บทที่ 29 คุณก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน
เธอยื่นมือรับมาด้วยตั้งใจว่าจะเก็บใส่กระเป๋า แต่ก็พบว่ามันใหญ่เกินกว่าจะใส่ลงไปได้ จึงถือไว้ในมือแล้วพยักหน้าเดินต่อไปข้างหน้า
แม้จะเดินนำหน้า แต่ความจริงแล้วเธอยังคงระแวดระวังคนที่อยู่ด้านหลังมาก
ตอนแรกเธอคิดว่าเหลียงเหว่ยจะพูดอะไรเพิ่มเติม แต่ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี เสียงฝีเท้าด้านหลังกลับหายไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่รู้ตัว อวี้เจียวยังรู้สึกงุนงงอยู่ชั่วขณะ
แต่เมื่อหันไปมองเห็นทางเดินยาวเหยียด เธอก็เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว
ความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว แต่คราวนี้อันตรายกว่าเดิมมาก
[โฮสต์ รีบไปเถอะครับ]
เสียงของ 006 ที่ไม่ได้พูดมานานดังขึ้นในความคิด อวี้เจียวใอย่างรุนแรง รีบวิ่งกลับไปตามทางที่เธอเดินมา
แต่สายเกินไปแล้ว ตรงหน้าเธอปรากฏร่างร่างหนึ่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน พออวี้เจียวหยุดฝีเท้าก็สายไปเสียแล้ว
"จับได้แล้ว"
เสียงของริสเตอร์แทรกเข้ามาในหู ทำให้อวี้เจียวรู้สึกเหมือนถูกเข็มพิษแทง
ในทันทีนั้นเองความคิดที่จะต่อต้านก็หายไป
"ไปให้พ้น..."
"ทำไมถึงปฏิเสธผมล่ะ?"
ริสเตอร์ที่หายไปทั้งวัน โอบกอดร่างเล็กในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน
ตอนที่อวี้เจียวกำลังจะดิ้นหนี การเคลื่อนไหวของเขากลับหยุดชะงักทันที
"นี่มันอะไร?"
เสียงของเขาแฝงไปด้วยความโกรธที่ชัดเจน ราวกับว่าอีกเพียงวินาทีเดียวเขาก็จะสูญเสียสติแล้ว
เมื่อสังเกตเห็นว่าสายตาของเขากำลังจ้องมองที่ข้อมือของเธอ อวี้เจียวรู้สึกสับสนเล็กน้อย จึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
"เขากล้าประทับตราของตัวเองบนตัวท่าน!"
ใบหน้าของริสเตอร์บิดเบี้ยวด้วยความเกรี้ยวกราดในทันที ทำให้อวี้เจียวรู้สึกหนาวสะท้านโดยไม่มีเหตุผล
"ปล่อยฉันนะ!"
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ใช้ไอเทมที่อวี้ชุนให้มา เธอก็รู้สึกว่ามีบางอย่างถูกดึงออกไปจากมือของเธอ
ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ของชายคนนั้น น้ำเสียงแฝงไปด้วยความหมกมุ่นที่ชัดเจน
"ท่านไม่ได้สมัครใจใช่ไหม ท่านก็อยากจะกำจัดตราของเขาใช่ไหม?"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ อวี้เจียวที่กำลังดิ้นรนอยู่ก็หยุดชะงักทันที
ริสเตอร์รู้ว่าตนเองเดาถูก จึงพูดต่อว่า
"ท่านกินแอปเปิลนี้ได้ไหม? ถ้าทำแบบนั้น ผมจะให้เขาปลดเครื่องหมายให้ท่าน"
อวี้เจียวได้ยินคำพูดนั้นก็เงยหน้ามองเขา ดวงตาใสแจ๋วเต็มไปด้วยความสงสัย
"จริงเหรอ?"
ม่านตาสีฟ้าของริสเตอร์เปล่งประกายความอ่อนโยนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
น้ำเสียงตอนนี้เปลี่ยนจากความโกรธเกรี้ยวเมื่อสักครู่ เป็อ่อนโยนขึ้น
"แน่นอนว่าจริง มีแค่เขาเท่านั้นที่สามารถปลดให้ท่านได้ หรือท่านอยากอยู่ข้างกายเขาตลอดไป?"
อวี้เจียวรู้สึกเหมือนถูกเขาล่อลวง ตอนนี้เธอยื่นมือออกไปกอดแอปเปิลที่เกือบจะใหญ่กว่าหน้าของเธอ
เธอมองดูริสเตอร์อย่างลังเลสักครู่ จากนั้นจึงค่อย ๆ กัดแอปเปิลเล็กน้อย
ในทันทีที่น้ำแอปเปิลไหลลงคอ อวี้เจียวรู้สึกว่าตัวเองเบาจนเหมือนจะลอยออกไป
เธอพยายามดิ้นรนด้วยความใ แต่ไม่เป็ผล ได้แต่ลอยขึ้นอย่างช้า ๆ เหมือนลูกโป่งที่ไม่มีใครจับเชือก
เมื่อหลุดพ้นจากอ้อมกอดของริสเตอร์อย่างสมบูรณ์ เธอรู้สึกเจ็บหัวใจอย่างฉับพลัน
เมื่อก้มมองลงไปเบื้องล่าง ถึงได้พบว่า "ตัวเอง" อีกคนยังคงถูกริสเตอร์โอบกอดไว้ในอ้อมแขน ส่วนตัวเธอในตอนนี้กลับไม่มีใครมองเห็นอีกต่อไป
เธอเห็นริสเตอร์เผยรอยยิ้มของผู้ชนะที่ทำตามแผนสำเร็จ จากนั้นเขาก็อุ้มร่างที่หลับใหลของเธอขึ้นในท่าเ้าหญิงแล้วเดินลึกเข้าไปในระเบียงทางเดิน
การแสดงออกของเขาทำให้อวี้เจียวมีลางสังหรณ์ไม่ดีทันที
เธอจึงรีบควบคุมร่างที่เบาราวกับปีกจักจั่นของตัวเองให้ลอยตามไป
เธอค่อย ๆ ลอยตามหลังริสเตอร์อยากรู้ว่าเขากำลังจะทำอะไรกันแน่
แต่ริสเตอร์ยังไม่ทันได้พบกับไอเซอร์ ก็เห็นอวี้ชุนที่กำลังเดินขึ้นมาจากชั้นล่างเสียก่อน
เมื่ออวี้ชุนเห็นว่าเขาอุ้มอวี้เจียวอยู่ในอ้อมแขน สีหน้าเธอก็เปลี่ยนไปทันที เธอก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว
"คุณทำอะไรกับเธอ?"
แต่ไม่คาดคิดว่าริสเตอร์ไม่แม้แต่จะมองเธอเพียงแวบเดียว เขาอุ้มคนในอ้อมแขนเตรียมจะเดินจากไป
แต่อวี้ชุนจะยอมให้เขาทำอย่างที่้าได้อย่างไร
เธอรีบก้าวเข้าไปข้างหน้าเพื่อจะแย่งตัวอวี้เจียว
ริสเตอร์ก็ไม่ยอมเช่นกัน เขาโจมตีเธอด้วยฝ่ามือโดยตรง
ตอนแรกอวี้ชุนไม่ได้ตั้งใจจะใช้ไอเทมเพราะในความคิดของเธอ ริสเตอร์เป็เพียง NPC ธรรมดาและพูดคุยด้วยง่ายมาตลอด
แต่ไม่คาดคิดว่า ฝ่ามือของเขามีหมอกดำพุ่งออกมาและห่อหุ้มอวี้ชุนไว้โดยตรง
อวี้เจียวเห็นภาพนั้นและ้าช่วย แต่เมื่อลอยเข้าไป ร่างทั้งร่างของเธอกลับทะลุผ่านกลุ่มหมอกดำและร่างของอวี้ชุนไป
อย่างไรก็ตาม อวี้ชุนที่ผ่านมาหลายดันเจี้ยนย่อมไม่ถูกท่าไม้ตายแค่นี้กักขังไว้ได้นาน
ไม่นานนักเธอก็ขับไล่หมอกดำออกไปได้ แต่เสื้อผ้าตรงหัวไหล่กลับถูกกัดเซาะจนแหว่ง รูโหว่เ่าั้มีรอยไหม้ที่ขอบ ดูแล้วน่าสยดสยองมาก
เมื่อเห็นอวี้ชุนไม่สนใจตัวเอง แต่รีบไล่ตามไปในทิศทางที่ริสเตอร์หลบหนีไป อวี้เจียวก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่ลึก ๆ
บางทีอาจเป็เพราะตอนนี้ ไม่จำเป็ต้องพึ่งแรงภายนอกในการวิ่ง อวี้เจียวจึงเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าอวี้ชุน
เพียงครู่เดียวเธอก็ลอยมาทันริสเตอร์ที่อยู่ด้านหน้า
ชายคนนั้นกำลังเดินไปยังตำแหน่งของเขตแดนภาพลวงตา เมื่อมาถึงหน้าประตู เขาก็กอดคนในอ้อมแขนแน่นขึ้นราวกับ้าอวดโอ่
จากนั้นก็เอียงหน้าสูดกลิ่นที่ลำคอนุ่มนิ่มด้วยความพึงพอใจ
แม้ว่าอวี้เจียวจะไม่มีความรู้สึกแล้วในตอนนี้ แต่เมื่อเห็นเขาปฏิบัติกับตัวเองแบบนั้น เธอก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง
เธอพยายามรักษาความสงบ และในขณะเดียวกันก็สังเกตเห็นว่ามีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง
ดูเหมือนริสเตอร์จะรู้ว่าเขตแดนภาพลวงตาของไอเซอร์อยู่ที่นี่ แต่ในฐานะปีศาจ ไอเซอร์จะเปิดเผยที่อยู่ของตัวเองได้เหรอ?
ก่อนที่เธอจะคิดปัญหานี้ให้กระจ่าง ก็เห็นวอลล์เปเปอร์สีแดงฉานเริ่มเปล่งแสงสีแดงออกมาอย่างช้า ๆ
วินาทีถัดมา ร่างสูงโปร่งที่สวมผ้าคลุมสีดำก็พุ่งออกมาจากข้างใน
เขาไม่พูดอะไรแม้แต่ประโยคเดียว ก็เริ่มต่อสู้กับริสเตอร์ทันที
อวี้เจียวใจหายวูบ ยังไม่ทันตั้งตัวเธอก็เห็นริสเตอร์ถอยร่นไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเกือบจะถูกหมอกดำของไอเซอร์ฉีกกัดที่ใบหน้าด้านข้าง
เขาถอยหลังอย่างทุลักทุเลไปหลายก้าว
ไอเซอร์เตรียมจะเข้าสู้อีกครั้งตอนนี้ดวงตาของเขาแดงก่ำ ทันใดนั้นริสเตอร์ก็หมุนคนในอ้อมแขนไปในทิศทางของไอเซอร์
เมื่อเห็นมือที่ยื่นออกมาจากหมอกดำกำลังจะข่วนหน้าของหญิงสาวที่กำลังหลับใหล สีหน้าของไอเซอร์ก็เปลี่ยนไปทันที
เขาเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว และปล่อยหมอกดำไปชนกำแพงระเบียงทางเดิน
เสียงะเิทุ้มหนักดังก้องไปทั่วทางเดิน ตามด้วยหมอกดำที่ค่อย ๆ จางหายไป ข้างในนั้นมีเสียงครวญครางดังออกมาไม่น้อย
เมื่อริสเตอร์เห็นท่าทางของไอเซอร์ เขาเหมือนค้นพบอะไรสนุก ๆ
ในตอนนี้เขาก้มมองคนในอ้อมแขน จากนั้นก็ยกมุมปากขึ้นพูดด้วยเสียงเ็าว่า
"ไม่คิดเลยว่า นายก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน"
ไอเซอร์ไม่สนใจเขา ในตอนนี้ เขาก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ้าจะแย่งอวี้เจียวกลับมา
แต่ริสเตอร์ไม่ได้ทำตามที่ได้บอกกับอวี้เจียวไว้ก่อนหน้านี้ ว่าจะส่งเธอให้กับไอเซอร์โดยตรง
เขากลับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ประหนึ่ง้าต่อรอง และเริ่มพูดถึงเงื่อนไขกับเขา
"เอาของสิ่งนั้นมาให้ฉัน"