“...”
“...แล้วจะเอายังไงต่อ?” เมื่อเห็นว่ารมิตาไม่พูด เพื่อนอีกคนก็เป็ฝ่ายถามขึ้นมาเพราะทนเก็บความอยากรู้เอาไว้ไม่ไหว
“เอาออกไหม?” เทวิกาเสนอความคิดเห็น
และแน่นอนว่ามันสามารถเรียกสายตาของรมิตาให้หันไปมองเธอได้อีกครั้ง หากแต่ทันทีที่สบตากัน เทวิกาก็สะดุ้งเฮือก เมื่อแววตาของเพื่อนสนิทนั้นมองมาอย่างน่ากลัวมากกว่าครั้งไหนๆ แม้ว่าในสายตาคนอื่นอาจจะมองเห็นเพียงแค่ว่ารมิตาเพียงมองเทวิกานิ่งๆ เท่านั้น อาจมีเพิ่มเติมที่ขมวดคิ้วนิดหน่อย บ่งบอกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
แต่เทวิกาที่รู้จักกันมาั้แ่เด็ก ย่อมรู้ดีกว่าใครว่าตอนนี้รมิตาอารมณ์ไม่ดีอย่างถึงที่สุด
“มึงจะบอกให้กูฆ่าลูกตัวเองเหรอเทล?” น้ำเสียงที่เย็นเยือกทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งหนักอึ้ง
ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่ารมิตาไม่เพียงแค่ไม่ชอบใจ แต่เธอโกรธมาก เพราะปกติรมิตาไม่ค่อยจะพูดหยาบสักเท่าไหร่...ยกเว้นตอนที่โกรธจัด
เื่นี้ไม่ต้องเป็เทวิกาที่รู้จักกันมาั้แ่เด็ก แต่เพื่อนที่เรียนด้วยกันมากว่าสี่ปี มีใครจะไม่รู้เื่นี้บ้าง
“มินใจเย็น” เพื่อนคนหนึ่งรีบเข้ามาห้าม เธอขยับเข้ามาใกล้แล้วจับแขนรมิตาเอาไว้เบาๆ ทำเหมือนว่าหากปล่อยให้หลุดไปเมื่อไหร่ รมิตาได้ลุกไปจิกหัวเทวิกาอย่างแน่นอน
“เทลมันคงหวังดีแหละ พวกเรายังเรียนกันอยู่เลยนะ” อีกคนก็เข้ามาขวางเอาไว้ตรงกลาง
รมิตายังจ้องเพื่อนสนิทที่หลบอยู่หลังพวกเพื่อนๆ ด้วยความโกรธ บรรยากาศอึดอัดเสียจนไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา
“หวังดี?” แต่ถึงใครจะช่วยแก้ตัวยังไง ก็ไม่ได้ช่วยให้ความโกรธของรมิตาน้อยลงเลยสักนิด
“ก็พวกเรายังเรียนอยู่” เมื่อเห็นว่าเพื่อนส่วนใหญ่อยู่ข้างตัวเอง เทวิกาค่อยมีความกล้าออกมาเผชิญหน้ากับรติมา แต่ก็ยังหลบหลังคนอื่นอยู่ดี
“พวกเราอยู่ปีสี่ เทอมสุดท้าย เดือนหน้าก็จบแล้ว”
“...”
“มึงไม่รู้เหรอว่าคนเขาท้องกันกี่เดือน”
“แต่พวกเรายังหางานไม่ได้เลยนะ”
“นั่นมึง...ไม่ใช่กู” คำพูดนี้ของรมิตาฟาดเข้าหน้าของเทวิกาอย่างแรง
เป็ที่รู้กันทั่วว่ารมิตาทำงานส่งตัวเองเรียน เธอเลยไม่มีปัญหาเื่ต้องหางานหลังเรียนจบ เพราะเธอมีงานที่สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเอง ทั้งยังเป็งานที่รักอีกด้วย เรียกได้ว่ามันคือผลของความพยายาม รมิตาโชคดีหาความชอบและทางของตัวเองเจอโดยเร็ว
“แต่งานเขียนนิยายก็ใช่ว่าจะมั่นคง...”
“มึงเลิกขอเงินแม่ตัวเองเมื่อไหร่แล้วค่อยมาสอนกู” ปกติรมิตาจะไม่พูดแบบนี้กับเพื่อน เธอรู้ว่าคำพูดนี้เป็อะไรที่รุนแรงมาก
แต่กับคนบางคน...ฟังคำพูดดีๆ ไม่เข้าใจหรอก
“อีมิน!” เมื่อโดนด่าซึ่งหน้า เทวิกาก็โกรธขึ้นมาบ้างเหมือนกัน เธอผลักเพื่อนที่ตัวเองใช้หลบออกไปอย่างแรง ปรี่เข้าไปหารมิตาพร้อมกับมือที่ยกขึ้นสูง
“เฮ้ยๆๆๆ อย่าๆๆๆ” เดือดร้อนเพื่อนคนอื่นต้องช่วยกันห้าม
แต่คนที่ทุกคนต้องห้ามนั้นกลับมีเพียงเทวิกาคนเดียวเท่านั้น ในเมื่อรมิตายังยืนยิ่งอยู่ที่เดิม เธอไม่มีวี่แววว่าจะตอบโต้หรือหลบหลีกเลยสักนิด
“พวกมึงปล่อย!”
“เพื่อนท้องอยู่นะเว้ย!”
“แล้วไงวะ? อีเหี้ย! แม่งมาด่ากู” เทวิกาในตอนนี้ไม่สนใจอีกแล้วว่าคนที่ตัวเองจะเข้าไปหาเื่นั้นคือเพื่อนสนิทั้แ่เด็ก
รมิตามองท่าทางดุร้ายของเพื่อน ในใจของเธอเจ็บจี๊ดขึ้นมา มันคือความผิดหวัง และไม่รู้ว่าเป็เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนของคนท้องหรือเปล่า จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาเอง รมิตาปล่อยให้มันไหลออกมาแบบนั้น เธอไม่เช็ดแต่ก็ไม่ได้ร้องฟูมฟาย แววตาที่มองไปยังเทวิกาเต็มไปด้วยความผิดหวัง
นี่เธอหลงคบคนแบบนี้เป็เพื่อนได้ยังไงกันนะ?
หลายคนที่เห็นน้ำตาของรมิตาต่างชะงักไป ไม่มีใครเคยเห็นเธอร้องไห้มาก่อน พอเื่กลายเป็แบบนี้ แต่ละคนเลยไม่รู้จะทำยังไงต่อ ในขณะที่เทวิกากลับไม่ได้สนใจอะไรเลยสักนิด
“ร้องทำไม!? แน่จริงมึงปากดีให้ถึงที่สุดสิ!”
“อีเทล! พอได้แล้ว!”
“กูว่าพามันกลับเถอะ”
“พวกกูกลับก่อนนะมิน ไว้จะมาเที่ยวใหม่” พวกเพื่อนๆ รีบพาเทวิกาออกไปจากห้องทันที รมิตายืนมองอยู่แบบนั้น เธอไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
เพียงไม่นานความวุ่นวายทั้งหมดจบลง ทั้งห้องเหลือเพียงแค่รมิตาคนเดียวเท่านั้น ท่ามกลางความเงียบ เธอหลับตาลงเพื่อตั้งสติ ขจัดความรู้สึกแย่ในใจออกไป เธอรู้ดีว่าตัวเองในตอนนี้อารมณ์อ่อนไหวง่ายแค่ไหน
ช่างมันเถอะ...เดี๋ยวทุกอย่างก็โอเคเองนั่นแหละ
เื่ที่รมิตาท้องก่อนเรียนจบ ทั้งยังไม่รู้ว่าใครคือพ่อเด็กรู้กันไปทั้งคณะ ไม่สิ...บางคนไม่ได้เรียนอยู่คณะเดียวกันยังรู้เลย แน่นอนว่าเื่อื้อฉาวแบบนี้เป็ที่ชื่นชอบของคนหมู่มากอยู่แล้ว นับว่าเป็หัวข้อในการสนทนาได้ดี เพราะฉะนั้นเวลาที่รมิตาเดินไปไหนมาไหน ก็มักจะมีสายตามองมาโดยตลอด แต่ถึงอย่างนั้นสายตาของคนอื่นก็ไม่ทำให้รมิตาะเืเลยสักนิด
เธอเคยไม่แคร์คนอื่นยังไงก็ยังคงไม่แคร์ต่อไปแบบนั้น
แล้วก็ไม่ได้พยายามที่จะรู้ด้วยว่าใครเป็คนเอาเื่นี้ไปปล่อย ในเมื่อวันนั้นมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์เยอะเหมือนกัน แต่ก็ช่างมันเถอะ...ไม่ว่าจะใครก็ไม่ต่างกันหรอก
อีกอย่างเื่ดราม่าอื้อฉาวพวกนี้ก็อยู่ได้ไม่นานนักหรอก เดี๋ยวก็มีเื่ใหม่มาดึงความสนใจไป เพราะฉะนั้นตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมารมิตาจึงไม่ได้ทำตัวต่างไปจากปกติ จะมีก็แต่เทวิกาที่่นี้ไม่ค่อยได้เจอหน้า เพื่อนสนิทคนดีหายไปเลย ทั้งๆ ที่่นี้มันใกล้จะสอบแล้วแท้ๆ
แต่ก็นั่นแหละ รมิตาไม่อยากจะสนใจเท่าไหร่ โตขนาดนี้แล้วถ้ายังแยกแยะเื่ถูกผิดสิ่งที่ควรไม่ควรไม่ได้ก็เตรียมรับผลของการกระทำของตัวเองไปเถอะ ถ้าถึงตอนนั้นเธอจะช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็แล้วกัน
“เทลหายไปเลยเนอะ” รมิตาที่กำลังล้างมืออยู่ในห้องน้ำได้ยินเสียงที่ดังเข้ามาจากด้านนอก คุ้นว่าเป็เสียงของเพื่อนในคลาสที่เรียนด้วยกัน พวกนั้นกำลังพูดถึงเทวิกาที่หายไปได้หลายวันแล้ว
“อ้าว...มินก็อยู่เหรอ?” ทั้งสองคนชะงักไปเมื่อเห็นรมิตายืนอยู่ในห้องน้ำ
“หวัดดี”
“จริงสิ...่นี้มินติดต่อเทลได้บ้างไหม?”
“ไม่นะ” หมายถึงไม่ได้ติดต่อกันเลยต่างหาก
“ไม่รู้ว่าเป็ยังไงบ้างเนอะ? หายไปเลย”
“เดี๋ยวก็กลับมาเองนั่นแหละ”
“จริงเหรอ?”
“จริงสิ” รมิตารู้จักกับเทวิกามานาน ที่ทะเลาะกันก็ไม่ใช่ครั้งแรกเหมือนกัน แต่อาจไม่เคยมีครั้งไหนที่รุนแรงเท่านี้มาก่อน
ตัวเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจุดจบของเื่นี้จะอยู่ที่ตรงไหน
“จะว่าไปก็เห็นเทลอัพเฟสอยู่นี่เมื่อคืน”
“ใช่ๆ ผับแถวหลังมอป่ะ? คุ้นๆ เหมือนเคยไปเหมือนกัน”
“เที่ยวแบบนี้คงไม่เป็ไรจริงๆ นั่นแหละ”
“งั้นมั้ง...จะว่าไปผู้ชายที่ถ่ายด้วยงานดีมากเลยนะ”
“คนไหน? คนซ้ายป่ะ?”
“คนนั้นเลยแก”
จากเื่ของเทวิกาก็กลายเป็เื่ของผู้ชายที่ไปเที่ยวด้วยกัน รมิตาไม่ได้ร่วมวงสนทนาด้วย เมื่อเสร็จธุระของตัวเองเธอก็ขอออกมาก่อน เื่ที่เทวิกาอัพโซเซี่ยลนั้นรมิตาก็เห็นเหมือนกัน และเพราะว่าเห็นแล้วนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าไม่เป็อะไร ถึงแม้ว่าแคปชั่นมันจะพาดพิงถึงเธอไม่น้อยเลยก็เถอะ
เทวิกาก็เป็แบบนี้...เป็มานานแล้วด้วย
แล้วเดี๋ยวสักพัก...ก็จะกลับมาเอง
รมิตาไม่ได้ย่ามใจ แต่มันเป็แบบนี้มาเสมอ ครั้งนี้เองก็เช่นกัน ใน่สัปดาห์ก่อนสอบครั้งสุดท้ายของพวกเธอ เทวิกาปรากฏตัวอยู่หน้าห้องของรมิตาในตอนดึก การปรากฏตัวของเพื่อนคนนี้ไม่ได้ทำให้เธอในัก ไม่แปลกใจเลยมากกว่า ยิ่งเห็นโพสล่าสุดของเทวิกา รมิตายิ่งไม่แปลกใจ
‘ผู้ชายเหี้ยๆ’
เนี่ย...บ่งบอกว่าตอนนี้เื่ที่เทวิกาให้ความสำคัญมากที่สุดไม่ใช่เื่ของรมิตา แต่เป็ผู้ชายคนหนึ่งที่เธอกำลังคุยด้วย แม้ว่ารมิตาจะไม่รู้ว่าทั้งสองมีเื่อะไรกัน แต่ก็คงไม่ใช่เื่ที่ดีนัก และเวลาที่มีเื่แบบนี้เกิดขึ้น ก็หนีไม่พ้นรมิตาที่ต้องจัดการอยู่ดี
“มิน...” สภาพของเทวิกาไม่นับว่าดีนัก ผมเฝ้ายุ่งเหยิง หน้าซีด ขอบตาก็ทั้งบวมทั้งแดงเหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
“ไง” รมิตาทักทายตามปกติ เธอกอดอกพิงกรอบประตู ดูสภาพเพื่อนั้แ่หัวจรดเท้า
ไม่จืดเลยจริงๆ
“ฉัน...ฉันขอโทษนะที่พูดไม่ดีกับแกไปก่อนหน้านี้”
“อืม” รมิตาจะไม่บอกว่าไม่เป็อะไร เพราะตอนนั้นเธอโกรธมากจริงๆ แต่หากเทวิกาขอโทษจากใจจริงเธอก็จะรับเอาไว้
“ฉัน...ฉันขอเข้าไปได้ไหม?”
“...” รมิตาไม่ตอบแต่เบี่ยงตัวหลบ
เห็นแค่นั้นเทวิกาก็สามารถยิ้มออกมาได้ รีบเข้าไปในห้องทันที รมิตามองตามเพื่อนจากด้านหลัง เธอเลิกคิ้วด้วยความสงสัยเพราะท่าทางของเทวิกาในตอนนี้มันแปลกกว่าปกตินิดหน่อย ดูกระวนกระวายทำอะไรไม่ถูก เกิดเื่อะไรขึ้นอีกเนี่ย?
“แกเป็อะไร?” รมิตาถามเข้าเื่ทันที เธอไม่ชอบอะไรที่ยืดเยื้อ
เทวิกาสะดุ้งเมื่อโดนถามตรงๆ แต่เมื่อนึกได้ว่ารมิตาก็เป็แบบนี้อยู่แล้ว เธอก้มหน้าลง ท่าทางเหมือนเื่นี้มันพูดยาก ซึ่งรมิตาก็ไม่ได้เร่ง เธอเดินตรงไปยังโต๊ะที่อ่านหนังสือทิ้งไว้ เริ่มอ่านมันต่อ ส่วนเทวิกา...ถ้าอยากพูดตอนไหนก็พูดเองนั่นแหละ ยังไงก็มาหาเธอเพราะเื่นี้อยู่แล้ว
“มิน...”
“...” รมิตาไม่ได้ตอบกลับ เพียงแค่หันไปมองเท่านั้น แต่เพียงแค่สายตาเรียบนิ่งของเธอก็ทำให้เทวิกาชะงักได้แล้ว
แม้ว่าจะกำลังเครียด แต่เมื่อโดนสายตาเรียบนิ่งคู่นั้นมองกลับมา ความไม่ยินดียินร้ายในนั้นมันทำให้เทวิกาหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องพยายามสงบสติอารมณ์เอาไว้ ตอนนี้มีเพียงรมิตาคนเดียวเท่านั้นที่ช่วยเธอได้
“ฉัน...พลาด”
“...” รมิตาเพียงเลิกคิ้วมอง ให้เทวิกาขยายความมากกว่านี้
“ฉันท้อง...” พูดจบก็ก้มหน้าลงต่ำ ซ่อนแววตาความไม่ยินยอมของตัวเองเอาไว้
ทั้งที่ก่อนหน้าตัวเองเพียงด่าว่าเื่ที่รมิตาท้องก่อนเรียนจบอยู่เลย ใครจะไปคิดว่าเพียงไม่ถึงเดือนตัวเองก็ท้องเหมือนกัน เทวิกาไม่อยากให้ใครรู้เื่นี้ เธออาย ต่อให้จะอยากเป็จุดสนใจของทุกคน เป็ที่หนึ่งสำหรับทุกคน แต่เื่นี้มันไม่ใช่! มันคือความผิดพลาด ทุกคนจะต้องนินทาเธออยู่ในใจอย่างแน่นอน
ยิ่งคิด...เทวิกาก็ยิ่งสติแตก คนแรกที่แวบเข้ามาในหัวมีเพียงรมิตาเท่านั้น ทั้งเหตุผลที่ว่าเป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยเด็ก เป็คนที่รู้จักกันดีที่สุด ทั้งยังท้องเหมือนกันด้วย ไม่ว่าจะเหตุผลข้อไหนก็ตามแต่มันทำให้เทวิกาเลือกที่จะมาหารมิตาในวันนี้ แต่เมื่อพูดออกไปแล้วก็อดไม่ได้ที่จะกลัวเหมือนกัน ในเมื่อครั้งก่อนเธอพูดว่ารมิตาไปไม่น้อย หากรมิตาผูกใจเจ็บ...
“...” ความเงียบยิ่งทำให้เทวิกาเครียดหนักจนผะอืดผะอม
“คนนั้นเหรอ?” น้ำเสียงของรมิตาไม่ได้ต่างอะไรไปจากปกติ ทำให้เทวิกาเงยหน้ามองด้วยความใ
ครู่หนึ่งที่พยายามทำความเข้าใจว่ารมิตากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เป็เื่ดีหรือเื่ร้ายสำหรับเธอ แต่ถึงจะพยายามคิดเท่าไหร่ก็ไม่เข้าใจเลยสักนิด รมิตาก็เป็แบบนี้มาโดยตลอดไม่ว่าเื่อะไรก็สามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย
“อืม...” คงมีเพียงเื่นี้ที่เทวิกาเข้าใจอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับรมิตาที่รู้ได้ทันทีว่าใครคือพ่อของเด็ก
ก็ในเมื่อใน่เวลาที่ผ่านมามันมีอยู่แค่สองคนที่เทวิกาโพสด่าไม่หยุด หนึ่งคือรมิตา สองคือผู้ชายคนหนึ่ง รู้สึกจะชื่อ...อานนท์
สำหรับรมิตา...เพื่อนคนนี้เป็อะไรที่เดาทางได้ง่ายมาก มีอะไรก็โพสก็พูดออกมาหมด จนรมิตายังสงสัยอยู่เลยว่าไม่คิดจะเก็บไว้บ้างเหรอ? บางเื่ก็ใช่ว่าจะควรพูด แต่ก็นั่นแหละ...เป็แบบนี้ก็ทำให้เข้าใจอะไรได้ง่ายดีเหมือนกัน
“แล้วจะเอายังไง?” รมิตาถามออกไป เธอถามทั้งๆ ที่พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าเทวิกาจะทำยังไง
ก็ในเมื่อสองสัปดาห์ก่อน...ยังบอกให้เธอเอาลูกออกอยู่เลย
ครั้งนี้...ก็คงไม่ต่างกัน
เทวิกาเองก็เหมือนจะมีคำตอบอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าที่จะพูดออกมาตรงๆ ยึกยักอยู่สักพัก ถึงตัดสนใจได้
“เราไปเอาออกด้วยกันดีไหม?” ระหว่างที่พูดประโยคนี้ออกมา แววตาของเทวิกาที่มองมาทางเพื่อนสนิทเต็มไปด้วยความหวัง
แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความวาวโรจน์ในดวงตาของรมิตาเท่านั้น จำได้ว่าเธอเคยพูดไปแล้วนะว่าไม่ฆ่าลูกของตัวเอง รมิตามั่นใจว่าตัวเองสามารถเลี้ยงลูกได้ และเลี้ยงได้อย่างดี เธอไม่มีเหตุผลให้ต้องทำแบบนั้น แล้วทำไมเทวิกายังมาพูดเื่นี้อีก
“ฉันพูดจริงๆ นะมิน ตอนนี้พวกเรายังไม่พร้อมหรอก” การทะเลาะครั้งก่อนทำให้รู้แล้วว่าไม้แข็งใช้ไม่ได้ผล เทวิกาจึงพยายามหวานล้อมด้วยเหตุผลแทน
“ใครยังไม่พร้อมนะ?” รมิตาเลิกคิ้วถามกลับไป
เทวิกาสะอึก เป็อีกครั้งที่รู้สึกเหมือนโดนคำพูดของเพื่อนฟาดหน้า แต่ครั้งนี้เธอจะโมโหไม่ได้เด็ดขาด เทวิกาก้มหน้าต่ำ เก็บซ่อนความไม่พอใจของตัวเองเอาไว้
“ฉันเอง...ฉันยังไม่พร้อม”