ภายในรถมีอุปกรณ์ติดตั้งด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเป็อย่างมากจนทำให้พลอยกับส้มทำตัวไม่ถูกแผงคอนโซลหน้ารถมีจอััและมีปุ่มควบคุมเยอะจนละลานตาไปหมด ในขณะที่เจนนั่งอยู่เบาะด้านหลังหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาป้อนคำสั่งต่างๆอย่างต่อเนื่องจนทำให้ 2 สาวแปลกใจ
“ไอ้เจน!!! มึงจะทำอะไรบอกเพื่อนด้วย...”
“พลอย...ส้ม...AccessAuthorize” เสียงระบบตอบรับคำสั่งดังขึ้นมา
“หมายความว่ายังงัยวะ? ไอ้เจนมึงทำอะไรวะ? ตอนนี้กูเป็หนี้มึงกี่พันล้านแล้วอ่ะ?”
“รถคันนี้มันต้องกำหนดก่อนว่าใครขับได้บ้าง ตอนนี้มี 4 คน...มีกู, คุณอาวินัยและพวกมึงอีก 2 คน”
“แค่เห็นแผงคอนโซลกูก็ไม่ขับแล้วล่ะ รถอะไรวะเนีย...นี่กูมองหาที่สตาร์ทรถนานแล้วนะแค่สตาร์ทรถกูยังงงเลย!!!!!”
“พี่เจน...หนูขอบคุณพี่มากเลยนะคะพี่เมตตาหนูขนาดนี้ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่า ชีวิตนี้จะมีโอกาสเข้ามานั่งในรถคันนี้” ส้มพูดด้วยความซาบซึ้งใจ
“ส้มลองขับเลย!!! บอกเองไม่ใช่เหรอว่าใฝ่ฝันอยากขับรุ่นนี้ ไม่ลองตอนนี้แล้วจะไปลองเมื่อไร”
“ไอ้เจน! แล้วมึงลองขับบ้างยัง?”
“ยังไม่ได้ขับเลย...กูขับเป็ที่ไหนอ่ะ!!”
เจนกับพลอยต้องแปลกใจเป็อย่างมากเมื่อส้มสามารถสตาร์ทรถคันนี้ติดและป้อนคำสั่งควบคุมอุณหภูมิแอร์พร้อมกับเปิดกลไกบางอย่างจนแผงควบคุมเริ่มทำงาน
“ไอ้ส้ม!! มึงนี่ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ขับรถพันล้านได้เฉย!!!...ขับได้จริงๆด้วยอ่ะ”
“หนูเคยดูพวกคลิปกับเคยอ่านเอกสารมานิดหน่อยอ่ะพี่พลอยก็เลยลองกดดู หนูก็มั่วๆ เหมือนกันแหละพี่!”ส้มพูดไปพลางกดป้อนคำสั่งที่แผงควบคุมด้านหนึ่งทำให้เจนกับพลอยต้องใอีกครั้งหนึ่ง
“ทำอะไรอ่ะส้ม...พี่เพิ่งรู้ว่ากระจกหน้ารถมันเป็จอคอมพิวเตอร์ด้วยเหรอเนีย?”เจนมองด้วยความสนใจเป็อย่างมาก “มันใช้ทำอะไรเหรอส้มรู้ป่ะ?”
“อะไรวะ! ไอ้เจนมึงเป็เ้าของรถแท้ๆ แต่ต้องไปถามไอ้ส้มเนียนะ” พลอยพูดไปหัวเราะไป “ตกลงใครเป็เ้าของรถกันแน่เนียกูเพิ่งเคยเห็นว่าเ้าของรถต้องมาถามวิธีใช้กับคนอื่น”
“กระจกด้านหน้ามันกันแสงยูวีได้ด้วยนะพี่เจนเวลาที่พี่ขับรถในทัศนวิสัยไม่ดี เวลาฝนกำลังตก, บรรยากาศมืดครึ้ม,แดดส่องจ้าเกินไปหรือเวลากลางคืนมืดๆ จอมันจะซิมูเลเตอร์ (จำลอง)การมองเห็นให้พี่โดยอัตโนมัติเหมือนกับว่า พี่ขับในแสงปกติคล้ายๆกล้องส่องในเวลากลางคืนอ่ะพี่...มันจะตรวจสอบวัตถุแบบเรียลไทม์ (โดยทันที) ให้เราด้วยถ้าเราขับเร็วเกินไปมันจะจำกัดความเร็วโดยอัตโนมัติในภาวะไม่ปกติด้วย”
“โห!!! อย่างล้ำอ่ะ” เจนกับพลอยถึงกับอึ้ง
“ไอ้เจน! รถคันนี้อย่างล้ำอ่ะ มึงไม่คิดจะเอามาขับเหรอวะ? มึงจะเอารถพันล้านมาจอดไว้เฉยๆไม่ได้...8 พันล้านนะโว้ยยย?!!? กูบอกใครจะเชื่อไหมว่าเ้าของรถ 8 พันล้าน กำลังขับรถที่ตัวเองยังผ่อนไม่หมด ต้องมาเป็ติวเตอร์ทำงานหาเงินผ่อนงวดรถเดือนชนเดือน”
“ไม่ดีกว่า! ไม่รู้สิ กูไม่ถนัดมากกว่า อีกอย่างรถที่ใช้อยู่ มันก็ยังใช้ได้...มึงจะขับไหมละเอาการ์ดไปเลย กูให้มึง!”
“กูไม่เอารถแบบนี้ไม่ไหวว่ะ หรูเกินไป จริงๆ รถมึงก็หลายปีแล้วนะพ่อมึงอุตส่าห์ซื้อมาให้มึงใช้ มึงก็ใช้ไปสิ!...มึงขับคันนี้ออกไปกูว่าหนุ่มๆ ที่มหาลัยมองมึงเพียบแน่ๆๆ”
“ไม่เอาอ่ะกูชอบรถของกูมากกว่า...ถึงแม้มันจะเก่าๆ พังๆ ก็มาจากเงินที่กูหาเอง”
ส้มเริ่มขับรถออกจากบริเวณหน้าบ้าน กระจกด้านหน้าของรถมีฟังก์ชันตามที่ส้มพูดไว้หมดทุกอย่างมีการตรวจจับวัตถุเหมือนกับการจับโฟกัสในกล้องถ่ายรูป กระจกบริเวณตรงกลางแสดงโลเคชันปัจจุบันอย่างแม่นยำเหมือนกับกำลังดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
“รถรุ่นนี้มีแบตสำรอง 2ระบบฟูลออฟชั่นเลยพี่ แบตไฟฟ้ากับแบตไฮโดรเจน...ตัวถังรถสามารถชาร์ทพลังจากแสงอาทิตย์ได้ด้วย” ส้มเปิดระบบพลังงานสำรองแสดงแทนแผนที่
“แบตไฟฟ้าสำรองไว้ 1,800 กิโลเมตร ส่วนแบตไฮโดรเจนวิ่งได้อีก 1,750 กิโลเมตรใช้เวลาชาร์ทแค่ 7 นาที ไม่รวมกับการชาร์ทจากตัวถัง พี่เจนวิ่งทั่วไทยได้สบายๆ...แต่ตอนนี้ในไทยมีจุดชาร์ทแบตไฮโดรเจนแค่5 ที่เองนะพี่ กรุงเทพ, เชียงใหม่, ชลบุรี, ขอนแก่นและประจวบฯ”
“ไอ้ส้ม! เื่พวกนี้แกนี่รู้เยอะจริงๆ” พลอยต้องเอ่ยปากชม
“อ้าว! ทำไมมีแค่นั้นอ่ะส้ม?” เจนตั้งคำถามด้วยความสงสัย
“หนูว่ามาจาก 2 เื่แหละพี่...สถานีชาร์ทไฮโดรเจนมันแพงมากหนูเคยอ่านมาเห็นบอกว่าตอนนี้ต้นทุนสร้างจุดละเกือบ 5 ล้าน อีกอย่างคือรถที่มีระบบแบบนี้มันน้อยมากทำสถานีแล้วไม่คุ้มแน่นอนค่ะ รถคันหนึ่งราคา 10-20 ล้านมันแพงเกินไป...หนูถึงอยากให้ไอวี่บลิซซ์มาทำรถตลาดบ้าง”
“เค้าก็คงมีแผนจะทำแหละเื่พวกนี้มันต้องใช้ตังเยอะ มันทำทันทีไม่ได้หรอก”
“ก็จริงแหละพี่เจน...หนูอ่ะเสียดาย”
“นี่พวกเราคุยกันเพลินเลยลืมเื่สอบย่อยพรุ่งนี้ป่ะเนีย!?!!” พลอยหันไปถามเจน
“กูพร้อมแล้ว...แล้วมึง 2คนล่ะ”
“เอ่อ...กูก็พร้อม”
“หนูก็พร้อมเหมือนกันค่ะพี่เจน”
เวลาล่วงเลยมาจนถึง่เย็นเจนนั่งกดโทรศัพท์เล่นในห้องรับแขกใหญ่ไม่ทันสังเกตว่าป้ามุกเดินเข้ามา “วันพรุ่งนี้คุณหนูต้องไปสอบแต่เช้า จะให้ป้าโทรมาปลุกไหมคะ?”
“อ้าว! คืนนี้ป้าไม่อยู่หรอคะ?”
“ป้ากับลุงหมูต้องออกไปธุระที่ชลบุรีให้นายท่านป้าคิดว่าจะออกจากบ้านตอนเที่ยงคืน...กลับถึงบ้านพรุ่งนี้ประมาณ 4 ทุ่มค่ะคุณหนู”
เจนทำท่าคิดอยู่พักหนึ่งก่อนพูดว่า “ไม่เป็ไรค่ะป้า เดี๋ยวหนูคงดูหนังสือถึงเช้าแล้วก็ไปสอบ กลับมาค่อยนอนต่อ”
“ถ้างั้นป้าจะทำกับข้าวไว้ให้คุณหนูเผื่อถึงเช้า ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมเรียกป้าได้นะคะ”
เจนพยักหน้าตอบรับคำพูดป้ามุก
“ป้ารีดชุดนักศึกษาไว้ให้คุณหนูแล้วก่อนออกจากบ้าน ป้าจะเอามาแขวนไว้ในห้องนี้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะป้ามุก”
เจนนอนอ่านหนังสือบนเก้าอี้โชฟาจนเวลาล่วงเลยถึงตี5 กว่าๆ เผลอหลับไม่รู้ตัว อยู่ๆ ก็รู้สึกแน่นหน้าอกอย่างบอกไม่ถูกเหมือนมีอะไรทับอยู่บริเวณลำตัว เจนงัวเงียลืมตาขึ้นมาต้องใสุดขีดมีผีหญิงสาวผมยาวกำลังยืนอยู่บนหน้าอกตัวเอง ดวงตาแดงกล่ำจองมองมาที่หน้าของเจนทำให้เธอใกลัวสุดขีดจนต้องหลับตากรีดร้องออกมาสุดเสียงลั่นบ้าน
เธอนอนเยียดตัวอยู่บนเก้าอี้โชฟาหันซ้าย-ขวาด้วยความหวาดกลัวหันไปเห็นผีลอยตัวมายืนข้างๆ เธอ เ้าผีร้ายยังไม่หยุดยื่นมือจับแขนทั้ง 2ข้างพร้อมๆ กับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ อีกครั้ง ลมหายใจเข้าปะทะที่หน้าเจนจนทำให้เธอต้องหลับตาพร้อมๆกับเอามือป้องที่หน้าตัวเอง กรีดร้องสุดเสียงจนทำให้ผีสาวหายตัวไป
เจนพยายามตั้งสติขึ้นมาอีกครั้งดันตัวเองขึ้นมานั่งบนเก้าอี้โชฟาแต่ก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรจองมองอยู่ด้านหลังของตัวเอง จึงหันไปมองเห็นผีผู้หญิงยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าห้องนั่งเล่นกำลังจองมองมาที่ตัวเธอจนทำให้เธอต้องหลับตาใกลัวสุดขีดอีกครั้งรีบวิ่งไปที่มุมอีกด้านหนึ่งของห้อง เจนนั่งหลบอยู่ข้างๆ ตู้บริเวณนั้น ในมือกำด้ามไม้กวาดโบกไป-มาป้องกันตัวเองราวกับเป็คนเสียสติวิกลจริต
จนกระทั่งรุ่งเช้า เจนนั่งกอดเข่าสัปหงกอยู่ข้างๆตู้ มีด้ามไม้กวาดพาดที่หัวตัวเอง ในจังหวะนี้ก็มีเสียงโทรศัพท์จากพลอยดังขึ้นมา
เจนหันหน้าไปทางเสียงของโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาสายตาหันไปเห็นนาฬิกาที่หล่นมาที่พื้นแสดงเวลา 6 โมงกว่าแล้วเจนรีบลุกขึ้นหันซ้าย-ขวา เห็นชุดนักศึกษาแขวนอยู่ตู้อีกใบหนึ่งเจนรีบวิ่งไปรับโทรศัพท์ด้วยท่าทีที่ร้อนลน
ในขณะที่พลอยยืนโทรศัพท์อยู่หน้าห้องสอบด้วยท่าทีที่ร้อนใจไม่แพ้กัน“ตื่นยังแก อยู่ไหนแล้ว?...มึงวันนี้สอบนะโว้ยยย!!!”
เจนไม่ได้พูดตอบรับอะไรได้แต่ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว ทำให้พลอยใมาก “เกิดอะไรขึ้นวะเจน! เกิดอะไรขึ้น!!!! มึงเป็อะไรๆๆๆ มึงอย่าเงียบ!มีอะไรบอกกู!!!”
“พลอยๆๆๆ มันมาอีกแล้ว!....” เจนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “คราวนี้มันปรากฎตัวให้เห็นชัดๆๆ...เห็นตัวแล้ว!!! วันนี้กูเห็นตัวไอ้ผีร้ายเป็ครั้งแรก!!!!!!”
“อะไรนะมึง!!!....อีกแล้วเหรอ??!!!?...มึงบอกว่าเห็นตัวมันแล้วมันมาจริงแล้วเหรอๆๆๆๆๆ !!!!!!!!!!!!!....เอางี้ๆๆ มึงไม่ต้องวางสายเปิดวีดีโอคอลทิ้งไว้ กูจะอยู่เป็เพื่อนมึง!!! โอเคป่ะ? มึง แล้วมึงรีบไปอาบน้ำแต่งตัวมาสอบก่อน ตกลงไหม?...มึงเปิดเพลงทิ้งไว้ด้วยเปิดดังๆ เลย!!!”
“เอ่อๆๆ” เจนยังคงหวาดกลัวอย่างต่อเนื่อง เธอรีบวิ่งเข้าไปหยิบชุดนักศึกษาแล้วตรงไปที่ห้องน้ำทันทีเปิดเพลงดังลั่นบ้าน “ไอ้พลอยมึงอย่าเงียบนะคุยกับกูไปเรื่อยๆ กูขอเวลาแต่งตัว 5 นาที!!!!”
พลอยยืนกระวนกระวายใจอยู่หน้าห้องสอบยังคงคุยโทรศัพท์อย่างต่อเนื่อง “แกอยู่ไหนแล้ว?”
“กำลังขึ้นลิฟต์งั้นวางสายเลยก็แล้วกัน!!!”
คำตอบของเจนทำให้สีหน้าของพลอยผ่อนคลายโล่งอกในขณะที่เจนกำลังเดินเข้าลิฟต์ด้วยท่าทีเร่งรีบจนนักศึกษาคนอื่นๆต่างหันมามองเจนด้วยความแปลกใจ เธอแทบไม่ได้แต่งหน้า ผมเผ้ายุ่งเหยิงรุงรังไม่ต่างอะไรกับคนบ้าสีหน้าซีดเซียว ใส่ชุดนักศึกษาไม่เรียบร้อยเท่าใดนักชายเสื้อด้านหนึ่งปล่อยลงมาปิดหัวเข็มขัด
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดขึ้นมา เจนเห็นพลอยยืนอยู่ไม่ห่างมากนักรีบวิ่งเข้าไปโผกอดพลอยด้วยอารมณ์อัดอั้นสุดขีดจนปล่อยโฮออกมาไม่อายสายตาใคร ทำให้เพื่อนๆร่วมห้องสอบหลายคนใรีบเข้ามาไถ่ถามอาการด้วยความเป็ห่วง
“มีอะไรกันเหรอ? เกิดอะไรขึ้นอ่ะเจน? มีอะไรบอกได้ๆๆๆ”
“มีอะไรบอกพวกเราได้เจน...มีเื่อะไรเกิดขึ้น!!!!”
“แกโอเคนะ ไม่เป็ไรแล้วเพื่อนๆๆๆกูอยู่กับมึงแล้ว!!”พลอยกอดเจนพร้อมกับเอามือลูบหัวด้วยความห่วงใย “ไม่เป็ไรแล้วนะ…โอเคแล้วนะ ไม่เป็ไรแล้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...มึงโอเคนะมึงๆๆๆๆๆๆๆ”
เจนพยายามยิ้มพยักหน้าตอบรับส่วนพลอยเอามือลูบผมของเจนให้เข้าที่เข้าทางยิ่งขึ้น การแสดงออกของพลอยที่มีต่อเจนทำให้เพื่อนร่วมชั้นต่างแปลกใจ หันมามองด้วยความสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ไม่มีใครกล้าถามอะไร
พลอยก้มลงมาปลดเข็มขัดออกเล็กน้อยแล้วเอาชายเสื้อใส่กลับเข้าไปในกระโปรงนักศึกษาให้เข้าที่“ได้เวลาสอบแล้ว เดี๋ยวค่อยคุยกัน...ตอนนี้มึงต้องไปสอบก่อน โอเคป่ะ?”
เจนตอบรับด้วยการพยักหน้า
ในระหว่างการทำข้อสอบพลอยพยายามหันไปมองเจนด้วยความเป็ห่วงตลอดเวลา ส่วนเจนก็พยายามตั้งสมาธิทำข้อสอบในระหว่างการทำข้อสอบ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว มีนักศึกษาหลายๆคน ทะยอยส่งกระดาษคำตอบ “เหลือเวลาอีก 10 นาที หมดเวลาสอบนะคะ นักศึกษา”
เจนกับพลอยยังคงนั่งทำข้อสอบจนกระทั่งเสียงอาจารย์คุมสอบพูดอีกครั้ง“หมดเวลาสอบแล้วค่ะ ขอให้นักศึกษาที่เหลืออยู่ทุกคนต้องส่งกระดาษคำตอบแล้วค่ะ”
ตอนนี้เหลือนักศึกษานั่งทำข้อสอบอยู่ไม่กี่คนเจนกับพลอยส่งกระดาษคำตอบตามหลังไม่ห่างกันมากนัก “ทำได้ไหมเจน?”
เจนพยักหน้าตอบรับด้วยสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด
หลวงตากำลังยืนมององค์พระประธานด้วยความสงบนิ่งสีหน้าบ่งบอกอย่างชัดเจนถึงความทุกข์ใหญ่หลวงที่กำลังก่อตัวขึ้นในจิตใจ “ทำไมเ้าจึงตัดสินใจทำเช่นนี้...”
พลอยขับรถพาเจนกลับมาที่บ้านตัวเองทันทีส่วนส้มขับรถตามหลังมาไม่ห่างนัก พลอยกดวีดีโอคอลเข้าสาย 3 คนที่โทรศัพท์ตัวเองกับส้มไว้ด้วย“สีหน้ามึงตอนนี้ดูโอเคขึ้นเยอะเลยมึงไปนั่งเล่นบ้านกูสักพักก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน”
“เอ่อๆๆ ก็ดีเหมือนกันอ่ะ”
“สรุปว่าไอ้ผีร้ายตัวนั้นไม่ใช่เคสที่ประจวบเหรอเนีย???”
เจนไม่ได้ตอบอะไรแต่สีหน้าเริ่มเป็กังวลทันที
“กูขอโทษกูไม่ได้ตั้งใจให้มึงคิดมาก แต่ตอนนี้กูแปลกใจมากว่า แล้วไอ้ผีตัวนี้มันมาจากไหนมันแค้นอะไรมึงคนเดียว? แต่มึงก็ไม่เคยไปทำร้ายใครนี่หว่ากูงงจริงๆ”
“พี่พลอย!! หนูสงสัยว่าต้องมีเคสอื่นอีกแน่ๆ แต่คุณอาวินัยจำไม่ได้หรือเปล่า?”ส้มตั้งคำถามผ่านทางวีดีโอคอลทำให้ทั้งเจนและพลอยเริ่มสงสัยไม่ต่างกัน
“ไม่น่าจะเป็ไปได้ป้ามุกบอกว่าคุณอาวินัยติดตามพ่อมานานมากๆ คุณอาแทบจะทำทุกอย่างได้เทียบเท่ากับพ่อเชียวนะต่างกันแค่บางงานต้องให้พ่อเซ็นต์ชื่อเท่านั้นเอง...กูมั่นใจว่าคุณอาวินัยไม่พลาด”
“ถ้าอย่างนั้นไอ้ผีตัวนี้มันเป็ใคร? มันมีตัวผู้ชายด้วย!!” พลอยตั้งคำถามด้วยความสงสัยเป็อย่างมาก
“เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวๆๆนึกได้อีกเื่หนึ่ง” เจนอุทานดังลั่นขึ้นมาทำให้พลอยกับส้มใมาก
“กูจำได้มีอีกเื่ป้ามุกเคยเล่าให้กูฟัง แต่เื่นี้เกิดขึ้นั้แ่กูยังเด็กมากแล้วมันก็ยาวนานมาถึงตอนนี้ แต่ตอนนั้นกูไม่ได้สนใจ จำเื่ไม่ค่อยได้...กูว่าใช่แน่ๆกูเพิ่งนึกออก!”
“เื่อะไรวะมึง?” พลอยรีบถามต่อทันที
“เื่ที่บริษัทแหละั้แ่สมัยก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ มีคุณตาไพโรจน์, คุณขจรและเถ้าแก่ชุนเค้าเป็พ่อของคุณชุติมาตอนนั้นเป็เพื่อนรัก 3 คน รับเหมาก่อสร้างแล้วก็ขัดแย้งกัน...ป้ามุกบอกว่าคุณขจรกับคุณชุติมาไม่ชอบพ่อก็มาจากเื่ั้แ่สมัยตั้งบริษัทใหม่ๆ พอมีเื่กันทำให้เมียคุณขจรฆ่าตัวตายส่วนคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณชุติมาก็ตายในปีเดียวกันหลังจากนั้นไม่นานคุณชุติมาเข้าใจว่าพ่อกูโกงบริษัทนี้มาจากตระกูลเค้า แต่ป้ามุกบอกว่า เื่จริงๆไม่ใช่...เื่ประมาณๆ เนีย”
“มึงกำลังคิดว่าผีร้ายอาจจะเป็คุณพ่อกับคุณแม่ของคุณชุติมาที่อาฆาตครอบครัวมึงเหรอ?”
“กูไม่แน่ใจแต่ป้ามุกบอกว่า เื่นี้ทำให้คุณขจรกับคุณชุติมายังแค้นพ่อกูมาจนถึงทุกวันนี้เป็ศัตรูกับพ่อมาโดยตลอด ทั้งๆที่เมื่อก่อนครอบครัวกูกับครอบครัวคุณชุติมาสนิทกันมาก”
“ฆ่าตัวตาย!!!? แสดงว่าต้องเป็เื่ใหญ่มากๆ” พลอยตั้งข้อสงสัย “งั้นเราต้องรู้ให้ได้ว่า สาเหตุฆ่าตัวตายคืออะไร?”
“เอางี้! พรุ่งนี้เช้าพวกมึงมาที่บ้าน เดี๋ยวกูจะถามป้ามุกใหม่ คราวนี้จะขอให้ป้ามุกเล่าอย่างละเอียดทุกแง่มุมกูต้องรู้ให้ได้ว่า ไอ้ผีตัวนี้มันจะทำอะไรกูและมันเป็ใคร คราวนี้มันแรงขนาดปรากฎตัวให้กูเห็นเป็ครั้งแรกสงสัยว่าถ้ากูไม่ตายมันไม่มีทางเลิกแน่ๆ”เจนพูดตัดพ้อชีวิตด้วยความสิ้นหวัง
“ใจเย็นๆมึง...มันไม่รุนแรงขนาดนั้นหรอก ถ้าเรารู้ว่ามีที่มายังงัย ก็ขออโหสิกรรมต่อกันก็จบได้...เชื่อกูสิ!!!”
“ถ้าครอบครัวกูทำผิดต่อพวกเขาจริงๆกูยินดีชดใช้ด้วยชีวิตกู!!”
“สงบสติอารมณ์ก่อนมึง!!!” พลอยโน้มตัวเข้าไปตบไหล่เจนด้วยความห่วงใยเป็อย่างยิ่ง “ใจเย็นๆ เื่มันคงไม่เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอก ถ้าเป็ผีก็คือผีอ่ะมึงมึงเชื่อกูดิว่า มันทำอะไรมึงไม่ได้หรอก สำคัญคือมึงต้องมีสติอยู่ตลอดเวลามึงเชื่อกู กูเคยหลอกมึงไหม?...จำคำสอนของหลวงตาไม่ได้เหรอ?”