“งั้นก็เข้ามาแสดงให้ฉันดูสิว่า 1 การโจมตีมันเป็นยังไง” เคลเค้นเสียงหยามเหยียบ เมื่อได้นักเรียนของโกลด์ได้ยินดังนั้นก็อารมณ์ขึ้นพร้อมกับเสริมพลังกายอย่างเต็มที่กับมือข้างที่ถนัด ด้วยพลังเวทย์ระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงสุด แม้แต่นักเวทย์ขั้นต้นยังต้องระมัดระวัง “ตาย!” วินาทีที่ดาบกำลังฟาดเข้าตัวเคล พริบตานั้นเขาก็หายไป พลังที่ใส่ทุกอย่างลงไปพลันสูญเปล่า “หายไปไหนกั-“ ขณะที่มันกำลังพูดอย่างสงสัยพลันก็ถูกของแข็งกระแทกหัวเมื่อนั้นภาพก็มืดลงโดยที่ตัวมันเองก็ไม่รู้ว่าถูกโจมตีได้ยังไง คนอื่นที่ดูอยู่ก็เบิกตากว้างเพียงชั่วพริบตาที่เพื่อนนักเรียนของมันโดนโจมตี ก็เป็นจังหวะที่เคลกระโดดสูงอย่างทันท่วงที ทำให้หลุดพ้นจากระยะสายตาของคู่ต่อสู้ “กระโดดสูงชั่วพริบตาอย่างงั้นเหรอ!” ซิลเวอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ ในระดับผู้ใช้เวทย์แล้วพวกเขายังมีสัมผัสที่ไม่ค่อยแข็งแกร่งเท่าไหร่ทำให้เมื่อคู่ต่อสู้หายไปชั่วพริบตาก็ลนลานทำอะไรไม่ถูก และเป็นกังวลทำให้ตอนที่เคลหายไปก็ได้แต่หันซ้ายขวาเพื่อหา โดยไม่ได้ดูข้างบนเลยแม้แต่น้อย “ยอดเยี่ยมใช้การเสริมพลังที่ขาและใช้ออร่าธาตุลมในการยกตัวเองขึ้นทำให้กระโดดสูงมากขึ้นสินะ เมื่อลงมาแล้วก็ใช้ด้าบดาบกระแทกที่หัว” โกลด์ขมวดคิ้ววิเคราห์ สำหรับนักเวทย์อย่างเขาแล้วถ้าได้คู่มือด้วยเขาคงไม่พลาดท่าง่าย ๆ แบบนั้นหรอกแต่ระดับผู้ใช้เวทย์พวกเขายังไม่มีประสบการณ์มากพอนักถึงได้พลาดท่าง่าย ๆ เช่นนี้ “เดี๋ยวนะออร่าธาตุลม?” โกลด์พูดเบา ๆ อย่างประหลาดใจก่อนจะหันไปพูดกับนักเรียนของตน “คนที่ยังไม่ได้สู้ลงไปประลองซะ” “ได้ครับอาจารย์” พูดเสร็จนักเรียนคนนั้นก็ลงไปสู้ ในบรรดาคนที่โกลด์พานักเรียนทั้งหมดที่มาเขาเป็นคน ที่ 6 แล้วต่อสู้ พวกเขามีกัน 10 คน คนที่ 1 2 พักจากการต่อสู้กับแจ็คและโอเนล คนที่ 3 บาดเจ็บจากจันเรและสลบอยู่ และคนที่ 4 ที่จัดการจันเรแล้วนั่งพัก คนที่ 5 เพิ่งถูกเคลจัดการสลบเมื่อสักครู่ “ฉันจะเป็นจัดการแกเอง ย้าก!” นักเรียนคนที่ 6 ชักดาบและใช้เสริมพลังกายที่ขาพุ่งประชิดตัวเคลอย่างรวดเร็ว ฝ่ายเคลได้แต่ส่ายหัวทำไมการต่อสู้แต่ละครั้ง คู่ต่อสู้มักจะพุ่งเข้าสู้กันโง่ ๆ แบบนี้ด้วย เคลได้คิดแล้วสงสัย ก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปด้วยการใช้เสริมพลังกายทั้งร่างทำให้ความเร็วและการตอบสนองเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ผู้วิเศษระดับนักเวทย์ขึ้นไปเท่านั้นที่มีพอมีสิทธิ์ใช้เสริมพลังกายทั้งร่างเนื่องจากมีพลังเวทย์เหลือใช้มากพอ เมื่อเบี่ยงตัวได้แล้วเคลก็ใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าที่ต้นคอเบา ๆ ของนักเรียนคนที่ 6 นี้เป็นการประลองที่ไม่ถึงกับเอาชีวิตเพราะงั้น จึงสั่งสอนเบา ๆ เท่านั้น เพียงครั้งเดียวนักเรียนคนที่ 6 ก็ลงไปหลับนอนกับพื้น “....”“...”“...” พลันรอบข้างก็เงียบสงัดเพราะอึ้งกันอยู่ เป็นอีกรายแล้วที่ถูกเคลจัดการได้อย่างงายดายเช่นนี้เพียงเขาเอาด้ามดาบกระแทกเท่านั้นเอง นักเรียนคนที่เหลือได้แต่หวั่นเกรงอยากจะถามเหลือเกิน ว่าใช่ฝีมือหรือไอเทมด้ามดาบกันแน่ที่พลังโจมตีจนสลบได้ในภายในการโจมตีเพียงครั้งเดียวแบบนี้ ทางด้านโกลด์ก็ของขึ้นมา “ไอ้โง่เอ้ยทำไมถึงถูกจัดการได้ง่าย ๆ แบบนี้กันไม่ได้ดั่งใจเลย” “ไป...พวกแกไปทั้งหมด 3 คนนั้นแหละจัดการมันให้ได้” โกลด์สั่งอย่างหัวเสียและไม่สนใจความเท่าเทียมกันทันที เมื่อนักเรียนทั้ง 3 ได้รับคำสั่งก็บุกเข้าไปพร้อมกันทันที “โกลด์แกจะเกินไปแล้วนะใช้ 3 คนรุม 1 แบบนี้มันเอาโกงเกินไปแล้ว” “เหอะแล้วยังไงแกต่างหากที่เอาเปรียบเห็นได้ชัดว่านักเรียนของแกเป็นระดับนักเวทย์แต่แกใช้มันลงมาจัดการระดับผู้ใช้เวทย์ไม่ใช่แกหรอกหรือที่โกงกันไป!” โกดล์คำรามอย่างอารมณ์เสีย ซิลเวอร์ได้ฟังก็พลันหัวเราะชอบใจก่อนจะหันไปมองทางเคลเหมือนจะถามความเห็นว่าแสดงพลังหน่อยได้ไหม “ระดับนักเวทย์งั้นเหรอสมองของแกคงมีปัญหาแล้ว! สัมผัสซะสิแล้วแกจะรู้ว่าระดับนักเวทย์หรือเปล่า” โกลด์ขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ชายอายุไม่น้อยทำการแผ่พลังสัมผัสตัวของเคลจนทำให้เขาต้องสับสน “อะไรกัน..ระดับพลังผู้ใช้เวทย์ขั้นกลาง” “ไม่จริงเป็นไปไม่ได้!” “มันเป็นไปได้ แล้วละ วะฮ่า ๆ” ซิลเวอร์หัวเราะชอบใจวันแรกที่เขาสอนเคล ไม่สิยังเรียกว่าสอนได้ไม่เต็มปากเลย เขายังสามารถสัมผัสพลังของเคลได้ว่าเป็นระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นต้นเท่านั้น เพียงแต่ว่าเมื่อวันต่อเขากลับสัมผัสพลังของเคลไม่ได้เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่สามารถซ่อนการรับรู้กับผู้วิเศษระดับสูงกว่าได้คือฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งกว่าหรือไม่ก็มีไอเทมพิเศษที่สามารถปกปิดพลังได้ แต่ว่ามันก็ขึ้นอยู่กับระดับไอเทมเช่นกันว่าสามารถปกปิดกันได้แค่ไหน เขาที่เป็นระดับนักเวทย์ขั้นสูงสุดเพราะงั้นก็ต้องใช้ไอเทมระดับนักเวทย์ขั้นสูงสุดเดียวกันเพื่อปกปิดพลัง เพราะงั้นตัวของเคลน่าจะมีไอเทมปกปิดพลังอยู่กับตัวเองอย่างแน่นอน ถึงแม้ตัวซิลเวอร์อยากจะเข้าไปถามให้แน่ชัดว่าจริงหรือเปล่า แต่เขาก็ไม่กล้าและไม่เข้าใจว่าทำไมเคลถึงทำอะไรแบบนี้ ตั้งแต่เข้ามาเรียนกับเขา ทั้งที่ ๆ ตัวเองก็สามารถฝึกทำได้อยู่แล้วการต่อสู้เองก็เก่งไม่เบา แม้กระทั่งนักเรียนคนอื่นอีก 4 คนของเขายังต้องเรียกเขาว่าพี่ใหญ่ อย่างไรก็ตามเคลเป็นใครทำไมมีไอเทมปกปิดพลังเวทย์แสนราคาแพงไหนจะเรื่องนั้นอีกที่เขาได้แต่สะพรึงและหวั่นใจ กลับมาทางด้านเคลที่ถูกนักเรียน 3 คน บุกเข้ามาพร้อมกัน เขายังใจเย็นและใช้ความคิดอยู่นิดหน่อยพลางร่ายเวทย์เงียบด้วยเสียงเบา หนึ่งในนักเรียนคนนั้นพุ่งเข้ามาถึงตัวเขาเร็วที่สุดอย่างไม่เกรงกลัวเพราะคิดว่ามี 3 คนยังไงก็สามารถจัดการได้อยู่แล้ว เพราะงั้นนักเรียนที่มาถึงเร็วที่สุดก็เตรียมตัวฟาดดาบโดยการใช้สองมือเสริมพลังกายจะทำให้เป็นการโจมตีที่หนักหน่วง “รับไปซะ!” “เห้วิ่งเข้ามาก็พื้นหน่อยสิ!” เคลเอ่ยพลางชี้นิ้วที่พื้น นักเรียนที่วิ่งมาใกล้ที่สุดไม่ก้มมองเนื่องจากอีกฝ่ายอาจตุกติกและหลอกลวงเขาก็ได้ แต่ว่าเมื่อเขาไม่ก้มมอง ภาพที่เห็นก็คือโลกหมุนเคว้งและดาบก็หลุดมือออกไป พลังที่เสริมกายที่แขนของเขาก็สูญเปล่าจากการเสียสมาธิ ยังไม่ทันได้ตั้งสติเขาก็ด้ามดาบกระแทกศีรษะจนน็อคไปอีกหลาย กลโง่ ๆ ที่เขาวางแผนไว้ก็คือร่ายเวทย์ธาตุดินเป็นแท่นขนาดที่มากพอจะทำให้ฝ่ายสะดุดล้มโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากในระดับผู้ใช้เวทย์พวกเขายังไม่สามารถจะใช้พลังเวทย์เสริมพลังกายคลุมร่างได้เพราะงั้นช่วงขาก็คือขาของคนปกติที่แข็งกว่าคนธรรมดานิดหน่อยเพราะงั้นแล้วเขาไม่มีทางจะเตะทำลายแท่นธาตุดินที่เขาร่ายเวทย์เสกขึ้นมาได้ นักเรียนอีกสองรายสังเกตเห็นก็ไม่ได้หวั่นเกรงอะไร เพราะพวกเขาทั้งคู่ได้เข้าประชิดเข้าถึงตัวคนละข้าง โจมตีประกบที่มันจะไม่ทางหลบพ้นอย่างแน่นอน ถ้ามันจะกระโดดพวกเขาก็คาดไว้แล้วเช่นกัน “ไม่ทางที่แกจะหลบพ้นจากพวกฉันสองคนไปได้หรอก” “รู้จักคำพูดนี้ไหมถ้ากระโดดไม่ได้งั้นก็หมอบคลานซะสิ!” เคลพูดไปแคะหูไปพลาง เขาเคยเป็นแชมป์ในระดับกองร้อยเหมือนกันนะ ช่วงได้ใบแดงแล้วเข้าทหารเกณฑ์โดนฝึกให้ลุกหมอบคลานประจำจนกลายเป็นนิสัยเพราะงั้นแล้ว เมื่อทั้งสองได้พุ่งเข้าถึง ตัวของเคลก็ได้หายไปในพริบตาเช่นเคย ทำให้อาวุธทั้งสองได้ปะทะกันอย่างสูญเปล่า จนทำให้มือของทั้งสองต้องด้านชาเนื่องจากการปะทะกันของพลัง พวกเขาเงยหน้าขึ้นเพราะคิดว่าอีกฝ่ายต้องกระโดดแน่ เพราะฉะนั้นพวกเขาได้เตรียมพร้อมไว้แล้วโดยการเสริมพลังกายอีกรอบในการฟาดฟันอีกครั้ง “หายไปไหน! X2” อ้าก! “ยืนค้ำหัวแบบนี้ไม่ดีนะลงมาหมอบด้วยกันสิ” เคลกล่าวพลางใช้ดาบเฉือนข้อหลังเข่าทำให้โดนเส้นเอ็นจนล้มลงไปทั้งสองคน และเคลก็ลุกขึ้นทันทีพร้อมกับเอาด้ามดาบกระแทกหัวจนน็อคไปทั้งสอง นักเรียนอีก 2 รายได้พ่ายแพ้ และก็มีความน่าสยดสยองไม่น้อยเพราะว่าเลือดตรงขาไหลทะลักไม่หยุด “โอ๊ะแย่แล้วคุณสมบัติของดาบมันเพิ่มความรุนแรงให้เลือดไหลไม่หยุดซะด้วย” เคลอุทาน “ชิ ฉันไม่ได้ปล้นเงินพวกแกนะแต่พวกแกต่างหากที่ซื้อสินค้าของฉัน” เคลกล่าวพลางปล้นเงินจากทั้งสอง 600 เหรียญทอง และนำโพชั่นมาป้อนทั้งสองอย่างรวดเร็ว ไม่นานร่างกายของพวกเขาก็หยุดเลือดไหลและกลับมาเป็นปกติ แต่ว่าพวกเขาก็ยังสลบอยู่เหมือนเดิม ใช่แล้ว! เขาไม่ชอบการปล้นชิงสักเท่าไหร่ และรู้สึกว่ามันไม่เจ๋งเลย ให้ตายสิ ************