“คุณคือคุณซินจริง ๆ ใช่ไหมคะ?” เธอจ้องมองใบหน้าผมด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง
“ครับ นั่นชื่อผมเอง” คำถามของแม่บ้านคนนั้น ผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเธอถึงถามแบบนั้น การกระทำของเธอราวกับรู้ว่าผมจะมาที่นี่และไม่ใช่แค่เพียงคำถามที่ยังน่าสงสัย การกระทำของแม่บ้านก็น่าสงสัยเหมือนกัน เมื่อเธอรู้ว่าผมคือ “ซิน” ก่อนที่เธอจะเปิดประตูรั้วแล้วเชิญผมเข้าไปในบ้านโดยให้ผมนั่งอยู่ในห้องโถงแห่งหนึ่ง ถ้าให้เดาก็น่าจะเป็ห้องสำหรับรับรองแขกผู้มาเยือนก่อนจะนำเครื่องดื่มและของว่างมาเสิร์ฟ ผมนั่งรออยู่สักพักและแล้วแม่บ้านคนเดิมก็เดินเข้ามาพลางหย่อนก้นลงนั่งบนโซฟาตรงข้ามกับผมแล้ววางบางสิ่งตรงหน้าก่อนที่เธอจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอ
“นี่คือจดหมายของคุณหนูค่ะ คุณหนูรู้ว่าสักวันหนึ่งคุณจะมาที่นี่ก็เลยฝากจดหมายไว้กับดิฉันค่ะ ฮึก..” ผมมองดูอาการเศร้าเสียใจของแม่บ้านอย่างรู้สึกเ็ป จดหมายที่ลดาฝากไว้ให้กับผม ทำไมเธอต้องฝากจดหมายไว้ด้วย ทั้ง ๆ ที่เราก็ต้องได้เจอกันอยู่แล้ว
“แล้วลดาไปไหนครับ ทำไมเธอไม่มาพบกับผมด้วยตัวเองหรือว่าเธอโกรธผม คุณช่วยไปบอกกับเธอได้มั้ยครับว่าผมขอโทษ ขอโทษที่ผิดสัญญา”
“ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ เพราะตอนนี้ คุณหนู"
"ฮึก.."
"คะ.. คุณหนู”
หัวใจผมเริ่มเต้นระรัวกับคำพูดแต่ละคำที่ออกมาจากปากของคนที่อยู่ตรงหน้า ไม่รู้สิ.. ผมแทบจะขาดใจทันที เมื่อได้รับคำตอบที่เลวร้ายที่สุดที่ผมเคยได้รับมา
“คุณหนูเธอจากพวกเราไปแล้วค่ะ"
"ฮึก.."
"ฮือ ๆ คุณหนูเกิดอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ฮึก.."
"วันนั้นตอนที่คุณหนูโทรมาดิฉันเพื่อขอความช่วยเหลือ เสียงของคุณหนูฟังดูเหมือนกับคนจะขาดใจเสียให้ได้ พอพวกเราไปรับตัวคุณหนูมารักษา คะ.. คุณหนูในเวลานั้นได้หมดลมหายใจแล้วค่ะ แต่หมอก็ยังช่วยรักษาชีวิตคุณหนูไว้ได้ คุณหนูฟื้นมาราวกับมีปาฏิหาริย์แต่เหมือนว่าการช่วยครั้งนั้นจะเป็เพียงแค่ช่วยให้คุณหนูได้ตื่นมาเขียนจดหมายฉบับนี้ก็เท่านั้น”
ผมมองดูจดหมายที่ลดาเขียนถึงผมด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเหมือนมันจะหยุดเต้นเสียให้ได้ ผมยังฟังสิ่งที่แม่บ้านพูดต่อถึงแม้คำพูดของแม่บ้านจะฟังแทบไม่ได้ศัพท์เพราะเสียงสะอื้นก็ตามที
“พอคุณหนูเขียนจดหมายฉบับนี้เสร็จ ฮะ..ฮึก คะ.. คุณหนูก็จากเราไปทันทีเลยค่ะ ฮือ ๆ” ผมหยิบจดหมายมากอดราวกับเป็ตัวแทนของลดา ทำไมเธอทิ้งผมไป ทำไมเธอถึงทิ้งฉันลดา
สีขาวราวกับปุยนุ่นที่กำลังตกลงมาจากท้องฟ้าเมื่อก่อนผมคิดว่ามันช่างดูสวยมากเหลือเกินแต่ตอนเวลานี้ตอนนี้ผมนั่งมองดูหิมะที่ตกลงมาด้วยความเ็ปมันไม่ได้ดูสวยเลยสักนิดและมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าการที่หิมะตกในวันนี้เหมือนเป็การบอกลาลดาที่ไม่มีวันหวนกลับมาหาผมอีกแล้ว ผมมันเลวมากใช่ไหมที่เห็นแก่ตัว ผมทิ้งเธอไปเพียงเพราะ้าเห็นหน้าเธออีกครั้ง แต่นั่นก็เป็การเร่งเวลาให้ผมกับลดาจากกันเร็วขึ้น ผมไม่รู้เลยว่าการที่ผมจากเธอไปวันนั้นมันจะเป็การจากกันตลอดกาลของผมกับลดา ถ้าผมรู้สักนิดผมจะอยู่กับเธอจะอยู่ฉลองปีใหม่ด้วยกันและจะโอบกอดเธอข้ามผ่านวันสุดท้ายของปี
จดหมายที่ลดาเขียนเอาไว้ ยิ่งผมอ่านผมรู้สึกว่าผมเลวเหลือเกินที่ทิ้งเธอไปในวันนั้น
ถึง.. ซินที่รักของลดา
วันนี้คือวันที่ 1 มกราคม ปีใหม่แล้วนะซิน เมื่อคืนฉันรอนายจนรอไม่ไหวเลยกลับมาอยู่ที่บ้าน บอกเลยว่างอนมากถึงมากที่สุด ฉันโกรธนายจริง ๆ นะจะบอกให้ ฉันอุตส่าห์ตั้งใจทำอาหารสุดฝีมือและรอนายแล้วนายหายไปไหนกัน ถ้าได้เจอนายละก็ฉันจะไม่คุยกับนายเลย ฉันโกรธ แล้วตอนนี้นายอยู่ที่ไหน รู้ไหมว่าฉันเป็ห่วง รีบกลับมานะ รู้ไหมซิน.. วันนี้หิมะตกด้วยนะ มันสวยงามมากเลย แต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันดูเศร้าหมองจนยากที่จะอธิบาย ฉันกลัวมากกลัวจริง ๆ ว่าจะไม่ได้เจอกับนายอีก นายสัญญานะว่าเราต้องได้เจอกัน แต่สัญญาไปนายจะทำได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
นายสัญญากับฉันตั้งเยอะแยะ แต่ไม่เห็นทำได้สักอย่างเลย ไหนบอกว่าจะไม่ทิ้งฉันไง แต่ทำไมกลับทิ้งฉันให้อยู่คนเดียวได้ล่ะ
ฉันมีอะไรจะบอก.. ฉันว่าฉันคงอยู่กับนายไม่ได้อีกแล้ว ฉันไม่มีเวลาเหลือที่จะเดินเคียงข้างนายได้อีกต่อไป นายจะโกรธฉันไหมซิน อย่าโกรธฉันเลยนะที่ฉันจะไม่ได้ทำข้าวผัดห่อไข่เจียวให้นายกินอีกแล้ว อย่าโกรธฉันที่ฉันไม่สามารถบอกรักนายได้อีก อย่าโกรธฉันที่ฉันทิ้งนายไปตลอดกาล อย่าโกรธหรือเกลียดฉันที่ทุกเช้าเราจะไม่ได้เจอหน้ากัน อย่าโกรธที่ฉันไม่ได้บอกความจริงกับนายว่าฉันป่วย อย่าโกรธฉันเลยเพราะฉันรักนายนะซิน หากชาตินี้เราไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่ด้วยกัน ชาติหน้ามีจริงเราเกิดมาเจอกันอีกนะ ฉันจะได้ทำสิ่งที่ฉันยังไม่ได้ทำให้นายอีกเยอะแยะ ตอนนี้ฉันไม่มีเรี่ยวแรงที่จะเขียนแล้ว ซิน.. ฉันรักนาย ลดาจะรักซินตลอดไป
จากลดาที่รักซิน
ผมอยากบอกเธอจัง ว่าผมไม่ได้เกลียดหรือโกรธเธอเลยสักนิดแต่ผมอยากขอโทษเธอมากกว่าที่ผมทิ้งเธอไปทิ้งเธอให้อยู่คนเดียว ผม ขอโทษ
“แค่ก ๆ แค่ก ๆ”
ผมไอจนรู้สึกเจ็บแสบบริเวณลำคอก่อนจะได้กลิ่นคาวเืที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบตัว ผมเลื่อนมือที่ปิดปากออกก่อนจะได้เห็นของเหลวสีแดงเต็มฝ่ามือและผมยังรู้สึกอีกด้วยว่าที่รูจมูกของผมตอนนี้คงมีเืไหลออกมาเหมือนกัน ผมกอดจดหมายของลดาอย่างอาลัยอาวรณ์เมื่อนึกถึงคนเขียน แต่ผมอยากบอกเธอเหลือเกินว่านับั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป ลดาจะไม่ต้องเหงาอีกแล้วเพราะผมจะตามไปอยู่กับเธอ
น้ำตาพรั่งพรูออกมาราวกับจะเป็การร้องไห้ครั้งสุดท้ายในชีวิตของผมเอง
"ลดา.. ตอนนี้เธอคงอยู่ใกล้ฉันใช่ไหม ฉันรู้นะว่าเธอไม่ได้ไปไหนและยังอยู่เคียงข้างฉันมาโดยตลอด ขอบคุณที่เธอยังไม่ได้ทิ้งฉันไป ขอบคุณที่รักฉันและฉันสัญญาว่าต่อแต่นี้เป็ต้นไปฉันจะไม่มีวันทิ้งเธอไปอีก ฉันสาบาน"
“แค่ก ๆ แค่ก ๆ แค่ก ๆ” ผมเอามือปิดปากอย่างทรมาน ตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยเหลือเกิน
ผมอยากพัก
"พ่อครับ ผมอาจเป็ลูกชายที่ไม่ได้เื่สักเท่าไหร่แต่ที่ผมโตมาได้ก็เพราะพ่อเวลาที่ผ่านมาผมอาจดูแลพ่อตอบแทนบุญคุณพ่อได้ไม่มากนักแต่ผมก็ทำเท่าที่ลูกชายคนนี้จะทำได้"
"ผมรักพ่อนะครับ"
"ลาก่อน"
ลดา.. นั่นเธอใช่ไหม? เธอมารับฉันแล้วอย่างนั้นเหรอ ฉันคิดถึงเธอจัง สัญญาว่าจะไม่ทิ้งเธอไปไหนอีกแล้ว
ฉันรักเธอมากนะลดา
ท่ามกลางทุ่งดอกไม้หลากหลาย สีสันที่ปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาวดั่งดินแดนแห่งความฝัน ที่นี่ดูเงียบสงบราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลืออยู่ หากแต่มีร่างโปร่งใสของหญิงสาวที่สวมเดรสสีขาวบริสุทธิ์ยืนท่ามกลางเหล่าบุปผาแสนงดงาม ข้างกายมีชายหนุ่มที่สวมชุดสีขาวยืนกุมมืออย่างห่วงหา เสียงพูดราวกับเสียงกระซิบของทั้งสองดังขึ้น
“ฉันจะไปไม่ทิ้งเธอไปไหนอีกลดา” หญิงสาวที่ได้ยินคำพูดของชายหนุ่มถึงกับหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย แต่ก็พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่มตอบกลับชายหนุ่มเช่นเดียวกัน
“ฉันก็จะไม่ทิ้งนายไปไหนเหมือนกัน ซิน” รอยยิ้มของชายหนุ่มกว้างขึ้น
“คิดถึงเธอเหลือเกิน” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะโน้มตัวลงไปบรรจงจูบหน้าผากขาวเนียนของหญิงสาว
“ฉันก็คิดถึงนายมากเหมือน” เธอเขย่งเท้าเต็มความสูงเพื่อรับจูบจากคนที่ตัวสูงกว่า
มือของทั้งคู่ประสานจับกันเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไปอีกครั้ง หมอกเริ่มลงหนาขึ้นจนไม่อาจมองเห็นร่างของทั้งคู่ได้ แต่ก็สามารถรับรู้ได้ว่าทั้งคู่จะไม่มีวันปล่อยมือแยกจากกันอย่างแน่นอน เพราะเขาทั้งสองคนสัญญาเอาไว้ว่าจะไม่ทิ้งกัน ราวกับเป็เพียงเสียงกระซิบที่แ่เบาเสียงของทั้งคู่ลอยมากับสายลม จนจับเป็ใจความได้ว่า
“ซินรักลดาและจะรักตลอดไป”
“ลดาก็รักซินและจะรักตลอดไป”
“สัญญานะซิน"
"สัญญาครับ”
[จบบริบูรณ์]