หลังอาหารมื้อเช้า ฟู่หลิงเฉินออกไปจัดการงานที่โรงเตี๊ยมไฉฟู่สาขาเมืองเหยาอันกับเสี่ยวเหมาและหวังจงปล่อยให้บรรดาสตรีของสองครอบครัวเที่ยวชมบรรยากาศรายล้อมบ้านพัก
“สกปรกแล้วนะเจียนจื่อ”หม่าฉางซิ่วซึ่งนั่งอยู่บนศาลากับมารดาและนางฟู่หลันส่งเสียงปรามเมื่อเห็นเด็กชายใช้แท่งไม้ทั้งจิ้มทั้งขุดลงที่พื้นดินตรงโคนต้นไม้แล้วพลิกข้อมืองัดเอาเศษดินและเศษใบไม้จนมันกระเด็นขึ้นมา
“ไม่เห็นจะมีแมลงสักตัว”ฟู่เจียนจื่อบ่นอย่างผิดหวัง เสียงของ ‘น้าฉางซิ่ว’ไม่อยู่ในความสนใจของเขา
“พวกมันกำลังจะจำศีลในฤดูหนาวแล้วขุดตื้นๆ ไม่มีทางเห็นแน่เ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขุดลึกๆ”ว่าแล้วมือเล็กก็กระหน่ำจ้วงแท่งไม้ลงบนดินเม็ดดินที่ยังชุ่มด้วยหยาดน้ำค้างและเม็ดฝนที่ตกเมื่อคืนกระเด็นจนเปรอะเปื้อนชุดที่เขาสวมใส่แต่เด็กน้อยไม่ยี่หระ เพราะมีจินป๋ายไช่คอยปัดเศษดินพวกนั้นออกให้
“เสื้อผ้าเลอะหมดแล้วขึ้นมานั่งคุยกับน้าดีกว่าไหมเจียนจื่อ” คุณหนูบ้านหม่านั้นรักความสะอาดยิ่งบรรดาลูกหลานญาติๆ ใกล้ชิดของนางไม่มีใครได้เล่นคลุกดินคลุกเลนแบบนี้แน่เสื้อผ้าหน้าผมควรจะดูดีอยู่เสมอ
“เด็กก็เป็อย่างนี้เกือบทุกคนอยากจะรู้และเล่นไปตามประสา” นางฟู่หลันเอ่ยอย่างเป็เื่ปรกติความซุกซนแบบพื้นๆ ของหลานรัก บางครั้งนางก็เลือกจะมองผ่านบ้างเพราะแต่ก่อนนางก็เลี้ยงลูกชายมาแบบนี้ “ถ้าสกปรกก็ให้ป๋ายไช่พาไปเปลี่ยนเสื้อ”
การมาเที่ยวหนนี้มีคุณหนูบ้านหม่าและมารดาเป็แขกคนสำคัญฟู่ฟูเหรินออกปากแล้วว่าอยากให้นางกับคุณชายน้อยพูดคุยทำความรู้จักกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นคงไม่ดีแน่หากภรรยาใหม่ของบิดาจะไม่รู้สึกเอ็นดูบุตรชายที่เกิดจากภรรยาคนเก่าคิดแล้วจินป๋ายไช่ก็เอ่ยแนะเด็กชาย
“ขึ้นไปนั่งเล่นกันบนศาลาดีไหมเ้าคะล้างมือและไปกินขนมกัน คุณหนูฉางซิ่วทำขนมที่คุณชายชอบด้วยนี่เ้าคะ”
“ไม่เอา!” เขาตอบเสียงห้วน ให้นั่งนิ่งอย่างกับหุ่นไม้จะสนุกตรงไหน และขนมที่ชอบน่ะกินมากๆ ก็เบื่อ กินั้แ่อยู่ที่อี้หยางแล้ว ยังจะทำให้กินตอนมาอยู่ที่นี่อีก
แต่เขาไม่เบื่อขนมแป้งตากของป่ายไช่แน่ๆนั่งปิ้งเอง อร่อยยิ่งนัก!
อุ้งมือป้อมจับ้าของแท่งไม้ที่จ้วงขุดดินแรงกว่าเดิมด้วยอารมณ์เริ่มขุ่นมัวมากกว่าการเล่นสนุก
“ป๋ายไช่ว่าอย่ากวนพวกมันเลยนะเ้าคะถ้าไม่ขึ้นไปบนศาลาก็ไปเล่นชิงช้ากันดีไหม” เห็นทีจะไม่ได้ผลแน่แล้วจินป๋ายไช่จึงชักชวนเขาด้วยการเล่นชิงช้า เด็กชายปล่อยไม้ พยักหน้ารับแล้วเดินไปยังชิงช้าที่ผูกไว้ใต้ต้นไม้อีกต้นซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
พอทิ้งก้นนั่งบนชิงช้าได้แล้วเด็กชายก็สั่งให้จินป๋ายไช่ผลักที่ด้านหลัง แรกก็ยังเบาๆ แต่เล่นได้สักพักด้วยนึกสนุก เขาก็ใช้เท้าเตะพื้นจนเกิดแรงเหวี่ยงให้ตัวเองทะยานไปข้างหน้าแรงขึ้นร้อนถึงพี่เลี้ยงสาวที่ต้องคอยจับตัวเขาไว้ อีกทั้งพยายามใช้มือเหนี่ยวสายเชือกเพื่อลดแรงเหวี่ยงของชิงช้า
“อย่าแกว่งแรงนักสิเ้าคะท่านย่าใจนรีบลงจากศาลาแล้ว ป๋ายไช่จะโดนดุเอาได้และเดี๋ยวตกลงมามีแผล นับจากพรุ่งนี้คุณชายคงได้แต่นอนอยู่บนเตียงนายท่านคงไม่ยอมให้คุณชายออกไปไหนแน่เ้าค่ะ”
นายท่านสั่งไว้ก่อนจะออกไปทำงานเมื่อ่เช้าว่าเมื่อเสร็จงานวันนี้แล้ว วันพรุ่งนี้เขาจะพาคุณหนูฉางซิ่วกับคุณชายน้อยไปเดินเที่ยวในตัวเมืองคุณชายน้อยกระตือรือร้นที่จะไปเดินตลาดกับบิดาของเขายิ่งนักฉะนั้นคำห้ามของนางจึงค่อนข้างได้ผล เพราะตัวชิงช้าเริ่มจะแกว่งเบาลงแล้ว
“ย่าใจหายหมด!กลัวว่าเ้าจะหล่นลงมา ย่าควรสั่งตีพี่เลี้ยงเ้าดีไหม”
หญิงสูงวัยรู้ว่าหาใช่ความผิดของจินป๋ายไช่นางก็แค่ยกคำมาขู่หลานรัก เขาเติบโตขึ้นมากแล้วสมควรต้องรู้จักรับผิดชอบต่อผลของการกระทำในทุกสิ่งว่าจะกระทบกับผู้ใดบ้าง
“หลานยังไม่ตกเสียหน่อย...”ฟู่เจียนจื่อลงจากชิงช้าตรงเข้าไปกอดร่างที่ค่อนข้างอ้วนท้วนของผู้เป็ย่าอย่างประจบ
“จะรอให้ตกลงมาก่อนหรืออย่างไรเ้าก็อีกคน” หม่าฉางซิ่วหมายถึงพี่เลี้ยงของเด็กชาย “ท่านป้าหลันเกือบจะเท้าพลิกเพราะรีบวิ่งมาหาเจียนจื่อคราวหลังต้องระมัดระวังมิให้คุณชายเล่นโลดโผนแบบเมื่อครู่อีกหากเกิดเหตุพลาดพลั้งเจียนจื่อตกลงมาแขนขาหักชีวิตบ่าวไพร่อย่างเ้าจะเอาปัญญาที่ไหนมาชดใช้คืน”
นางได้ชื่อว่าเป็พี่เลี้ยงคนโปรดของเด็กชายได้คงเพราะตามใจเขามากเกินไป จึงได้เผอเรอต่อความปลอดภัยของเขา
“...ฉางซิ่ว” ผู้เป็มารดาลอบขยิบตาพร้อมกับเรียกบุตรสาวนางไม่อยากให้บุตรสาวตำหนิจินป๋ายไช่ต่อหน้าเจียนจื่อ เท่าที่นางสังเกตดู หากนางฟู่หลันเพื่อนรักจะสั่งตีบ่าวจริงคงทำแล้วแต่น้ำเสียงที่จับได้คล้ายจะเป็เชิงขู่เท่านั้น มิได้มีทีท่าจริงจังแสดงให้เห็นแล้วว่าจินป๋ายไช่ผู้นี้ย่อมต้องมีความสำคัญต่อจิตใจหลานชายนางมากจะเอาชนะใจผู้ชายนั้นไม่ยากเลย ทว่าจะเอาชนะใจเด็กที่เป็เืเนื้อเชื้อไขของผู้ชายนั้นดูเหมือนว่าบุตรสาวของนางจะทำพลาดไปนิดหน่อยแล้ว
นางฟู่หลันวางมือตนเองบนหลังมือของหม่าฉางซิ่วนางสบตาเพื่อนวัยเดียวกันเป็เชิงบอกว่าไม่เป็ไร เพราะต่อไปคนที่จะทำหน้าที่ดูแลเจียนจื่อและบ่าวไพร่ในปกครองก็ต้องเป็ว่าที่ลูกสะใภ้อยู่แล้ว
ข้างฝ่ายจินป๋ายไช่ที่โดนตำหนินางยังรักษาสีหน้าเรียบเฉยของตนไว้ก้มหน้ารับคำต่อสตรีที่อีกไม่ช้าไม่นานจะเข้ามาเป็นายหญิงของบ้านสกุลฟู่
“บ่าวจะจดจำไว้เ้าค่ะคุณหนูฉางซิ่ว”
ฟู่เจียนจื่อรู้สึกเสียหน้าทั้งยังเสียใจที่ความสนุกของเขาทำให้พี่เลี้ยงต้องถูกคนอื่นต่อว่าแรงกอดของหลานชายที่ข้างเอวนางฟู่หลันทำให้หญิงสูงวัยพอจะเข้าใจอารมณ์ขณะนี้ของหลานชาย จึงเสเปลี่ยนเื่
“พาคุณชายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ”นางฟู่หลันสั่งหญิงสาว ก่อนหันไปพูดกับหลานชาย “อีกนานกว่าพ่อเ้าจะกลับ ถ้าเบื่อๆก็ชวนป๋ายไช่ไปเดินเล่นหลังเรือนของเ้าก็ได้แต่ย่าห้ามมิให้แอบหนีไปเดินเล่นบนเขาตามลำพังเป็อันขาด ถ้าอยากจะไปต้องรอให้พ่อเ้าพาไป เข้าใจหรือไม่”
ก่อนหลานชายจะผละกายจากไปนางกอดเขาแรงๆ หนึ่งทีเมื่อเขาพยักหน้ารับคำสั่งของนาง