ทันทีที่เหมยหลันกลับมาถึงบ้าน เทียนสุยจึงรีบเอ่ยถามบุตรสาวของตน ด้วยท่าทางที่ดูตื่นเต้น ในขณะที่เหมยหลันกับรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมา เมื่อรู้ว่าบิดา้าถามอะไรจากนาง
"เป็อย่างไรบ้าง...เล่าให้พ่อฟังหน่อย...ตกลงว่าเ้ากับคุณชายซานตี้ฉิน จะเเต่งงานกันเดือนไหน"
ยังไม่ทันใดดูเหมือน ว่าเทียนสุยจะตั้งความหวังไว้มาก จนเอ่ยคำพูดเช่นนั้นออกมา โดยไม่ทันได้คิดว่าบุตรสาวของตนจะคิดเช่นไร
"ท่านพ่อ...ท่านใจเย็นๆ ก่อนได้ไหม...ก่อนจะคุยเื่การเเต่งงาน...ท่านเคยถามไหมว่าข้าชอบเขาหรือเปล่าแล้วเขาชอบข้าหรือไม่...ข้าจะบอกท่านว่าระหว่างเขากับข้าไม่มีงานเเต่งงานเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด"นางกล่าวออกมาอย่างระบายความอัดอั้น ยังนึกโมโหที่ซานตี้ฉินพูดจาดูิ่นางตอนอยู่โรงน้ำชานั่น
"หมายความว่าอย่างไร...เหตุใดถึงเป็เช่นนี้ ข้าได้ข่าวว่ามารดาของเขาถูกใจเ้าอยู่...ไม่ใช่เหรอ ที่สำคัญคุณชายซานตี้ฉิน ก็น่าจะถูกใจเ้านะ เพราะใบหน้าของเ้าก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร" เขาเอ่ยออกมา ด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจ
เหมยหลันลอบถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย โชคดีที่นางไปบ้านของชงเปาก่อน เนื่องจากวันนี้นางไม่ได้ขายบะหมี่ กลัวว่าชงเปาจะไม่มีอะไรตกถึงท้อง นางจึงซื้อของกินไปฝาก ตอนเเรกที่ชงเปาเจอนาง เด็กชายตัวน้อยคงใอยู่่หนึ่ง เมื่อเห็นสภาพภายนอกของนาง แต่เมื่อนางบอกว่านางเป็ใคร ชงเปาจึงรับรู้ นางจึงใช้โอกาสนี้ ล้างหน้า และจัดเรือนผมที่นั่น และกลับมายังบ้านของตน หากบิดารับรู้ว่านางแปลงโฉมด้วยใบหน้าที่น่าเกลียด มีหวังนางคงโดนบิดาบ่นทั้งคืนเป็เเน่
"แม้ว่ามารดาของซานตี้ฉิน...จะถูกใจข้า...เเต่ท่านพ่ออย่าลืมสิ! ว่าบุตรชายของนางไม่ได้ถูกใจข้า...สรุปง่ายๆ คือข้ากับเขาไม่ชอบพอกันและไม่มีงานเเต่งเกิดขึ้นอย่างเเน่นอน" นางกล่าวออกมาอย่างหนักแน่นและชัดเจนที่สุดแล้ว
สายตาที่บิดามองมายังบุตรสาวของตน ดูเหมือนจะไม่ค่อยจะเชื่อ พยายามคาดคั้นความจริงจากบุตรสาว
"บอกพ่อมา...ว่าเ้าไปก่อเื่อันใดมา...ทำให้คุณชายซานตี้ฉินไม่พอใจ"
"ท่านพ่อ...ข้าเป็ลูกสาวของท่านเเท้ๆ เหตุใดถึงเอ่ยถามข้าเช่นนี้"
"ก็เพราะข้าเป็พ่อของเ้า...เลยรู้ว่าเ้ามีนิสัยอย่างไร หากเ้าไม่ไปก่อเื่...มีหรือที่คุณชายซานตี้ฉินจะไม่สนใจเ้า รู้ไหมฮูหยินเฟยฉาง อุตส่าห์ให้คนมาทามทาบเ้าให้บุตรชายมาดูตัวเ้า เขาเป็บุตรชายของขุนนาง ลดตัวลงมาดูตัวเ้าที่เป็เพียงเเค่คนขายบะหมี่ก็ดีเท่าไรแล้ว" ผู้เป็บิดากล่าวคำพูดออกมาอย่างรู้สึกโมโห คิดว่าบุตรสาวของตนต้องไปก่อเื่อะไรมาอีก เพราะเขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปฎิเสธบุตรสาวของตน
"ท่านพ่อ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าท่านจะกล่าวเช่นนี้ออกมา ท่านเป็คนในครอบครัวของข้าเเท้ๆ แต่ท่านกับดูถูกข้า แต่กับยกย่องเ้าซานตี้ฉิน...นั่น...ใช่! ข้ามันไม่ดีเอง...รู้หรือไม่ว่าซานตี้ฉิน เป็คนเเบบไหน เขาบอกว่าสตรีในหอนางโลมดีกว่าสตรีเช่นข้า เขากล้าดูถูกข้ายังไม่พอ ท่านพ่อยังซ้ำเติมข้าอีก...ท่านไม่เคยสืบประวัติของเขาบ้างหรือไร ว่าเขาเป็คนไม่เอาไหน ทั้งวันขลุกแต่สตรีในหอนางโลมนั่น" เมื่อเห็นบิดาเอ่ยคำเช่นนั้นออกมา บ่งบอกว่าฝ่ายนั้นดีกว่า ทำให้นางรู้สึกผิดหวังและน้อยใจ จนต้องระบายความอัดอั้นออกมาด้วยคำพูด จนผู้เป็บิดาเมื่อได้รู้ความจริง ถึงกับสำนึกผิด ที่กล่าวออกไปเช่นนั้น
"เอาล่ะ! พ่อเข้าใจแล้ว...ขอโทษเ้าด้วย...เป็เพราะพ่ออยากให้เ้าออกเรือน...เลยไม่ได้สืบประวัติของเขาให้ดี...พ่อรู้เเค่เพียงว่าเขาเป็บุตรชายของขุนนาง...ดีหน่อยที่เ้ายังฉลาดรู้จักสืบหาประวัติ" เขาเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด พอได้ฟังบุตรสาวของตนกล่าวมา ก็คงจะจริง เป็เพราะเขาไม่ได้สืบประวัติซานตี้ฉินเลยสักนิด
"เอาเป็ว่า...เื่นี้ก็ให้จบลงเพียงเท่านี้เเหละ...ต่อไปท่านพ่อก็ไม่ต้องหาคู่ให้ข้าอีก...อย่างไรแล้วข้าก็ไม่เคยคิดที่จะเเต่งงาน"
"ไม่ได้เด็ดขาด! อย่างไรแล้วเ้าก็ต้องออกเรือน สตรีคนอื่นที่อายุใกล้เคียงกับเ้า ต่างก็ออกเรือน มีลูกกันไปหมดแล้ว"
"ไม่เห็นต้องไปสนใจ...ใครจะออกเรือน หรือจะมีลูก ก็ไม่เกี่ยวกับข้าทั้งนั้น...ขอให้ข้าทำงานมีเงินใช้ไม่อดตายก็ได้แล้ว"
"เป็เพราะเ้าคิดเเบบนี้...เลยได้อยู่เช่นนี้ไง...อย่างไรข้าก็ต้องหาผู้ชายที่เหมาะสมกับเ้า...ตอนนี้ก็รอไปก่อนเเล้วกัน...ไว้ให้ข้าหาได้...ข้าจะมาบอกเ้า"
"ท่านพ่อ...ท่านจะหาให้ข้าอีกทำไมกัน...ดูสิ! วันนี้ข้าไม่ได้ขายบะหมี่เลย...เป็เพราะท่านที่ใช้ให้ข้าไปดูตัว เงินก็ไม่ได้ ซ้ำยังให้ซานตี้ฉินดูิ่ข้าอีก พูดไปแล้วก็ยังเจ็บใจไม่หาย" นางกล่าวระบายออกมาอย่างอัดอั้นอีกครั้ง ซ้ำยังรู้สึกเสียดายที่วันนี้นางไม่ได้ออกไปขายบะหมี่ ทั้งที่เวลานี้นางขายเสร็จและคงนั่งนับเงินอยู่ที่บ้านแล้ว
"ก็ให้เ้าคิดว่า...ถือเป็วันพักผ่อนของเ้าแล้วกัน...เ้าจะได้ไม่ต้องคิดมาก...อย่างไรแล้วข้าก็ไม่ล้มเลิกความตั้งใจเป็เเน่"
บิดากล่าวเช่นออกมา ทำให้คนเป็บุตรสาวอย่างนางได้เเต่ทำใจยอมรับ เพราะรู้ว่าอย่างไรแล้ว บิดาของนางต้องสรรหาผู้ชายให้นางไปดูตัวอยู่ดี สิ่งนี้เป็ความ้าของบิดาสินะ
เวลาล่วงเลยมาสิบวัน ดูเหมือนว่าเทียนสุย จะโชคไม่ดีเท่าไร การเล่นการพนันทำให้เขาเสียจนหมดตัว เขาจึงต้องกลับบ้านมา ขอเงินจากบุตรสาว ที่ทำสีหน้าไม่พอใจ เมื่อบิดาไม่ยอมเลิกเล่นการพนัน
"ท่านพ่อ...อย่างไร...ท่านก็ไม่มีเงิน ท่านเอาเงินของข้าไปใช้หนี้แล้ว...ท่านก็ควรหยุด...ก่อนที่ข้าจะไม่มีเงินให้ท่านไปใช้หนี้ที่บ่อนพนันนั่น"นางกล่าวออกมาอย่างร้อนใจ ดูเหมือนว่าบิดาของนางจะเป็ผีพนันเข้าสิงเสียแล้ว ต่อให้นางกล่าวหว่านล้อมเพียงใด ก็ไม่ได้ผล ซ้ำยังเอาเงินเก็บของนางไปเล่นการพนันและชดใช้หนี้พนันที่ติดค้างไว้อีก
"ข้าเลิกเล่นไม่ได้หรอก...ที่ผ่านมาข้าเสียเงินไปมาก...อย่างไรแล้ว...วันนี้ข้าต้องเล่นให้ได้คืนมาบ้าง"
"ท่านพ่อ...ท่านรู้ตัวหรือเปล่า ว่าท่านติดพนันจนไม่ได้สติเเล้ว เงินเก็บของข้าที่มีอยู่ ท่านก็เอาไปเกือบหมด หากท่านยังเเพ้อีก...จะทำอย่างไร"
"เดี๋ยว! ข้าชนะ จะเอาเงินมาคืนก็แล้วกัน "
"สิบวันที่ผ่านมา...ท่านก็เสียเงินมาตลอด...ข้าว่าทางที่ดี...ท่านเอาเงินไปจ่ายหนี้พนัน...แล้วก็ไม่ต้องเล่นอีก...ท่านพ่อเชื่อข้าสักครั้งเถอะ"
"ข้าไม่อยู่คุยกับเ้าให้เสียเวลาแล้ว...ขืนช้ากว่านี้...เดี๋ยวคนจากหอจุ้ยเซียนจะตามมาฆ่าเอาได้ เพราะคิดว่าพ่อไม่มีเงินจ่าย" เขาเอ่ยออกมาอย่างเร่งรีบ ท่าทางไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไร เพราะกลัวว่าหากช้ากว่านี้ บริวารของหอจุ้ยเซียนจะตามมาทำร้าย ที่เขาออกมาได้ เนื่องจากที่ผ่านมาเขาไปเล่นพนันที่นั่นตลอด ที่สำคัญเมื่อเขามีหนี้ ก็ร้องขอให้ปล่อยตนออกมา เพื่อที่จะนำเงินมาจ่ายหนี้ เป็เช่นนี้ทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้คนของหอจุ้ยเซียนจึงไว้วางใจ และให้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม ที่เขาจะต้องนำเงินไปชดใช้หนี้
"ท่านพ่อ...ท่านก็รู้ว่าเสี่ยงเช่นนี้แล้ว...ท่านจะไปเล่นพนันอีกเหรอ" นางเป็ห่วงร้องะโไล่หลัง เนื่องจากบิดาของนางรีบเดินออกไปไกลแล้ว
"นี้...เงินที่เหลือเก็บของข้า...เหลือน้อยเต็มทีแล้วสิ! ขืนท่านพ่อยังเป็เช่นนี้...สงสัยคงไม่มีเงินเหลือให้เก็บเเล้วล่ะ" นางกล่าวออกมาเบาๆ พลางมองดูจำนวนเงินที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ในกล่องหีบไม้ใบเล็กๆ ตลอดเวลาหลายปี ที่นางเฝ้าเก็บสะสมเงินส่วนนี้ที่ได้กำไรจากการขายบะหมี่
แต่ตอนนี้ดูสิ บิดาของนางกลับนำเงินส่วนนี้ไปจ่ายให้กับหนี้พนันนั่น นึกไปแล้วก็รู้สึกเสียดาย จึงได้เเต่หลับตานิ่งเพียงครู่เดียว ก่อนจะลืมตาขึ้นมาแล้วปิดฝาหีบลง จากนั้นจึงนำไปเก็บไว้ดังเดิม