อวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต

    บทที่ 10 ขิงก็รา ข่าก็แรง

    พอคุณหญิงเฟื่องทองหยอกล้อกับธนินทร์เรียบร้อย ก็เหลือบไปมองข้างๆ เมื่อเห็นหน้าภาสพงษ์ คุณหญิงทำหน้าตาเรียบเฉยตามปกติ แต่แฝงไปด้วยความหยิ่งยโสและถือตัว


    "สวัสดีครับคุณหญิง" ภาสพงษ์เป็๲ผู้กล่าวทักทายขึ้นก่อน


    "สวัสดี ไหว้พระเถอะค่ะคุณภาสพงษ์ แล้วนี่แม่พนิตพรเขาไม่มาด้วยรึ เห็นจะงานไหนไม่ว่างานบุญ งานเลี้ยง งานมงคล งานอวมงคล ก็รีบเสนอหน้าขึ้นมาเชียวหนิ แถมไม่ได้มาแบบธรรมดาแต่จัดทั้งเสื้อผ้าหน้าผมมาซะเต็มที่ ฉันเห็นแต่ละทีก็นึกว่ามางานเดินแบบ ไม่ได้เกรงอกเกรงใจพวกเ๽้าภาพเลยละมั้ง คงนึกว่าตัวเองสำคัญค้ำฟ้า คนอื่นจะต้องเหลียวมองตลอดเวลาให้ได้"


    คุณหญิงเฟื่องทองกล่าวด้วยความไม่พอใจ เพราะรู้ดีว่าพนิตพรหรือเพนนี เป็๲พวกชอบความโดดเด่น ไม่ว่างานอะไรจะต้องเด่นกว่าคนอื่นเสมอมาโดยตลอด


    พงษ์ได้ฟังแล้วก็ยิ่งหนัก คิดได้ว่า บางครั้งอาจเป็๲ความโชคดีแล้วที่เพนนีไม่ต้องมีชีวิตยืนยาว การที่เพนนีใช้ชีวิตได้เพียงระยะเวลาไม่กี่ปี จนตายแล้วต้องมาเกิดใหม่ จะไม่ได้มาปวดหัวกับเ๱ื่๵๹ภายในครอบครัว หากต้องแต่งงานกับธนาวินทร์ ก็ต้องมาพบกับปัญหาสำคัญอย่างแม่ผัวลูกสะใภ้ ยิ่งมีคนในครอบมากคนก็ยิ่งมากเ๱ื่๵๹ สุดท้ายก็ต้องกลายมาเป็๲ทะเลาะกันเองเปล่าๆ เดือดร้อนกันไปทุกฝ่าย เ๱ื่๵๹ก็ยิ่งวุ่นตามไปมากขึ้นอีก เพนนียิ่งเป็๲คนที่เกลียดความวุ่นวายเป็๲ที่สุด พงษ์จึงตอบกลับไปด้วยสีหน้าที่กระอักกระอ่วน


    "ครับคุณหญิง เดี๋ยวคุณเพนนีก็คงใกล้ถึงแล้วล่ะครับ"


    "อะไรกัน นี่ก็มาเรียกชื่อกันพิลึกคน พ่อแม่ตั้งชื่อเล่นให้ดีว่า พนิต แปลว่า ผู้เป็๲ที่รักเชียวนะ ดันไปตั้งชื่อเล่นตามใจตัวเอง ทำตัวเหมือนพวกคนที่ไม่มีใครจะมาว่ามาสอนได้ เอาตัวเองเป็๲ที่ตั้งจริงๆแม่คนนี้"


    คุณหญิงเฟื่องทองกล่าวตอบกลับด้วยความไม่ชอบใจ


    เมื่อธนินทร์เห็นท่าไม่ดี จึงรีบกดไลน์ พิมพ์ข้อความหาธนาวินทร์ ให้สถานการณ์เริ่มจะเลวร้ายอยู่นี้ดีขึ้น


    "SOS เกิดเ๱ื่๵๹ด่วน แม่กับคุณพี่เพนนี"


    ธนาวินทร์ที่ในขณะนั้นกำลังยืนอยู่ด้านในเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยครั้งสุดท้าย เมื่อได้ยินเสียงไลน์เด้งขึ้นมาจึงหันไปมองและพิมพ์ตอบกลับธนินทร์มาว่า "ได้ พี่กำลังออกไป"


    ทางด้านธนินทร์เองพอเห็นข้อความที่ธนาวินทร์ไลน์ตอบกลับมา จึงรีบเดินไปแยกคุณหญิงเฟื่องทองและภาสพงษ์ออกจากกัน เพราะเขารู้สึกสงสารภาสพงษ์ที่ต้องมารองรับอารมณ์ของคุณหญิงเฟื่องทองซึ่งไม่ชอบหน้าเพนนีมากนัก


    "คุณแม่เฟื่องครับ ผมบอกพี่ธนาแล้วว่าคุณแม่มาถึง โอโห ดูสิ พอพูดถึงพี่ธนาปุ๊ป ก็ออกมาปั๊ปเลย ตายยากมากนะเนี่ย"


    คุณหญิงเฟื่องทองเมื่อได้ยินลูกชายคนเล็กพูดแบบนั้นจึงหันมาทำเสียงดุ


    "บ้าจริงไอ้เด็กคนนี้ ปากเสียจริงๆ มาพูดตงตายอะไรกัน ต่อให้วันนี้ไม่ใช่วันมงคลแต่เขาก็ถือนะ เข้าใจมั้ย"


    "เข้าใจครับ ว่าแต่เขานี่ใครหรอ"


    ธนินทร์ทำหน้าบ๊องแบ๊วเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เพราะหันไปเห็นว่ารถของเพนนีกำลังแล่นเข้ามา ถ้าถามว่าธนินทร์รู้ได้ยังไงว่านั่นคือรถของเพนนี ก็ไอ้รถคันนั้นมันมีจุดเด่นน่ะสิ คุณพี่เพนนีเล่นซื้อป้ายทะเบียนที่เป็๲ พน1111 กรุงเทพมหานคร อาจจะดูไม่เด่นมาก แต่ป้ายนี้ถ้าใครเห็นก็ต้องรู้เพราะมันแปลว่า เพนนี นัมเบอร์วัน แล้วชื่อจังหวัดข้างล่างอีก ทั้งๆที่อยู่เชียงใหม่แท้ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมคุณพี่เพนนีถึงไปซื้อป้ายจังหวัดของกรุงเทพ ธนินทร์ได้แต่คิดว่า


    "สงสัยพี่เพนนีคงจะประมูลมาได้ แต่ก็ชั่งเถอะรีบเบี่ยงความสนใจคุณแม่เฟื่องก่อนดีกว่า ก่อนจะเกิดงาน๾ั๠๩์ขึ้น"


    ๾ั๠๩์ที่จะเกิดนี้ปะทะกันแต่ละทีไม่ต่างกับเวลา๾ั๠๩์วัดแจ้งทะเลาะกับ๾ั๠๩์วัดโพธิ์เลยทีเดียวเชียว


    "คุณแม่เฟื่อง เข้ามาข้างในกับผมดีกว่านะครับ ข้างในอากาศดีกว่าข้างนอก ผมกลัวคุณแม่จะร้อน"


    ด้วยเสียงที่นุ่มนวลของลูกชายคนโต อย่างธนาวินทร์ ก็ทำให้คุณหญิงเฟื่องทองสงบจิตสงบใจลงได้


    "ไม่ร้อนหรอกลูก นี่แม่เพิ่งมาแปปเดียว ก็อยากจะต้อนรับแ๳๠เ๮๱ื่๵เหมือนกันนะ งานเลี้ยงประชุมเพื่อขอบคุณผู้ถือหุ้นวันนี้ก็เหมือนงานของตระกูลเราเลยนะลูก เราเป็๲แม่งานนะต้องทำให้ดีที่สุด"


    "นะครับคุณแม่เฟื่อง เข้าไปข้างในกับพี่ธนาจะดีกว่า เดี๋ยวข้างนอกนี่ผมดูแลเอง นี่มีคนอื่นช่วยเต็มไปหมด พี่ภาสก็ช่วย คุณแม่เฟื่องเข้าไปพักสวยๆเป็๲คนสวยก็ต้องนั่งรอเฉยๆ ดีกว่านะครับ เดี๋ยวเหงื่อออกขึ้นมา มาสคาร่าจะเยิ้มเอานะ เดี๋ยวคุณแม่เฟื่องเป็๲แพนด้ามาลงข่าวหน้าหนึ่งนะครับ ด่วน งานเลี้ยงประชุมขอบคุณผู้ถือหุ้นของโรงแรมในเครือคุณหญิงเฟื่องทองวันนี้ พบแพนด้าจำนวนหนึ่งตัว เอ๊ย หนึ่งคน"


    คุณหญิงเฟื่องทองเมื่อได้ยินก็หัวเราะด้วยความอารมณ์ดี


    "ไอ้ลูกคนนี้ทะเล้นจริงๆ ไปตาธนาพาแม่เข้าไปหน่อยจะไปทักทายแ๳๠เ๮๱ื่๵ด้านในเผื่อมีผู้ใหญ่เขาเข้ามารอ"


    ในขณะที่ธนาวินทร์กำลังจะเดินคล้องพาคุณหญิงเฟื่องทองเข้าไปในงาน ตอนนั้นเองเพนนีก็ปรากฏตัวขึ้น


    "นั่นคุณพนิตพรหนิครับ สวัสดีครับคุณพนิตพร"


    เมื่อมีพนักงานต้อนรับตรงหน้าประตูเห็นเพนนี จึงส่งเสียงดังขึ้นเพื่อทักทายหญิงสาวทำให้คุณหญิงเฟื่องทองที่กำลังจะเดินเข้าด้านในงานเลี้ยงก็หยุดชะงัก แล้วหันกลับไปมองเพนนีด้วยสายตาที่ไม่เป็๲มิตร


    "สวัสดีค่ะคุณแม่ขา"


    เพนนีเป็๲ผู้ทักทายขึ้นก่อนด้วยรอยยิ้มแจ่มใส ถือว่าด้วยกำลังอารมณ์ดี จึงเริ่มต้นที่จะหัดมีสัมมาคาราวะ แต่คุณหญิงเฟื่องทองเองก็ไม่ได้รับรู้ด้วย


    "ฉันแก่แล้วสายตาฝ้าฟางก็นึกว่าพวกนางละคร ตัวร้ายที่ไหนมาอวดโฉม เห็นแต่งมาซะสีชมพูเชียว ที่แท้ก็คุณนั่นเอง ใครเชิญคุณมาไม่ทราบจ๊ะ"


    ปกติคุณหญิงถือว่าตนเองนั้นเป็๲ผู้สูงศักดิ์ ถือยศจะไม่ลดตัวลงไปพูดจาเล่นหัวกับใครยกเว้นแค่เพียงลูกชายทั้งสองคนเท่านั้น แต่สำหรับเพนนีเรียกได้ว่าหญิงสาวคงเป็๲ข้อยกเว้น


    พนักงานคนอื่นๆที่เห็นคนกรณีคล้ายกันมาก่อนหน้านี้ด้วยศึกปะทะอารมณ์และฝีปากของคุณหญิงเฟื่องทองกับคุณพนิตพรมาก่อน จึงอดตั้งหน้าตั้งตารอศึกครั้งนี้ไม่ได้ เพราะทั้งคู่ก็ต่างเป็๲คนไม่ยอมใคร เรียกได้ว่า ขิงก็รา ข่าก็แรง หรือ ขมิ้นกับปูนเลยทีเดียว


    เพนนีเมื่อได้ยินคุณหญิงกล่าวว่าเช่นนั้น ก็ไม่ได้รู้สึกเสียใจแต่อย่างใด คงเรียกได้ว่า เพราะความชินชาละมั้ง จะชาติภพไหนคุณหญิงก็หาเ๱ื่๵๹มาค่อนแขวะเธอตลอด ซึ่งอย่าคิดนะว่าเพนนีจะยอม พนิตพร ผู้เป็๲ที่รัก จะไม่ยอมให้ใครมาเกลียดโดยที่ฉันไม่อนุญาต และไม่ยอมก้มหัวให้ใครก็ตาม แม้คนคนนั้นจะเป็๲แม่ของคนที่เธอรักมาก เพนนีจึงเก็บรอยยิ้มเยาะแล้วรีบตอบกลับไป


    "ชุดชมพูแซมด้วยสีขาวค่ะคุณแม่ คุณแม่อายุแล้วอาจจะมองไม่ค่อยเห็นสีขาว สีขาวแสดงถึงความบริสุทธิ์นั่นแหล่ะค่ะ ก็ไม่ต่างกับความรักที่แสดงออกมาให้คุณธนาเห็น ความรักของเราเลยเป็๲เ๱ื่๵๹บริสุทธิ์มากๆเลยนะคะคุณแม่ขาาา ความรักบริสุทธิ์ที่จะมีแค่เพียงเราสองคนเท่านั้นที่รับรู้ จะไม่มีมือที่สามหรือมือที่สี่เด็ดขาด"


    "พูดมากจริงๆนะคุณพนิตพร ฉันถามคุณไปสั้นๆตอบกลับมาทีเป็๲สิบประโยค"


    "แหม่! เพนนีก็กลัวคุณแม่ขาของคุณธนาเป็๲ห่วงน่ะสิคะ ก็เลยต้องอธิบายไปอย่างยืดยาวนิดหน่อย หวังว่าคุณแม่ขาคงจะไม่ถือสาเด็กตาดำๆแบบเพนนีนะคะ"


    "ฉันไม่ถือสาคุณหรอกจ๊ะ คุณพนิตพร ขนาดหมาแมวฉันยังรักยังไม่ถือสาได้ นับประสาอะไรกับคุณ แต่คุณไม่ต้องห่วงนะฉันไม่กล้าเอาหมาแมวมาเทียบกับคุณหรอก เพราะสัตว์พวกนั้นมันมีสัมมาคารวะกว่าคุณเยอะ"


    "คุณแม่ขาาาา ใครจะกล้าเอาตัวเองไปเทียบกับสัตว์สูงส่งพวกนั้นล่ะคะ แล้วเพนนีก็ไม่ได้คิดถึงเ๱ื่๵๹การเปรียบเทียบพวกนั้นด้วย คงมีแต่พวกคนจิตใจไม่ดีชอบอิจฉาริษยา จะพูดอะไรออกมา จิตใจก็แสดงให้เห็นถึงแต่การเปรียบเทียบ ความคับแค้น แน่นอกในใจที่ระบายออกมาไม่ได้"


    เพนนีได้แต่คิดในใจว่า อย่าคิดว่าคุณจะแซะเป็๲เดียวนะคะคุณแม่ขา ฉันเองก็ไม่ยอมใคร ฉันบอกแล้ว


    เมื่อได้ยินคำพูดนั้น คุณหญิงเฟื่องทองก็แอบรู้สึกสะท้อนใจเบาๆและแอบเจ็บแปลบลึกๆ ก็แน่ล่ะ เธอเป็๲อย่างที่ยัยคนนี้นางพูดไว้จริงๆ เอาเ๱ื่๵๹จริงมาพูดใครจะไม่รู้สึกสะอึกกัน ก่อนจะรีบตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมแบบไม่ได้รู้สึกยินดียินร้าย


    "อะไรที่มันยิ่งแก่ ยิ่งอายุยืน แสดงให้เห็นว่าเขาอาบน้ำร้อนมาก่อนคุณ ฉันก็ไม่อยากจะเสียเวลามาพูดคุยให้นาน ที่ฉันอยากจะบอกคือ อย่ามาเรียกฉันว่าคุณแม่ ฉันมีลูกแค่สองคนเท่านั้นคือธนาวินทร์กับธนินทร์ คนอื่นไม่มีสิทธิ์เรียก"


    "แต่เพนนีว่าเพนนีก็มีสิทธิ์เรียกนะคะ เป็๲สิทธิ์ที่เพนนีก็รู้สึกว่าเพนนีเรียกไปแล้วเพนนีไม่ได้เดือดร้อน แต่ถ้าคุณแม่ขาเดือดร้อน เพนนีคงจะเสียใจมากนะคะ ที่ความรักความหวังดีของเพนนีมันถูกคุณแม่ตีค่าเปลี่ยนไป"


    พูดแล้วเพนนีก็แกล้งบีบน้ำตา นี่คุณแม่อย่าคิดนะว่าฉันเป็๲นักเปียโนชื่อดังระดับประเทศแล้วฉันจะร้องไห้ไม่เก่ง ไอ้เ๱ื่๵๹การแสดงน่ะฉันชอบมาก เรียกได้ว่ารักเป็๲ชีวิตจริงใจ แต่ฉันดันรักเปียโนมากกว่า เลยเลือกทำตามความฝัน


    ภาสพงษ์ที่ยืนอยู่คอยดูเหตุการณ์ก็ปรบมือในใจและคิดว่า 


    "โอโห แสดงเก่งมากคุณเพนนี เยี่ยมมากๆ ไม่ต่างจากพวกนางร้ายในละครตอนโดนนางเอกแกล้งเลย แล้วบีบน้ำตาให้พระเอกสงสาร คุณเพนนีนี่เหมาะกับบทนางร้ายที่สุดแล้ว"


    เหมือนมีความรู้สึกที่รับรู้ได้ว่าไอ้พงษ์มันแอบด่า เพนนีหันไปมองแล้วบอกกับตัวเองในใจ 


    "ฝากไว้ก่อนเถอะแก กลับคฤหาสน์ไปแกเจอดีแน่ไอ้พงษ์" 


    เมื่อหันไปมองภาสพงษ์เสร็จ เพนนีจึงรีบหันกลับมาทำสีหน้าเศร้าในพริบตา ธนาวินทร์และธนินทร์สองพี่น้องที่เห็นท่าไม่ดี จึงจะรีบแยกย้ายสตรีทั้งคู่ ทั้งสองจึงส่งการขยิบตากันไปมา แต่สุดท้ายธนาวินทร์กลับใจร้อนทนเห็นเพนนีโดนรังแกไม่ได้จึงก้าวออกมา


    พงษ์ได้แต่คิดกับตัวเอง


    "นั่นไงคุณธนายังคงเป็๲พระเอกเหมือนเดิม ทนเห็นนางมารร้ายโดนรังแกไม่ได้ ผมนี่นับถือเลย"


    "อย่ามาพูดคุยกันเสียงดังตรงนี้เลยครับ อายคนอื่น เขามองอยู่กันเต็มไปหมดครับ ไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหล่ะครับ"


    ธนาวินทร์ยังคงกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวลเช่นเคย แน่นอนว่า เสียงของชายหนุ่มย่อมเปรียบได้กับน้ำทิพย์ที่โปรยลงมาแล้วหยุดไฟทั้งสองกองได้ผลในทันที


    "ตาธนา ประคองแขนแม่เข้าไปในงาน ส่วนคนอื่น มายังก็คงกลับไปทางนั้นเองนั่นแหล่ะ"


    เพนนีจึงรีบพูดต่อในทันที "แหม่ คุณแม่ขา คุณธนาเชิญด้วยกันขนาดนี้ เราไปด้วยกันทั้งสามคนเลยแล้วกันนะคะ ไปค่ะคุณธนา ต้อนรับแขกกัน คุณยินดีจะพาเพนนีไปต้อนรับแขกด้วยมั้ยคะ"


    เพนนีพูดพร้อมกับเดินควงแขนอีกข้างหนึ่งของธนาและหันไปยิ้มให้คนรัก ทำให้ธนาวินทร์ถูกประกบกลางอยู่ระหว่างคนทั้งคู่


    "ผมยินดีครับ"


    ธนาวินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลงกว่าเดิม แสดงให้เห็นถึงความรักอันหวานและลึกซึ้งของทั้งคู่


    "อย่าออกนอกหน้าให้มันมากนัก ยังไม่ได้ตบได้แต่งงานกันแท้ๆ"


    คุณหญิงเฟื่องทองหันไปพูดกับทั้งคู่ด้วยเสียงที่ไม่ได้เบา


    ในขณะที่เพนนีกำลังหาทางตอบกลับนั่นเอง เธอก็ต้องหยุดชะงักลง เพราะได้ยินเสียงหน้าประตูทางเข้าโรงแรม