ทุกๆ คนต่างก็เงียบกริบ จนกระทั่งเสนาบดีฉือเวย ออกมากล่าวว่า
“ แม่ทัพของเรา สู้ศึกกับ ทัพฮานมาหลายสิบครั้ง ล้วนพ่ายแพ้ ถอยร่นมาโดยตลอด
เพราะพวกมัน ชำนาญในการต่อสู้หลังม้า และ มีอาวุธทำลายล้างที่น่ากลัว และยังมียอดยุทธ์อย่าง ราชครูฮั่วเหยียนและ สัตว์อสูรที่ร้ายกาจอีกมากมาย มีแต่แม่ทัพใหญ่จ้าวสงเท่านั้น ที่เคยสู้ศึกกับพวกทัพฮานมาก่อนเมื่อ 10 ปีก่อน และยังขับไล่พวกมันออกไปนอกด่านจนหมด ประสบการณ์ของท่านแม่ทัพใหญ่จ้าวสง จะทำให้เราชนะศึกในครั้งนี้ ขอเพียงพวกเราต้านทัพขอพวกมันเพียง 15 วันเท่านั้น”
จักรพรรดิหลี่เอี้ยนได้ฟัง ก็ยังไม่ค่อยสบายใจเท่าใดนัก
“ แล้วแม่ทัพที่เมืองเปี้ยนเฉินจะต้านทัพฮานได้หรือไม่?"
“ ตอนนี้เมืองเปี้ยนเฉินมีแม่ทัพสิงชุน เป็นแม่ทัพรักษาการอยู่ ซึ่งสภาพภูมิประเทศเมืองเปี้ยนเฉินนั้น เป็นสถานที่ยากต่อการโจมตีของศัตรูอยู่แล้ว ขอเพียงส่งกำลังเสริมไปอีกจำนวนหนึ่ง ก็น่าจะเพียงพอกับการต้านทัพฮานแล้วพะยะค่ะ”
“ ดี ถ้าเช่นนั้น ท่านเสนาฉือ ก็จัดการตามที่ท่านว่าก็แล้วกัน”
จักรพรรดิหลี่เอี้ยนสั่งเลิกประชุม พอทุกๆ คนกลับออกไปหมดแล้ว เล่ากงกงก็รายงานต่อว่า
“ คืนนี้ เหล่าราชทูตสี่อาณาจักรจะเข้าเฝ้าถวายพระพรฮองเฮา พวกเขามีเรื่องทูลขอฝ่าบาทด้วยพะยะค่ะ” เล่ากงกง ยื่นหนังสือมอบให้กับ จักรพรรดิหลี่เอี้ยนได้อ่าน พออ่านจบ ก็มอบหนังสือให้กับราชครูตู้ฝูได้อ่าน
“ ท่านราชครูเห็นเป็นเช่นไร”
“ พวกมันล้วนแล้วแต่คิดว่า กำลังทหารของเราอ่อนแอในช่วงนี้ เลยหาโอกาสที่จะเรียกร้องในสิ่งที่พวกมันต้องการ กระหม่อมคิดว่า บางเรื่องเรายอมไป เราก็ไม่เสียหายอะไร แถมยังได้ประโยชน์อีกด้วย”
“ ได้ประโยชน์ยังไง?”
“ เช่นอาณาจักรบูรพา พวกเขาแค่ต้องการเหมืองทองของอาณาจักรบูรพาคืนเท่านั้น โดยจะไม่ร่วมมือกับกองทัพฮาน บุกโจมตีชายแดนด้านตะวันออก และยังส่งกองทหารมาช่วยรบอีกด้วย เพียงเท่านี้ เราก็ไม่ต้องรับศึกสองด้าน นับว่าคุ้มค่า ส่วนอาณาจักรทักษินก็เช่นกันพวกเขาจะส่งเรือรบคอยป้องกันไม่ให้พวกเรือโจรสลัดขายเสบียงให้กับ พวกทัพฮาน แลกกับขอให้เราคืนเกาะหนันไห่ ให้กับพวกเขาเท่านั้น ซึ่งเกาะหนันไห่นั้นพวกเราก็ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรเลย แต่ต้องทุ่มเทกองกำลังมากมายเพื่อเฝ้าเกาะแห่งนี้ ส่วนอาณาจักรมัจฉิมา ยิ่งแล้วใหญ่ คราวก่อนเราปฏิเสธการหมั้นหมายของรัชทายาทจางอี้กับ องค์หญิงเจี้ยนหนิง เพราะพระองค์ยังทรงอ่อนเยาว์ แต่ตอนนี้องค์หญิงนั้น มีพระชันษา 16 ปีแล้ว หากได้อภิเษกกับรัชทายาทจางอี้ ก็นับว่าเป็นทองแผ่นเดียวกัน ส่วนอาณาจักรอุดรยิ่งแล้วใหญ่ พวกเขาต้องการตัว หยางเฟยหลง ทายาทกบฏ พร้อมกับจะส่งทหารช่วยจัดการกบฏชายแดนเหนือให้ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีก ทำให้แม่ทัพใหญ่จ้าวสงมีเวลากลับมาช่วยเมืองเปี้ยนเฉิงได้ทันเวลา เพราะตอนนี้ กระหม่อมได้รับรายงานว่า องค์ชายสี่ได้จับตัวหยางเฟยหลงมาไว้ที่คุกหลวงเป็นการเรียบร้อยแล้ว”
“ เรื่องของหนิงเอ๋อ เกรงว่าต้องปรึกษาฮองเฮาก่อน ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้นก็ทำตามที่ท่านราชครูเห็นควรก็แล้วกัน”
ณ คุกหลวง
ราเชนตอนนี้มีนักโทษต่างให้ความเคารพนอบน้อม แม้แต่ผู้คุมยังไม่กล้าที่จะทำอะไรเขาอีก แต่ห้องด้านข้างของเขากลับมีชายพิการขาขาดทั้งสองข้าง ส่งเสียงไอ คล้ายกับคนป่วย นอนอยู่บนพื้น ผมเผ้ารุงรัง ผอมแห้ง ผมขาวโพลนไปทั่วทั่งตัว ทำจมูกฟุตฟิต คล้ายกำลังสูดดมอะไรบางอย่าง แล้วก็มองมาที่ราเชน แล้วเขาก็พยายามคลานมาใกล้ๆ กับราเชนแล้วก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าว่า
“ ไม่น่าเป็นไปได้ ไม่น่าเป็นไปได้ เจ้าอายุเท่าไรแล้ว”
ราเชนเห็นชายผมขาว ที่ขาขาดทั้งสองข้าง เข้ามาใกล้ๆ เขา ก็สงสัย แต่พอได้ยินคำพูดเช่นนี้ ก็เลยอดถามกลับไม่ได้
“ ข้าอายุ 17 ปีแล้ว มีอะไรหรือเปล่า”
“ จมูกกับปากของเจ้าอยู่ชิดกันแบบนี้ อายุขัยของเจ้าไม่น่าเกิน 15 ปี แต่ดวงตาของเจ้ากลับเปล่งประกาย ราวกับไม่ใช่เด็กอายุ 17 ปี มันเป็นแววตาของคนที่ผ่านโลกมามากกว่า 27 ปีมากกว่า” เสียงแหบพร่าเอ่ยอย่างมั่นใจ แต่ราเชนถึงกับดวงตาลุกวาว ตาแก่นี่เป็นหมอดูเทวดาหรือไงวะ ทำไมถึงทายได้แม่นยำขนาดนี้
“ แววตาผ่านโลกมาเยอะแล้วไง ในที่สุดก็เป็นนักโทษอยู่ดี” ราเชนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
“ ไม่ เจ้าหนุ่ม เจ้าถือว่าได้กำเนิดใหม่ ดวงชะตาเลวร้ายแปรผันเป็นดีเลิศ”
ราเชนได้แต่ส่ายหัว เขาไม่รู้ว่า ฮองเฮาจะช่วยเขาได้หรือไม่ อาจต้องแปลงกายเป็นมารโลหิตหนีหายไป กลายเป็นนักโทษหนีคดี ต่อไปชีวิตคงต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนๆ จะดีได้อย่างไร
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าคงไม่เชื่อ ข้าคือปราชญ์ปีศาจ เป็นหนึ่งในเทวทูตแห่งสำนักทศเย็นที่โด่งดังในอดีต ข้าขอดูลายมือของเจ้าได้ไหม”
ราเชนได้ยินสำนักทศเย็นก็ตื่นเต้น อยากรู้เรื่องของชายผู้นี้ยิ่งนัก เลยยื่นมือของเขาลอดผ่านลูกกรงไปให้ชายขาพิการ พอชายชราจับมือของราเชน ก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก มือสั่นริกๆ แล้วใช้สองมือจับแขนราเชนเอาไว้แน่น แล้วเริ่มสื่อสารทางจิตกับราเชน เพื่อคุยกันเพียงสองคนเท่านั้น
“ เจ้า..เจ้าคือทายาทของ ราชินีทศเย็น”
“ ไม่ใช่ ข้าไม่ใช่” ราเชนรีบปฏิเสธทันที
“ เป็นไปไม่ได้ กลิ่นไอพลังทศเย็นเช่นนี้ ข้าจำได้เป็นอย่างดี”
“ เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว ปล่อยมือข้าดีกว่า”
“ กระแสจิตมารนี้ เป็นจิตมารที่สำนักมารทศเย็นเอาไว้ติดต่อเฉพาะพวกเราเท่านั้น หากว่าเจ้าไม่มีพลังมารทศเย็น เจ้าจะพูดคุยผ่านกระแสจิตมารนี้ได้อย่างไร และอีกอย่าง โลหิตมารในตัวเจ้ายังเป็นพิษต่อศิษย์ในสำนักมารทศเย็นทั้งหมดด้วย”
“ พอที ข้าไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก”
ชายชราที่เรียกตัวเองว่าปราชญ์ปีศาจ รีบคุกเข่าแล้วคำนับราเชน แล้วเอ่ยว่า
“ คำนับนายท่าน ข้าเทวทูตเหลียงจิ่ว ฉายาปราชญ์ปีศาจ ตอนนี้ได้พบพานผู้สืบทอดสำนักมารทศเย็น ต่อไปนี้ข้าตายตาหลับแล้ว”
ราเชนดึงร่างของปราชญ์ปีศาจขึ้นมาไม่อยากให้ใครสงสัย
“ ลุกขึ้นได้แล้ว ท่านเป็นพวกเดียวกันกับ เทวทูตหยินหยางใช่ไหม”
“ นายท่านรู้จักมันด้วย?”
“ อืม เคยเจอ มันคิดจะดูดพลังของข้า แต่น่าเสียดาย พลังของข้ากลับทำให้มันกลายเป็นซากศพไป”
“ สมควรตาย บังอาจคิดทำร้ายนายท่าน”
“ ข้าแค่สงสัย เทวทูตสำนักทศเย็นล้วนมีพลังกล้าแข็ง แต่ทำไมท่านถึงได้กลายเป็นคนพิการและถูกขังในคุกหลวงเช่นนี้”
“ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นนานมากแล้ว อาจารย์ของข้าเคยเป็นหนึ่งในเทวทูตของสำนักมารทศเย็น ฉายาปราชญ์พญายมมาก่อน พอท่านสิ้น ก็ได้สั่งให้ข้าตามหาราชินีหลี่ชิงสุ่ย แม้นว่า คนอื่นๆในสำนัก ต่างไม่มีใครสนใจเรื่องนี้ ข้าเองเลยแยกตัวออกมาค้นหาด้วยตัวเอง จนกระทั่งข้ามาที่แดนปัจจิมแห่งนี้ และได้กลิ่นกายของเชื้อพระวงศ์หลี่
ทำให้ข้าสงสัย เลยสืบเรื่องราวทั้งหมด จนมั่นใจว่า ราชินีมารทศเย็นต้องเป็นผู้ที่ออกคำสาปมารโลหิต ทำให้เชื้อจักรพรรดิทุกพระองค์ต้องเข้าไปที่ป่าลับแลทุกๆ สิบปี ดังนั้น ข้าจึงพยายามที่จะเข้าไปในป่าลับแล เพื่อตามหาราชินีทศเย็น แต่ทว่า ข้าเจอ ศิษย์พี่ของข้า เซียงป้า เสียก่อน มันต้องการให้ข้ามอบคัมภีร์ปีศาจของอาจารย์ให้กับมัน ข้าสู้มันไม่ได้ ดังนั้นข้าจึงถูกมันตัดขา แล้วจับมาขังคุกหลวงแห่งนี้ ทุกๆปี มันจะเข้ามาเพื่อถามหาคัมภีร์ปีศาจกับข้า หากข้าไม่ยอม มันจะตัดนิ้วเท้าของข้าทีละนิ้ว ที่ผ่านมาข้าถูกมันตัดนิ้วเท้าไปจนหมด จากนั้นมันก็เริ่มตัดที่ข้อเท้า และ หัวเข่าของข้าทั้งสอง คืนนี้มันคงจะมาหาข้าเพื่อสอบถามอีก หากว่าข้าไม่บอกกับมันว่าซ่อนคัมภีร์ปีศาจเอาไว้ที่ไหน มันจะตัดแขนของข้าออกไปอีก 1 ข้าง”
“ นี่พวกท่านเป็นศิษย์พี่ ศิษย์น้องกันจริงๆใช่ไหม”
“ ใช่ อาจารย์ก็ถูกมันฆ่าตาย ข้าก็แค้นมันนัก แต่ฝีมือของข้าสู้มันได้ แต่ตอนนี้ข้าพบกับนายท่านแล้ว ข้าจะมอบคัมภีร์ปีศาจให้กับนายท่าน”
ราเชนได้แต่เออออไป แล้วถามว่า
“ มันคืออะไรคัมภีร์ปีศาจเนี่ย?”
“ มันคือประวัติความรู้ทั้งหมดของท่านอาจารย์ ที่มีทั้งหมด มีทั้ง วิชายุทธ์ แขนงต่างๆ และยังมีวิชาเวยท์์เรียกพลังธรรมชาติได้อีก แต่ที่สำคัญ มันมีข้อมูลแผนที่ทั้งหมดของห้าอาณาจักร”
“ คัมภีร์แบบนี้ ไม่น่าจะมีค่าอะไร ทำไมต้องยื้อแย่งกันด้วย?”
ปราชญ์ปีศาจส่ายหัว แล้วบอกว่า
“ ในคัมภีร์ปีศาจ ระบุตำแหน่งของถ้ำนิรทุกข์ ในนั้นมีของวิเศษที่ทุกๆ คนต่างอยากได้”
“ ของวิเศษอะไร”
“ ในถ้ำนิรทุกข์ มีร่างของพระโพธิสัตว์ หากใครได้ดูดซับพลัง จะทำให้ร่างกายกลับมาเป็นหนุ่มสาว อวัยวะที่ขาดไป ก็จะงอกเงยกลับมาเหมือนเดิม เส้นปราณยุทธ์ของนายท่าน ก็จะสามารถกลับมาเชื่อมต่อกันได้อีกครั้งเช่นกัน”
“ มีเรื่องเช่นนี้ด้วย”
“ นั่นคือสิ่งที่อาจารย์เล่าให้ข้าฟัง ตัวข้าเองก็ยังไม่เคยไปที่ถ้ำนิรทุกข์นั่นเลย ซึ่งทำให้ศิษย์พี่ของข้าตัดขาทั้งสองข้างของข้าทิ้งไป เพื่อจะให้ข้าบอกที่ซ่อนคัมภีร์ปีศาจ”
“ มันไม่กลัวท่านฆ่าตัวตายรึ?”
“ มันรู้ว่า หากข้ายังไม่เจอผู้สืบทอดพลังทศเย็น จะไม่ยอมฆ่าตัวตายเป็นอันขาด”
“ ข้ารับปากท่าน ข้าจะพาท่านไปที่ถ้ำนิรทุกข์ บางทีท่านอาจจะกลับมามีขาเหมือนเดิม”
“ ขอบคุณนายท่าน ดวงชะตาของท่านยังต้องเดินทางอีกยาวไกล อย่าลืม ท่านไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ อย่าได้ห่วงคนแก่ที่พิการอย่างข้าเลย” ราเชนได้แต่ส่ายหัว
“ ว่าแต่เจ้าเซียงป้านั่น มันเป็นใคร มันอยู่ในวังหลวงนี่ใช่ไหม หากข้าเจอมัน ข้าจะช่วยจัดการมันให้”
“ ในนี้มีคนของมันเฝ้ามองอยู่ ตอนนี้มันคงรู้แล้วว่าข้าพูดคุยกับท่าน ระมัดระวังตัวด้วย เซียงป้ามันแอบโมยคัมภีร์ปีศาจของอาจารย์ เลยถูกทำโทษถูกตัดองคชาติ ตอนนี้มันกลายเป็นขันที มีนามว่า เล่ากงกง”
“ เล่ากงกง?”
ราเชนตกใจ เขาจำได้ลางๆ ถึงหน้าตาขันทีชราคนหนึ่งที่ คอยเฝ้ารับใช้เหล่าองค์ชายทั้งหลาย ตรงที่ทางเข้าป่าลับแลในตอนนั้น.....