บทที่ 7
กำจัดชายชุด
หนึ่งหมัดกระแทกเข้ากลางหน้าอกลมปราณมหาศาลที่ถูกผนึกเอาไว้พุ่งทะยานออกมาในครั้งเดียว ชายชุดดำผู้นั้นโดนกระแทกกระเด็นไปหลายเมตรก่อนที่มันจะหยุดยังร่างกายของตนเองลงและกระอักเืออกมา
“ เป็ไปได้ยังไง ”
“ ขอบเขตบ่มเพาะที่อยู่ระดับเพียงแค่รากฐานขั้นกลางโจมตีข้าาเ็ ” ดวงตาของมันนั้นเต็มไปด้วยความสับสน
อันที่จริงแล้วชายชุดดำผู้นี้มีระดับขอบเขตบ่มเพาะที่อยู่เหนือกว่าระดับรากฐานขั้นกลาง แต่ว่าในตอนนี้มันโดนโจมตีเพียงครั้งเดียวร่างกายของมันก็าเ็ขนาดนี้
แม้ว่าจะไม่ถึงแก่ชีวิตแต่มันก็ััได้ว่าลมปราณพวกนั้นกระแทกเข้าสู่ภายใน จางอี้ยิ้มก่อนที่จะพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
แต่คราวนี้ชายผู้นั้นไม่ปล่อยโอกาสเห็นอีกฝ่ายพุ่งตรงเข้ามามันได้โจมตีสวนกลับไป ฝ่ามือของมันทั้ง 2 ผลึกพลังอย่างแข็งแกร่งและก็โจมตีสวนกลับมา
แต่ว่าใน่ที่มันปล่อยฝ่ามือออกมาร่างของขอทานน้อยที่พุ่งเข้ามาก็พลิกตัวหลบอย่างง่ายดาย
จางอี้ร่างกายที่เล็กกว่าของเขามันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว เพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยก็สามารถเคลื่อนไหวหลบการโจมตีพวกนั้นได้
“ โจมตีอย่างตรงๆไม่มีลูกเล่นเลยแม้แต่น้อย ” จางอี้กล่าวหลังจากที่หลบฝ่ามือนั้นมาได้ก็ใช้เท้าของตนเองถีบเข้าไปตรงจุดสำคัญตรงหน้าท้องของมัน
แรงกระแทกรุนแรงไม่แพ้หมัดหลังจากโดนไปชายผู้นั้นก็กระอักเืออกมาอีกครั้ง ใบหน้าของมันยิ่งแปรเปลี่ยนไปในตอนนี้ยิ่งตกตะลึงมากขึ้นกว่าเดิม
ไม่ใช่เพียงแค่ครั้งเดียวแต่ว่าสองครั้งมันโดนโจมตีโดยผู้ฝึกฝนบ่มเพาะระดับรากฐานขั้นกลางสองครั้งแต่กระอักเืออกมาเช่นนี้
จางอี้ที่ยืนอยู่ด้านหน้าของมันในตอนนี้แสดงท่าทางสงบนิ่ง ที่แท้แล้วใน่หลาย 10 วันที่ผ่านมาจางอี้ก็ฝึกฝนแล้วก็ทำความเข้าใจกับตำราที่เหล่ากุ้ยทิ้งเอาไว้ให้
หลังจากที่ทำความเข้าใจกับพวกมันไปหลายส่วน จางอี้จึงได้รู้เกี่ยวกับวิธีการต่อสู้และฝึกฝนมาในตลอดหลายวันที่เดินทาง
ภายในตำรานั้นมีจุดสำคัญในการบอกว่าการต่อสู้กับผู้ฝึกฝนมันมีวิธีการเอาชนะที่ง่ายดายอยู่
รับผู้ฝึกฝนที่ไม่ได้มีระดับห่างกันมากนักพวกมันนั้นจะมีจุดอ่อนอยู่บนร่างกาย ภายในร่างกายของมนุษย์และผู้ฝึกฝนพวกมันก็จะมีเส้นพลังภายในร่างกายหรือเรียกง่ายๆว่าจุดปราณ
ถ้าเกิดว่าโจมตีไปโดนนั้นแม้ว่าจะเป็คนที่มีระดับปมพร้อมที่ต่ำกว่าแต่ก็สามารถสร้างอาการาเ็ได้
จางอี้ประเมินจากสายตาชายผู้ที่อยู่ด้านหน้า อย่างไรเสียก็มีระดับสูงกว่าตนไม่มากนักอย่างน้อยก็น่าจะเป็สูงกว่ารากฐานแต่ไม่เกินระดับสูงกว่านั้น
เพราะแบบนั้นจึงคิดว่าตนเองนั้นมีโอกาสที่จะชนะอยู่เพียงแค่โจมตีในจุดสำคัญผนวกเข้ากับความรู้ที่ตนเองนั้นมีอยู่
จางอี้การใช้ชีวิตในการเป็ขอทานมาตลอดหลายปี มันเป็ประสบการณ์ที่ล้ำค่าสำหรับตัวของเขาเป็อย่างมาก
ไม่ได้มอบเพียงแค่ชีวิตให้แต่ว่าการเป็ขอทานนั้นจำเป็จะต้องเรียนรู้วิธีการเอาตัวรอดมากมาย
ชายชุดดำกัดฟันแน่นหลังจากที่มันโดนโจมตีไปสองครั้งใบหน้าของมันเริ่มเต็มไปด้วยความโกรธ คนผู้นี้ก่อนหน้านี้ยังแสดงรายได้สงบนิ่งได้
แต่ว่าในตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้นแล้วมันรู้ได้ในทันทีถ้าเกิดว่ามันไม่ทำอะไรสักอย่างมันจะเป็ฝ่ายที่โดนโจมตีอยู่อย่างต่อเนื่อง
มันใช้เท้าทั้งสองข้างอย่างรากลึกลงไปที่พื้นร่างกายยึดตรงดุจดั่งต้นไม้ใหญ่ ดวงตาของมันเปล่งประกายไปด้วยพลัง
พร้อมกับพลังภายในร่างกายที่ผนึกรวมเอาไว้ที่บริเวณกลางหน้าอก ฝ่ามือทั้งสองข้างยื่นออกมาพร้อมกับจิตสังหารที่ถูกปลดปล่อยออกมา
“ ทักษะ.. ”
จางอี้เห็นอีกฝ่ายจะใช้ทักษะยุทธมันกลับเป็โอกาสของเขา จางอี้พุ่งทะยานตรงเข้าไปผิดความคาดหมายของผู้ที่อยู่ด้านหน้า
ท่าร่างอันรวดเร็วพุ่งมาอย่างสลับซับซ้อน เคลื่อนไหวไปมาคนผู้นั้นที่กำลังจะใช้ทักษะยุทธออกมาจึงไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวได้
มือของเขาที่กำลังจะโจมตีไปซ้ายทีขวาทีจนอีกฝ่ายไม่สามารถโจมตีออกไป จางอี้จึงได้โอกาสเมื่อตนเองเคลื่อนไหวมาสักระยะก็พุ่งเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าของมัน
ในพริบตานั้นตนเองกัดฟันแน่น จากนั้นก็ผนึกพลังเข้าไปภายในกระดูก “ กระบี่ลึกลับ ”
กระบี่หินสีดำสนิทถูกเรียกออกมาในชั่วพริบตา ชายชุดดำผู้นั้นดวงตาเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก “ ทักษะประเภทอาวุธ”
“ ทำไมคนที่อยู่ในระดับเพียงแค่รากฐานขั้นกลางถึงมีทักษะประเภทอาวุธได้ ”
มันพูดออกมายังไม่ทันจบประโยคกระบี่สีดำที่มันเห็นก็กลายเป็กระบี่สุดท้ายในชีวิตของมัน
จางอี้ไม่เคยทดลองใช้กับมนุษย์มาก่อนในตอนนี้จับกระบี่แน่นตวัดตรงไปด้านหน้า ผู้ใดจะรู้อนุภาคพลังที่ถูกผนึกอยู่ภายในกระบี่นั้นรุนแรงยิ่ง
โจมตีเพียงครั้งเดียวร่างของผู้ที่อยู่ด้านหน้าก็ขาดเป็สองส่วน อานุภาพที่เยี่ยมยอดสามารถสังหารผู้ฝึกฝนบ่มเพาะที่อยู่ในระดับเหนือกว่าตนเองได้
แต่ว่าหลังจากที่โจมตีมันร่างกายจนขาดสะบั้น พลังภายในร่างกายที่ถูกใช้ไปกับกระบี่นี้มันเองก็มากมายพอสมควร
จางอี้ไม่ได้ใในอานุภาพของมันเพราะตนเองนั้นรู้อยู่แล้วว่าอนุภาคของกระบี่เล่มนี้รุนแรงขนาดไหน
หลังจากที่สังหารมันได้เรียบร้อยแล้วก็ยืดตัวตรงขึ้นดวงตามองไปยังพวกโจรที่อยู่ด้านหน้า พวกมันพากันผงะใดวงตาในตอนนี้กำลังทอแววความหวาดกลัว
ร่างกายของพวกมันกำลังสั่นบ่งบอกว่ามันนั้นเกรงกลัวจางอี้ที่อยู่ด้านหน้า จางอี้ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากจากนั้นก็สลายกระบี่ของตนเองในมือ
มองตรงไปที่คนพวกนั้นพร้อมกับกุ้งทะยานก็ไปแล้วก็สังหารพวกมันอย่างรวดเร็วพวกมันหลายสิบคนแม้ว่าจะเป็คนที่มีฝีมือแต่ก็ไม่เทียบเท่ากับชายชุดดำผู้นั้น
จางอี้ด้วยความสามารถในตอนนี้ซึ่งสามารถสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดายเขาฝึกฝนร่างกายของตนเองมาตลอดหลาย 10 วัน
ไม่เพียงเท่านั้นใน่เวลาที่เดินทางมาก็ใช้เวลาในการต่อสู้กับพวกสัตว์อสูรในป่าอีก คนพวกนี้ก็เป็เพียงแค่พวกที่ไร้ความสามารถ
หลังจากสังหารพวกมันจนเสร็จสิ่งที่จางอี้ทำก็คือค้นตัวของพวกมันแล้วก็นำเอาข้าวของมีค่าทั้งหมดออกมา
“ ได้เยอะพอควรเลยร่วมกับค่าจ้างก็คงจะใช้ชีวิตอยู่ได้อีกนาน ” จางอี้พยักหน้าพยักตาใบหน้ากำลังเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความพึงพอใจ
แต่ในขณะที่ตนเองกำลังดูสมบัติที่ได้มาจากพวกกลุ่มคนพวกนี้เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ ขอบคุณเ้ามากที่ช่วยพวกเรา ”
เสียงที่ฟังดูสุขุมของหญิงวัยกลางคนดังขึ้นเมื่อจางอี้หันไปมองเห็นหญิงผู้นั้นก้าวเดินลงมาจากรถม้า
นางเป็หญิงวัยกลางคนใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นปรากฏตัวเล็กน้อยสวมใส่เสื้อผ้าดูดี แต่ไม่ค่อยมีสง่าราศีสักเท่าไรคล้ายว่าจะเป็หญิงรับใช้ภายในตระกูลสูงศักดิ์
“ ท่านเป็ผู้ใด? ”
“ นี่คือขบวนเดินทางลับของคุณหนูหลิว ”
จบบท