บทที่ 26 ลัทธิโลหิติญญา
เทพธิดาเซียวร่างกายสั่นสะท้าน ดวงตาฉายแววอาฆาตแค้นฝังลึก คนที่อยู่ตรงหน้านี้ก็คือนักพรตประหลาดที่ตามล่าสังหารนางมาตลอดทาง!
"่นี้ภายในจวนหละหลวมนัก เทพธิดาเซียวลอบเข้ามาได้ บัดนี้นักพรตผู้นี้ก็ลอบเข้ามาได้อีก เหล่าหวงดูท่าจะยังคงนอนหลับอุตุอยู่ ไม่มีความรู้สึกตัวเลยสักนิด"
ความคิดของฟางเฉินแล่นผ่าน วินาทีต่อมาเขาก็ถอดจิตออกจากร่าง ยืนตระหง่านอยู่บนความว่างเปล่า คอยพิจารณานักพรตผู้นี้อย่างเงียบเชียบ
ในยามนี้เขามีสถานะิญญาออกจากร่าง ทุกสิ่งรอบตัวล้วนอยู่ในความควบคุมของเขา ไม่ว่าจะมีลมพัดใบไม้ไหวเพียงนิด เขาก็สามารถตอบสนองได้ทันท่วงที
"เป็เขาหรือ?"
เมื่อเห็นใบหน้าของนักพรตชัดเจน ดวงตาของฟางเฉินก็ฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง เขาจำได้ว่าเมื่อห้าหกปีก่อน ดูเหมือนจะเคยพบคนผู้นี้ในงานเลี้ยงสักแห่งในเมืองหลวง
แต่เวลาผ่านไปนานเกินไป ฟางเฉินจำไม่ได้แล้วว่าเคยพบคนผู้นี้ในงานเลี้ยงของใคร ในตอนนั้น งานเลี้ยงน้อยใหญ่ที่เขาเข้าร่วมในแต่ละเดือนอย่างน้อยก็มีไม่ต่ำกว่าสิบกว่างาน!
"มีเพียงผู้ที่มีพลังปราณเซียนเท่านั้น ถึงจะสามารถบีบหนอนไหมแม่ลูกของข้าออกมาได้"
นักพรตมองไปทางฟางเฉินและค่อย ๆ เอ่ยปาก
พลังปราณเซียน?
นี่คืออะไร?
เทพธิดาเซียวฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่นางรู้ว่าหนอนตัวเมื่อครู่นั้นเรียกว่าหนอนไหมแม่ลูก
"เ้าเป็ผู้บำเพ็ญเพียร ทำไมถึงต้องลงมือกับนาง? เ้ามีจุดประสงค์อะไรในต้าเซี่ย"
ิญญาของฟางเฉินกลับเข้าสู่ร่าง และเอ่ยถามอย่างเรียบเฉย
"เ้ารู้มากไปก็ไม่มีประโยชน์ วันนี้ข้ามาที่นี่ไม่ได้้าเป็ศัตรูกับเ้า เพียงแต่จะมาฆ่านางเท่านั้น"
นักพรตเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ข้าเคยพูดไว้แล้ว ว่าจะให้นางกลับถึงชิงซงอย่างมีชีวิต" ฟางเฉินยิ้มบาง ๆ
"ฟางเฉิน อย่าคิดว่าคนอื่นเรียกเ้าว่าเทพาแล้วคำพูดของเ้าจะเป็ประกาศิต์ ในสายตาของพวกข้า เ้าไม่ได้มีค่าอะไรเลย"
นักพรตยิ้มแล้วกล่าวต่อ "ถ้าเ้าจะขวางข้า ข้าก็จะลงมือกับเ้า"
"พลังปราณเซียนของเ้า... ดูเหมือนจะไม่ได้สูงส่งเท่าไหร่ การจะลงมือกับข้าไม่ดูเบาไปหน่อยหรือ?"ฟางเฉินรู้สึกสงสัยเล็กน้อย
เขาััได้ว่าพลังปราณเซียนในร่างกายของอีกฝ่ายนั้นพอ ๆ กับเขา อย่างมากก็แค่ขั้นเลี่ยนชี่ระดับสามเท่านั้น เช่นนี้แล้ว เพียงใช้ยันต์อสนีม่วงแผ่นเดียวก็สามารถสยบคนผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย
"หึหึ ดูเหมือนเ้าจะเพิ่งเข้าสู่เส้นทางนี้ มีหลายเื่ที่เ้ายังไม่กระจ่างแจ้ง แต่ก็ช่างเถอะ ข้าเองก็สงสัยนักว่าทำไมเ้าถึงมีพลังปราณเซียนขึ้นมาอย่างกะทันหัน วันนี้จะขอจับเ้ากลับไปเค้นสอบให้สิ้นสงสัยเสียหน่อย" กล่าวจบ นักพรตก็หยิบระฆังใบเล็กขนาดเท่าฝ่ามือออกมา แล้วเคาะเบา ๆ หนึ่งครั้ง
วื้ง…
พลังลึกลับสายหนึ่งสั่นะเืออกไป พลังนี้พยายามจะสั่นคลอนจิติญญาของฟางเฉิน แต่ดูเหมือนมันจะไม่คาดคิดว่าจิติญญาที่มันพยายามจะสั่นคลอนนั้น หนักแน่นมั่นคงประดุจขุนเขาใหญ่
เพียงชั่วพริบตา พลังนี้ก็ถูกสะท้อนกลับ และระฆังในมือนักพรตก็ะเิออกเสียงดังสนั่น กลายเป็เศษทองแดงเศษเหล็กไร้ค่า
"อั่ก!"
นักพรตกระอักเืออกมาคำโต ใบหน้าฉายแววไม่อยากจะเชื่อ ระฆังสะกดิญญาของเขาถูกอีกฝ่ายสะท้อนพลังกลับมาได้อย่างไรกัน!
นี่เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด!
ระฆังสะกดิญญานี้เพียงพอจะสะกดผู้บำเพ็ญเพียรที่ต่ำกว่าขั้นกลั่นลมปราณระดับ 6 ได้ เป็ของวิเศษที่ท่านอาจารย์ประทานให้หลังจากที่เขาสร้างความดีความชอบใหญ่หลวง!
เทพธิดาเซียวตกตะลึงจนตาค้าง นึกไม่ถึงว่านักพรตที่มีวิชาพิศดารผู้นี้ เพียงแค่เผชิญหน้ากับฟางเฉินก็ถึงกับกระอักเื ทั้งที่ฟางเฉินั้แ่ต้นจนจบไม่ได้ขยับแม้แต่ปลายนิ้วเดียว!
"ไอ้เศษสวะจากไหน บังอาจมาหาเื่ท่านชาย ไปตายซะ!"
ทันใดนั้น เสียงะโกึกก้องก็ดังขึ้น เทพธิดาเซียวพลันเห็นั์ใหญ่ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังนักพรต
ั์ใหญ่เงื้อมหมัดขนาดเท่าโถหิน ซัดเปรี้ยงเดียวจนกระดูกและกล้ามเนื้อของนักพรตแตกละเอียดนอกจากนี้ ยังมีกระบี่เล่มหนึ่งแทงทะลุหน้าอกของนักพรต จากนั้นก็ชักออกและแทงซ้ำเข้าไปอีก!
"ท่านชาย ท่านไม่เป็ไรนะขอรับ?"
เ้าม้าเหล็กเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วประสานมือคำนับฟางเฉิน
"ท่านชายนักพรตผู้นี้ขวัญกล้านัก บังอาจมาหาเื่ท่านจริง ๆ รนหาที่ตายแท้ ๆ"หวงซื่อไห่ถ่มน้ำลายใส่นักพรตแล้วด่าทออย่างหัวเสีย
"พวกเ้า อย่าเพิ่งทำเขาตาย ข้ายังมีเื่จะถาม"ฟางเฉินกล่าวอย่างเหนื่อยใจเล็กน้อย
"ไม่ตาย ๆ ยังเหลือลมหายใจไว้อยู่ครับ"
หวงซื่อไห่รีบหิ้วร่างของนักพรตที่ปวกเปียกราวกับโคลนตมขึ้นมา พร้ะคอกว่า "ท่านชายถามอะไรก็ตอบมาอย่างนั้น เข้าใจไหม? ถ้ากล้าเล่นตุกติก บิดาจะบีบหัวแกให้เละ"
"แม่ทัพัั์... เขาออกมาจากศาลต้าหัวแล้วหรือ?"
เทพธิดาเซียวเห็นหวงซื่อไห่แล้วก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง
คนตระกูลเซียวรู้จักหวงซื่อไห่เป็อย่างดี เขาคือหนึ่งในสี่แม่ทัพัใต้บัญชาฟางเฉิน มีพละกำลังมหาศาลมาแต่กำเนิด!
จากนั้นนางก็มองเห็นเ้าม้าเหล็ก ความอึ้งเปลี่ยนกลายเป็ความตกตะลึง ความหวาดกลัว และตามมาด้วยความโกรธแค้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
"ข้าถามเ้า เ้ามีจุดประสงค์อะไรในต้าเซี่ย และใครเป็คนสั่งให้เ้าไปฆ่าเทพธิดาเซียว?"
ฟางเฉินเดินมาหยุดตรงหน้าของนักพรตแล้วถามเรียบ ๆ อีกฝ่ายไม่มีทางนึกอยากจะฆ่าเทพธิดาเซียวขึ้นมาเองแน่ เื้ัเื่นี้ต้องมีคนสั่งการ แต่ในต้าเซี่ยแห่งนี้ จะมีใครที่สามารถสั่งการผู้บำเพ็ญเพียรได้?
ฟางเฉินพลันตระหนักได้ว่า น้ำในเมืองหลวงนั้นลึกซึ้งเกินกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก เขาเคยคิดว่าตัวเองรู้จักต้าเซี่ยดีพอแล้ว แต่ดูเหมือนความจริงจะไม่ใช่เช่นนั้น!
"แค่ก แค่ก แค่ก..."
นักพรตไอออกมาเป็เืไม่หยุด แววตาเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและอาฆาตแค้น เขาไม่เคยคิดเลยว่าในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรเลี่ยนชี่ขั้นสาม วันหนึ่งจะต้องมาถูกจอมยุทธ์สองคนรุมทำร้ายจนตาย
าแของเขาสาหัสยิ่งนัก หากไม่มีโอสถวิเศษมาช่วย อายุขัยของเขาก็คงจะสิ้นสุดลงในไม่ช้านี้!
"ฟาง... ฟางเฉิน ลัทธิโลหิติญญาจะแก้แค้นให้ข้า อีกไม่นานเ้าก็ต้องตามลงไปอยู่เป็เพื่อนข้าแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ..."
นักพรตแสยะยิ้มอย่างดุร้าย จากนั้นคอก็พับลงและสิ้นลมไปโดยสมบูรณ์
ลัทธิโลหิติญญา?
สีหน้าของฟางเฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อย นี่คือสำนักของผู้บำเพ็ญเพียรอย่างไม่ต้องสงสัย!หวงซื่อไห่และเถี่ยหม่าต่างพากันขมวดคิ้ว พวกเขาไม่เคยได้ยินชื่อลัทธิโลหิติญญานี้มาก่อนเลย
"เถี่ยหม่า เ้าเป็คนของฟางเฉินมาโดยตลอดเลยหรือ?"
เทพธิดาเซียวโพล่งถามขึ้นมา
"อืม"
เ้าม้าเหล็กพยักหน้าตอบเรียบ ๆ
"ช่างเป็เทพาฟางที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ สามารถส่งคนมาแฝงตัวในตระกูลเซียวของพวกเราได้ตั้งหลายปีโดยที่พวกเราไม่รู้ตัวเลยสักนิด แม้แต่ท่านพ่อของข้าก็ถูกไอ้เถี่ยหม่าคนนี้หลอกเข้าให้แล้ว!"
เทพธิดาเซียวหัวเราะออกมาด้วยความโกรธแค้น
ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่า ทำไมสมรภูมิสำคัญบางแห่งถึงเพลี้ยงพล้ำเพราะความบังเอิญหลายอย่าง จนทำให้กองทัพหมาป่าพ่ายยับ คนระดับสูงของกองทัพหมาป่ามีคนทรยศ มีไส้ศึกแฝงอยู่ นี่คือคำอธิบายที่ดีที่สุด!
"เ้าม้าเหล็กคือคือัซุ่มใต้บัญชาของข้า ตระกูลเซียวของพวกเ้าเองก็ส่งสายลับมาแฝงตัวในต้าเซี่ยไม่น้อย จะมาถือสาอะไรเื่นี้กัน?
าระหว่างสองทัพ ย่อมต้องใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ชัยชนะ ไม่มีอะไรน่าโกรธเคืองหรอก"
ฟางเฉินกล่าวอย่างสงบนิ่ง "เ้าาเ็ไปทั้งตัว ไปพักผ่อนก่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนไปส่งเ้าออกจากเมืองหลวง"
"ไม่ ข้าไม่ไป ถ้ายังไม่รู้ที่มาที่ไปของคนผู้นี้ ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น"
เทพธิดาเซียวเหลือบมองศพของนักพรต
"ตาเฒ่าหวง พานางไปพักผ่อน ถ้านางกล้าเล่นตุกติกก็หักขาของนางซะ"
ฟางเฉินสั่งการ
หวงซื่อไห่หัวเราะ "เฮอะ ๆ" แล้วเดินเข้าไปหิ้วตัวเทพธิดาเซียวออกไป เทพธิดาเซียวในมือเขาราวกับลูกไก่ตัวน้อย ไร้ซึ่งกำลังขัดขืนใด ๆ
เ้าหม้าเหล็กตั้งท่าจะตรวจค้นสิ่งของบนร่างของนักพรต แต่ฟางเฉินส่ายหน้าเบา ๆ "ข้าจัดการเอง ของบางอย่างบนตัวเขาอาจจะมีอะไรประหลาด ต้องระวังว่าเขาจะทิ้งไม้ตายอะไรไว้"
ฟางเฉินทรุดตัวลงนั่งตรงหน้านักพรตและเริ่มทำการค้นหา เขาพบขวดกระเบื้องใบเล็กหนึ่งขวด และถุงหนังใบเล็กอีกหนึ่งถุง ซึ่งถุงหนังนั้นดูบวมนูนเหมือนจะใส่ของไว้ข้างในไม่น้อยเลย