บทที่ 16 เรียกร้องค่าเสียหาย
"เฮ้ย! ไอ้หนุ่ม ทำหน้าด้านไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ฟังเหตุผลเลยใช่ไหมวะ!"
ชายที่ทำของตกฝั่งตรงข้ามรีบคว้าข้อมือของหลิวอวี่ไว้แน่น ราวกับคีมเหล็กที่ไม่ยอมปล่อยให้เขาหนีไปไหนได้
"แกทำของของฉันแตก ถ้าไม่ชดใช้เงินก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวขาออกจากที่นี่แม้แต่ก้าวเดียว หรือแกอยากจะให้ฉันแจ้งตำรวจมาจับแกเข้าคุกไปเลยล่ะ?"
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาเริ่มหยุดมุงดูเหตุการณ์จนหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณนั้นเริ่มเบียดเสียดจนแทบไม่มีที่ว่าง เขาเหลือบมองฝูงชนพลางคิดในใจว่า
'ถ้าฉันคิดจะฝ่าฝูงคนเยอะขนาดนี้หนีไปคงลำบากน่าดู'
เขาจึงจำใจหยุดยืนอยู่กับที่ ก่อนจะจ้องหน้าชายคนนั้นแล้วถามกลับไปว่า
"จะให้ฉันชดใช้เงินงั้นเหรอ? อย่างน้อยก็น่าจะให้ฉันเห็นชัด ๆ ก่อนนะว่าไอ้ของที่ว่าแตกน่ะมันคืออะไร"
"หึ!"
ชายคนนั้นแค่นเสียงอย่างโกรธเกรี้ยว พลางก้มลงหยิบห่อผ้าที่พื้นขึ้นมาเปิดออกอย่างระมัดระวัง
"นี่คือสมบัติล้ำค่าที่ฉันเพิ่งได้มาจากร้านของเก่าเชียวนะ มันคือแท่นหมึกจากสมัยราชวงศ์ิและชิง มูลค่าตั้งสามล้านเลยนะโว้ย!"
เพียงแค่ประโยคเดียวก็ทำให้ผู้คนที่มุงดูอยู่รอบ ๆ ถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความใ มูลค่าสามล้านเชียวเหรอ?
ดูท่าว่าไอ้หนุ่มคนนี้คงจะซวยเข้าให้แล้วจริง ๆ
"จริงเหรอ? แกบอกว่าสามล้านก็คือสามล้านงั้นสิ ใครจะไปยอมเชื่อแกง่าย ๆ กัน"
หลิวอวี่แสร้งทำสีหน้าไม่เชื่อถือ เมื่อเขามองไปที่แท่นหมึกที่ชายคนนั้นอวดอ้าง พบว่ามันมีรอยร้าวลึกหลายแห่ง และมีบางส่วนที่แตกหักเสียหายไปไม่น้อยจริง ๆ
"ไอ้หนุ่ม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! ฉันมีใบเสร็จยืนยันความถูกต้องนะโว้ย ดูราคาที่เขียนไว้ตรงนี้ซะ สามล้านหยวนถ้วน ไม่ขาดไม่เกินแม้แต่หยวนเดียว!"
ชายคนนั้นควักใบเสร็จออกมาโชว์พลางใช้นิ้วเคาะเบา ๆ ตรงตัวเลขราคา ซึ่งมันตรงกับที่เขาพูดมาทุกประการ
"ฉันใช้เวลาเลือกของชิ้นนี้มาเกือบครึ่งเดือน พรุ่งนี้ก็ต้องเอาไปส่งให้ลูกค้าแล้ว แต่แกดันมาทำเสียเื่ แถมยังทำให้ฉันเสียเวลาขนาดนี้ รวม ๆ แล้วแกต้องชดใช้ฉันมาสิบล้าน เื่นี้ถึงจะจบลงด้วยดี!"
ชายคนนั้นพูดจาเกินจริงไปไกลโข จนหลายคนที่มุงดูอยู่ถึงกับเบิกตากว้างและแอบถอนหายใจแทนหลิวอวี่
'เงินตั้งสิบล้านเชียวเหรอ!' เมื่อเขากวาดสายตาดูการแต่งกายและท่าทางของเ้าหนุ่มตรงหน้าแล้ว ดูยังไงก็เป็แค่คนธรรมดาที่อาจจะมีเงินติดตัวไม่ถึงพันด้วยซ้ำ จะไปหาเงินมากมายมหาศาลขนาดนั้นมาชดใช้ให้คนอื่นได้ยังไง
"อะไรนะ! สิบล้านเนี่ยนะ! ฉันไม่รู้เื่ของโบราณพวกนี้หรอกนะ แต่ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าแกไม่ได้จงใจทำของปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกเอาเงินคนอื่นน่ะ?"
หลิวอวี่กลอกตาไปมาอย่างรำคาญใจ เขามองชายตรงหน้าด้วยสายตาดูแคลนราวกับกำลังมองคนโง่ที่คิดจะมาหลอกคนอย่างเขา
'คิดจะมาต้มตุ๋นฉันงั้นเหรอ... ฝันไปเถอะ!'
"แท่นหมึกนี่มันของปลอมชัด ๆ" หลิวอวี่โพล่งออกมาเสียงดังฟังชัด
ในจังหวะนั้นเอง เสียงใสกังวานของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวาย ทุกสายตาต่างหันไปมองเป็ทางเดียว ก่อนจะพบว่าหลี่รั่วหลานกำลังเดินตรงเข้ามา
ชายหนุ่มหลายคนในที่นั้นถึงกับยืนตาค้าง ตกอยู่ในภวังค์แห่งเสน่ห์อันเหลือล้นของเธอ แม้แต่ชายเ้าของแท่นหมึกเองก็ยังเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ จ้องมองเธอตาไม่กะพริบ
ทว่าหลี่รั่วหลานกลับไม่ได้ใส่ใจสายตาเ่าั้เลยแม้แต่นิดเดียว เธอก้าวตรงไปหาหลิวอวี่ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแท่นหมึกมาจากมือของชายคู่กรณีอย่างถือวิสาสะ
"เอ๊ะ... เธอ... เธอจะทำอะไรน่ะ?" เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสาวงามในระยะประชิด ชายที่กำลังโวยวายใส่หลิวอวี่เมื่อครู่กลับดูอ่อนแรงและอึกอักขึ้นมาทันที
หลี่รั่วหลานถือแท่นหมึกขึ้นมาพินิจพิจารณาอย่างละเอียดั้แ่หัวจรดท้าย ปลายนิ้วเรียวััลวดลายบนนั้นเบา ๆ ก่อนจะอาศัยรอยร้าวที่มีอยู่ค่อย ๆ ออกแรงหักชิ้นส่วนเล็ก ๆ ออกมาอย่างหน้าตาเฉย
หลิวอวี่เห็นภาพนั้นแล้วก็อดรู้สึกเสียวสันหลังแทนไม่ได้ 'หลี่รั่วหลานนี่สมกับเป็คุณหนูตระกูลใหญ่จริง ๆ เลยนะ แท่นหมึกมูลค่าตั้งสามล้าน เธอคิดจะหักก็หักทิ้งแบบนี้เลยเหรอ?' เขาแอบบ่นขำ ๆ ในใจ
ชายคนนั้นพอได้สติก็รีบชี้หน้าหลี่รั่วหลานพลางหันไปป่าวประกาศกับคนรอบข้างทันที
"ทุกคนช่วยเป็พยานให้ผมด้วยนะ! ยัยนี่ทำแท่นหมึกของผมพังเสียหาย ถ้าวันนี้พวกแกทั้งคู่ไม่ยอมควักเงินมาชดใช้ ก็อย่าหวังว่าจะได้ก้าวเท้าออกจากที่นี่!"
"คุณถือของปลอมเดินร่อนไปร่อนมาที่นี่ทั้งวันเลยใช่ไหมล่ะ? พอเจอคนที่ไม่รู้เื่ของโบราณเข้าหน่อย ก็จ้องจะใส่ร้ายป้ายสีต้มตุ๋นเขาแบบนี้... มันจะดูไร้ศีลธรรมเกินไปหน่อยมั้งคะ?" น้ำเสียงของหลี่รั่วหลานเปี่ยมไปด้วยความเ็าและไม่เป็มิตรอย่างชัดเจน
"นี่แม่คุณ... จะพูดอะไรก็ช่วยมีเหตุผลหน่อยเถอะ เธอมีสิทธิ์อะไรมาปรักปรำว่าของของฉันเป็ของปลอม? หน้าตาอย่างเธอน่ะเหรอจะมารู้เื่ของโบราณ!" ชายคนนั้นกวาดสายตามองหลี่รั่วหลานอย่างดูแคลน เพราะโดยปกติแล้วคนที่มาเดินตลาดของเก่ามักจะเป็พวกผู้สูงอายุที่มีประสบการณ์โชกโชน วัยรุ่นหน้าตาจิ้มลิ้มแบบนี้มองยังไงก็ไม่น่าจะมีวิชาติดตัว
"แท่นหมึกในสมัยราชวงศ์ิและชิงน่ะ ไม่ว่าจะเป็สีสันหรือลวดลาย พื้นผิวของมันจะต้องออกโทนสีเทาดินตามกาลเวลา แต่แท่นหมึกของคุณมันสีสันจัดจ้านสดใสเกินไป มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็ของที่เพิ่งทำขึ้นมาใหม่ชัด ๆ แถมใบเสร็จกับใบรับรองนี่ก็ของปลอมทั้งนั้น ใบรับรองของแท้เขาต้องใช้ตราประทับเหล็ก แต่ของคุณมันแค่ตราประทับที่แกะขึ้นมาเองหยาบ ๆ ใช่ไหมล่ะ?"
หลี่รั่วหลานพูดจาฉะฉานและแสดงความรู้ที่ล้ำลึกออกมาจนหลิวอวี่มองภาพนั้นด้วยความทึ่ง และอดที่จะชื่นชมในใจไม่ได้
"รั่วหลาน เธอนี่เก่งจริง ๆ นะเนี่ย ไม่นึกเลยว่าจะเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินของโบราณกับเขาด้วย"
"จะเป็ผู้เชี่ยวชาญอะไรกันล่ะคะ ทั้งหมดนี่คุณปู่เป็คนสอนฉันมาเองกับมือน่ะ" หลี่รั่วหลานยิ้มตอบเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเธอหันไปมองชายคู่กรณี สีหน้าก็เปลี่ยนเป็ขรึมจัดในทันทีพร้อมกับตวาดกร้าว
"ถ้าคุณยังไม่รีบไสหัวไปตอนนี้ ฉันจะแจ้งตำรวจนะ! คราวนี้จะได้รู้กันไปเลยว่า สรุปแล้วพวกเราทำของล้ำค่าแตก หรือเป็คุณที่จงใจเอาของปลอมมาหลอกลวงชาวบ้านกันแน่"
"พวก... พวกแก... มันจะรังแกกันเกินไปแล้วนะ!"
หลังจากถูกหลี่รั่วหลานเปิดโปงแผนการจนหมดเปลือก ชายคนนั้นก็เกิดอาการใจสั่นอย่างรุนแรง ทันใดนั้นเขาก็ยกมือกุมหน้าอกพลางทรุดตัวลงกองกับพื้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป ลมหายใจเริ่มติดขัดและขาด่ ดูท่าทางเหมือนจะหมดสติไปได้ทุกเมื่อ
"แย่แล้ว! มีคนกำลังจะตาย รีบโทรแจ้ง 120 เร็ว!" เสียงร้องด้วยความตื่นตระหนกดังระงมไปทั่วบริเวณ
หลี่รั่วหลานเองก็ใไม่แพ้กัน เธอก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวในขณะที่ยังถือแท่นหมึกเอาไว้ ไม่คิดเลยว่าชายคนนี้จะเปราะบางขนาดนี้ เพียงแค่แผนแตกก็ถึงกับล้มป่วยกะทันหันเสียอย่างนั้น
"จะมัวโทรทำไมกันเหรอ กว่ารถจะมาถึงเขาคงสิ้นลมไปก่อนพอดี หลีกทางให้ผมหน่อยครับ!"
หลิวอวี่รีบเบียดเสียดฝูงชนเข้าไปหาคนป่วย เขาลงมือค้นตัวชายคนนั้นอย่างรวดเร็วจนพบขวดยาเม็ดช่วยชีวิตหัวใจ จึงทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็โรคหัวใจ
เขาเปิดฝาขวดยาด้วยความเร่งรีบ แต่ข้างในกลับว่างเปล่าไม่มีเหลือสักเม็ดเดียว นั่นทำให้หลิวอวี่รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที
'ไอ้เวรเอ๊ย! แกเพิ่งจะคิดหลอกลวงฉันแท้ ๆ แต่ฉันยังต้องมานั่งช่วยชีวิตแกอีกเหรอเนี่ย นี่มันเื่บ้าอะไรของฉันกันนะ' เขาบ่นพึมพำกับตัวเองในใจ
หลิวอวี่รีบนำฝาขวดเปล่าในมือของชายคนนั้นมาวางไว้บนฝ่ามือของตัวเอง จากนั้นจึงเริ่มรวบรวมสมาธิเพื่อกลั่นพลังปราณหลิงสุ่ย
เพียงไม่นานนัก หลิงสุ่ยปริมาณเท่าฝาขวดก็ปรากฏขึ้น หลิวอวี่รีบนำไปป้อนให้ชายคนนั้นทันที แต่ในระหว่างที่กำลังโกลาหล น้ำวิเศษหยดหนึ่งกลับกระเด็นเข้าตาของเขาเอง
เขาขยี้ตาเบา ๆ โดยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ก่อนจะรีบง้างปากของชายคนนั้นแล้วกรอกหลิงสุ่ยเข้าไปจนหมด
"ไอ้หนุ่ม ฉันว่าแจ้งตำรวจกับ 120 ดีกว่านะ ผู้ชายคนนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี เมื่อกี้มันยังจ้องจะต้มตุ๋นนายอยู่เลย"
"ใช่แล้วล่ะ ตอนนี้เขาเป็แบบนี้ก็เพราะหาเื่ใส่ตัวแท้ ๆ ใครใช้ให้เขามีนิสัยขี้โกงจนใจไม่สะอาดแบบนี้ล่ะ"
"พวกเราก็หวังดีนะไอ้หนุ่ม ถ้านายรักษาเขาไม่หายขึ้นมา เดี๋ยวเขาก็หันกลับมาแว้งกัดหลอกเอาเงินนายอีกหรอก มันจะยิ่งเพิ่มปัญหาให้นายเปล่า ๆ"
หลังจากที่หลี่รั่วหลานเปิดโปงความจริงออกมา ผู้คนที่ล้อมดูอยู่ต่างก็มองเห็นรอยตำหนิบนแท่นหมึกได้อย่างชัดเจน พวกเขาเ่าั้ต่างเกลียดชังพฤติกรรมปลอมแปลงของโบราณมาหลอกลวงคนแบบนี้ที่สุด เพราะมันเป็การกระทำที่น่าอับอายและทำลายเสน่ห์ของตลาดของเก่า
เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จึงไม่มีใครรู้สึกเวทนาชายคนนั้นแม้แต่น้อย การโทรแจ้ง 120 ของพวกเขาในตอนนี้ จึงเป็เพียงความเมตตาสุดท้ายเพื่อไม่ให้มีคนมานอนตายต่อหน้าต่อตาเท่านั้นเอง