ตอนที่13
ฉันอยากจะสบถดังๆให้ตายเถอะ ทำไมปัญหาเื่พวกนี้ถึงมาเกิดตอน่ ม.6พอดีด้วยนะ แค่ปัญหาเื่เรียนก็มากพอแล้วนะฉันไม่นึกว่าการชอบใครสักคนมันจะกลายเป็ประเด็นวุ่นวายขนาดนี้ และที่สำคัญ…
“ถ้ายังอยากเป็เพื่อนกันอยู่อย่าคุยกันเื่นี้อีกเลย”
ฉันตัดสินใจพูดตัดบทเพื่อหลีกเลี่ยงการพูดถึงปัญหาเื่เดิมก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากมุมตึก ขึ้นไปเรียนบนห้องตามเดิม
เริ่มต้นการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของคาบสอง่เช้าฉันกำลังนั่งจ้องแผ่นกระดาษแบบฝึกหัดที่อาจารย์ถือไว้ในมือมันคือคะแนนเก็บที่พวกเราเพิ่งสอบไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
“อาจารย์จะให้หัวหน้าห้องคืนแบบฝึกหัดให้นักเรียนทุกคนแล้วเรามาดูกันว่าใครได้คะแนนเท่าไหร่บ้าง”
“ตื่นเต้นว่ะ แม่ง”เพื่อนสาวในห้องโต๊ะข้างๆบ่นพึมพำ
“กูว่าไม่จินก็ไลน์ที่ได้ท็อปแต่สำหรับกู ขอแค่ไม่ตกก็พอล่ะ” เหมียวเอ่ยขึ้นส่วนฉันนะเหรอ แทบอยากจะใช้เวทมนต์ขอให้ได้คะแนนเกินครึ่งสักทีเถอะ
หลังจากหัวหน้าห้องแจกเอกสารลงบนโต๊ะฉันก็รีบเอามือปิดหัวคะแนนและปิดตาเพื่อภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ‘สาธุนะเ้าคะขอให้ผ่านด้วยเถอะเ้าค่ะ ลูกช้างจะได้ไม่ต้องมาสอบซ่อม่ปิดเทอม ขอเถอะนะเ้าคะ’
ฉันค่อยๆลืมตาและขยับนิ้วทีละนิ้วเปิดออกตัวหลังเลข 9 ตัวหน้าขอมากกว่า 5 หรือเท่ากับ5 เถิด
“79 เยส!!” ผ่านฉลุยเลยแฮะ โล่งอก “อีเหมียวได้เท่าไหร่”
“72”
“ปรบมือให้เพื่อนที่ได้คะแนนสูงสุดของห้องด้วยค่ะธนภัทรได้คะแนน 95 คะแนน ส่วนอันดับ 2 คือภาคินได้ 93 คะแนน และอันดับที่ 3 ณัชชา ได้90 คะแนน”
โฮเพื่อนในกลุ่มของฉันได้คะแนนเรียงกันเลย ธนภัทรคือจิน ภาคินคือซูม และณัชชาคือไลน์แล้วดูฉันสิ ได้คะแนนน้อยที่สุดในกลุ่มเลย
“ใครที่ได้คะแนนต่ำกว่า50 เตรียมตัวสอบซ่อม่ปิดเทอมด้วยนะ อาจารย์จะแจ้งอีกที”
ฉันเม้มปากมองดูคะแนนของตัวเองไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้แตะ 90 กับเขาบ้างหรือเปล่า
“ตอนนี้นักเรียนทุกคนอยู่ม.6 กันแล้วต้องรู้จักพัฒนาตนเองเพื่อจะได้สอบเข้ามหาลัยที่้าได้ การแข่งขันสูงมากเลยนะจะมานั่งๆนอนๆไม่ได้แล้ว ใครที่รู้ตัวเองว่าไม่เก่งก็หาที่เรียนพิเศษหรือไม่ก็รวมกลุ่มกันสัก 5 คน อาจารย์จะสอนให้่เสาร์-อาทิตย์”
“ค่า/ครับ”
“มึงมึงว่าคะแนนกูน้อยไปป่าววะ” เหมียวหันหน้ามาและส่งกระดาษแบบฝึกหัดมาให้ฉันดูคะแนน
“ผ่านก็ดีแล้วเมื่อปีก่อนมึงยังตกอยู่เลยไม่ใช่เหรอ”
“เออ” เหมียวได้ยินฉันพูดแบบนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจก่อนจะหันกลับไปนั่งตามเดิม
17.32 น.
ตอนนี้ฉันยืนอยู่หน้าโรงเรียนกำลังตัดสินใจว่าจะกลับบ้านกับใครดี เพราะมีผู้ชายสองคนยืนมองหน้ากันเหมือนกำลังจะทำา
ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะกลับรถเมล์แต่บังเอิญว่ามีคนยืนขวางทางอยู่ ฉันเลยต้องหยุดความคิดนั้นแล้วยืนนิ่งอยู่ตรงนี้
“พวกมึงเอาเวลาไปทำอะไรที่มีประโยชน์กว่านี้ก็ได้นะไม่จำเป็ต้องไปส่งกูหรอก”
“ปกติกูไปส่งมึงอยู่แล้ว”ซูมพูดขึ้น
“แต่กูจะไปส่งมึงเอง”จินพูดแทรก
“แล้วทำไมมึงต้องมาทำหน้าที่แทนกูด้วย”
“แล้วทำไมกูต้องยอมให้มึงไปส่งพรีสด้วยกับสิ่งที่มึงทำวันนั้น…”
“อืม กูยอมรับ กูตั้งใจ”
“ไอ้ซูม!!”
“แต่กูไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นนอกจาก…” ซูมมีท่าทีเลิ่กลั่ก สายตาเริ่มกรอกไปมาไม่โฟกัสฉันว่าเขากำลังปกปิดอะไรบางอย่าง
“แกทำอะไร” ฉันกอดอกแล้วหันไปคาดคั้นกับเขา อย่าให้เป็อย่างที่คิดเลย เพราะแค่ตอนนี้เพื่อนที่มีอยู่ก็แทบจะมองหน้ากันไม่ติดแล้ว
“บอกสิว่าคืนนั้นมึงทำอะไรพรีส” จินพูดแทรกและแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“กู…ขอโทษ” จู่ๆซูมก็พูดขึ้น
“มึงขอโทษแค่นี้เหรอกูยอมให้มึงไปส่งมัน แต่มึงกลับทำแบบนี้เหรอไอ้ซูม!!”
“เดี๋ยวนะ มึงจะบอกว่ามึงเป็คนสร้างรอยดูดที่คอกูใช่ปะ” ฉันถามอย่างหาเื่ด้วยความที่กำลังโกรธ เสียงก็เลยดังไปหน่อย แต่ดีที่แถวนี้ไม่มีคนแล้ว
“อืม”
“ไอ้ซูม!!”
“แล้วมึงจำได้หรือเปล่าว่ามึงทำอะไรวันนั้น” ซูมมองฉันราวกับว่าเขาไม่ผิด
“…” ฉิบหายอีกล่ะจู่ๆก็มาตั้งคำถามกับฉัน แสดงว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นใช่ไหม
________________________
18.00 น.
(เหมียว)
วันนี้ถือเป็วันที่ฉันรู้สึกภาคภูมิใจอีกวันเพราะวิชาภาษาอังกฤษที่ปกติแทบจะไม่เคยได้เกินครึ่งเลยสักครั้งต้องเป็เพราะพระเ้ายังเมตตาฉันอยู่แน่ๆ
“คุณหนูกลับมาแล้วเหรอคะ”
“คุณแม่อยู่ไหมคะ”
“คุณนายยังไม่กลับเลยค่ะ”
“แล้วคุณพ่อล่ะ”
“คุณท่านอยู่ในห้องทำงานค่ะ” ดีล่ะ ฉันจะแบ่งปันความสุขให้กับคุณพ่อก็แล้วกัน
ฉันรีบถอดรองเท้าแล้ววิ่งขึ้นไปข้างบนเพื่อไปหาคุณพ่อที่ห้องทำงาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
แกร๊ก
“คุณพ่อคะ”
“ว่าไง กลับมาแล้วเหรอ”
“ค่ะ หนูมีอะไรจะมาบอก”
“แป๊บนะ ฮัลโหล…อืม…ฉันบอกให้แกดูให้ดีแล้วไม่ใช่เหรอ…ทำไม่ฟัง!! ให้ฉันสั่งแกทุกอย่างเลยหรือไง!!”
พ่อวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างหัวเสียจนฉันไม่กล้าจะเอ่ยปากพูด
“มีอะไร”
“คือ…พ่อหนู คราวนี้ภาษาอังกฤษหนูได้คะแนนดีแล้วนะคะ” ฉันรีบเข้าไปยืนใกล้ๆท่านและวางแบบฝึกหัดให้พ่อได้เห็นบนโต๊ะพ่อหยิบขึ้นมาดูจากนั้นก็ยื่นคืนฉัน
“อืม เก่งมาก”
“…” แค่นั้นเองเหรอ
“ออกไปก่อนนะพ่อขอคุยธุระก่อน รีบไปกินข้าวพักผ่อนได้แล้ว”
“ค่ะ” ฉันพยักหน้าและเดินออกมาจากห้องอย่างงงๆมันไม่ใช่เื่แปลกที่พ่อจะไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเื่เรียนของฉันสักเท่าไหร่เพราะท่านมีงานต้องทำตลอดเวลา เอาเป็ว่า ช่างมันก็แล้วกัน
ฉันกลับเข้าห้องไปอาบน้ำและลงมาข้างล่างเพื่อกินข้าวตอนนี้น่าจะเป็เวลาที่แม่กลับมาที่บ้านแล้วล่ะมั้ง
“คุณแม่!!” ฉันวิ่งไปหาแม่ที่กำลังเดินเข้าบ้านในสภาพอ่อนเพลียสุดๆ “แม่ไปทำอะไรมาคะ”
“ว่าไง กินอะไรหรือยัง”
“กำลังจะกินค่ะ แม่คะหนูมีอะไร…”
“ไว้ค่อยคุยนะแม่เหนื่อยมาก ป้าเอาน้ำส้มขึ้นไปให้ฉันด้วยนะ”
“ค่ะคุณนาย” แล้วคุณแม่ก็เดินผ่านหน้าฉันขึ้นไปข้างบน โดยที่ไม่ได้ฟังอะไรฉันเลย
ซึ่งมันกลายเป็เื่ปกติอยู่แล้วั้แ่ตอนที่ฉันอยู่ ม.1 ตอนนั้นฉันได้เกรด 4 ดีใจจนแทบอยากจะเป็ลมล้มพับหลายรอบตั้งใจว่าจะเอาเกรดมาให้พ่อกับแม่ดูพวกเขาจะได้รู้ว่าฉันขยันขึ้นและตั้งใจเรียนมากแค่ไหน
แต่ปรากฏว่าพวกท่านไปต่างประเทศฉันก็ยังไม่ยอมแพ้ โทรไปหาพวกท่าน แต่สิ่งเดียวที่ได้ยินกลับมาคือ ‘แค่นี้ก่อนนะ แม่ไม่ว่างพ่อไม่ว่าง’ มันเลยเป็เื่ที่ฉันเคยชินแต่ก็ยังรู้สึกเจ็บคันในใจนิดหน่อย
แต่ช่างมันเถอะทุกคนทำงานเพื่อให้ฉันได้อยู่สุขสบาย กับเื่แค่นี้ไม่เป็อะไรหรอก ฉันขึ้นมาบนห้องเพื่อเตรียมตัวทำการบ้านจู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
_________________________
Line
พี่นนท์
พี่นนท์ : นอนหรือยังคะ
พี่นนท์ : คิดถึงจัง
อ่านแล้ว
คิดถึงเหมือนกันเลยค่ะ : เหมียว
พี่นนท์ทำอะไรอยู่เหรอคะ : เหมียว
พี่นนท์ : พี่มีคุยงานที่หอเพื่อนนะ วันนี้อาจจะกลับดึก
ดูแลตัวเองด้วยนะคะ เหมียวเป็ห่วง : เหมียว
พี่นนท์ : เหมียวก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ
พี่นนท์ : แล้วก็ ดีใจด้วยนะ
ดีใจเื่อะไรเหรอคะ : เหมียว
พี่นนท์ : ก็เื่คะแนนวิชาภาษาอังกฤษไงพี่เพิ่งเห็นในทวิตเตอร์เมื่อกี้
ขอบคุณนะคะ : เหมียว
พี่นนท์ : พรุ่งนี้หลังเลิกเรียนพี่จะไปรับนะคะเราไปหาอะไรกินกัน
พี่นนท์ว่างเหรอคะเหมียวรบกวนพี่หรือเปล่า : เหมียว
พี่นนท์ : สำหรับเหมียว ไม่เคยมีคำว่ารบกวนเลยนะ พี่เต็มใจเสมอ
โอเคค่ะ เหมียวจะรอนะ : เหมียว
พี่นนท์ : ครับผม ฝันดีนะคะ เด็กดีของพี่
ฉันนั่งอมยิ้มกับข้อความของพี่นนท์ที่พิมพ์กลับมาคำว่า ‘เด็กดีของพี่’ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังละลายจากเดิมที่ชอบเขาอยู่แล้วก็ยิ่งทำให้รู้สึกชอบเพิ่มมากขึ้นไปอีกเป็เพราะว่าพี่นนท์ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นเขาเป็ผู้ชายที่สนใจรายละเอียดเล็กน้อยๆเสมอ ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมเพื่อนๆถึงไม่ชอบเขาและพยายาม ผลักไสไล่ส่งเขาตลอด
__________________________
(พรีส)
วันต่อมา
11.21 น.
ฉันกับเหมียวนั่งอยู่ในโรงอาหารกำลังดูลูกชิ้นในชามอย่างเหม่อลอยสมองกำลังคิดถึงเื่ที่ซูมบอกเมื่อวานเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นในวันนั้นแต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก
“พรีส มึงคิดอะไรอยู่”เสียงไลน์ทำให้ฉันดึงสติกลับมา
“เปล่ากูมีเื่ให้คิดนิดหน่อย”
“แต่สีหน้ามึงไม่โอเคเลยนะ”
“กูโอเคแต่อีเหมียวน่าจะไม่…” ฉันเท้าคางมองเหมียวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะทำไมวันนี้เหมียวมีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แถมยังดูเหมือนมีเื่ให้คิด
“เหมียว เป็ไร”ไลน์นั่งอยู่ข้างเหมียวสะกิดถาม
“เฮ้อ กูแค่เบื่อๆอ่ะ”เหมียวพูดพลางเขี่ยหมูในจาน
“เป็อะไร”
“อยากเที่ยว”
“ไปเที่ยวไหน” ฉันถาม
“เที่ยวไหนก็ได้”
“เป็อะไรของมึงจู่ๆถึงอยากเที่ยว”
“ก็แบบ…กูพูดไม่ถูก”
“ไปเรียนพิเศษกับกูดีไหม”ไลน์ถามขึ้นพร้อมกับกลั้นขำ คำถามนี้ทำเอาฉันกรอกตาบนเลยทีเดียวก็คนในกลุ่มเรามีแต่คนี้เี ไม่มีใครอยากไปหรอก
“พอเถอะจ๊ะตามสบายมึงดีกว่า กูกลัวจะอ้วกระหว่างเรียน” เหมียวตอบ
“ใกล้สอบแล้วนะหาเวลาไปเรียนพิเศษบ้างก็ดีนะ”
“ใช่ไลน์พูดถูกกูก็ว่างั้นแหละ” ฉันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“กูว่าวันนี้จะไปเที่ยวห้าง”
“ไปกับใคร” ฉันหรี่ตาถามอย่างจับผิด “อย่าบอกนะว่าไปกับ…”
______________________
(เหมียว)
“กูไปกับแม่!! วันแม่ชวนกูไปเดินเล่น” ฉันรีบพูดก่อนที่เพื่อนสนิทจะเอ่ยชื่อพี่นนท์ออกมา
“จริงอ่ะปกติแม่มึงไม่ค่อยว่างไม่ใช่เหรอ”
“ก็วันนี้แม่กูชวนไป”
“หรือว่าจะพาไปฉลองเื่คะแนนวิชาภาษาอังกฤษ”ฉันอึ้งไปเลยเมื่อเพื่อนพูดถึงเื่นี้ขึ้นมา “กูจำได้ว่า ตอน ม.1 ที่มึงได้เกรด 4 ทุกวิชา พ่อกับแม่มึงพาไปเที่ยวต่างประเทศใช่ปะ ดีว่ะคราวนี้คงจะพาไปซื้ออะไรให้อีกนะสิ”
ตอน ม.1 ได้เกรด 4 ทุกวิชาคือเื่จริงแต่เื่พาไปเที่ยวต่างประเทศมันคือเื่แต่งขึ้นมา ใช่ฉันโกหกเพื่อนว่าพ่อกับแม่ดีใจมากกับเกรดของฉัน ถึงได้พาไปเที่ยว ทั้งที่ความจริงไม่มีใครอยู่ที่บ้านเลยสักคน ยกเว้นฉัน…
ที่ต้องบอกเพื่อนไปแบบนั้นเพราะไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เพื่อนได้เห็น และฉันก็เข้าใจว่าพ่อกับแม่ไม่มีเวลาเพราะมัวแต่ทำงานก็เลยไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่พ่อก็โอนเงินให้ฉันเื่เกรดนะ ท่านบอกว่าเป็ของขวัญ
“ใช่แม่กูจะพาไปซื้อของขวัญ”
“อิจฉามากเลยจ้า”พรีสเบ้ปากก่อนจะนั่งกินก๋วยเตี๋ยวตามเดิม
“ดีแล้วปกติแม่มึงไม่ค่อยอยู่บ้าน คราวนี้มีเวลาให้มึงบ้างก็ดีนะ” ไลน์เอ่ยสมทบ
“ใช่กูก็เลยเครียดอยู่ว่าจะเอาอะไรดี”
17.45 น.
ห้าง
ฉันกับพี่นนท์มาที่ห้างหาอะไรกินตอนเย็นแถมพี่นนท์ยังพาไปซื้อของสำหรับผู้หญิงอีกด้วยฉันรู้สึกอบอุ่นนะเวลาอยู่กับพี่นนท์
“น้องเหมียวอยากได้อะไรอีกไหมคะ”
“ไม่แล้วค่ะ”
“งั้นพี่ให้อันนี้”จู่ๆพี่นนท์ก็ยื่นกล่องเล็กๆมาให้ฉัน
“อะไรเหรอคะ”
“ของขวัญค่ะสำหรับคะแนนวิชาภาษาอังกฤษ”
ฉันจ้องมองกล่องที่อยู่ในมือก่อนจะแกะออกมามันคือสร้อยข้อมือที่เป็รูปกระต่ายปกติฉันไม่ค่อยชอบกับของอะไรแบบนี้เพราะมันดูหวานเกินไป แต่ครั้งนี้กลับทำให้ฉันรู้สึกตื้นตัน หัวใจบีบรัดแน่นจนแทบอย่างจะร้องไห้
“พี่ไม่รู้จะซื้ออะไรให้ดีก็เลยให้สร้อยข้อมือ หวังว่าน้องเหมียวจะชอบนะคะ”
“ค่ะ เหมียวชอบมากเลยค่ะ”
“ดีใจนะคะ ที่เหมียวชอบ”เป็ครั้งแรกที่มีคนให้ของขวัญกับฉัน ถึงมันจะแค่เื่คะแนนวิชาภาษาอังกฤษ
“วันศุกร์เหมียวว่างไหม”
“ทำไมเหรอคะ”
“พี่จะชวนไปดูหนังที่ห้อง พอดีมีหนังเื่หนึ่งที่พี่อยากดูกับเหมียว”
ถ้าเป็่เวลาก่อนหน้านี้ ฉันคงจะคิดมากและคอยไปถามเพื่อนสนิททั้งสองคนแต่ก็จะถูกตอบกลับมาว่า ‘ห้ามไป’ แต่…
“ค่ะ เหมียวจะไป” ฉันเชื่อใจเขาเพราะเขาเป็คนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกดี และฉันก็ชอบเขามากด้วย
#ขายของหน่อยนะคะ
สำหรับคนที่ชอบอ่านนิยายยาวๆ นิยายโรแมนติก เป็เื่ราวความรักของหนุ่มสาวที่เจอกันเหมือนเวรกรรมพามา
ระหว่างพอลสันกับหนูเรียว (เื่ พอลสัน : รักให้จำ)
มี 2 เล่มจบ อ่านตัวอย่างก่อนได้นะคะ ถ้าชอบก็ค่อยอุดหนุน
