ที่เกิดขึ้น
นัตน์ตาสีน้ำตาลอมดำที่เคยสดใสเสมองไปยังท้องฟ้านิ่งสนิทไม่อาจจะบ่งบอกอารมณ์ของร่างสูงได้ ข่ายอาคมถูกปลดออกในพริบตาโดยไม่มีการเอื้อนเอ่ยใด ก่อนที่ร่างสูงจะทิ้งตัวลงสู่พื้นพสุธาอย่างอ่อนแรงไร้สิ้นกำลังใด ๆ เรียกให้ นัตน์ตาสีเขียวเบิกกว้างอย่างใที่เพื่อนล้มลงไปกับพื้น
เขาตามมันออกมาั้แ่ที่เห็นมันแอบออกมาจากในงาน เขาตามมันมาในตรอกนี้ เขาเห็นทุกอย่างแต่ไม่อาจก้าวเข้ามาในอาคมของคนเป็เพื่อนได้ ไม่อาจได้ยิน ไม่อาจช่วยได้
ร่างสูงของขอทานตรงไปหาเพื่อนหัวขโมยทันที นัตน์ตาสีน้ำตาลอมดำปิดสนิทมีเพียงลมหายใจที่สม่ำเสมอที่เพียงพอให้เขารู้ว่าคนข้างตัวยังมีชีวิตอยู่ เขารับรู้ถึงสายเืในตัวที่เดือดพล่าทันทีที่ได้เข้าใกล้ สายเืปีศาจ ที่ทาสต้องตอบรับเสมอ แต่ไม่คิดว่ามันจะมีพลังขนาดนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ทันทีที่คน ๆ นี้มาถึงที่นี่ว่า ศักดิ์และฐานะของคนนี้ไม่ได้เป็เพียงหัวขโมยอย่างที่กล่าวอ้าง แต่เป็ถึงเ้าชายก็ตามที เ้าชายแห่งรัตติกาล เ้าชายสายเืท่านจ้าว สิ้นความคิดเขาก็พาตัวเพื่อนคนสำคัญที่สลบไม่รู้เื่ไปพักโรงแรมใกล้ ๆ ขืนพากลับไปสภาพนี้ ไม่เขาก็ เฟรินที่จะโดนพวกหัวหน้าชั้นปีฆ่า
..............................................................................................................................