หน้าทางเข้าหอเสี้ยวเมฆา อากาศยามเย็นอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดที่เบ่งบานต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ ลมพัดแ่ๆ พาเอากลิ่นหอมจางๆ ของสุราและเสียงพิณไพเราะจากภายในหอเสี้ยวเมฆาออกมาด้วย
หอเสี้ยวเมฆาเป็สถานที่เลื่องชื่อสำหรับบุรุษผู้้าพักผ่อนหย่อนใจ เหล่าคณิกาที่งามเลิศไร้ที่ติต่างพำนักอยู่ในหอนี้
ไม่เพียงแต่ความงามเย้ายวนของพวกนางที่ดึงดูด แต่ความสามารถในการบรรเลงเพลง ดื่มสุรา และสนทนาก็เป็ที่ชื่นชอบของผู้มาเยือน
หวังหยางยืนอยู่หน้าหอเสี้ยวเมฆา มองดูป้ายหอที่แขวนอยู่เหนือประตูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลใจ ใบหน้าคมคายของเขามีแต่ความกังวลใจ นับั้แ่ฮ่องเต้ประกาศคำสั่งให้เขาแต่งงานกับคุณหนูลี่หยา ความสงสัยและความไม่พอใจก็อัดแน่นอยู่ในอกของเขา เขามิได้มีความตั้งใจที่จะแต่งงานกับนางมาก่อน แต่คำสั่งของฮ่องเต้ย่อมไม่อาจฝ่าฝืนได้
ข้างหวังหยางมีสหายองค์รักษ์อีกสองคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน หวางหลิน สหายสนิทของเขา ยิ้มกว้างและตบบ่าของหวังหยางเบาๆ พร้อมกับ กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ "หวังหยาง เ้าเคร่งเครียดไปแล้ว! คำสั่งแต่งงานเช่นนี้มิใช่เื่ใหญ่โตอะไรนัก เ้าต้องดีใจที่ได้แต่งกับสตรีงามเช่นคุณหนูลี่หยา ทำไมจึงดูทุกข์ใจเช่นนี้เล่า?"
หวังหยางถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เ้า กล่าวง่าย เพราะเ้าไม่ต้องเป็คนที่ถูกจับแต่งงาน ข้ายังไม่รู้จักนางดีพอ แล้วนี่ข้าจะใช้ชีวิตร่วมกับนางได้อย่างไร?”
"ฮ่าๆ!" หวางหลินหัวร่อเสียงกังวานโดยมิได้ใส่ใจ สีหน้าฉายแววขบขันและสำราญใจ "เ้าคิดมากไปเอง! นางเป็สตรีที่งดงามและเพียบพร้อม ชื่อเสียงของตระกูลหลี่ก็เลิศล้ำ นางมิได้มีอะไรเสียหายเลย เ้าควรจะดีใจแทนที่จะมานั่งทุกข์เช่นนี้ เ้าจะเอาอะไรมากไปกว่านี้อีกหรือ?" หวางหลินกล่าวอย่างกระตือรือร้น เสียงของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย
"อย่าได้กังวลไปเลย! ข้าขอแนะนำให้ท่านไปดื่มสุราที่หอเสี้ยวเมฆา สักสองสามจอก เพื่อคลายความทุกข์ในใจ เ้าจะได้ลืมเื่วุ่นวายทั้งปวงไปชั่วขณะ หวังหยางเอ๋ย จงพักจิตใจเสียบ้างเถิด ความกังวลเช่นนี้มิสมควรเก็บไว้ในอกนานเกินไป" หวางหลินชักชวนอย่างจริงใจ พร้อมทั้งหันไปหาสหายองค์รักษ์คนอื่นๆ ที่ยืนอยู่ด้วยกันเพื่อให้พวกเขาช่วยสนับสนุนคำ กล่าวของตน
หวังหยางส่ายศีรษะเบา ๆ หัวใจยังคงเต็มไปด้วยความกังวลที่มิอาจปลดปล่อยออกมาได้
"เ้ามิรู้ถึงความอึดอัดในใจ า ข้าไม่ได้ปฏิเสธความงามของคุณหนูลี่หยา แต่เื่แต่งงานนั้นมันมิใช่เื่เล่นๆ ข้ารู้สึกเหมือนถูกจับถุงชนอย่างไม่เต็มใจ... หากข้าไม่สามารถเข้ากับนางได้ ข้าควรทำเช่นไร?"
หวางหลินฟังคำ กล่าวของหวังหยางแล้วก็ถอนหายใจเบาๆ
"หวังหยางเอ๋ย เ้าช่างดื้อรั้นยิ่งนัก! เหตุใดเ้าจึงมองเห็นแต่ด้านร้ายของเื่ราว มิได้เห็นหรือว่ามีบุรุษมากมายที่ปรารถนาจะได้คุณหนูลี่หยาเป็ภรรยา เ้าควรผ่อนคลายจิตใจบ้าง หากมิเป็เช่นนั้น เ้าคงไม่ต่างจากต้นไม้ที่เหี่ยวเฉา"
ด้วยความรำคาญใจจากท่าทีของหวังหยาง หวางหลินจึงเดินไปตบสะโพกของเขาอย่างแรงหวัง พร้อมกับหัวเราะเสียงดังอีกครั้ง
"หวังหยางเอ๋ย เ้าช่างดื้อรั้นยิ่งนัก! ข้าบอกให้เ้าผ่อนคลาย มิใช่ให้จมอยู่ในความเครียดเช่นนี้ หรือเ้า้าให้ข้าสั่งสอนด้วยการเตะสักที เพื่อปลุกเ้าให้ตื่นจากความคิดวุ่นวายนี้?"
หวังหยางแม้จะยังครุ่นคิดถึงเื่การแต่งงาน แต่การที่ถูกหวางหลินตบก้นเช่นนั้นทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาชั่วครู่ เขามองสหายของตนด้วยสายตาเคืองเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
"หวังหยางพึมพำในลำคอว่า 'เ้ากล่าวราวกับว่ามันเป็เื่ง่ายดาย...' ขณะเดียวกัน เขาก็ััได้ถึงความจริงใจในวาจาของหวางหลิน ที่พยายามช่วยให้เขาผ่อนคลาย"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินผ่านไปใกล้ๆ และหยุดลงไม่ไกลนัก หยางหนิง สาวงามแห่งวังหลวง สหายสนิทของลี่หยา เผอิญเดินผ่านมาพอดี
นางเห็นท่าทางการหยอกล้อของหวางหลินและหวังหยางแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเข้าใจผิด สายตาของนางเบิกกว้าง นางรีบแอบซุ่มอยู่มุมหนึ่งของต้นไม้แล้วจ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใ
"เป็อย่างที่ข้าเห็นจริงหรือไม่?" หยางหนิงกระซิบกับตัวเองด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น นางเห็นหวางหลินตบสะโกหวังหยาง และหวังหยางก็มิได้ปฏิเสธหรือโต้ตอบอะไร นางเข้าใจไปทันทีว่าทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าความเป็สหาย
"หรือว่าข้าจะเห็นสิ่งใดผิดพลาดไป? หรือว่าหวังหยาง...กับหวางหลิน..." หยางหนิง กล่าวกับตัวเองอย่างตื่นตระหนก
ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความสับสน นางรีบยกผ้าแพรในมือขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นเสียงอุทานของตัวเอง "พวกเขาเป็...แบบนั้นจริงๆ หรือ?"
ใบหน้าของหยางหนิงซีดเผือด นางกัดริมฝีปากแน่น นึกถึงสหายรักของตนเอง ลี่หยา
นางรู้สึกใอย่างยิ่งที่ว่าที่สามีของลี่หยาอาจจะมีความสัมพันธ์รักใคร่กับบุรุษด้วยกันเอง"นางมิรู้ว่าจะจัดการกับความคิดนี้อย่างไร หยางหนิงยืนนิ่งด้วยความสับสน จนมิอาจขยับกายได้
ด้านนอกหวางหลินยังคงหัวร่อเบา ๆ ด้วยความสำราญในขณะที่หวังหยางยืนนิ่งด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด หวังหยางไม่รู้เลยว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้น ได้สร้างความเข้าใจผิดอันใหญ่หลวงแก่สตรีนางหนึ่ง