
บทที่ 2 เมื่อไหร่จะถึงเช้าวันถัดไป
เช้าตรู่วันต่อมา
กา กา กา~
เสียงนกการ้องในยามเช้าเหมือนทุกวัน ผมเดินไปเปิดหน้าต่างห้องนอนอย่างที่เคยทำ วันนี้มีลมพัดเย็นะเื ท้องฟ้ามีเมฆครึ่มนิดหน่อยแต่ก็ยังพอมีแดดส่องลงมาบ้าง แดดอ่อนๆ ส่องลงตรงหัวเซโน่พอดี พอเห็นแบบนี้ผมเ้านี้ดูสว่างกว่าปกติ แต่เพราะมีอากาศเย็นคาดว่า่บ่ายอาจจะมีฝนตก สงสัยต้องเตรียมร่มไปด้วย วันนี้มีนัดคุยกับลูกค้าเป็งานด่วนที่ได้รับการติดต่อมาเมื่อคืน ถึงจะมีเื่ให้ชวนหงุดหงิดอย่างอยู่ดีๆก็มีใครไม่รู้มาอาศัยอยู่ในบ้านด้วย แถมยังโดนบอกว่ากลิ่นในห้องเหมือนตาลุงอีก!!! ฉันยังไม่แก่ขนาดนั้นซักหน่อย!!
ผมเดินไปชั้นล่างได้กลิ่นอาหารลอยมา ปกติพวกเราผลัดเวรกันทำอาหารโดยเมื่อคืนตกลงกันว่าวันนี้แคลร์จะเป็คนทำอาหาร ผมปวดคอนิดหน่อยเพราะโดนเซโน่ถีบจนหัวตกหมอน อาหารเช้าวันนี้คงทำอะไรได้ไม่มากเพราะเพราะวัตถุดิบในตู้เย็น มีเพียงไข่ไม่กี่ฟอง แฮมเหลือๆ แล้วก็ขนมปังเก่าที่ซื้อมาเกือบอาทิตย์ ข้าวสารก็เหลือไม่มากแล้ว คงมีพอกินสำหรับมื้อเดียวเท่านั้นเพราะเซโน่กินจุซะขนาดนั้น ตอนขากลับคงต้องซื้อเพิ่มแล้ว แล้วก็มีเนยกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป…
จะว่าไปแล้วมีแต่ของที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น แทบจะไม่มีผักกับผลไม้เลยสงสัยเย็นนี้ต้องซื้อกลับมาด้วย
ผมเดินลงมาเห็นแคลร์ที่ตอนนี้อยู่ในร่างผู้หญิง ดูเหมือนเ้าตัวกะจะใช้ร่างผู้ชายเฉพาะตอนออกไปข้างนอกที่ต้องเจอกับคนอื่นท่านั้น ตอนนี้เธอใส่เสื้อยืดกางเกงวอร์มขายาว รวบผมหางม้าสูงพอดูแบบนี้แล้วก็ดูเหมือนผู้หญิงปกติทั่วไป ถ้าคนอื่นมาเจอในสภาพแบบนี้คงไม่มีทางรู้ได้แน่นอนว่าเธอคนนี้เป็ถึงเทพเ้า ดูเหมือนเธอกำลังยุ่งอยู่กับการตอกไข่ลงกระทะ จนไม่ทันได้สังเกตเห็นผม ผมจึงส่งเสียงทักทายไป
“เช้านี้ทำอะไรกินเหรอ”
จากนั้นผมหยิบขนมปังปิ้งทาเนยที่แคลร์ปิ้งเสร็จแล้ววางไว้บนจานแผ่นเข้าปากอย่างเนียนๆ โดยที่เธอไม่รู้ตัว แล้วก็ไปนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เก่าของเมื่อวานซืนที่ซื้อมาแต่ยังไม่มีเวลาได้อ่าน ครัวที่บ้านของพวกราเป็ครัวแบบเปิดโล่งโต๊ะทานอาหารอยู่ติดกับเคาท์เตอร์ที่ใช้ทำอาหาร ให้อารมณ์เหมือนร้านอาหารโอมากาเสะ ซึ่งเป็แบบที่ผมชอบ
“แซนวิชไข่ดาวกับแฮมหลือ-
ยังพูดไม่ทันจบเธอก็หันขวับจ้องมาที่ผม
“ขนมปังที่อยู่ตรงนี้มันหายไปไหนแผ่นนึง”
“ผู้ก่อตั้งธนาคารฆ่าตัวตัวเพื่อหนีหนี้ มีแต่ข่าวแบบนี้อีกแล้ว ถ้าขนาดผู้ก่อตั้งธนาคารยังเป็หนี้แล้วพวกฉันจะเหลืออะไร” ผมอ่านหนังสือพิมพ์พรางพูดอ่านออกเสียงทำเมินได้อย่างแเี เพราะยังไงซะหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ก็จะช่วยปกปิดให้ฉัน เธอไม่มีทางเห็นหรอกว่าฉันซ่อนขนมปังไว้ลูเซี่ยนเอาหนังสือพิมพ์มาบังไว้ครึ่งหน้า
“ชิ ต้องทำเพิ่มอีกแผ่นนึงอีก”
แคลร์บ่นอย่างหัวเสียก่อนจะหันไปทาเนยที่ขนมปังเพิ่มอีกแผ่นนึง แล้วเอาขนมปังนั้นไปนาบกับกระทะร้อนๆเพื่อปิ้งเพิ่ม
“วันนี้พวกเรามีนัดต้องออกไปพบลูกค้าแล้วเธอล่ะ”
“ฉันจะรออยู่ที่นี่ ขณะที่พวกนายทำงานเสี่ยงตายกันอย่างหนักแล้วกลับมาพบว่าฉันนอนสบายใจเฉิบโดยไม่ต้องทำอะไรมันน่าสนุกกว่า”
ยัยนี่!! น่าโมโหชะมัดเลยให้ตายสิ
ระหว่างนั้นเองเซโน่ก็เดินลงมาในสภาพยับเยินมีรอยเล็บข่วนอยู่ตามตัว หัวยุ่งไปหมดแถมมีขนนกสีดำๆ ติดอยู่ตามผมและเสื้อผ้า
“นี่นายไปทำอะไรมาน่ะเซโน่ ทำไมสภาพถึงเป็แบบนั้น” ผมอดไม่ได้ที่จะถามออกไปเพราะก่อนหน้าที่ผมจะลงมาก็ยังดูปกติอยู่เลย
“ก็ลูเซี่ยนเปิดหน้าต่างทิ้งไว้แล้วลืมปิด อีกาพวกนั้นก็เลยเข้ามาในห้องผมก็เลยพยายามจะไล่พวกมันออกไป ก็เลยตีกันนิดหน่อย”
“อะ โทษทีนะ แต่ว่านี่นายทะเลาะกับนกมาเหรอ”
“ใครจะทะเลาะกับใครก็ช่าง เอานี่มื้อเช้าได้แล้ว”
เมื่อได้ยินแคลร์บอกมื้อเช้าเสร็จแล้ว เซโน่จากหน้าตาอิดโรยในตอนแรกก็ฟื้นคืนชีพขึ้นทันที แซนวิชของผมกับแคลร์เป็แบบธรรมดา แต่ของเซโน่เป็แบบใหญ่พิเศษ ใช้ขนมปังถึงสิบแผ่นซ้อนกันจนเหมือนกับตึกสูง
“ว่าแต่นายปิดหน้าต่างแล้วใช่ไหม วันนี้ฝนทำท่าจะตกด้วยฉันไม่ไปตามปิดให้หรอกนะ” แคลร์หันถามเซโน่ที่กำลังก้มหน้าก้มตากินแซนวิชอยู่
“แน่นอน ผมไม่สะเพร่าเหมือนลูเซี่ยนหรอกนะ”
“ว่าไงนะเ้าบ้านี่! ฉันแค่ลืมนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“นิดหน่อยที่ไหนเล่าเ้านกนั้นมันหลบการโจมตีของผมได้แถมยังโจมตีสวนกลับผมด้วยนะ มันต้องเป็สาวกของแม่มดแน่ๆ ”
“นี่นายแพ้นกมาเหรอ”
“ไม่ได้แพ้สักหน่อยเ้านั่นต่างหากที่เล่นไม่ซื่อเรียกพวกมาช่วย”
“พวกนายมัวแต่คุยเอ้อระเหยกัน คิดว่าตอนนี้มันกี่โมงแล้วห๊ะ นัดลูกค้าเอาไว้กี่โมง”
“พูดอะไรของเธอน่ะ นี่มันก็ยังเช้าอยู่ไม่ใช่เหรอ…”
เมื่อแคลร์โชว์หน้าจอมือถือให้ผมดู ผมก็ต้องอ้าปากค้าง เลขนาฬิกาเปลี่ยนจาก 09 : 59 กลายเป็ 10 : 00ต่อหน้าต่อตา ส่วนนัดของลูกค้านั้นคือ 10 : 30 เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วโมง
“ทำไมล่ะก็ฉันยังรู้สึกว่าฉันเพิ่งตื่นอยู่เลย”
“ก็เพราะว่าตอนที่นายตื่นแล้วเดินลงมานั้นมันก็เก้าโมงครึ่งแล้วน่ะสิ”
“แล้วทำไมถึงไม่บอกฉันั้แ่แรกเล่า”
“แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่านายมีลูกค้า”
ที่ยัยนี่พูดมาก็ถูกเพราะลูกรายนี้ติดต่อมาเมื่อคืนกลางดึก เห็นว่าเป็งานด่วนค่อนข้างรีบก็เลยตอบตกลงรับงานไปยังไม่ได้บอกใครเลยแม้กระทั่งเซโน่
“จะดีเหรอมัวแต่เสียเวลาอยู่แบบนี้ ในระหว่างที่นายกำลังโวยวายเวลาก็กำลังเดินไปเรื่อยๆ แล้วนะ”
แคลร์กินแซนวิชด้วยใบหน้ายิ้มเยาะ แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาจะไปเถียงด้วยแล้ว ผมไม่รีรอลากเซโน่ที่ยังถือแซนด์วิชแล้วยัดเข้าปากอย่างต่อเนื่องขึ้นไปแต่งตัว หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงรีบออกไป โชคดีที่จุดนัดพบไม่ได้ไกลจากบ้านซักเท่าไหร่ ผมเร่งเครื่องอย่างเต็มที่จนในที่สุดก็มาถึงได้ทันเวลาอย่างฉิวเฉียด
“ทำไมลูกค้าถึงนัดสถานที่แปลกๆ แบบนี้กันนะ”
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือกันว่าทำไมถึงได้เลือกนัดที่ธนาคารร้างแบบนี้”
ทั้งสองเดินเข้าไปในธนาคารร้าง ประตูธนาคารมีรอยถูกงัดจนประตูเปิดออก บางทีคงเป็พวกหวังรวยทางลัด คิดว่าธนาคารที่ปิดตัวอาจจะมีเงินเหลือทิ้งไว้บ้าง ช่างเป็ความคิดที่โง่เขลาจริง ถ้ามีเงินพวกนั้นเหลืออยู่จริงคงถูกพวกพนักงานกลุ่มสุดท้ายที่อยู่ที่นี่ขนไปจนหมดแล้ว มาหวังอะไรลมๆแล้งๆแบบนี้ ไม่ได้เื่เลยจริงๆ
“ลูเซี่ยนไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเรามาลองปล้นธนาคารดูกันไหม อาจจะมีเงินเหลือทิ้งไว้บ้างก็ได้” ยังไม่ทันไรก็มีไอ้พวกสิ้นคิดโผล่ขึ้นมาอีกคน
“ถึงจะเป็อดีตแต่ทั้งนายและฉันก็เป็ตำรวจด้วยกันทั้งคู่ จะทำอะไรก็หัดไว้หน้าตัวเองในอดีตซะบ้าง”
“แต่ว่าเงินนั่นเ้าพวกนั้นก็ขโมยคนอื่นเค้ามาอีกทีนิ ไม่เห็นจะเป็อะไรเลย” ดูพูดเข้าพูดอะไรของมันเนี่ย
“เงินในธนาคารต่างก็เป็เงินที่ประชาชนทั่วไปนำมาฝากไว้กับธนาคาร-
ผมยังไม่ทันสวดเ้าเด็กนี่เสร็จ เซโน่ก็รีบตัดบทพูดขึ้นมา
“แต่เมื่อเช้าเ้าพวกนี้มันโจมตีผมนิ แล้วที่สำคัญอีกาไม่จำเป็ต้องใช้เงินซะหน่อย ยังซะก็ขโมยเค้ามาอีกทีอยู่แล้วปล้นเ้าพวกนี้กันเถอะ ผมไม่ค่อยชอบขี้หน้าพวกมันเท่าไหร่เลยเ้าพวกนกนิสัยไม่ดี”
“อีกา?” เซโน่ชี้ไปที่ฝูงอีกากลุ่มหนึ่งที่อยู่ตรงเคาท์เตอร์เก่าๆ ของธนาคาร มีเหรียญจำนวนมากกองรวมกันอยู่
“แล้วนายรู้ได้ยังไงว่านี่คืออีกาตัวเดียวกับที่นายเจอเมื่อเช้า”
“ก็ดูสิเส้นผมของผมยังติดยังติดอยู่ที่เล็บของมันอยู่เลย!”
เซโน่ะโด้วยความโมโห แต่พอลองสังเกตดูดีๆ แล้วที่กรงเล็บของอีกาก็มีผมสีเงินๆติดอยู่จริงๆด้วย แต่เคยได้ยินมาว่าอีกาพวกนี้เป็พวกชอบของวิบวับแต่ก็ไม่คิดว่าจะชอบขนาดนี้ จำนวนที่กองรวมกันอยู่มีมากกว่าหนึ่งพันเหรียญแต่ละเหรียญมีมูลค่าต่างกันไป รวมกันแล้วนี่มันก็ได้เป็หมื่นอยู่นะเนี่ย ่นี้ก็เงินช็อตพอดีด้วย แถมเย็นนี้ยังต้องซื้อของกินของใช้เข้าบ้าน เงินนี้คงพอค่าอาหารเซโน่ได้หลายอาทิตย์อยู่ แต่ว่าตัวเราเองก็เป็ถึงอดีตตำรวจแถมอีกฝ่ายยังเป็แค่นกจะให้มาปล้นพวกสัตว์แบบนี้ก็ดูจะไม่ค่อยมีศักดิ์ศรี ในระหว่างที่ผมกำลังลังเลอยู่นั้นก็มีคนนึงล่วงหน้าลงมือไปก่อนแล้ว
“หยุดนะนี่คือการปล้น!!!” เมื่อมีคนเปิดก็ต้องมีคนตาม
ศักดิ์ศรีอะไรนั่นก็แค่มายา!! ปากท้องต่างหากล่ะ ที่สำคัญ!!!
ผมชักปืนขึ้นมาอย่างว่องไวหันปากกระบอกปืนไปทางเหยื่อ แต่ดูเหมือนเหยื่อจะไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยพวกมันส่งสียงร้องเตือนภัยกระพือปีกดังสนั่น อีกาตัวอื่นที่อยู่รอบๆ พากันส่งเสียงร้องระงม เหยื่อมีจำนวนมากกว่าที่คิด ไม่ได้อยู่แค่ในธนารเท่านั้นดูเหมือนบริเวณรอบธนาคารก็จะมีพรรคพวกของของเหยื่ออยู่ด้วย แต่ว่านั่นไม่ใช่ปัญหาพวกเรายังคงได้เปรียบอยู่
“ส่งของมีค่าพวกนั้นมาซะ แล้วจะได้ไม่มีใครต้องาเ็”
ผมะโข่มขู่เหยื่อว่าอย่าขัดขืนไม่เข้าเื่ ตอนนี้รู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มกลายเป็โจรเต็มตัวยังไงก็ไม่รู้
“คุณลูเซี่ยนที่นัดไว้ใช่ไหมค่ะ…ถ้าจะปล้นกันทั้งทีละก็ ปล้นงานใหญ่ๆไปเลยไม่ดีกว่าเหรอคะ”
เสียงผู้หญิงดังขึ้นมาจากด้านหลังผม เธอเข้าประชิดตัวผมได้โดยไม่มีแม้แต่เสียงฝีเท้า ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นแม้แต่อีการอบๆ ที่อยู่ด้านนอกก็ไม่รู้สึกถึงตัวตนของเธอจนกระทั่งเธอเอยปากพูดขึ้นมาเมื่อกี๊ บรรยากาศหนักอึ้งขึ้นมาทันทีเหล่านกกาบินหนีออกไปด้วยความแตกตื่น เพียงแค่เข้ามาที่นี่เพียงไม่กี่วิเสียงสิ่งมีชีวิตโดยรอบก็พลันเงียบสงัดลง ผมะโถอยห่างมาตั้งท่าพร้อมโจมตี เซโน่ตั้งท่าเตรียมชักมีดสั้นออกมา
“เนโร่ ที่นัดไว้ค่ะ” เนโร่นี่มันชื่อของลูกค้าที่ส่งคำขอมาเมื่อคืนนี้นิ
“คุณคือลูกค้าที่ส่งคำขอจ้างวานมาเมื่อคืนใช่ไหมครับ”
ผมเก็บปืนทันที เซโน่เองก็กลับสู่ท่าทางปกติอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าลูกค้าในครั้งนี้จะเป็ลูกค้าสาวสวย ผมยาวสีดำขลับยาวเลยบ่ามาหน่อย ั์ตาสีแดง ใบหน้ายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาจนแทบจะมองไม่เห็นดวงตา ใส่ชุดเดรสแขนยาวกระโปรงบานสีดำท่าทางดูเรียบร้อย รองเท้าส้นเตี๊ยหุ้มส้นสีดำดูเข้ากับชุด
“ก่อนอื่นเลยขอถามเพื่อให้แน่ใจ พวกคุณคือ องค์กรบรรเทาทุกข์สารพัด เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียมสินะคะ”
เป็คนแรกเลยที่พูดชื่อถูก!!
“ใช่แล้วครับผมชื่อ ลูเซี่ยน ส่วนนี่เพื่อนร่วมงานอีกคนนึงชื่อ เซโน่ ส่วนรายละเอียดของการจ้างวาน-
“อยู่ข้างล่างนี่เองล่ะค่ะที่ชั้นใต้ดิน รอยแยกที่บอกเดี๋ยวฉันจะนำทางไปให้นะคะ”
“เออ ไม่ต้องก็ได้ครับคุณเป็ผู้จ้างวานเดี๋ยวจะอันตรายซะเปล่าๆ เดี๋ยวพวกเราไปสำรวจกันเองได้ถ้าจู่ๆ ผู้จ้าวานถูกดึงเข้าไปในรอยแยกด้วยพวกเราจะลำบาก”
“เื่นั้นไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ ฉันจะไม่พยายามเข้าใกล้มันมากไป ที่จริงก่อนหน้านี้ฉันเคยมาสำรวจที่นี่แล้วครั้งนึง แต่ไม่กล้าเข้าไปใกล้ก็เลยต้องถอยกลับมา”
น่าแปลกทำไมต้องลงทุนทำขนาดนั้น ปกติแล้วพวกที่กล้าเข้าใกล้รอยแยกสุ่มสี่สุ่มห้าก็มีแต่พวกไม่รู้อีโหน่อีเหน่กับพวกไม่รักชีวิตเท่านั้น อะไรที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้ยอมทำถึงขนาดนั้นกัน
“ส่วนรายละเอียดเื่ต่างๆ เดี๋ยวฉันจะบอกให้ฟังในภายหลัง”
พวกเราเดินตามเธอไปยังชั้นใต้ดิน ทางขึ้นลงมีเพียงทางเดียวถ้าเกิดอะไรขึ้นคงไม่มีทางให้หนี ผมกับเซโน่เดินอย่างระมัดระวัง คอยหันไปมองด้านหลังเป็พักๆ
“ที่นี่แหละค่ะ”
หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องแห่งหนึ่งที่มีรออยถูกงัด จนประตูเปิดอ้าเอาไว้ ประตูที่ห้องนี้ดูหนากว่าปกติคงเป็ห้องที่มีไว้เก็บของมีค่าอย่างแน่นอน พวกเราเดินเข้าไปในห้องเห็นรอยแยกอยู่กลางห้อง ที่ด้านหลังรอยแยกเป็ตู้เซฟขนาดใหญ่
“รอยแยกนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ยังไม่ได้ขนของมีค่าด้านในออกไปแต่ก็ไม่มีใครกล้าไปยุ่งกับมัน เพราะจัดการปัญหารอยแยกไม่ได้ ธนาคารก็เลยถูกฟ้องร้องจนหมดความหน้าเชื่อถือ ผู้ใช้บริการต่างพากันมาถอนเงินคืนจนหมดสุดท้ายก็ล้มละลายในที่สุดและผู้คนก็ลืมเลือนเื่นี้ไป แต่ของมีค่าและเงินจำนวนมากยังคงหลับไหลอยู่ด้านใน จากการคาดคะเนของฉันคงมีมูลค่าราวๆ หนึ่งพันล้านเป็อย่างต่ำ”
“ “หนึ่งพันล้านนนน!!!!!” ”
ผมกันเซโน่ะโออมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ว่ายังไงค่ะ? ไหนๆก็มีใจรักในการปล้นธนาคารทั้งที ครั้งนี้อยากลองปล้นที่นี่ดูบ้างไหมค่ะ” หญิงสาวหันมายิ้มเชิญชวนทั้งสองคน
“อย่าบอกนะว่ารอยงัดแงะ ทั้งหมดที่เจอเป็ฝีมือของคุณน่ะ”
“ใช่ค่ะ ตอนแรกที่เข้ามาก็หวังจะรวยทางลัด ก็เลยลองมาเสี่ยงดูแต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับรอยแยกจังๆ แบบนี้ ก็เกิดใจฝ่อขึ้นมาก็เลยถอดใจไป แต่ในระหว่างที่กำลังหาข้อมูลของรอยแยกในอินเตอร์เน็ตอยู่นั้น…” ใจฝ่อบ้านไหนเนี่ยยังไปหาข้อมูลอยู่เลยไม่ใช่รึไง
“ก็เลยไปเจอโฆษณาของพวกเราเข้าสินะ” เซโน่พูดเสริม
“ถูกต้องแล้วค่ะ แล้วพวกคุณล่ะว่ายังไงอยากลองปล้นธนาคารดูอีกสักรอบไหม” ทั้งที่กำลังพูดถึงเื่อาชญากรรมอยู่แท้ๆ แต่กลับยิ้มออกมาอย่างหน้าตาเฉยเลยนะคนๆนี้
“งานนี้พวกเราคงต้องขอปฏิเสธ ยังไงซะก็เป็ของคนอื่นอยู่ดีไม่รู้ว่าถ้าเอามาจะโดนเ้าของทรัพย์สินฟ้องตามหลังมารึเปล่า” ไม่ว่ามองยังไงก็ดูมีแต่เื่วุ่นวายตามมาทั้งนั้น
“เื่นั้นไม่ต้องเป็ห่วง บรรดาเ้าของทรัพย์สินชนะคดีได้เงินชดใช้จากธนาคารเป็ที่เรียบร้อยแล้ว”
“ถึงจะเป็แบบนั้น ถ้าคิดกันตามหลักของพวกนี้ก็ต้องตกเป็ของธนาคาร ถ้าพวกเราเอาไปก็เท่ากับเป็หัวขโมยน่ะสิ”
“ทั้งที่เพิ่งจะพยายามปล้นเงินจากอีกาไปเมื่อกี๊นี้เองน่ะเหรอ”
ฉึก!!
แทงใจดำสุดๆรู้สึกเหมือนได้เสียงบางอย่างทิ่มแทงเข้าที่กลางอก ให้ตายสิเพราะอารมณ์ชั่ววูบแท้ๆ
“ไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงไป เพราะผู้ก่อตั้งธนาคารเพิ่งจะฆ่าตัวตายไปเมื่อหลายวันก่อน เพราะเครียดจากหนี้มหาศาลจึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพื่อหนีปัญหา หนังสือพิมพ์เมื่อวานซืนก็เพิ่งจะลงข่าวไป เพราะฉะนั้นนี่ถือว่าเป็สมบัติที่ไม่มีเ้าของจะปล่อยมันทิ้งไว้ในตู้แบบนั้นก็เสียของแย่ พวกเราเอามันออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้คนไม่ดีกว่าเหรอ”
อย่างกับคำพูดหว่านล้อมของปีศาจแต่ที่เธอพูดมาก็ไม่ผิด ถ้าเราได้เงินพวกนี้มาก็คงจะช่วยอัปเกรดอาวุธให้ดีกว่านี้ได้ แล้วก็จะสามารถรับงานได้โดยที่ไม่ต้องคิดราคาที่แพงขนาดนี้ได้ แบบนั้นคงพอจะช่วยคนได้ไม่น้อย
“เซโน่นายคิดว่าไง? ”
“ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ถ้ามีเงินขนาดนั้นคงเหมาร้านอาหารได้หลายเดือนเลยแหละ”
“งั้นเหรอ ดูเหมือนความเห็นจะตรงกันสินะ”
“ว่ายังไงค่ะ ตกลงรับงานนี้ไหม” หญิงสาวถามย้ำ ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วละก็เป็ไงเป็กัน!!
“ตกลงพวกเรารับงานนี้”
“ถ้างั้นฉันจะยืนรออยู่ตรงนี้ ไปดีมาดีนะคะ (ยิ้ม) ”
เช้าตรู่
กา กา กา~
เสียงอีการ้อง? ทำไมจู่ก็รู้สึกหนาวขึ้นมา? (ฟิ้ววววว~) เสียงลม? จำได้ว่าก่อนนอนไม่ได้เปิดหน้าต่างไว้นิ เจ็บจังรู้สึกเหมือนมีอะไรกำลังดึงผมอยู่เลย ผมลืมตาขึ้นช้าๆ เพราะยังสะลึ่มสะลือก็เลยมองไม่ค่อยชัด รู้สึกเหมือนมีอะไรสีดำๆ อยู่บนตัว อีกแล้ว? เหมือนมีอะไรบางกำลังดึงผมอยู่เลย ผมลุกขึ้นนั่งบนเตียงเอามือขยี้ตา จากนั้นได้ยินเสียงกระพือปีกอยู่ในห้อง เสียงกระพือปีก? เดี๋ยวนะ เสียงกระพือปีก!!
“ทำไมพวกแกถึงเข้ามาในนี้ได้ออกไปเลยนะ”
ผมตาสว่างขึ้นมาทันที เห็นอีกาประมาสามสี่ตัวเข้ามาในห้อง สองตัวอยู่บนเตียง ตัวนึงอยู่ที่โต๊ะตรงหัวเตียง ส่วนอีกตัวเกาะอยู่ตรงหน้าต่าง ตัวที่อยู่ตรงโต๊ะหัวเตียงคาบเหรียญเอาไว้ในปาก จากนั้นก็บินออกหน้าต่างหนีไป
“ไอ้นกพวกนี้นิ รู้จักฉันคนนี้น้อยไปซะแล้ว!!”
ผมหยิบผ้าห่มทำท่าเหมือนกับจับแห่ดักปลา รอจังหวะจากนั่นก็หว่านแหแต่เป็ผ้าห่มแทน ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ จับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว
“เ้านกพวกนี้ร้ายกาจนักนะ!!!”
แบบนี้ยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่แต่ผมก็ยังไม่ทิ้งความพยายามใช้มือทั้งสองข้างหยิบผ้าห่มขึ้นมาจากนั้นรอจังหวะ ะโใส่ทิ้งตัวคราวนี้แหละจะต้องได้สักตัวนึงแน่ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็อย่างที่คิดจับไม่ได้แม้แต่ตัวเดียวแถมยังโดนจิกผมอีก!!! เ้านกพวกนี้เป็แค่นกแท้ๆ ไม่รู้ว่าเป็เพราะผมสีเงินรึเปล่า พอโดนแสงก็เลยทำให้ดูสว่างกว่าปกติ พวกอีกาคงเห็นแล้วคิดว่าเป็ของวิบวับเหมือนกับโลหะหรือเหรียญ เลยพากันจิกผมหวังจะเอากลับรังสินะ เ้าพวกนี้ให้มันน้อยๆ หน่อยนะ!! ผมรีบดันตัวเองขึ้นใช้มือปัดไล่พวกนก
จนสุดท้ายพวกมันก็บินออกไปจากห้องจนหมด ไม่รู้ว่าเป็เพราะใที่ผมไล่หรือเพราะได้เส้นผมไปจนพอใจแล้วกัน ตื่นมาก็เจอปัญหาเลยหรือวันนี้จะไม่ควรออกจากบ้านกันนะ แต่ตามกำหนดการณ์เดิมวันนี้เหมือนจะไม่มีงานนี่นาแปลว่าวันนี้ก็ว่าง ทั้งวันน่ะสิ ถ้างั้นวันนี้หลังจากกินข้าวแล้วก็สามารถนอนอืดได้ทั้งวันเลยสินะ พอคิดแบบนี้ก็อารมณ์ดีขึ้นมาเลย เมื่อผมเดินออกประตูไปก็ได้กลิ่นอาหารลอยขึ้นมาเตะจมูก วันนี้เป็วันแรกที่แคลร์เป็เวรทำอาหารวันแรก แคลร์บอกว่าทำอาหารเป็หลายอย่างเลยไม่ได้โกหกสินะ แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าอร่อย ทั้งๆที่ในตู้เย็นตอนนี้มีแต่ของเหลือๆทั้งนั้น ผมเดินลงไปอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะได้ยินเสียงของลูเซี่ยนกับแคลร์คุยกัน
“ลูกค้าที่นายนัดไว้วันนี้เป็คนแบบไหนกัน อยู่ดีๆ ก็ส่งเมล์มาตอนกลางคืนแล้วบอกว่าเป็งานด่วนแถมให้ค่าจ้างซะสูงลิ่ว แบบนั้นไม่น่าสงสัยไปหน่อยเหรอ”
“จะว่าไปก็น่าสงสัยจริงๆนั้นแหละ แต่ว่าดันตอบรับงานไปแล้วยังไงก็ต้องไปตามที่นัดไว้…”
งาน? วันนี้มีงานเหรอ?! แค่ได้ยินก็รู้สึกห่อเหี่ยวไปทั้งหัวใจ ไม่มีอะไรน่าเศร้าไปกว่าการคิดว่าจะได้หยุดพักแต่อยู่ดีๆก็ดันมีงานด่วนเข้ามาแล้ว
“เอาเป็ว่าถ้ารู้สึกแปลกหรือไม่ชอบมาพากลล่ะก็ รีบติดต่อมาหาฉันละกัน”
“อะไรกัน เมื่อวานเห็นเธอบอกว่าจะไม่ยื่นมือเข้าช่วย แต่ก็ดูใส่ใจกว่าที่คิดนะนี่ซึนเดเระรึไง”
“ระวังเถอะแก จะไม่ตายดี!!”
“น่ากลัวชะมัด”
ผมเดินลงมาอย่างหมดอาลัยตายอยาก แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะอย่างหมดอาลัยตายอยากเช่นเดียวกัน ก่อนลูเซี่ยนที่กำลังก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์จะเงยหน้าขึ้น มาเห็นสภาพของผม
“นี่นายไปทำอะไรมาน่ะ ทำไมสภาพถึงเป็แบบนั้น”
ยังจะมีหน้ามาถามอีก!!
“ก็ลูเซี่ยนเปิดหน้าต่างทิ้งไว้แล้วลืมปิด อีกาพวกนั้นก็เลยเข้ามาในห้องผมก็เลยพยายามจะไล่พวกมันออกไป ก็เลยตีกันนิดหน่อย”
“อะ โทษ- ยังไม่ทันที่ลูเซี่ยนจะพูดจบแคลร์ก็เอาจานอาหารมาว่างไว้ตรงหน้า
“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป? ”
ดูเหมือนลูเซี่ยนจะมีปัญหากับอาหารจานนี้แต่ไม่ใช่สำหรับผม ผมไม่รีรอหยิบช้อนกับซ้อมขึ้นตักอาหารใส่ปาก แคลร์ทำให้ผมเยอะกว่าลูเซี่ยนถึงสามเท่า แบบว่ารู้ใจผมสุดๆอย่างกับรู้จักกันมานาน ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันเมื่อวานครั้งแรกแท้ๆ แถมฝีมือทำอาหารก็อร่อยเหมือนที่บอกเอาไว้เลย~
ตอนนี้ผมสนใจแต่อาหารในจานจนลืมเื่งานเป็ปริดทิ้ง ปล่อยให้ทั้งสองคนคุยกันไปโดยไม่สนใจ
“ผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่ไข่กับแฮมเหลือๆ มีปัญหาอะไรรึไง”
“ก็แค่สงสัยเฉยๆ ว่าทำไมถึงไม่มีผักเลย”
“ก็ของในตู้เย็นมีแค่นี้นิ แล้วก็มีแค่ขนมปังอีกอย่างก็เลยเอาขนมปังทาเนยแล้วก็โรยน้ำตาล อบเป็ของหวาน ยังจะเอาอะไรอีกรึไง”
แคลร์พูดด้วยเสียงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ แต่เมื่อกี๊เหมือนจะได้ยินคำว่าของหวาน ดีจังลยน้า~
“อะ เปล่า ไม่คิดว่าจะทำของหวานให้ด้วยแหะ ดูเหมือนผักผลไม้ในตู้เย็นจะหมดแล้วสินะ เดี๋ยวตอนขากลับคงต้องซื้อกลับมาด้วย…”
ใช่แล้วลูเซี่ยนไม่ควรตั้งคำถามกับคนที่ทำอาหารอร่อยขนาดนี้รู้ไหม ถ้ากล้าไม่พอใจกับอาหารจานนี้ล่ะก็สมควรต้องโดนพระเ้าลงโทษ จากนั้นผมกับลูเซี่ยนก็กินของคาวกับของหวานจนเกลี้ยง จนลืมเวลาไปเลย
“จะว่าไปตอนนี้กี่โมงแล้ว”
“10 : 19 นาที”
“นี่มันใกล้ถึงเวลานัดแล้วไม่ใช่รึไง?!”
“ก็ตอนที่นายเดินลงมามันก็เก้าโมงครึ่งแล้วนิ”
“ไม่มีเวลาแล้ว” ลูเซี่ยนดึงคอเสื้อผมแล้วลากไปแต่งตัว
“ถ้ารีบขนาดนั้นก็ไปทั้งชุดนี้เลยก็ได้มั๊ง” ผมพูดกับลูเซี่ยน
“ไม่ได้เฟ้ยเสียภาพพจน์หมด!!!”
หลังจากลูเซี่ยนและผมแต่งตัวเสร็จพวกเราก็รีบขับสกู๊ตเตอร์ไปที่นัดพบไม่รู้ทำไมผู้ว่าจ้างถึงได้เลือกธนาคารร้างเป็ที่นัดพบ เมื่อพวกเราเดินเข้าไปในธนาคารก็พบผู้หญิงชุดสีดำยืนรออยู่แล้ว
“เออ คุณนีโร่ที่นัดไว้ใช่ไหมครับ” ลูเซี่ยนรีบเข้าไปทักทาย
เป็ผู้หญิงที่แปลกจังเลยนะ ทั้งที่ยืนอยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่กลับแทบจะััถึงตัวตนไม่ได้เลย
“ใช่ค่ะ พวกคุณสายไปตั้ง 20 นาทีนึกว่าจะไม่มาซะแล้ว” ลูกค้าคนนี้แม้พวกเราจะสายขนาดนี้ตอนที่เห็นพวกเราก็ยังอุตส่าห์ยิ้มให้ทั้งๆที่ ถ้าเป็ลูกค้าปกติล่ะก็คงโดนตำหนิแล้วแท้ๆ เป็พวกไม่แสดงความรู้สึกออกมาตรงๆงั้นเหรอ
“ต้องขอประทานโทษด้วยจริงๆ ครับพอดีรถเสียน่ะครับ”
ในระหว่างที่ลูเซี่ยนกำลังหาเื่แถ ผมก็มองสำรวจรอบๆสังเกตเห็นเคาท์เตอร์ที่ด้านหลัง มีเหรียญกองอยู่เต็มไปหมดในบรรดากองเหรียญที่กองอยู่ มีทั้งโลหะ เศษเหล็กที่ประกายวิบวับ เพราะเป็ธนาคารเก่าก็เลยมีเหรียญกองอยู่เป็เื่ปกติเหรอ แต่ถ้าสังเกตดีๆก็เหมือนจะมีแหวนด้วย เหรียญที่อยู่ด้านล่างเก่ากว่าเหรียญที่อยู่้าคงเพราะมีการเอาเหรียญมาวางเพิ่มทุกๆวัน จะว่าไปมีผมสีขาวๆ วางอยู่้าด้วยเหมือนผมของเราเลยแหะ เมื่อผมมองไปรอบๆ จึงเห็นว่ามีขนนกสีดำร่วงอยู่ด้วย พอลองมองไปหลังเคาท์เตอร์ก็เห็นอีกาตัวนึงนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่ามันตายแล้ว มันนอนคว่ำหน้าบนพื้นมีเืไหลกองอยู่ ถ้าเป็การตายทั่วไปหรือถูกสัตว์อื่นทำร้ายไม่มีทางที่สัตว์ตัวเล็กๆ แบบนี้จะมีเืจะไหลออกมากองขนาดนี้ แต่ถ้าเป็แผลฉกรรจ์ที่ปากแผลกวางและลึกมากละก็…บนกำแพงมีรอยเืติดอยู่ บางทีคงถูกบางอย่างเฉือนหรือฟันด้วยความรุนแรง ร่างของมันก็เลยกระแทกเข้ากับกำแพงก่อนจะร่วงลงมาบนพื้น ที่เล็บของมันมีเส้นผมสีขาวติดอยู่ ไม่ผิดแน่อีกาตัวนี้
“คุณพี่สาวเงินตรงเคาท์เตอร์นั่นเป็ของพี่สาวงั้นเหรอ” ผมลองถามหยั่งเชิง
“อ่อ ไม่ใช่หรอกดูเหมือนนี่จะเป็ของพวกอีกาละมั๊ง ตอนที่ฉันมาถึงที่นี่เห็นอยู่กันเป็ฝูงเลย”
“เอ๊ะ เป็ฝูงแต่เห็นแค่เ้าตัวที่อยู่บนพื้นแค่ตัวเดียวเอง”
“พวกมันคงตื่นคนน่ะ พอฉันเดินเข้ามาพวกมันก็พากันบินหนีไปจนหมด”
“เ้านี่ตายแล้วสินะครับเนี่ย สภาพจมกองเืเลย”
ลูเซี่ยนเข้ามาร่วมวงด้วย ดูเหมือนลูเซี่ยนเองก็จะรู้สึกถึงอะไรแปลกๆ จากผู้หญิงคนนี้เหมือนกัน
“นั่นสินะคะ คนทำช่างโหดร้ายจริงๆ คงคิดจะขโมยเงินที่พวกพวกมันสะสมเอาไว้ละมั๊งคะ คงมาขนไปหน้าก่อนนี้แล้วอันนี้คงเป็ส่วนน้อยที่เหลืออยู่”
ผิดแล้วนี่คือเหรียญทั้งหมดที่พวกมันสะสมเอาไว้แล้ว เพราะของที่พวกมันเพิ่งจะไปเอามาวันนี้ก็คือเส้นผมของผม ที่วางอยู่บนสุด แล้วที่สำคัญถ้าพวกมันตื่นคนจริงละก็ทำไมเ้านี่ถึงไม่หนีไปเหมือนตัวอื่นๆ ล่ะ ถ้าลองคาดเดาเหตุการณ์จากหลักฐานทั้งหมดล่ะก็ เ้าพวกนี้อาจจะไม่รู้ตัวถึงการมีอยู่ของผู้บุกรุกหรือไม่ก็เป็พวกไม่กลัวคนั้แ่เรกแล้ว ไม่รู้เพราะอะไรผู้บุกรุกถึงใช้อะไรบางอย่างฟันเข้าที่ตัวของอีกาถ้าให้เดาละก็คงเป็เพราะกำลังโมโหอะไรบางอย่าง จึงออกแรงฟาดจนร่างของอีกาตัวนี้ไปกระแทกกับกำแพงด้านหลัง หลังจากนั้นพวกมันจึงแตกตื่นและพากันบินหนีไป ดูจากสีความสดของเืแล้วคงจะเพิ่งผ่านมาได้ไม่ถึง 10 นาที และคนที่อยู่ที่นี่ใน่สิบนาทีนั้น ก็จะเป็ใครไปได้นอกจากคนที่มีนัดในสถาณที่นี้แถมยังยืนรอพวกเรามาถึง 20 นาทีแล้วด้วย คนคนนี้...ไม่ชอบมาพากล!
“ลูเซี่ยน ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมปิดหน้าต่าง ขอส่งข้อความบอกแคลร์แป๊บนึงนะ ฝนทำท่าจะตกแล้วด้วย”
“ให้ตายสิ สะเพร่าจริงๆ เลยนะนายเร็วเข้าอย่าปล่อยให้คุณลูกค้ารอนาน เออขอโทษนะครับ ช่วยรออีกสักครู่เดียว”
ในระหว่างที่ลูเซี่ยนกำลังดึงความสนใจ ผมรีบเอาโทรศัพท์ออกกมาโทรหาแคลร์ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ทั้งมนุษย์แล้วก็ปีศาจแห่งรอยแยก ปีศาจแห่งรอยแยกจะไม่มีวันออกมาจากรอยแยก ผู้หญิงคนนี้เป็ตัวตนอื่นที่พวกเราไม่รู้จักมาก่อน
“ส่งข้อความ? คงยอมให้ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะคะ เพราะถ้าเื่นี้รู้ถึงหูท่านผู้นั้นฉันเองก็ลำบากเหมือนกัน”
จู่ๆรูปร่างของหญิงสาวตรงหน้าก็เริ่มบิดเบียวและกำลังขยายใหญ่ขึ้น ลูเซี่ยนไม่รีรอให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่านี้ ชักปืนออกมาปลดเซฟตี้ยิงเข้าที่หัวของหญิงสาวอย่างจัง แต่ถึงจะถูกยิงร่างก็ยังคงขยายใหญ่ขึ้นจนรูปร่างเปลี่ยนไปจากเดิม ะุปืนทำอะไรเธอไม่ได้ตอนนี้เธอได้เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็สิ่งมีชีวิตอื่น ที่เราไม่อาจเข้าใจได้อีกต่อไป...

Watashi Da : ต่อให้เป็นกก็ไม่ละเว้น!!! มีเท่าไหร่ส่งมาให้หมด!!!