เฉินม่อไป๋นอนหลับไปจนถึงเย็นก็ตื่นขึ้นเพราะเจี้ยนลู่ปลุกให้มากินข้าว หลังจากจากกินข้าวเสร็จก็แอบหยิบแก้วและตะเกียบไม้คู่หนึ่งเข้าไปในห้อง เธอใช้โทรศัพท์ค้นหาแผนที่ของเมืองนี้จากในอินเทอร์เน็ต จากนั้นก็วาดลงบนกระดาษคร่าว ๆ เสร็จแล้วจึงหักตะเกียบไม้ออกเป็ชิ้นเล็ก ๆ เป็จำนวนสิบชิ้น
เมื่อได้ของทั้งหมดที่้าก็เริ่มทำนายให้ตนเอง
หญิงสาวใส่ชิ้นส่วนตะเกียบไม้ลงในแก้วก่อนจะเขย่า ใช้เวลาไม่นานเศษตะเกียบไม้ชิ้นหนึ่งก็ตกลงบนแผ่นที่ในกระดาษ เฉินม่อไป๋เห็นดังนั้นจึงเปิดเทียบเส้นทางในโทรศัพท์ พบว่าจุดที่เศษตะเกียบตกลงไปนั้นตรงกับตลาดค้าของเก่าซึ่งอยู่ใจกลางเมืองถานนั่นเอง
"ถ้าไปที่นั่นจะได้ทำการค้าครั้งใหญ่สินะ" เฉินม่อไป๋พยักหน้าพอใจกับผลลัพธ์ จากนั้นก็กวาดทุกอย่างลงในถังขยะอย่างไม่นึกเสียดาย
วันต่อมา
เฉินม่อไป๋ตื่นั้แ่เช้าเพื่อมาช่วยมารดาทำกับข้าวและเตรียมของเปิดร้านอาหาร พอถึง่สายก็ขอตัวออกจากบ้าน เธอถึงกับทุบกระปุกเงินเก็บของตัวเองออกมานับ ได้เงินมาจำนวนสามร้อยหยวนกับอีกนิดหน่อย
เมื่อเจี้ยนลู่เห็นความแน่วแน่ของบุตรสาวที่้าออกไปก็ไม่ได้เอ่ยห้ามอีก เธอกำชับเื่ความปลอดภัยอีกเล็กน้อยจากนั้นก็ให้เงินหนึ่งพันหยวนเพื่อเป็ค่าขนมและค่าเดินทาง
"แม่เก็บไว้เถอะ หนูจะใช้เงินเก็บของตัวเอง" เฉินม่อไป๋ปฏิเสธเงินจำนวนนั้น ไม่ใช่ว่ามันน้อยแต่เพราะเยอะมากต่างหาก หนึ่งพันหยวนนี่เทียบได้กับเงินเก็บในหนึ่งเดือนของสองแม่ลูกรวมกันเชียวนะ!
"ลูกพึ่งเคยออกจากบ้านเป็ครั้งแรก ให้เงินไปมากหน่อยก็ไม่เป็ไร" เจี้ยนลู่ยัดเงินใส่กางเกงสามส่วนของบุตรสาวอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หันไปหยิบข้าวกล่องที่แอบเตรียมไว้ออกมา "แม่ทำข้าวกล่องไว้ให้ ถ้าหิวก็หยิบขึ้นมากินนะ"
เฉินม่อไป๋มองใบหน้าอ่อนโยนของมารดาก็ผงกศีรษะตอบรับอย่างไม่รู้ตัว "ขอบคุณค่ะ"
"เดินทางดี ๆ ล่ะ โทรหาแม่ทุกชั่วโมงด้วย" เจี้ยนลู่ยิ้ม
"ได้ค่ะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ" เฉินม่อไป๋โอบกอดมารดาขณะถือกล่องข้าว
หลังออกจากบ้าน เฉินม่อไป๋ก็เดินไปที่ป้ายรถประจำทางซึ่งอยู่ถัดไปอีกสอง่ถนน
ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่เฉินม่อไป๋ได้ศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมและการเป็อยู่ของโลกนี้ ทำให้ได้เรียนรู้เื่ราวมากมาย โดยเฉพาะการแต่งกายที่เปลี่ยนแปลงไปจนเรียกได้ว่าไม่มีเค้าโครงเมื่อหลายพันปีก่อนเลยแม้แต่น้อย เฉินม่อไป๋มีเสื้อผ้าไม่มากนักเพราะไม่ค่อยได้ออกไปไหน กว่าจะหาชุดที่ใส่ออกจากบ้านได้ก็เปลืองเวลาไปเยอะ
เฉินม่อไป๋เลือกใส่เสื้อยืดสีขาวและกางเกงสามส่วนสีดำที่วัยรุ่นผู้ชายชอบใส่กัน ด้านหลังสะพานกระเป๋าเป้สีดำที่ขณะนี้มีกล่องข้าวเที่ยงใส่อยู่ด้านใน และด้วยหน้าตาของเธอที่ออกไปทางสวยหล่อพร้อม่ตัวที่สูงถึง 177 เิเ ทำให้มีหญิงสาวมากมายคอยมองตามจนเหลียวหลัง
แต่เพราะเฉินม่อไป๋กำลังกดค้นดูเส้นทางในโทรศัพท์อย่างขะมักเขม้นเลยไม่รู้ว่าตนเองเป็จุดสนใจมากแค่ไหน หญิงสาวนั่งรถประจำทางอยู่สามต่อก็สามารถมาถึงตลาดค้าของเก่าโดยสวัสดิภาพ เธอเดินเข้าไปด้านในด้วยความอยากรู้อยากเห็น
การแต่งตัวราวกับวัยรุ่นสมัยใหม่ของเฉินม่อไป๋นั้นไม่เข้ากับสถานที่เช่นนี้เท่าไหร่นัก เนื่องจากตลาดการค้าของเก่าแห่งนี้จะค้าขายของโบราณเป็ส่วนใหญ่ ดังนั้นจึงมีแต่คนที่ค่อนข้างมีอายุมาเดินเล่นหรือเลือกซื้อของ
เฉินม่อไป๋มองเห็นิญญาเร่ร่อนในตลาดแห่งนี้เต็มไปหมด บ้างก็ติดอยู่กับสิ่งของที่วางแผงขายอยู่หน้าร้าน บ้างก็ติดอยู่กับคนขายหรือคนเดินผ่านไปผ่านมา เธอทำเพียงแค่กวาดตามองชั่วครู่ก่อนจะเลิกสนใจ
ในขณะที่กำลังเดินผ่านร้านค้าของเก่าร้านหนึ่ง เฉินม่อไป๋ก็ชะงักเท้าแล้วเดินกลับมามองของสิ่งหนึ่งด้วยความสนใจ มันเป็ถ้วยกระเบื้องเคลือบขนาดเล็กเท่าฝ่ามือชิ้นหนึ่ง ดูแล้วธรรมดาในสายตาของใครหลาย ๆ คน แต่กับเฉินม่อไป๋มันคือสมบัติล้ำค่า
"ถ้วยใบนี้ราคาเท่าไหร่" เฉินม่อไป๋ชี้
พ่อค้าวัยกลางคนร่างทางผอมแห้งเหลือบมองเฉินม่อไป๋อย่างประเมิน เมื่อเห็นว่าเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีค่อนข้างมีชาติตระกูลก็พูด "สามร้อยยี่สิบหยวน"
ทว่าทันใดนั้นก็มีเสียงเล็กๆ ดังขึ้น "จะปล้นกันรึไง นายซื้อมาในราคาสามหยวน ถ้าเอามาขายต่อ ราคามากสุดแค่ห้าหยวนเท่านั้น พี่ชายอย่าหลงกลนะ"
เฉินม่อไป๋หรี่ตามองิญญาเด็กผู้ชายขณะที่เขาไม่รู้ตัวอย่างพิจารณา เหมือนว่าเด็กคนนี้จะถูกผูกติดกับหุ่นไม้ที่อยู่บนชั้นวางของ
ในเมื่อผีตนนี้มีน้ำใจช่วยพูดให้เธอ อย่างไรก็ต้องแสดงความขอบคุณสักหน่อย "แล้วตุ๊กตาไม้ชิ้นนั้นละ"
เมื่อพูดถึงตุ๊กตาไม้บนชั้นวาง พ่อค้าวัยกลางคนก็ดูจะกระตือรือร้นขึ้นผิดปกติ "ความจริงแล้วตุ๊กตาไม้ชิ้นนี้ฉันได้มาในราคาสองพันหยวน แต่เห็นว่าพ่อหนุ่มสนใจหรอกนะ เลยขายให้หนึ่งพันหยวนเท่านั้น"
หญิงสาวคิ้วกระตุกเล็กน้อย ช่างเป็พ่อค้าที่ดีเสียจริง ลดให้หนึ่งพันหยวนเชียว เหอ ๆ
"น่าเสียดาย ผมมีเงินแค่ห้าสิบหยวนเอง" เฉินม่อไป๋พึมพำด้วยความลำบากใจ จากนั้นก็หมุนตัวคอตกออกจากร้าน ท่าทีดูเหมือนเสียดายเต็มประดา
พ่อค้าวัยกลางคนแทบสำลักน้ำลาย ความจริงเขาก็ตั้งราคาสูงไว้ก่อนเท่านั้น "ไอ้หยาพ่อหนุ่ม รอก่อน ถ้า้าจริง ๆ ฉันขายให้ได้ในราคาห้าสิบหยวน!"
เฉินม่อไป๋แอบหัวเราะในใจ แต่ใบหน้ากลับเผยความกังวลยิ่งกว่าเดิม "เอ๋ ทำไมถูกอย่างงี้ละ หรือว่ามันมีอะไร..."
"ไม่ใช่ ๆ ฉันเห็นว่ามันน่าจะมีวาสนากับพ่อหนุ่มเลยขายให้ถูก ๆ น่ะ!" พ่อค้าหลั่งเหงื่อเย็น
ชายหนุ่มคนนี้เดาได้ถูกต้อง! ความจริงแล้วตุ๊กตาไม้ตัวนี้มีอาถรรพ์บางอย่าง ่แรกที่เขารับซื้อมาก็เห็นว่ามันแกะสลักได้แปลกดี ข้อต่อตัวตุ๊กตาเองก็ไม่มีที่ติ ทว่านานวันเข้ากลับเกิดเื่น่ากลัวขึ้น อย่างเช่นว่าตุ๊กตาไม้เปลี่ยนท่านั่งบ้างล่ะ หรือไม่ก็อยู่ผิดที่ผิดทางบ้างล่ะ ทำเอาขนหัวลุกจนตัดสินใจนำไปทิ้ง แต่วันรุ่งขึ้น มันกลับมาโผล่อยู่ในร้านเหมือนเดิม!
"พี่ชายจะซื้อเหรอ" ิญญาเด็กน้อยดวงตาเป็ประกาย เขาเห็นชายหนุ่มคนนี้ก็รู้สึกถูกชะตาอยากไปอยู่ด้วยั้แ่แรกอยู่แล้ว
เมื่อเห็นเฉินม่อไป๋ยังคงมีสีหน้าลังเลใจ พ่อค้าก็เสนอขายอย่างตะกุกตะกัก "ถ้าพ่อหนุ่มจะซื้อจริง ๆ ฉันแถมถ้วยกระเบื้องใบนี้ให้ด้วยเลย"
หญิงสาวรู้สึกลิงโลดในใจ ทว่าเก็บอาการได้เป็อย่างดี "ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ผมขอซื้อตุ๊กตาไม้ตัวนั้น"
"ได้!" พ่อค้าวัยกลางคนแทบหลังน้ำตาอย่างปีติ เขารีบไปหยิบตุ๊กตาไม้อย่างระมัดระวัง
ในที่สุดเฉินม่อไป๋ก็ได้ตุ๊กตาไม้มาพร้อมกับถ้วยกระเบื้องที่หมายตาด้วยราคาแค่ห้าสิบหยวน หลังเก็บพวกมันเข้าไปไว้ในกระเป๋าก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับิญญาเด็กชาย
"พี่ชาย ผมชื่ออู๋หลิ่วถงนะ พี่ชายชื่ออะไรเหรอ" ิญญาของเด็กชายลอยวนรอบตัวเฉินม่อไป๋อย่างร่าเริง ถึงเขาจึงรู้ว่าคุยกับพี่ชายไปแล้วก็ไม่ได้รับการตอบกลับแต่ก็ยังอยากคุยด้วยอยู่ดี
เฉินม่อไป๋ยิ้มให้กับความน่ารักของเด็กชาย เธอก้มหน้าลงมองร่างโปร่งแสงของเขาก่อนจะยิ้มให้
เด็กชายตัวน้อยสบตากับเธอก็เบิกตากว้าง "พี่ชายเห็นผมเหรอ!"
"อืม" เฉินม่อไป๋พยักหน้าน้อย ๆ จนแทบไม่เป็ที่สังเกต
"ดีจังเลย!" อู๋หลิ่วถงร้องดีใจ เขาอยากจะคุยกับชายหนุ่มอีกสักนิดแต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธก็เงียบปากเพราะรู้ว่าที่นี่ยังมีคนอื่นอีก
ถึงจะยังคุยไม่ได้ แต่อู๋หลิ่วถงก็ลอยตามร่างของเฉินม่อไป๋อย่างมีความสุข
หญิงสาวเดินเข้าไปในตลาดค้าของเก่าจนกระทั่งไปเจอกับจุดที่มีคนใส่ชุดรุ่มร่ามจำนวนหนึ่งกำลังตั้งแผงรับดูดวงให้ผู้คนอยู่
เกิดเสียฮือฮาขึ้นในทิศทางหนึ่ง เฉินม่อไป๋เลิกคิ้วอย่างใคร่รู้ก่อนจะเดินไปร่วมมุงดูกับกลุ่มคนด้วย
เฉินม่อไป๋มาช้าจึงไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น เธอจึงหันไปสะกิดหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "คุณป้า เกิดอะไรขึ้นเหรอ"
เดิมทีหญิงวัยกลางคนรู้สึกไม่พอใจที่ถูกเรียกว่าป้า แต่พอเห็นใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายก็แปรเปลี่ยนเป็ส่งยิ้มให้ "พ่อหนุ่ม นั่นคืออาจารย์ซ่ง เขาดูดวงแม่นมากเชียวล่ะ คุณนายคนนั้นยังไม่ทันพูดด้วยซ้ำ เขาก็รู้แล้วว่าเธอมาด้วยเื่อะไร"
"อ๋อ" เฉินม่อไป๋ไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างที่คุณป้าคนนี้คาดหวัง เธอเพียงแค่คิดว่าหนุ่มสาวสมัยนี้คงไม่เชื่อเื่ลี้ลับจึงได้แต่ยิ้มแห้งแล้วหันกลับไปดูสถานการณ์ตรงหน้าต่อ
ชายชราในชุดนักพรตสีขาวบริสุทธิ์ผู้หนึ่งกำลังส่งยิ้มให้กับหญิงวัยกลางคนซึ่งเป็ลูกค้า เขายื่นยันต์ในเธอเป็จำนวนหนึ่งใบก่อนจะพูดขึ้น "คุณนายรับยันต์นี่ไปติดตรงหัวเตียงลูกชาย หลังจากนั้นก็ให้เขากราบไหว้ทุกเช้าเย็น ไม่เกินหนึ่งอาทิตย์ลูกชายก็จะหายป่วยเอง"
"ได้ค่ะ ๆ ฉันจะทำตามอย่างที่อาจารย์พูด" หญิงวัยกลางคนพยักหน้ารัว ราวกับไก่จิกข้าวสาร เธอรับยันต์มาแล้วจ่ายเงินให้เขาเป็ค่าดูดวงและค่ายันต์เป็จำนวนสองร้อยหยวน
หลังจากที่หญิงวัยกลางคนขอตัวจากไป ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ก็เริ่มมีปฏิกิริยาขึ้น พวกเขายื้อแย่งกันต่อแถวเพื่อที่จะได้ดูดวงกับอาจารย์ท่านนี้เป็คนต่อไป
เฉินม่อไป๋มองแล้วก็ได้แต่โคลงศีรษะ เธอััพลังจากตัวหมอดูชราท่านนี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย รวมถึงยันต์แผ่นนั้นเองก็เป็แค่กระดาษธรรมดาที่ไม่สามารถนำไปทำประโยชน์ได้อย่างที่กล่าวอ้างไว้หรอก