วิบากกรรมสาวแม่ลูกอ่อน
ตอน สายตาหื่นของพ่อผัว
ความวุ่นวายของเมืองหลวงและเสียงเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมเคยเป็จังหวะชีวิตที่คุ้นเคยของ แทน และ อร สองหนุ่มสาวจากต่างจังหวัดที่หอบหิ้วความฝันเข้ามาเสี่ยงโชคในกรุงเทพมหานคร ความใกล้ชิดจากการทำงานในแผนกเดียวกันแปรเปลี่ยนเป็ความผูกพัน ทั้งสองตกลงปลงใจอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้แต่งและไม่ได้บอกทางบ้านให้รับรู้ โดยอาศัยอยู่ด้วยกันในห้องเช่าเล็กๆย่านชานเมือง ปีนึงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความรักของพวกเขาเบ่งบานจนกระทั่งมีพยานรักตัวน้อย ลืมตาดูโลกขึ้นมาเป็โซ่ทองคล้องใจ นั่นคือไอ้แดง เด็กชายวัยสี่เดือนที่กำลังน่ารักน่าชัง
ทว่าความเปลี่ยนแปลงก็ซัดกระหน่ำเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว พิษเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างหนักส่งผลกระทบโดยตรงต่อโรงงานที่ทั้งคู่ทำงานอยู่ ยอดสั่งซื้อลดลงจนบริษัทต้องงัดมาตรการลดต้นทุนมาใช้ พนักงานหลายคนถูกปลดออก และมีนโยบายเสนอเงินก้อนเพื่อจูงใจให้พนักงานลาออกแบบสมัครใจ
อรในฐานะแม่ลูกอ่อนที่ต้องคอยให้นมลูกและดูแลไอ้แดงแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อน การจะจ้างคนเลี้ยงดูก็เป็ภาระค่าใช้จ่ายที่หนักหนาเกินไป แทนในฐานะหัวหน้าครอบครัวจึงนั่งจับเข่าคุยกับเมียรัก ในที่สุดทั้งสองผัวเมียจึงตัดสินใจจับมือกันเขียนใบลาออก ทั้งสองรับเงินก้อนโตเพื่อหอบหิ้วครอบครัวกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดของแทนในชนบทที่ห่างไกลความวุ่นวาย
บ้านเกิดของแทนเป็บ้านไม้กึ่งปูนสองชั้นหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาและสวนผลไม้ ที่นั่นมีเพียง ตาพงศ์ พ่อบังเกิดเกล้าของแทนอาศัยอยู่เพียงลำพัง ตาพงศ์เป็ชายวัยกลางคนค่อนไปทางสูงวัยที่ยังคงความแข็งแรงและมีมัดกล้ามจากการทำงานหนักในท้องนา แกสูญเสียภรรยาหรือแม่ของแทนไปั้แ่แทนเพิ่งจะอายุได้สิบห้าปี นับั้แ่นั้นมาตาพงศ์ก็ครองตัวเป็หม้าย ไม่ยอมเปิดใจรับผู้หญิงคนไหนเข้ามาในชีวิตอีกเลย แกทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานส่งเสียลูกชายคนเดียวจนเติบใหญ่
เมื่อรถโดยสารแล่นมาจอดเทียบที่หน้าปากทางเข้าหมู่บ้าน แทนหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่พร้อมกับประคองอรที่กำลังอุ้มไอ้แดงแนบอกเดินเข้าสู่รั้วบ้าน ทันทีที่ก้าวเท้าพ้นประตูรั้ว แทนรู้สึกถึงความผ่อนคลายและความอบอุ่นที่โอบล้อมรอบตัว เขาะโเรียกพ่อด้วยความดีใจ ตาพงศ์ที่กำลังนั่งสานสุ่มไก่อยู่ใต้ถุนบ้านรีบวางมือแล้วเดินออกมาต้อนรับลูกชาย
แทนฉีกยิ้มกว้างพร้อมกับแนะนำให้ตาพงศ์รู้จักกับอร เมียรักของเขาอย่างเป็ทางการ ทว่าในวินาทีที่สายตาของชายหม้ายวัยดึกปะทะเข้ากับเรือนร่างของลูกสะใภ้ ทุกสรรพสิ่งรอบตัวของตาพงศ์ราวกับหยุดนิ่ง
อรเป็หญิงสาวต่างจังหวัดที่มีผิวพรรณขาวผ่องและมีใบหน้าที่สวยหวานสะกดสายตา แต่สิ่งที่ทำให้ตาพงศ์ถึงกับตะลึงงันจนแทบหยุดหายใจคือสรีระที่อวบอิ่มและมีน้ำมีนวลของสาวแม่ลูกอ่อน โดยเฉพาะปทุมถันขนาดสามสิบเก้านิ้วที่เต่งตึงและขยายใหญ่จากการกักเก็บน้ำนม มันมีขนาดใหญ่โตจนดันสาบเสื้อกระดุมหน้าของเธอให้ปริแยกออกจากกัน เผยให้เห็นเนินเนื้อขาวเนียนล้นทะลักออกมาจากยกทรงสีชมพูตัวเก่งที่พยายามโอบอุ้มความอวบใหญ่นั้นไว้อย่างยากลำบาก
อึก! ตาพงศ์เผลอกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่โดยไม่รู้ตัว แกจ้องมองเนินอกของลูกสะใภ้ด้วยสายตาที่เบิกกว้าง ความรู้สึกร้อนวูบวาบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานนับสิบปีกลับฟื้นตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน เืลมในกายหนุ่มใหญ่สูบฉีดจนแกต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนเร้นความหิวกระหายที่ปะทุขึ้นมา
"สวัสดีจ๊ะพ่อ" อรเอ่ยขณะยกมือข้างเดียวไหว้พ่อสามี แขนอีกข้างกระเตงลูกหนีบเอว
"เออ! ๆ สวัสดี ไหว้พระเถิดยัยหนู" ตาพงศ์แกรับไหว้ลูกสะใภ้ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็ปกติที่สุดเพื่อต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้าน ทว่าเป้ากางเกงสามส่วนของแกกลับตุงโด่ด้วยแท่งลำที่ผงาดขึ้นมาจนแข็งแทบปริ