[ชาติปัจจุบัน] เวลา 13.00 น. ณ พิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุเซี่ยงไฮ้ เมืองเซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ. 2024
แสงไฟสลัวในห้องโถงสะท้อนกับเสียงฝีเท้าแ่เบาของผู้มาเยือน อากาศรอบตัวในพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุเซี่ยงไฮ้ชวนให้นึกถึงกลิ่นไม้เก่าและฝุ่นบาง ๆ กลิ่นที่พา ดร.จ้าวหยูซิน หวนกลับไปสู่อดีตเมื่อเธอเคยหลงใหลในตำราประวัติศาสตร์ หญิงสาวรู้สึกราวกับว่าโบราณวัตถุแต่ละชิ้นต่างเก็บซ่อนเื่ราวรอคอยการเล่าขาน ทว่าครั้งนี้ บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยแรงกดดัน ความเงียบในห้องโถงที่เคยเป็แหล่งความสงบ บัดนี้กลับทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด
มือของจ้าวหยูซินถือแก้วกาแฟร้อนขณะที่เธอกำลังเดินเข้ามาในห้องโถง ความเหนื่อยล้าทางกายไม่ได้เป็ต้นเหตุของความรู้สึกเหล่านี้ หากแต่เป็ความกังวลในจิตใจ จ้าวหยูซินมองรอบๆ ห้องโถงกว้างใหญ่สะท้อนเสียงฝีเท้าของเธอคล้ายจะย้อนกลับมาจากอดีต เงาของตัวเองบนพื้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงสู่ความลึกลับที่เธอเองไม่อาจเข้าใจอย่างถ่องแท้
นักโบราณคดีสาวเดินมาหยุดที่นิทรรศการหยกั โบราณวัตถุที่ความคิดและความฝันของเธอมานานหลายสัปดาห์ ภาพร่างและแบบจำลองที่จัดแสดงในตู้กระจกระยิบระยับใต้แสงไฟอ่อน ๆ ดึงดูดสายตาของผู้มาเยือน แต่สำหรับจ้าวหยูซิน ในวันนี้จิตใจของเธอไม่ได้จดจ่ออยู่ที่หยกั เธอกำลังคิดถึงคนคนหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ ศาสตราจารย์หลี่ได้บอกเธอไว้แล้วว่าวันนี้จะพาเธอไปพบกับ CEO ของหลงฮวาจิวเวลรี่ ผู้สนับสนุนหลักของโครงการวิจัยหยกั เพียงได้ยินแค่นั้น จ้าวหยูซินก็รู้ทันทีว่าเป็เขา ‘หยางเว่ยหลง’ แม้จะผ่านไปหลายปีแล้วที่ทั้งสองไม่ได้พบกัน แต่ชื่อเสียงและข่าวคราวของเขาไม่เคยหายไป
ชายหนุ่มกลายเป็คนดังที่สื่อต่างๆ พูดถึงอยู่เสมอ ชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยความสำเร็จ หนุ่มโสดในฝันของใครหลายคน ชีวิตของเขาเหมือนจะก้าวไกลออกไปเรื่อยๆ จนเกินเอื้อมถึง แต่เธอกลับไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ทุกครั้งที่เห็นข่าวเกี่ยวกับเขาในหน้าสื่อ หัวใจของเธอก็อดไม่ได้ที่จะสั่นไหวอย่างเงียบงัน ราวกับเศษเสี้ยวของอดีตที่ยังไม่เคยเลือนหายไป
ใน่ที่เธอกำลังเรียนมหาวิทยาลัย เธอและเขาเคยมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมาก เขาเรียนที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนเธอเรียนโบราณคดี สองโลกที่แตกต่างกัน แต่กลับถูกดึงดูดเข้าหากันอย่างช้าๆ ่เวลานั้นยาวนานพอที่จะทำให้ความผูกพันระหว่างพวกเขาค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากความเป็เพื่อน เขาเป็รุ่นพี่ที่เธอเคารพนับถือ และในที่สุด ความสัมพันธ์นั้นก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็ความรักที่ลึกซึ้ง และพวกเขาเริ่มคบกันอย่างจริงจัง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เติบโตด้วยความอ่อนโยนและมั่นคง จากเพื่อนที่เคยคอยอยู่ข้างๆ กัน กลายเป็คนรักที่แบ่งปันทุก่เวลาของชีวิต ทั้งความฝัน ความหวัง และความกังวลใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ
ระยะเวลาที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน กินเวลาประมาณสี่ถึงห้าปี เป็่เวลาที่ทั้งสองต่างเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน เขากลายเป็รักแรกและรักเดียวของเธอ รักที่เธอไม่เคยรู้สึกเช่นนี้กับใครอื่น แม้จะผ่านเวลามาแล้ว แต่ความทรงจำเกี่ยวกับเขายังคงชัดเจนในหัวใจของเธอเสมอ
เวลาผ่านไปหลายปีแล้ว ั้แ่พวกเขาพบกันครั้งสุดท้าย ชีวิตของทั้งสองแยกจากกันโดยไม่มีแม้แต่การหันกลับมามอง ครอบครัวของหยางเว่ยหลงผลักดันให้เขาไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ และนั่นคือจุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์และทุกสิ่งทุกอย่างระหว่างทั้งสอง ไม่มีการโต้เถียง ไม่มีคำอธิบาย มีเพียงความเงียบที่เป็เครื่องหมายของการจากลา
และตอนนี้ หยางเว่ยหลง กลับมาอีกครั้ง ราวกับว่าจักรวาลได้ขีดเส้นโชคชะตาให้สองหนุ่มสาวมาพบกันอีกครั้ง ราวกับว่ายังมีเื่ราวที่ยังไม่ได้ถูกแก้ไข เื่ราวที่ค้างคาและรอการเริ่มต้นใหม่
เสียงฝีเท้าดังก้องเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบงัน ดึงจ้าวหยูซินออกจากภวังค์ที่เธอจมอยู่ เธอหันไปตามเสียงที่แทรกเข้ามาในความคิด และพบกับภาพของศาสตราจารย์หลี่ที่ย่างก้าวเข้ามาใกล้ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอสะท้านกลับเป็ชายหนุ่มที่ยืนข้างเขา หยางเว่ยหลง
เงาของเขาทอดยาวอยู่ใต้แสงอ่อน ๆ ของยามบ่าย ราวกับเงาของอดีตที่เธอเคยทิ้งไว้เื้ัได้กลับมาทักทายอีกครั้ง การปรากฏตัวของเขาทำให้ความทรงจำและความรู้สึกที่เคยคิดว่าถูกเก็บไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ กลับพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป จ้าวหยูซินจำต้องเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง กับอดีตที่ยังไม่จบสิ้น
ใบหน้าของเขายังคงเหมือนเช่นเดิม เครื่องหน้ารับกันทุกส่วนอย่างไร้ที่ติ คิ้วเข้ม ตาโต สายตาลึกล้ำที่ซ่อนความลับไว้อย่างเงียบงัน ราวกับถูกแกะสลักขึ้นมาอย่างประณีต รูปร่างสูงโปร่งสมส่วน ทำให้เขาเป็ชายหนุ่มที่หล่อเหลาจนยากจะละสายตาได้ ความสง่างามที่แฝงอยู่ในทุกอิริยาบถของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่งเมื่อเขาเดินผ่าน แต่วันนี้กลับมีบางอย่างที่แตกต่าง ความสง่างามจากประสบการณ์ชีวิตที่สั่งสมทำให้เขาดูเคร่งขรึมและห่างเหิน
ทันทีที่สายตาของทั้งสองพบกัน อากาศรอบตัวดูเหมือนจะเปลี่ยนไป หนักหน่วงและเย็นเยียบ ราวกับว่ามีแรงดันที่มองไม่เห็นกำลังโอบรัดทั้งสองไว้
ดวงตาของเขาที่เคยเต็มไปด้วยความอบอุ่นเมื่อมองเธอ ทว่าบัดนี้กลับเ็า ราวกับมีบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ข้างในที่เธอไม่อาจเข้าถึงได้เหมือนเดิม เงาที่ล่องลอยอยู่ในสายตาของเขาทำให้หัวใจของเธอสั่นะเื เธอเคยรู้จักทุกมุมในดวงตาคู่นั้น แต่วันนี้มันกลับกลายเป็เขาวงกตที่ซับซ้อนและไม่อาจคาดเดาได้ ความเงียบระหว่างทั้งสองกลับกลายเป็เหมือนกำแพงที่มองไม่เห็น ขวางกั้นระหว่างอดีตที่เคยผูกพันและปัจจุบันที่แตกต่าง
หยางเว่ยหลงสวมสูทที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีต บ่งบอกถึงอำนาจและความมั่งคั่ง ชายหนุ่มดูเปลี่ยนไปมาก แต่สำหรับจ้าวหยูซิน เธอยังคงเห็นเค้าร่างเลือนรางของคนที่เธอเคยรัก ความทรงจำระหว่างทั้งสองยังคงชัดเจนในใจ แม้ว่าสายตาอันอบอุ่นที่เธอเคยจำได้จะถูกแทนที่ด้วยความเ็าก็ตาม
ห้องโถงพิพิธภัณฑ์เงียบงัน มีเพียงเสียงฝีเท้าแ่เบาที่ก้องสะท้อนในความเงียบ จ้าวหยูซินยืนอยู่ตรงนั้น มือของเธอกำแก้วกาแฟแน่น ราวกับว่ามันเป็สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเธอไว้จากความวุ่นวายภายในหัวใจของเธอ
ดร.จ้าวหยูซิน หวนคิดถึงวันที่เธอได้พบกับเขาเป็ครั้งแรก ตอนนั้นเธอเพิ่งเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง เป็เด็กสาวที่เก็บตัว ไม่ค่อยเข้าสังคม แต่เพราะความรักในธรรมชาติ เธอตัดสินใจเข้าร่วมชมรมเดินป่า ที่นั่นเองที่โลกของเธอเหมือนหยุดหมุน เมื่อชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวเข้ามาในชีวิต หยางเว่ยหลง รุ่นพี่ปีสามที่อายุมากกว่าเธอประมาณสองปี เขาเป็หนุ่มป๊อปปูล่า เป็เดือนของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ตอนที่เขาเข้ามาพูดคุยกับเธอครั้งแรก จ้าวหยูซินไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มผู้โดดเด่นและเป็ที่สนใจของทุกคนถึงเลือกที่จะพูดคุยกับผู้หญิงเงียบขรึมและเก็บตัวเช่นเธอ
เวลาค่อยๆ ล่วงผ่านไปอย่างเงียบงัน หยางเว่ยหลงดูแลและใส่ใจเธอเสมอมา ความอ่อนโยนและความจริงใจของเขาทำหน้าที่เหมือนสายน้ำอันนุ่มนวล ค่อยๆ ละลายกำแพงที่เธอเคยสร้างขึ้นมา ปกติแล้วจ้าวหยูซินเป็คนที่ไม่เชื่อใจและสนิทสนมกับใครง่ายๆ เขาใช้เวลานานกว่าสองปี เพื่อทำความรู้จักเธอทีละนิด เป็เพื่อนรุ่นพี่ที่ดีเสมอมา จนในที่สุด ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ลึกซึ้งขึ้นและเปลี่ยนเป็ความรักอย่างแท้จริง
จ้าวหยูซินยังจำวันแรกที่พบกับเขาได้อย่างชัดเจน ดวงตาคู่นั้นของเขาเปล่งประกายแรงกล้าราวกับแสงอาทิตย์ ดวงตาที่เธอไม่อาจละสายตาได้ และทำให้หัวใจของเธอ ซึ่งเคยปิดตายจากโลกภายนอก เต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน