ณ เมืองอะกูซิววา จะที่เป็ศูนย์รวมของผู้คนมากหน้าหลายตา เมืองที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่แสนจะทันสมัย ทั้งยานยนต์ที่ไร้ล้อในการเคลื่อนที่ หุ่นยนต์เฝ้าระวังเหตุร้าย แต่จะมีหนึ่งสิ่งที่สูงจนทะลุก้อนเมฆภายในนั้นเป็ที่ทำการของ เดอะ เซนเตอร์ เป็กลุ่มคนที่มีอำนาจสูงสุดที่คอยบริหารประเทศ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มชื่อว่า หวงจิน บ้างก็ว่าเค้าคือัแห่งตะวันที่คอยปกป้องเรามาอย่างช้านานตามนิทานโบราณที่ฝังหัวเรามาแต่เด็กๆ แต่ภาพที่เห็นปัจจุบันเป็ชายวัยกลางคนที่ภายนอกดูใจดีไม่มีพิษภัย ภายใต้ความท่าทางใจดีทุกคนในเมืองนี้ต่างยำเกรงต่อเขา แต่เมืองจะดูล้ำสมัยขนาดไหนความปลอดภัยเหมือนจะสูงเพียงใดยามตอนกลางคืนก็ยังมีเื่ที่เลวร้ายเสมอ เหล่าปีศาจแสดงตนปรากฏร่างที่แท้จริงออกกลืนกินิญญาของมนุษย์ที่หลงกลของปีศาจ
"ช่วยด้วย! มีใครอยู่บ้างไหม" เสียงขอความช่วยเหลือที่ดังจากซอกตึกที่มืดมากมีเพียงแสงสว่างจากหลอดไฟริมทางสลัว
"แกจะหนีไปไหน วันนี้แกต้องโดนพวกเรากิน" เสียงที่แปลกประหลาดที่ให้ความรู้สยองโดยในเสียงที่เปล่งออกมาจะรู้สึกว่ามีเสียงของคนที่มากกว่าสองคนที่พูดพร้อมกัน
"หนีสิใครจะอยู่ อยู่ก็ตายสิ" ชายหนุ่มผมสีเงินที่ะโไปด้วยวิ่งไปด้วย
"ไหนว่าแกชอบฉันสุดๆเลย ไหนว่าอยากอยู่กับฉันตลอดไปไง" เสียงของปีศาจกล่าวด้วยความสะใจตุ่์ที่หลงในเหล่กลของมันกับสภาพของชายหนุ่มที่กำลังวิ่งหนี้มันสุดชีวิต
"ไม่เอาแบบนี้ ใครจะไปคิดว่าแกเป็ปีศาจเจอกันตอนแรกก็…" ตุบๆๆ "โอ้ย" ระหว่างที่พูดก็ไม่ได้สนใจที่เท้าทำให้วิ่งเหยีบเปลือกกล้วยล้มลงไปนอนอยู่บนพื้น
"ในที่สุดก็หยุดสักที ห๊าห้าห้า" ปีศาจพูดด้วยน้ำที่สะใจพร้อมเดินเข้าหาชายหนุ่มอย่างช้าๆ
เื่ราวกว่าจะมาถึงตอนนี้เริ่มจากวันที่แสนพเศษของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นัดหญิงสาวจากแอพหาคู่ที่คุยกันมานานปี มาเจอกันที่ศูนย์การค้าใจกลางเมือง
"นิจิคะ ทางนี้ๆ"หญิงสาวที่ดูอ่อนหวานสดใสราวกับดอกไม้แรกแย้ม โปกมือเรียกชายที่กำลังมองซ้ายทีขวาทีด้วยท่าทีที่กำลังตามหาใครสักคนอยู่
'เดี๋ยวก่อน คนนั้นจริงสิ งานละเอียดเบอร์นี้เลยเหรอ' นิติกำลังตะลึงกับความสดใสของหญิงสาวที่กำลังเรียกตนอยู่
"คุณนิจิ! เหม่ออะไรอยู่คะ เราเจอกันครั้งแรกก็เมินใส่เค้าเลยเหรอคะ" หญิงสาวกล่าวด้วยแววตาน่าสงสารคล้ายกับลูกแมวตัวน้อยๆที่กำลังส่งสายตาน่าสงสาร
"เปล่าค่ะ พอดีเราตะลึงในความน่ารักของคาเลนไง" กล่าวในขณะที่สายตาของนิจิก็พยามหลบตาด้วยความเขินอายคาเลน
"โอเคค่ะ แล้ววันนี้เราจะทำอะไรกันบ้างเหรอ ตื่นเต้นไปหมดแล้วนะคะ"
"เราว่าไปหาของกินกันก่อนไหม แล้วคิดไปหาหนังดูสักเื่แล้วค่อยกลับกัน"
"ได้สิคะ คุณนิจิ แต่เธอต้องสัญญาอย่างนึงนะวันนี้เธอต้องกลับไปส่งเราที่บ้านนะคะ"
"ได้สิ" เสียงของนิจิตอบทันควัน
'เดียวๆทำไมเราโดนบุกก่อนแบบนี้ล่ะ เอาไงดีนิจิคิดเข้าสิ อืม ช่างมันเถอะตามน้ำไปก็ได้ ประโยชน์กับเรามากกว่า' เป็ความคิดที่มองไปยังคาเลนด้วยสายตาเ้าเหล่
"อย่ามองแบบนั้นสิ เรากลัวแล้วนะนิจิ"เสียงของขณะที่เดินถอยหลังไปเล็นน้อยอาจเพราะแววตาไม่น่าเป็มิตรของนิจิที่ส่งออกมา
"เดี๋ยวๆเราล้อเล่น อยากคิดมากไปเลยเธอ งั้นไปหาขนมหวานกินกันไหมล่ะ เราเลี้ยงเธอเองถือว่าเป็การขอโทษที่ทำเธอใเนอะ"นิจิพูดไปโบกมือไปเพื่อเป็การส่งสัญญาณเชิงปฏิเสธ พร้อมมองหาร้านขนมหวานเพื่อชวนหญิงสาวกินเพื่อเป็การขอโทษ
"เจอแล้วงั้นเราไปกินร้านนั้นไง" นิจิพูดแล้วก็พลางจับมือของคาเลนเดินเข้าไปในร้านของหวานด้วยกันระยะเวลาผ่านไปทั้งสองต่างมีความสุขกับการเจอกันครั้งแรกทั้งเลือกซื้อของ แลกเปลี่ยนเื่ราวต่างๆในชีวิตที่ผ่านมา คุยเื่ของที่ชอบไม่ชอบ บรรยากาศรอบตัวทั้งสองสดใส สดชื่น เป็สีชมพู ราวกับว่าบนโลกนี้มีเพียงสองคน เป็เื่ปกติมีพบก็ต้องมีจากพอเวลาเย็นค่ำ ก็กลับบ้าเป็ไปตามที่ตกลงกันตอนแรกว่านิจิต้องไปส่งคาเลนที่บ้าน คาเลนนำทางนิจิกลับบ้านแต่ทั้งสองไม่ได้นั่งรถเพียงแต่เดินไปเรื่อยโดยให้เหตุผลว่าบ้านของคาเลนอยู่ไม่ไกลจากต่ำแหน่งที่ทั้งสองอยู่
"คาเลนครับ แปลกจังทำไมบ้านเธออยู่ในซอยที่มีต่ำสูงประกบข้างแบบนี้ล่ะ"
"ไม่มีไรค่ะใกล้ถึงแล้วล่ะ กลัวเหรอกลับก่อนไหมล่ะคะ"
"เปล่า ใครกลัวเราแค่แปลกใจน่ะทำไมทำเลบ้านเธอแปลกๆ"
'กลัวก็บ้าแล้วสิ โอกาสมาขนาดนี้พลาดก็บ้าแล้ว'
"นี่นิจินายน่ะ ช่วยอยู่กับฉันไปตลอดเลยได้ไหม"
"ได้สิทำไมจะได้ เราคุยกันมาต้องหลายปีแล้วนะเธอ"
สิ้นเสียงนิจิตอบมีเสียงแปลกๆดังขึ้น แก๊กๆ แควฃลลบก ร่างของคาเลนค่อยๆเปลี่ยนไปมีปีกค้างคาวสีดำอมแดงที่สะท้อนกับไฟทางที่สหลัวๆ มีเลือกหยดไหลตามปีกที่งอกออกมาจากกลางหลังของเธอ ราวกับหลังของเธอถูกะเิออก สีผิวจากขาวสดใสกลับกลายเป็แดงดำชำเลือก บนใบหน้าจากที่เคยดูสวยน่ารักสดใสกลับเปลี่ยนไปกลายเป็ใบหน้าของปีศาจที่เมื่อสังเกตุสักพักมีเขางอกที่กลางหน้าผากของเธอมีเืไหลตามลอยฉีกขาดบริเวณรอบๆเขาที่พึ่งจะงอกออกมา ที่ปากขากรรไกรยืนออกรากับว่ามันถูกทำให้ลุกจากกระโหลก
"เดี๋ยว สยองเกินไปแล้ว" ก่อนนิจิจะหันหลังหนีแล้ววิ่งอย่างไม่คิดชีวิต
"แกจะหนีไปไหน วันนี้แกต้องโดนพวกเรากิน" เสียงที่แปลกประหลาดที่ให้ความรู้สยองโดยในเสียงที่เปล่งออกมาจะรู้สึกว่ามีเสียงของคนที่มากกว่าสองคนที่พูดพร้อมกัน
"หนีสิใครจะอยู่ อยู่ก็ตายสิ" ชายหนุ่มผมสีเงินที่ะโไปด้วยวิ่งไปด้วย
"ไหนว่าแกชอบฉันสุดๆเลย ไหนว่าอยากอยู่กับฉันตลอดไปไง" เสียงของปีศาจกล่าวด้วยความขำขันตุ่์ที่หลงในเหล่กลของมันกับสภาพของชายหนุ่มที่กำลังวิ่งหนี้มันสุดชีวิต
"ไม่เอาแบบนี้ ใครจะไปคิดว่าแกเป็ปีศาจเจอกันตอนแรกก็…" ตุบๆๆ "โอ้ย" ระหว่างที่พูดก็ไม่ได้สนใจที่เท้าทำให้วิ่งเหยีบเปลือกกล้วยล้มลงไปนอนอยู่บนพื้น
"ในที่สุดก็หยุดสักที ห๊าห้าห้า" ปีศาจพูดด้วยน้ำที่สะใจพร้อมเดินเข้าหาชายหนุ่มอย่างช้าๆ
ตูมมมม! เสียงะเิดังสนั่นจากด้านหลังของปีศาจ
"เราพบเป้าหมายแล้ว ขออนุมัติคำสั่งกำจัด"เสียงของหญิงสาวปริศนา ที่เดินออกมาจากกลุ่มควันที่
ลอยฟุ้งในอากาศ
"คำขออนุมัติ" เสียงสังเคราะห์ดังขึ้น ดาบในมือหญิงสาวบริเวณคมดาบส่งแสงสีส้มออกมา มีไอร้อนแผ่ออกมารอบ ๆ ในขณะเดียวกันปีศาจเข้าโจมตีแบบไม่ให้ตั้งตัวด้วยกรงเล็บที่ยืดยาวออกมาและพร้อมปลายเล็บที่แหลมคม หญิงสาวะโหลบลอยไปในอากาศ โดยถ้าสังเกตุดีๆระหว่างที่เธอะโจะพบแสงสว่างออกมาจากรองเท้าของเธอเพื่อเป็แรงส่งดีดตัวของเธอขึ้น้า ก่อนจะหญิงสาวจะใช่ดาบฟันไปที่เล็บของปีศาจจันขาด ตามมาด้วยกลิ่นไหม้ของที่บริเวคเล็บที่โดนตัดออก
"หนอย แกเป็ใครทำไมสามารถตัดเล็บที่แข็งเหมือนเหล็กของฉันได้" แรงที่แค้นใจของปีศาจ
"สมาคมนักล่าปีศาจ ฉันเซเรียจำไว้ให้ดีล่ะ" หญิงสาวปริศนากล่าวก่อนจะะโพุ่งตัวเข้าใส่ปีศาจโดยเสริมพลังมีแสงสว่างจากทางด้านหลังเธอ ในขณะที่ดาบใกล้ถึงตัวปีศาจปีกของมันได้ขยับเล็กน้อย ก่อให้เกิดลมแรงพัดตัวเซเรียกระเด็นออกไป ก่อนจะปลิวออกไปแสงสว่างออกจะด้านหลังของเซเรียเพื่อช่วยเธอพยุงตัวไม่ให้ไปไกล ก่อนที่ปีศาจจะรีบบินหนีเธอขึ้นไปในอากาศ
"ช้าไปแล้วแกน่ะ ไว้เจอกันใหม่นะนางโง่"
"วิถีพันธนาการ พฤกษาเหนี่ยวรั้ง" เสียงของนิติดังขึ้นพร้อมที่เขาหยิบบางอย่างโยนไปที่แอ่งน้ำที่ขังอยู่บนพื้น ทันทีที่วัตถุปริศนาััน้ำเกิดกลุ่มเถาวัลย์มากมายออกมา แล้วพุ่งไปจับที่ขาของปีศาจกลางอากาศนี้ ปีศาจทยานหลบในอากาศ ทางนิจิใช้นิ้วชี้และนินกลางข้างขวาชู้ขึ้นเพื่อใช้ควบคุมทิศทางโดยการชี้ไปที่ตัวของปีศาจ เถาวัลย์เพิ่มความเร็วก่อนจะพุ่งไปทะลุที่ปีกของปีศาจ มันเริ่มเสียการทรงตัวกลางอากาศเหล่าเถาวัลย์พันรอบตัวเพื่อหยุดปีศาจตนนั้น มีเส้นแสงหนึ่งเส้นวิ่งผ่านคอของปีศาจ แสงเส้นนั้นคือดาบของเซเรียที่ปาออกไปแล้วกำลังวนกลับมาที่เซียเรีย ปีศาจที่โดนโจมตีที่คอแตกสลายกลายเป็กลุ่มควันแล้วหายไปในอากาศ พร้อมปรากฏอัญมณีสีม่วงตกอยู่ที่พื้น
"นายเป็ใครกัน ทำไมถึงทำแบบนั้นได้ เถาวัลย์พวกนั้นมายังไง" เซเรียถามก่อนที่จะหันกลับไปมองนิจิที่สลบนอนไปตอนไหนก็ไม่ทราบ