บทที่ 12 ทุกอย่างพอใจแล้ว
เสิ่นเสวี่ยฉินหัวเราะเยาะ ชี้ไปที่ลู่จิ่นเนี่ยน “ดี ไม่เซ็นใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นก็ไปตรวจร่างกายให้ฉันเดี๋ยวนี้! อย่างน้อยก็ต้องไว้หน้าฉันบ้าง จริงไหม?”
ลู่จิ่นเนี่ยนกัดริมฝีปาก ยอมรับข้อเสนอนั้น
ตราบใดที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าร่างกายของเธอไม่มีปัญหา เสิ่นเสวี่ยฉินก็จะคอยจับผิดและจู้จี้แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ
ลู่จิ่นเนี่ยนจึงเดินเข้าไปในห้องตรวจ
ลู่อวี่ชิวเดินเข้ามาหาเสิ่นเสวี่ยฉินทันทีที่ลู่จิ่นเนี่ยนเข้าไปในห้องตรวจ ท่าทางของหล่อนดูอ่อนโยนและใสซื่อ “คุณป้าคะ ถ้าพี่สาวไม่ยอมหย่าจริง ๆ ก็ปล่อยเธอไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีปัญหาอะไร ขอแค่ได้คลอดลูกอย่างปลอดภัย ฉันก็พอใจแล้ว”
ประโยคนี้รื่นหูเสิ่นเสวี่ยฉินมาก หล่อนชอบลูกสะใภ้ที่เชื่อฟังแบบนี้ จึงลูบหลังมือของลู่อวี่ชิวอย่างแ่เบา พลางเอ่ยว่า “เธออย่าห่วงไปเลย ฉันจะให้พวกเขาสองคนหย่ากันแน่นอน ลูกสาวที่เกิดจากเมียน้อย จะคู่ควรกับการเป็แม่ของหลานชายฉันได้ยังไง?”
ลู่อวี่ชิวพูดอย่างอ่อนน้อม “ฉันจะเชื่อฟังคุณป้าทุกอย่างค่ะ แต่คุณป้าอย่าฝืนไปเลยนะคะ ฉันถูกทำร้ายบ้างก็ไม่เป็ไรค่ะ”
เสิ่นเสวี่ยฉินพูดว่า “ฉันจะไปล่อยให้แม่ของหลานฉันมีชื่อเสียงไม่ดีได้ยังไง? เธอไม่ต้องคิดมาก พวกเขาต้องหย่ากันแน่นอน!”
ลู่อวี่ชิวทำหน้าซาบซึ้งพลางพยักหน้า ทว่าในใจกลับรังเกียจเสิ่นเสวี่ยฉิน
หล่อนพูดมาตั้งมาก สุดท้ายเพื่อชื่อเสียงของหลานตัวเองเท่านั้น เห็นแก่ตัวจริง ๆ
ลู่จิ่นเนี่ยนรอในห้องตรวจอยู่พักหนึ่ง จนกระทั่งพยาบาลเข้ามา
แต่พวกเขากลับเป็ผู้ชาย!
เธอใมาก จากนั้นก็เห็นหมอและพยาบาลอีกคนเดินเข้ามา ปรากฏว่าทุกคนล้วนเป็ผู้ชายทั้งหมด
นี่มันหมายความว่ายังไง?
หมอผู้ชายคนนั้นเตรียมใส่ถุงมือ พลางชี้ไปที่เตียงผ่าตัด แล้วพูดว่า “ถอดกางเกงออก แล้วขึ้นไปนอน กางขาออกด้วย”
ลู่จิ่นเนี่ยนหน้าซีดเผือดไปทันที ในที่สุดเธอเข้าใจ นี่ไม่ใช่การตรวจร่างกาย แต่เป็การดูถูกอย่างโจ่งแจ้ง
เธอเป็ผู้หญิงคนเดียว แต่ต้องถอดกางเกงให้ผู้ชายสามคนดู?
ถ้าเธอพูดเื่นี้ออกไป ชื่อเสียงจะดีได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น มู่จือเหยียนก็รังเกียจเธออยู่แล้ว ถ้ารู้ว่าถูกผู้ชายสามคนเห็นร่างกายแบบนี้ เขาคงจะขยะแขยงหล่อนเข้ากระดูกดำ
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ตรวจแล้ว” ลู่จิ่นเนี่ยนปฏิเสธ พยายามเบี่ยงตัวออกจากพวกเขา
แต่พยาบาลชายคนหนึ่งกลับมายืนขวางหน้าเธอ ใบหน้าแฝงด้วยความมุ่งร้าย “ขอโทษด้วยนะครับ เมื่อเข้ามาในห้องตรวจแล้ว คุณต้องตรวจให้เสร็จ!”
“ฉันไม่ทราบมาก่อนว่าโรงพยาบาลมีกฎแบบนี้ด้วย?” ลู่จิ่นเนี่ยนจ้องเขาอย่างระแวดระวัง “หลีกไป ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ!”
ชายคนนั้นแสยะยิ้มชั่วร้ายก่อนจะลงมือทันที เขากอดลู่จิ่นเนี่ยนไว้แน่น แล้วลากเธอไปที่เตียงผ่าตัด
“ทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ!” ลู่จิ่นเนี่ยนดิ้นรนสุดแรงเกิด “ช่วยด้วย! มีคนกำลัง… อื้อ!”
ทันใดนั้น ชายอีกคนก็พุ่งเข้ามาปิดปากลู่จิ่นเนี่ยน ไม่ให้เธอส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
ลู่จิ่นเนี่ยนพยายามดิ้นรนแกว่งมือและเท้าอย่างบ้าคลั่ง ระหว่างดิ้นรนขาเธอก็เผลอไปเตะอุปกรณ์ผ่าตัดที่อยู่ข้าง ๆ ล้มลง และอุปกรณ์ผ่าตัดที่เป็โลหะก็หล่นกระจายไปทั่วพื้น
เสียงเ่าั้ดังสนั่น ลู่จิ่นเนี่ยนก็เกิดความคิดขึ้นมาทันที หล่อนจงใจเตะสิ่งของข้างเตียงผ่าตัดให้ล้มลง ปล่อยให้สิ่งของพวกนี้ตกลงพื้นและส่งเสียงดัง แทนการร้องขอความช่วยเหลือ
“จับแขนเธอไว้!” มีคนสั่ง
ชายทั้งสองคนร่วมมือกัน ไม่นานก็จับแขนขาลู่จิ่นเนี่ยนไว้อย่างรวดเร็ว
ผู้ชายอีกคนคว้าผ้าก๊อซขึ้นมา แล้วยัดมันเพื่อปิดปากลู่จิ่นเนี่ยนอย่างรุนแรง ขัดขวางเสียงร้องของเธอ
ลู่จิ่นเนี่ยนเป็เพียงผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจต้านแรงผู้ชายทั้งสามคนได้ เธอถูกปิดปากไว้และไม่มีโอกาสขัดขื่น
แขนขาของหญิงสาวถูกตรึงไว้ คล้ายกับปลาที่อยู่บนเขียง หล่อนทำได้เพียงมองมีดที่กำลังฟันลงมาอย่างสิ้นหวัง
จากนั้นขาทั้งสองข้างที่เคยแนบสนิทก็แยกออกจากกัน เธอเห็นมือของชายผู้นั้นเอื้อมไปที่ขอบกางเกงของเธอ
ใครก็ได้ช่วยฉันที
มู่จือเหยียน คุณมาช่วยฉันได้ไหม...
มู่จือเหยียน…