“ผมเกรงว่าจะต้องขอยืนยันนะครับ”
คำพูดของเขาทำให้เธอยืนนิ่งขึงไปทันที
“ยืนยันเื่อะไรคะ?”
“ก็...ยืนยันว่าคุณควรจะกลับไปที่เกสท์เฮ้าส์ทันทีได้แล้วน่ะสิครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นชัดเจน
ขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงที่เธอสูดลมหายใจแรงๆ
“ฉันมีสิทธิ์จะไปไหนก็ได้ตามที่ฉัน้าค่ะ”
แม้หญิงสาวจะพูดภาษาอังกฤษได้อย่างไร้ตำหนิแต่ดูเหมือนเธอจะเข้าใจผิดในตัวเขาอยู่บางทีอาจจะเป็เพราะเธอยังไม่เข้าใจสภาพสังคมที่นี่ก็ได้เจมส์จึงตัดสินใจว่าเขาควรจะต้องใช้ความพยายามอีกสักครั้ง
“ผมคิดว่าหญิงสาวที่เป็ผู้ดีมีตระกูลอย่างคุณ ไม่สมควรจะออกไปไหนตอนกลางคืนหรือแม้แต่ในตอนกลางวันก็ตามทีโดยไม่มีสาวใช้หรือผู้ปกครองที่เหมาะสมตามมาคุ้มครองด้วยหรอกนะครับ”
“สาวใช้ฉันหลับอยู่กลางดึกอย่างนี้ฉันไม่ใจร้ายพอที่จะปลุกเขาขึ้นมาเดินตามฉันหรอกค่ะ” เธอตอบห้วนๆ
“ถ้าอย่างนั้นผู้ปกครองล่ะครับ?”
“ฉันอยากอยู่คนเดียวตามลำพัง...”เธอตอบเลี่ยงไปเสียทางหนึ่ง“เพราะฉะนั้นถ้าจะให้เอาผู้ปกครองมาด้วย ฉันก็ไม่ได้ทำอย่างที่ตั้งใจน่ะสิคะ”
“ผมไม่คิดว่า...เราจะได้ทุกอย่างเช่นที่เรา้าเสมอไปหรอกนะครับคุณผู้หญิง” เจมส์ใกล้จะหมดความอดทนเต็มที
“เื่นั้นฉันทราบดีค่ะ”
“แต่ถึงยังไงคุณก็ไม่ควรออกมาเดินกลางสวนตอนดึกโดยไม่มีผู้ปกครองมาด้วยนะครับ”
“คุณเองก็ไม่เห็นมีนี่”
“นั่นมันคนละเื่เลยนะครับ”เจมส์เตะหินก้อนที่อยู่ใกล้เท้า
“เพราะอะไร?”
คำถามของเธอบอกให้รู้ว่าหญิงสาวตั้งใจจะขัดคอเขาอย่างแท้จริง
“ก็เพราะผมเป็ผู้ชายและคุณเป็ผู้หญิงน่ะสิครับ”
“เชอะ...นั่นก็หมายความว่าผู้ชายจะทำอะไรก็ได้ส่วนผู้หญิงทำไม่ได้สินะคะ?”
“ถูกต้อง...”
“ทำไม?”
เห็นได้ชัดว่าเขาออกจะหวังมากเกินไปว่าเธอจะรับฟังในเหตุผล เพราะเมื่อมาถึงตอนนี้หญิงสาวผู้นี้ปฏิเสธความหวังดีของเขาโดยสิ้นเชิง
“ทำไม...อะไร?”
“ก็ทำไมผู้ชายสามารถไปไหนมาไหนหรือทำอะไรตามความพอใจได้ในขณะที่ผู้หญิงจะต้องปฏิบัติตามกฎของสังคมอย่างเคร่งครัดล่ะคะ?”
“ก็เพราะว่านั่นคือวิถีในการดำเนินชีวิตน่ะสิครับและเพราะว่ามันเป็อย่างนั้นมาั้แ่ไหนแต่ไรแล้ว”
“ไม่เข้าท่า”
เจมส์บอกตัวเองว่าเขาจะไม่ยอมเสียอารมณ์อย่างเด็ดขาดเขาจะต้องไม่ใช้คำพูดรุนแรงแม้ว่าใจอยากจะทำอย่างนั้นเหลือเกินก็ตามทีเขาจะต้องใช้ความพยายามต่อไปเพื่อที่จะทำให้เธอมองเห็นเหตุผลให้ได้
“การที่ผู้ชายสามารถทำอะไรหรือไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบนั่นนะครับคุณผู้หญิง เป็เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ผู้ชายมีรูปร่างใหญ่กว่า แข็งแรงกว่าผู้หญิงสามารถดูแลตัวเองได้ยังไงล่ะครับ”
หญิงสาวในชุดสีขาวยืดร่างขึ้นเต็มตัวเจมส์ออกจะแปลกใจเพราะเรือนร่างเธอค่อนข้างสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปแม้ศีรษะเธอจะอยู่แค่ปลายคางเขาก็ตาม ทั้งยังบอกกับเขาว่า
“ฉันสูงพอๆกับผู้ชายหลายคนแล้วก็แข็งแรงกว่าความแข็งแรงของผู้ชายในอัตราเฉลี่ยเสียด้วยซ้ำ”
นั่นแสดงว่าเธอหลงประเด็นที่กำลังพูดกันอยู่โดยสิ้นเชิง...
“ที่ผมพูดนั่นมันมีความหมายเกินกว่าขนาดหรือความแข็งแรงเช่นที่คุณเข้าใจนะครับคุณผู้หญิง”
“ถ้าเช่นนั้น...ก็ช่วยบอกฉันหน่อยสิคะว่าจริงๆแล้วคุณหมายความว่ายังไงกันแน่”
“สิ่งหนึ่งก็คือ...”เขาใช้ความคิดอย่างรวดเร็ว“เมื่อเผชิญหน้ากับอันตราย ผู้ชายสามารถตั้งมั่นอยู่ในความสงบได้น่ะสิครับ”
“ผู้หญิงออกเยอะไปที่สามารถทำอย่างนั้นได้ฉันว่าคุณเองก็น่าจะเข้าใจนะคะว่าการรักษาสีหน้าหรือควบคุมอารมณ์ภายใต้สถานการณ์เลวร้ายมันเป็เื่ของความรู้สึกมากกว่าจะเกี่ยวกับเพศนะคะ”
เขาตัดสินใจว่าจะไม่ต่อปากต่อคำกับเธอในเื่หลังนี้
“แต่คุณก็ต้องไม่ลืมว่าผู้ชายมีความสามารถในการใช้ปืน ใช้ดาบและอาวุธต่างๆด้วย”
“ฉันเองก็เป็นักแม่นปืนคนหนึ่งเหมือนกัน”เธออวด
“ถ้าเช่นนั้น...เราก็เห็นจะต้องกลับมาพูดถึงเื่มรรยาทสังคมกันอีกครั้ง”
แต่ดูเหมือนหญิงสาวผู้นี้จะไม่ยอมแพ้เอาเสียเลย...
“ฉันคิดว่าถ้าเรามองกันให้ลึกซึ้งอย่ามองแต่เพียงผิวเผินก็จะเห็นได้เลยนะคะว่าจริงๆแล้วสังคมมันก็ไม่ได้มีมรรยาทอะไรตรงไหนหรอก”คำพูดของเธอทำให้เจมส์ถึงกับขบกรามแน่นและเธอก็ยังพูดต่อไปอีกว่า “จะว่าไปแล้วฉันมีความรู้สึกอยู่ว่า คุณไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่จะคาดหวังในเื่มรรยาทของสังคมสักเท่าไรนักหรอกไม่เช่นนั้นคุณคงไม่ออกมาเดินอยู่ในสวนโดยแต่งตัวเพียงแค่ครึ่งแบบนี้แน่”
เขาน่ะเรอะ...แต่งตัวเพียงแค่ครึ่ง...?เขาแต่งเกือบจะเต็มยศเสียด้วยซ้ำ นี่เ้าหล่อนคิดว่าตัวเองเป็ใครกันแน่...ราชินีชีบ้าหรืออย่างไร...เขาพยายามนับหนึ่งถึงสิบเข้าไว้
“การที่ผมแสดงความห่วงใยในตัวคุณก็เพราะผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาให้เป็สุภาพบุรุษที่จะต้องให้ความเคารพและคุ้มครองป้องกันสุภาพสตรีเท่านั้นละครับ”
“แล้วความเป็สุภาพบุรุษของคุณจะให้ความคุ้มครองผู้หญิงทุกคนหรือเลือกแต่เฉพาะรายล่ะคะ?”
“ก็ต้องทุกคนสิครับ”เจมส์กำมือแน่นทั้งที่รู้ว่าหญิงสาวกำลังยั่วอารมณ์โกรธของเขาอยู่
“ก็แล้วถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่สุภาพสตรีล่ะคะมันสามารถเปลี่ยนมรรยาทสังคมที่เป็กฎบังคับอยู่หรือเปล่า?”
เธอผู้นี้้าต้อนให้เขาจนมุมจริงๆ...มันน่าโมโหหรือไม่นี่...?
แต่ขณะเดียวกันเขาก็ต้องยอมรับว่าการต่อปากต่อคำกับเธอสนุกไม่น้อยยิ่งกว่านั้นดูเหมือนเธอยังมีอะไรที่อยากพูดให้เขาฟังมากกว่านั้น
“สำหรับผู้หญิงบางคนที่บังเอิญมาในครอบครัวชั้นต่ำ ทั้งที่ไม่ได้มีความผิดบาปใดๆติดตัวเลยแต่ก็ยังสามารถไปไหนมาไหน คบหาใครต่อใครโดยเฉพาะผู้ชายได้ตามใจชอบแต่ผู้หญิงที่เกิดมาในตระกูลผู้ดีและยิ่งถ้าไม่ได้แต่งงานด้วยแล้วมันไม่ได้ต่างไปกว่าสัตว์ที่ถูกขังอยู่ในกรงทองเลย...”
เจมส์ลูบไล้ปอยผมตรงต้นคออยู่อย่างใช้ความคิดก่อนจะตอบออกไปว่า
“เราทุกคนล้วนแล้วแต่เป็ทาสของสังคมไม่ทางใดก็ทางหนึ่งด้วยกันนะครับ”
“ใช่ค่ะ ฉันเห็นด้วยกับคุณ”
“แต่ถึงยังไงผมก็คงไม่ยอมให้คุณเดินเล่นในสวนกลางดึกอย่างนี้ตามลำพังแน่มันไม่ปลอดภัยเลยนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่บอกความจริงใจ
“ขอรับรองค่ะว่าฉันจะปลอดภัยดีทุกประการ...”เธอนิ่งอึ้งไปครู่สั้นๆก่อนจะกล่าวต่อ“นอกเสียจากว่า...จริงๆแล้วคุณไม่ได้เป็สุภาพบุรุษอย่างที่ฉันคิดเท่านั้น...”
ซึ่งเขานั้นเป็สุภาพบุรุษอยู่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัยเลยดังนั้น ท่าทางที่เขาแสดงออกจึงเปลี่ยนไปมันมีความไว้ตัวอยู่ในน้ำเสียงเมื่อเขาบอกกับเธอว่า
“ทำใจให้สบายเถอะครับคุณผู้หญิงรับรองว่าคุณจะปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่กับผม”
“ถ้าเช่นนั้นฉันก็ไม่จำเป็ต้องกังวลกับการที่จะเดินเล่นในสวนแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็ตอนกลางวันหรือกลางคืนสิคะ”
“แต่คุณก็ต้องรู้นะครับว่ามันอาจจะมีคนร้ายที่ปีนกำแพงสวนเข้ามา” เขาพยายามให้เหตุผลทั้งที่รู้ว่าเื่อย่างนั้นมันเป็ไปได้ยากมาก
“ฉันจะบอกให้นะคะว่าทุกวันนี้มันมีโจรผู้ร้ายมากมายที่เข้าไปนั่งอยู่ในห้องรับแขกภายในบ้านของสุภาพสตรีในสังคมชั้นสูงเสียด้วยซ้ำซึ่งถ้าจะพูดกันตามความจริงแล้วไม่มีที่ไหนหรอกค่ะที่สุภาพสตรีทั้งหลายจะปลอดพ้นจากภัยอันตรายได้”
“ผมเห็นจะต้องขออนุญาตกล่าวย้ำอีกสักครั้งนะครับคุณผู้หญิง ว่าคุณจะปลอดภัยเสมอเมื่ออยู่กับผม”
“เอาละค่ะในเมื่อคุณเฝ้าแต่ย้ำนักย้ำหนา ว่าฉันไม่สมควรจะเดินอยู่คนเดียวตามลำพังคุณจะเดินไปกับฉันด้วยก็ได้นะคะ”
ให้ตายสิ...ดูเหมือนขณะนี้เขาได้กลายเป็เหยื่อเกมของตัวเองเข้าให้แล้ว...เจมส์เพิ่งได้คิด...แต่มันก็สายไปแล้วจริงๆ...!~
เขาช่างเป็ผู้ชายที่ทระนงในตัวเองเหลือประมาณแถมยังเย่อหยิ่งจองหอง พยายามจะแสดงอำนาจแล้วก็แสนจะมีความเป็อังกฤษไปทุกกระเบียดนิ้ว
แต่เขาก็ช่างเป็ผู้ชายที่หล่อเหลือใจหล่ออย่างที่ซีซิลไม่เคยพบเห็นผู้ชายคนไหนจะหล่อได้ขนาดนี้มาก่อน...
แม้สีหน้าจะบึ้งตึงเช่นที่กำลังเป็อยู่ขณะนี้ที่เธอพอจะมองเห็นได้ด้วยแสงสว่างจากโคมไฟข้างถนน แต่ทั้งรูปร่างและหน้าตาของบุรุษแปลกหน้าผู้นี้ก็ทำให้ซีซิลตื่นใจได้ไม่น้อย