ที่ตำหนักรัชทายา
เช้าวันรุ่งขึ้นหิมะได้ตกลงมาอย่างหนักทำให้ต้นไม้ในตำหนักถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน บ่าวไพร่ต่างพากันเก็บกวาดหิมะออกจากบริเวณตำหนักอย่างขะมักเขม่นอากาศช่างหนาวเหน็บเย็นเข้าไปในกระดูกซะยิ่งกว่าอะไร แต่จะมีสาวใช้นางหนึ่งที่คอยไปรับใช้ฟ่านหนิงเหอั้แ่เช้าตรู่ เพราะนางจะรู้ว่าท่านแม่ทัพของนางจะตื่นเช้าเพื่อมาฝึกวิทยายุทธอยู่ทุกวันั้แ่วันที่นางแต่งเข้าตำหนักมาวันนี้นางก็ได้เตรียมน้ำล้างหน้ากับเสื้อผ้าอาภรณ์ไปให้นายหญิงของนางเช่นเคยเหมือนปกติทุกวันที่เคยทำมา แต่วันนี้นางสังเกตเห็นท่านแม่ทัพของนางยังไม่ตื่นนอนซึ่งผิดปกติจากที่เคย นางได้เข้าไปสังเกตใกล้ๆและได้เห็นใบหน้าของนายหญิงของนางซีดเผือด และนางได้เอาหลังมือแตะที่หน้าผากนายหญิงของนางก็รู้สึกว่าร้อนผ่าวจนนางรู้สึกใทำให้ทำอะไรไม่ถูก
"ท่านแม่ทัพเ้าค่ะท่านเป็อย่างไรบ้าง ท่านแม่ทัพๆ"
เสียงนางเรียกฟ่านหนิงเหออย่างเป็ห่วง ฟ่านหนิงเหอได้ตื่นและค่อยๆลืมตาขึ้นนางรู้สึกปวดที่แผลตุบๆและดูเหมือนเรียวแรงไม่ค่อยมีเป็เพราะแผลจึงทำให้นางมีไข้สูงพอนางรู้สึกตัวจึงสั่งให้บ่าวรับใช้ไปต้มยาแก้ไข้มาให้นางและสั่งให้บ่าวของนางหายาสำหรับใส่แผลมาให้ด้วยโดยที่กำชับบ่าวไม่ให้บอกใครว่านางเป็อะไร
"เ้าช่วยไปต้มยาให้ข้าที่นะแล้วหายามาสำหรับใส่าแให้ข้าด้วย"
"ท่านมีแผลด้วยหรือเ้าค่ะเจ็บมากไหมอยู่ตรงไหน ข้าน้อยจะไปบอกองค์ชายให้ตามหมอมานะเ้าค่ะ"
ท่าทางของบ่าวรับใช้ของนางใลนลานด้วยความเป็ห่วง
"เ้าไม่ต้องไปบอกใครให้ทำตามคำสั่งข้าก็พอจงรีบไปเถิด"
"แต่ว่าข้าไปบอกให้องค์ชายตามหมอให้ท่านดีกว่านะเ้าค่ะ"
"ไม่ต้องลำบากทำให้เป็เื่ใหญ่ข้าไม่เป็อะไรมากเ้าจงรีบไปทำตามที่ข้าสั่ง"
นางพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยและดูดุจนบ่าวต้องยอมไปทำตามที่นางสั่ง
"ได้ๆเ้าค่ะท่านแม่ทัพ"
พอนางได้กินยาและทำแผลด้วยตัวเองโดยที่นางไม่ได้ให้บ่าวเข้ามาช่วยเหลือ นางเข้มแข็งช่วยตัวเองทำแผลและมองดูก็พึ่งสังเกตเห็นแผลตัวเอง
"มันก็ลึกเหมือนกันนะหายคงเป็แผลเป็ยาวแน่ๆเลย"
นางบ่นกับตัวเอง เหมือนไม่ได้เ็ปอะไรมากมาย เป็เพราะนางชินกับาแเสียแล้วตอนที่ออกรบนางเจอมาไม่รู้เท่าไหร่แค่นี้เองไกลหัวใจมากสำหรับนาง แล้วนางก็ได้กินอาหารกับยาแล้วก็นอนหลับไปด้วยพิษไข้
ฝ่ายเหลียนจางเหว่ยตื่นนอนแต่เช้าตรู่เขาได้ออกมาถามหาฟ่านหนิงเหอกับบ่าวไพร
"ท่านแม่ทัพอยู่ที่ใดพวกเ้าเห็นไหม"
"ข้าน้อยคิดว่าท่านแม่ทัพน่าจะอยู่ในสวนหลังตำหนักพะยะค่ะองค์ชาย"
พูดแล้วเขาก็รีบเดินไปตามหานางเพื่อที่จะดูว่านางมีลับลมคมในผิดสังเกตบ้างหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้พบนางแต่อย่างไร เขาก็ยิ่งแปลกใจเข้าไปอีกว่านางไปไหนของนางกันแน่นะ
ส่วนถ้านอ้ายเสินมาหาฟ่านหนิงเหอแต่เช้าเพราะความเป็ห่วงที่นางได้รับาเ็ และเขาก็ได้หายาที่ดีที่สุดสำหรับทาาแมาด้วยและทันทีที่เขามาถึงห้องของฟ่านหนิงเหอเขาได้รีบเปิดประตูเข้าไปหานางทันทีโดยไม่ได้สนใจบ่าวไพร่ในตำหนัก เพราะเขาคิดว่ายังไงองค์รัชทายาทก็ไม่ได้สนใจใยดีฟ่านหนิงเหออยู่แล้ว เขาไม่ยอมที่จะปล่อยให้นางต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวแน่นอนและทันทีที่เขาได้พบนางนอนซมด้วยพิษไข้อยู่นั้นเขารีบเข้าไปเอาหลังมือแตะที่หน้าผากนวลๆของนางอย่างเบาๆและเขาได้มีสีหน้าใอย่างมากเพราะนางได้
ตัวร้อนผ่าว เขาไม่รอช้ารีบเปิดผ้าห่มดูแผลที่ไหลของนางกลับปรากฏว่าแผลนางได้บวมเปล่งจนดูน่ากลัวว่าจะกลายเป็ติดเชื้อลามไปกันใหญ่ ทันใดนั้นเขาไม่รอช้าที่จะทำแผลให้นางใหม่ โดยค่อยเปิดเสื้อนางออกเผยให้เห็นไหลขาวเนียนของนางเขารีบใส่ยาที่เขานำมาเพื่อนางโดยเฉพาะและเขารีบหาผ้ามาพันแผลให้นาง ถานอ้านเสินทำแผลให้นางอย่างคล่องแคล่วเพราะตอนที่เคยออกรบด้วยกันนั้นพวกเขาได้ผลัดกันทำแผลจากการสู้รบจนรู้สึกว่าชินชาเป็
เื่ธรรมดาไปเสียแล้ว ตอนนี้นางนอนหลับไม่รู้สึกตัวด้วยพิษไข้ปากของนางก็ร้องละเมอหาท่านพ่อท่านแม่ของนางเขาได้ยิ่งสงสารนางจับใจเหตุใดหนอนางจึงต้องแต่งกับคนใจดำเช่นองค์รัชทายาท เขาได้ค่อยเช็ดตัวและป้อนยาให้ฟ่านหนิงเหออยู่ทั้งวันโดยมีบ่าวรับใช้ของฟ่านหนิงเหอค่อยรับใช้อยู่ข้างๆ
"ท่านรองแม่ทัพเ้าค่ะท่านแม่ทัพจะหายดีไหมเ้าค่ะ"
"เ้าไม่ต้องห่วงนางหรอกแค่นี้ไกลหัวใจนางมาก ไม่เป็อะไรง่ายๆหรอก"
"เ้าค่ะข้าก็ภาวนาขอให้ท่านแม่ทัพหายไวๆข้าน้อยเป็ห่วงนาง"
"เ้าไม่ต้องกังวลสักพักนางก็ตื่นแล้วละให้นางนอนสักพักก็น่าจะดีขึ้น"
ถานอ้ายเสินได้คอยดูแลนางอยู่ทั้งวัน
ส่วนเหลียนจางเหว่ยนั้นพอเสร็จจากงานอ่านฎีการ้องเรียนต่างๆแล้วเขาได้กลับมาตำหนักเขาและได้สอบถามบ่าวไพร่ของเขาว่าฟ่านหนิงเหอไปไหนกันแน่
"นี่พวกเ้าเห็นท่านแม่ทัพของพวกเ้ากันไหมนางไปมุดหัวอยู่ที่ใดกัน"
เขารู้สึกหงุดหงิดทันทีที่ไม่เจอนางอยู่ตำหนักเหมือนเคย ซึ่งปกติกลับมาเขาจะแอบเห็นนางฝึกซ้อมอาวุธหรือไม่ก็นอนเอนกายเล่นอยู่ในสวนหลังตำหนัก
"เรียนองค์ชายพะยะค่ะท่านแม่ทัพไม่สบายนอนพักผ่อนยังไม่ออกมาจากห้องเลยพะยะค่ะ"
"ไม่เห็นมีใครบอกข้าถ้าข้าไม่ถามก็ไม่มีใครบอกพวกเ้านี่เป็บ่าวเช่นไรกัน"
"ขออภัยพะยะค่ะองค์ชายท่านแม่ทัพไม่ให้บอกองค์ชายเพราะกลัวจะเป็เื่ใหญ่วุ่นวาย"
"ถ้าอย่างนั้นใครเป็ใหญ่ที่สุดในตำหนักนี้พวกเ้าจงคิดดูว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรกับข้า"
พอเขาพูดจบบ่าวรับใช้รีบคุกเขาหมอบราบกับพื้นเพื่อแสดงการขอโทษและสำนึกผิด
อย่างใหญ่หลวง
"หม่อมฉันผิดไปแล้วพะยะค่ะองค์ชายกระหม่อมสำนึกผิดแล้ว"
"เ้าลุกขึ้นเถิดอย่าให้มีเื่แบบนี้เกิดขึ้นอีก"
"หม่อมฉันรับทราบพะยะค่ะ"
"เ้าจงไปตามหมอหลวงมารักษานางข้าไม่อยากให้มีใครต้องมาตายในตำหนักของข้า"
พูดจบเขาก็เดินตรงไปเรือนของนางด้วยความรู้สึกว่านางไม่สบายได้อย่างไรอาการนางเป็อย่างไรบ้าง เขารู้สึกสับสนกับตัวเองเหมือนกันว่าตกลงเป็ห่วงนางหรือว่าสงสัยนางกันแน่
พอถึงเรือนที่นางอยู่เขาได้เดินเข้าไปในห้องนอนของนางและได้พลักประตูเข้าไปโดยที่ไม่ต้องขอนุญาติใครแต่อย่างใดภาพที่เขาได้เห็นก็คือถานอ้ายเสินป้อนยานางอย่างใกล้ชิดสนิทสนมจน ยิ่งเขามองเห็นก็รู้สึกหงุดหงิดที่รองแม่ทัพผู้นี้ช่างไม่รู้กาละเทศะว่านางคือชายาของตน ชายจะมาใกล้ชิดหญิงที่แต่งงานมีเ้าของเช่นนี้ได้อย่างไร ถานอ้ายเสินได้วางถ้วยยาลงแล้วทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม
"ข้าน้อยคารวะองค์ชายพะยะค่ะ"
"บ่าวไพร่ไม่มีหรือไรถึงได้ลำบากท่านรองแม่ทัพมาดูแลพระชายาของข้า"
"กระหม่อมขออภัยพะยะค่ะหากแต่กระหม่อมเป็ห่วงหนิงเหอไม่ได้มีเจตนาแอบแฝง"
"กระนั้นเ้าก็ควรจะระวังบ้างเพราะนางเป็ชายาของข้าบ่าวไพร่จะนินทาเอาได้"
ฝ่ายฟ่านหนิงเหอได้ยินทั้งสองต่อความยาวสาวความยืดกันอยู่นางก็ได้รีบพูดตัดบททั้งสองก่อนที่จะไปกันใหญ่
"อ้ายเสินท่านกลับไปก่อนเถิดข้ารบกวนท่านทั้งวันแล้ว"
"แต่ใครจะคอยดูแลเ้าเ้ายังมีไข้อยู่ข้าเป็ห่วงเ้า"
ถานอ้ายเสิ่นก็ไม่ยอมที่จะกลับเพราะห่วงนางเหลือเกินเขากลัวว่านางจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวคนเดียวลำพังเขากังวลกลัวนางนอนซมด้วยพิษไข้โดยที่ไม่มีใครคอยดูแลนาง
"เ้าไม่ต้องห่วงนางหรอกข้าเป็สวามีนางไม่ปล่อยให้นางตายในตำหนักของข้าหรอก"
"กระหม่อมไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นกลัวนางจะมีไข้ตอนกลางคืนกระหม่อมเป็ห่วงนาง"
ฟ่านหนิงเหอนางได้กล่าวด้วยสีหน้าเรียบขรึมกับถานอ้ายเสิ่นเพื่อที่จะให้เขากลับไปถ้าหากอยู่จะต้องวุ่นวายแน่นอน
"เ้ากลับไปเดี๋ยวนี้อ้ายเสินเ้าจงเชื่อฟังข้า"
ถานอ้ายเสินได้ยินเสียงดุจากนางแถมมองดูสีหน้าเคร่งขรึมของนางเขาจึงรีบทำตามอย่างไม่รอช้าเพราะนางจะโกรธให้ตน ทันใดนั้นหมอหลวงก็ได้เข้ามาตรวจอาการของฟ่านหนิงเหอ แต่นางห่มผ้าหมคลุมตัวไว้ทั้งตัวไม่ให้ใครเห็นาแของนางเพราะเดี๋ยวจะกลายเป็เื่ใหญ่บ่าวของนางก็ไม่พูดเพราะนางได้กำชับไว้
เหลียนจางเหว่ยยืนคอยดูอยู่ข้างๆด้วยความสงสัยและแอบเป็ห่วงนาง แต่สีหน้าของเขากลับนิ่งและเรียบเฉยไม่แสดงท่าทีอะไรเมื่ออยู่ต่อหน้านาง พอหมอหลวงได้ตรวจดูอาการของ
นางอย่างละเอียดแล้วนั้นก็ได้รายงานอาการของนางกับเขาไป
"กราบทูลองค์ชายพะยะค่ะอาการของนางไม่มีอะไรร้ายแรงกินยาพักผ่อน
ก็หายดีแล้วพะยะค่ะ"
"ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้วข้าไม่อยากให้มีใครต้องมาตายในตำหนักของข้า"
"ไม่ถึงตายพะยะค่ะถ้าเช่นนั้นเดี๋ยวกระหม่อมเขียนใบสั่งยาไว้นะพะยะค่ะ"
"เขียนแล้วก็เอาใหบ่าวของนางเลยไม่ต้องมาให้ข้า"
เขาพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉยและราบเรียบแต่ในใจเขารู้สึกโล่งอกที่นางไม่เป็อะไรมากแต่เขากลับคิดในใจว่าเหตุใดจะต้องไปห่วงนางด้วย ฝ่ายฟ่านหนิงเหอได้ยินเขาพูดกับนางแบบนั้นนางก็ตอบกลับด้วยคำพูดที่เฉืดเฉือนเขาเช่นกัน
"ข้าคิดว่าองค์ชายไม่น่าจะลำบากสละเวลาอันมีค่ามาตามหมอหลวงให้ยุ่งยากเลยและข้าก็ไม่้าและองค์ชายสบายใจได้ข้าไม่มีทางตายในตำหนักท่านแน่นอนสถานที่ข้าจะตายก็คือสนามรบเท่านั้น"
นางพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉยโดยที่ไม่มองหน้าเขาเลยสักนิดเขาได้ฟังนางก็รู้สึกหงุดหงิดที่นางไม่เคยอ่อนข้อยอมพูดดีๆกับเขา
"ถ้าเป็เช่นนั้นก็ดีตำหนักข้าจะได้ไม่เป็อัปมงคล"
"หากท่านไม่มีอะไรแล้วท่านก็กลับไปเถิดองค์ชายข้าจะพักผ่อน"
พูดจบนางก็นอนหันหลังให้ทุกคนแล้วก็หลับตาลงโดยไม่สนใจใยดีอะไร เขาได้แต่สบถตามหลังนาง
"เ้า!!ช่างเป็สตรีที่แข็งกร้าวไม่สมกับที่เกิดมาเป็สตรีเลยสักนิด"
พูดเสร็จเขาก็เดินออกไปด้วยความโมโหพลางคิดในใจว่าที่ข้าตามหมอให้เ้าก็เพราะทำตามหน้าที่สวามีหากข้าไม่ทำจะหาว่าข้าใจดำไม่ดูดำดูดีชายาตนเองคนก็จะมองว่าข้าเป็คนแล้งน้ำใจ เช่นนั้นก็ไม่ดีกับตัวเขาแน่แต่ในใจลึกๆของเขานั้นกลับเป็ห่วงนางโดยที่ตนเองก็ไม่รู้ตัว