ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยาม เ้านิลน้อยเริ่มตีขาช้าลง เธอรู้สึกได้ว่าน้องชายเริ่มเหนื่อยแล้ว จึงเอ่ยถามกับเขาว่า
“พ่อนิลเหนื่อยแล้วหรือไม่” เด็กหญิงยังคงตามประกบน้องชายไม่ห่าง ด้วยกลัวจะเกิดอันตราย
“ยังขอรับ ขอแค่ยังมีหยวกกล้วย น้องยังฝึกต่อได้ขอรับ” นิลตอบแต่ขาของเขาเริ่มอ่อนแรงเสียแล้ว
“ดีมาก ต่อไปนี้ออเ้าต้องมาฝึกว่ายน้ำกึ่งชั่วยามในตอนเย็น แล้วก็จักเก่งเอง” พลอยลูบหัวน้องชายและจัดแจงตารางเวลาฝึกให้แก่เขาโดยไม่ถามความเห็น
“คุณพี่พลอยมีรางวัลให้น้องรึไม่ขอรับ” เมื่อรู้ว่าเขาโดนจับฝึกทุกวันแล้ว นิลก็ไม่ยอมเสียเปรียบ ถามหาของชดเชยขึ้นมาทันที
“รางวัลรึ เอาเป็กระไรดีล่ะ” พลอยทำท่าครุ่นคิด ในความเป็จริง มันก็มีเพียงไม่กี่อย่างที่นิลจะร้องขอจากเธอ
“อะไรก็ได้ขอรับ” นิลตอบด้วยรอยยิ้มร่าเริง มือยังเกาะอยู่ที่หยวกกล้วยไม่ปล่อย
“เอาเป็ข้าวเย็นดีหรือไม่ ตอนนี้มีข้าวสารอาหารแห้งแลเครื่องปรุงแล้ว ย่อมทำกระไรได้หลากหลาย” พลอยเสนอขึ้นมา ซึ่งนั่นก็เข้าทางเธอ เพราะเธอไม่อยากให้น้องกินน้ำตาลปั้นบ่อยนัก อย่างที่เธอบอกกับเขา หากฟันผุขึ้นมาจะเื่ใหญ่
“คุณพี่จะทำกระไรให้น้องกินขอรับ น้องอยากกินสำรับฝีมือคุณพี่พลอยอีกขอรับ” นิลคิดถึงสำรับฝีมือของพลอย เพราะพลอยเป็คนทำสำรับสำหรับตัวเองและน้องยามอยู่เรือนออกหลวงพิจิตรอาสา ไม่มีใครทำกระไรให้เธอกิน…
“จะให้ทำของยากๆอย่างตอนที่อยู่เรือนโน้นคงไม่ได้ ทำของง่ายๆดีกว่านะ” เด็กหญิงเอ่ยยิ้มแย้ม
“กระไรก็ได้ขอรับ น้องกินได้หมดทุกอย่างเลยขอรับ” นิลนั้นแสนตื่นเต้น ตลอดทางที่มายังปากน้ำโพ เขากินแต่อาหารฝีมือคนอื่น แต่อาหารที่เขาชอบที่สุดล้วนแล้วแต่เป็อาหารฝีมือของพี่สาวทั้งสิ้น จะว่าเขาติดพี่ก็คงไม่ไกลความจริงนัก
“พ่อนิลอยู่ในวัยกำลังโต ต้องกินอะไรที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เน้นโปรตีนเป็หลัก แต่หมูแลไก่ก็หาได้ยาก คงมีแต่ปลาที่พอหาได้มากหน่อย แต่จะกินปลาทุกวันคงเบื่อแย่ ทำอะไรดีนะ” พลอยเอ่ยพึมพำกับตัวเอง หากเป็เธอ จะกินปลาทุกวันก็คงเบื่อตายเป็แน่ คนสมัยนี้แทบไม่กินไก่กินหมูกันเลย กินกันแต่ปลาเพราะอยู่ติดแม่น้ำ เธออกจะแตกตาย
“นึกออกแล้ว” หญิงสาวร้องออกมาในใจ ก่อนจะะโจากในน้ำหาคนที่อยู่บนเรือน
“พี่เรืองจ๊ะ พี่เรือง” ได้ยินเสียงของพลอยดังมาแต่ไกล เรืองที่จัดการที่นอนหมอนมุ้งอยู่เสร็จแล้วก็โผล่หน้าออกมาจากครัว
“มีกระไรให้พี่ช่วยหรือจ๊ะแม่พลอย พี่เพิ่งเย็นที่นอนเสร็จกำลังจัดครัวอยู่พอดีเทียว” เรืองวิ่งไปยังท่าน้ำเพื่อดูสองพี่น้องลอยคออยู่กลางน้ำ คนหนึ่งเกาะหยวกกล้วยไว้แน่น อีกคนหนึ่งโผล่ขึ้นมาแต่หัวดูทำตัวสบายๆ
“พี่หาดูให้ข้าหน่อยเถิดว่าเรามีแหหรือไม่” พลอยเอ่ยกับเรือง ความจริงเธอไม่รู้หรอกว่าแหใช้อย่างไร แต่ในเมื่อจะจับปลา เบ็ดก็ไม่มี สุ่มก็ใช้ไม่ได้ อย่างไรเสียก็คงต้องแหมันนี่แหละ
“ได้จ้ะ รอพี่อยู่ตรงนี้ประเดี๋ยวหนึ่งนะ” เรืองเกาหัวอย่างงุนงง หากจะเอาปลาก็ไปซื้อเอาที่ตลาดก็ได้ ไม่เห็นต้องจับเอง ปลาเองก็ราคาเพียงสามสิบเบี้ย เพราะเป็ของที่หาง่าย จับเอาได้ทั่วไป
“พ่อนิล เรามาจับปลามาทำอาหารเย็นกันเถิด” พลอยหันมายิ้มกับน้องชาย เธอสามารถจุดประกายความอยากรู้อยากเห็นของน้องชายได้เสมอ และนี่เป็อีกครั้งที่เธอทำให้เขาอยากรู้เอามากๆ ว่าเธอจะทำอะไรต่อไป
“ขอรับ น้องอยากจับปลา” นิลยังคงลอยคออยู่ในน้ำ เขาพยักหน้าด้วยความสนใจ
“มาแล้วจ้ะ แห ดีนะ ตาสองเขาชอบหาแลทำอาหารการกิน เครื่องมือจึงมีพร้อม มีข้องด้วยหนา หว่านแหแล้วจับปลาใส่ข้องได้เลยจ้ะ” เรืองวิ่งกลับมาพร้อมกับแหขนาดใหญ่และข้องในมือ เธอวางข้องเอาไว้ตรงท่าน้ำ พลางเอ่ยบอกกับพลอย
“ขอบใจจ้ะพี่เรือง ปะ พ่อนิล เราขึ้นจากน้ำกันเถิด” พลอยที่เห็นเช่นนั้นก็ชักชวนน้องขึ้นจากน้ำ
“ขอรับคุณพี่พลอย” นิลตอบรับพี่สาว ก่อนจะตีขาเข้าฝั่งไปอย่างกระตือรือร้น
พลอยช่วยส่งตัวนิลขึ้นบันไดท่านั้นไป ก่อนตัวเธอนั้นจะเดินตามขึ้นไป เด็กหญิงมองแหอย่างพินิจพิเคราะห์ แล้วถามกับบ่าวของเธอด้วยน้ำเสียงอึมครึม
“พี่เรืองจ๊ะ คือพี่ใช้แหเป็หรือไม่” เธอถามจริงจัง และหวังว่าเรืองจะตอบว่าเธอใช้แหเป็ หากแต่คำตอบนั้นสวนทางกับสิ่งที่เธอคาดหวัง
“พี่ก็เคยเห็นคนใช้มาบ้างจ้ะ แต่จริงๆก็มิเคยใช้ดอก” เรืองส่ายหน้า เธอเคยเห็นแต่บ่าวผู้ชายหว่านแหจับปลากัน แต่มิเคยหว่านเองบ้างสักครั้ง ด้วยเพราะเป็งานหยาบของผู้ชาย บ่าวหญิงอย่างเธอจึงไม่เคยแตะเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ข้าก็ไม่เคยใช้จ้ะ แต่ลองดูก่อนแล้วกัน” พลอยทอดถอนใจออกมาอย่างหนักใจ เห็นทีเธอต้องซื้อปลาเอาเสียแล้ว แต่ครั้นจะใช้เงินอย่างเดียวไม่หา แบบนั้นก็คงหมดตัวเอาสักวัน
“พี่ทำดีกว่าจ้ะ แม่พลอยตัวเล็ก พี่กลัวว่าแหจะพันรอบตัวเอา” เรืองไม่ยอมส่งแหให้กับพลอย เธอกลัวว่าพลอยที่ตัวเล็กกว่าจะพลาดท่าแล้วเอาตัวไปพันกับแหและเกิดตกน้ำตกท่าไปได้
“จ้ะพี่เรือง” พลอยตอบรับ แต่เธอก็ไม่ได้ไปไหนไกล ได้แต่ยืนอยู่ข้างๆอย่างลุ้นๆเท่านั้น
เรืองจับเชือกที่แหเอาไว้ก่อนจะหว่านปลายที่ติดกับโซ่ลงไปที่แม่น้ำ ทอดอยู่ครู่หนึ่งเธอยืนรอนิ่งๆ ก่อนจะพยายามกู้แหขึ้นมา แต่พบว่าเธอดึงแหแทบไม่ขึ้น เห็นในน้ำอยู่ลิบๆ ว่ามีปลามากมายติดอยู่ที่แห นิลร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ปลา! ปลามากมายเลยขอรับ ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น” นิลชี้มือชีไม้ออกไปทางแม่น้ำ เขาไม่เคยเห็นใครทอดแหมาก่อน นี่เป็ครั้งแรกที่เคยเห็นคนทอดแหจับปลาได้มากมายขนาดนี้ เขารู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
“นี่มันปลากระไรกันจ๊ะเนี่ย ตัวใหญ่นัก” พลอยเองก็ไม่ต่างกัน ปลาจากแม่น้ำในสมัยเธอมิได้ตัวใหญ่เช่นนี้แล้ว มีเพียงปลาที่อยู่เขตอภัยทานของวัดที่จักอ้วนพีเนื่องด้วยมีคนให้ขนมปังมากมาย แม่น้ำเ้าพระยาในสมัยอยุธยาช่างอุดมสมบูรณ์สมกับคำว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าวเหลือเกิน
“ปลาชะโด แม่พลอยมาช่วยพี่หน่อยจ้ะ ตัวใหญ่แลมากนักพี่จักดึงไม่ไหวแล้ว” เรืองร้องเรียกขอความช่วยเหลือ ตอนนี้เธอมือชาไปหมดแต่ก็ดึงแหขึ้นมาได้ไม่หมด เหลือเพียงนิดเดียวเท่านั้นที่ยังจุ่มอยู่ในน้ำ
“มาจ้ะ มาจ้ะ พี่เรือง สาม สี่ ดึง” พลอยรีบปรี่เข้าไปช่วย ก่อนจะให้สัญญาณแล้วดึงแหขึ้นจากน้ำพร้อมๆกับเรือง
“ว้าย” เรืองร้องวี้ดว้ายออกมาพลางก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น เธอคลำก้นป้อยๆด้วยความระบม น้ำตาเล็ดออกมาจากดวงตาคู่หวาน
“มากมายนักมีกุ้งติดมาด้วย แต่เรายังมิกิน ปล่อยมันกลับลงน้ำก่อนเถิด” พลอยพินิจพิเคราะห์ดูปลาที่ติดมากับแห ปลากว่าสิบตัวพร้อมกุ้งแม่น้ำตัวโตๆอีกเกือบยี่สิบ หากเธอมีตู้เย็นเธอคงเก็บเอาไว้ทั้งหมด หากแต่ไม่มี เธอจึงต้องเลือกเก็บไว้เป็ตัวๆไปเท่านั้น
“ปลาตัวเดียวก็กินได้กันทั้งเรือนแล้วจ้ะ นี่ได้มาเยอะเกินไป” เรืองเองก็ยังตะลึงกับผลของการหว่านแหครั้งนี้ ทั้งหมดนี้แทบจะเก็บไว้กินได้ทั้งเดือนหากนำไปทาเกลือตากแห้ง
“เช่นนั้นเอาไว้สองตัวจ้ะ วันนี้ข้าจักทำอาหารใหม่ให้ทุกคนได้กินกัน” พลอยประสานมือเข้าด้วยกันอย่างตื่นเต้น ทำเอาพ่อนิลและเรืองตื่นเต้นตามไปด้วย อาหารสูตรใหม่อย่างนั้นหรือ จะเป็เช่นไรกันนะ
“จริงหรือจ๊ะ เช่นนั้นพี่ไปหุงข้าวเตรียมรอไว้เลยดีไหมจ๊ะ” เรืองลุกขึ้นจากพื้นด้วยความกระตือรือร้น ก่อนจะแกะปลาและกุ้งที่ติดแหออกมาปล่อยลงน้ำทั้งหมด เหลือไว้เพียงสองตัวเท่านั้น
“เอาไว้ก่อนจ้ะ กินกับข้าวร้อนๆ น่าจะอร่อยกว่า พี่ไปเตรียมของให้ข้าหน่อยได้หรือไม่จ๊ะ” พลอยทำท่าออดอ้อนกับเรือง ตอนนี้เธอลืมไปเสียแล้วว่า เรืองคนนี้อายุน้อยกว่าเธอในโลกอนาคตมากนัก เธอเริ่มจะนับถือเรืองเป็ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของเธอขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว
“ว่ามาเลยจ้ะ แม่พลอย” เรืองยิ้มร่า เื่อาหารการกิน เธอไม่พลาดอยู่แล้ว เธอเป็ลูกมือให้กับพลอยมาั้แ่ไหนแต่ไร แลตอนนี้ก็ไม่ยากจะหยิบจับใช้สอยอะไรเพื่อแม่พลอย
“แป้งข้าวจ้าว มะขามเปียก พริกแห้ง น้ำปลา เกลือ แลน้ำตาลปึก” พลอยร่ายสูตรเครื่องปรุงออกมา โดยที่เรืองจำได้อย่างมิขาดตกบกพร่อง เธอไล่เรียงดูก็พบว่ามีวัตถุดิบบางอย่างขาดไปจึงพูดกับพลอยว่า
“ดีนะจ๊ะ ที่เมื่อเช้าเราซื้อของมาไว้บ้างแล้ว ตอนนี้ไม่มีแป้งข้าวจ้าวแลน้ำตาลปึกจ้ะ เดี๋ยวพี่รีบไปซื้อให้” เรืองเอามือเปื้อนน้ำปาดที่โจงกระเบนของเธอหลังจากที่ปล่อยปลาและกุ้งจนหมดแล้ว เธอกล่าวกับพลอยด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“ขอบน้ำใจพี่เรืองนะจ๊ะ” พลอยไม่เคยลืมเอ่ยขอบคุณ แม้อีกฝั่งจะเป็บ่าว แต่เธอก็รู้สึกขอบใจที่มีคนทำอะไรให้เธออยู่เสมอ ไม้เว้นแม้แต่เรืองที่รับใช้เ้าของร่างมานาน
“หน้าที่ของพี่จ้ะ แม่พลอย” ว่าแล้ว เรืองก็รีบวิ่งแจ้นไปตลาด ปล่อยให้สองพี่น้องเอาปลาใส่ข้องแล้วเดินขึ้นเรือนอย่างสบายใจ