เด็กน้อยรูปร่างผอมโซผู้หนึ่งนั่งขอทานอยู่ตรงมุมถนนดวงตาจับจ้องไปยังผู้คนที่กำลังเดินขวักไขว่ผ่านไปมาราวกับร่างไร้ิญญาเสื้อผ้าที่สวมบนตัวนั้นทั้งเก่าทั้งเหม็นขาดเป็รูโหว่เศษดินเปรอะเปื้อนดวงหน้าเล็กจนมอมแมม ผมเผ้ายุ่งเหยิงพันตัวหนาจับกันเป็ก้อนกระทั่งเกิดเสียงดังกังวานกระทบลงบนวัตถุสติสตังจึงได้กลับคืนมา
แกร๊ง!
ด้านในถ้วยแตกร้าวเก่าคร่ำคร่าปรากฏก้อนศิลาทองกลิ้งวนรอบแล้วรอบเล่าก่อนค่อย ๆ หยุดนิ่งอยู่ตรงกึ่งกลางถ้วยเด็กน้อยมองก้อนศิลาทองอย่างตกตะลึง พลางหันซ้ายแลขวาอย่างเกรงว่าใครจะมาเห็นเข้ามือเล็กผอมหนังหุ้มกระดูกรีบหยิบก้อนศิลาทองยัดเก็บไว้ตรงอกเสื้ออย่างรวดเร็วเมื่อเงยหน้ามองไปทางผู้ใจบุญเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างของบุรุษในชุดดำเขาก้าวย่างด้วยฝีเท้ารวดเร็วรัศมีความน่าเกรงขามแผ่กระจายออกมารอบตัว
ทันใดนั้นหางตาของขอทานน้อยพลันเหลือบเห็นผู้คนกลุ่มหนึ่งที่มีลักษณะการแต่งกายแตกต่างจากคนในแคว้นกำลังสะกดรอยตามเขาอย่างลับๆ ดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจ มโนธรรมในใจเด็กน้อยพลันแบ่งออกเป็สองฝ่ายจะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นไม่ยุ่งเื่ชาวบ้านนั่งขอทานต่อไป หรือควรไปเตือนให้เขารู้ตัวสักหน่อยเพื่อตอบแทนเงินก้อนโตที่ถูกโยนใส่ถ้วยมา
สุดท้ายแล้วมโนธรรมภายในจิตใจกระตุ้นให้ขาสั้นๆ ของเด็กน้อยวิ่งไล่ตามคนกลุ่มนั้นไปห่าง ๆ จนมาไกลถึงหุบเขาร้อยภูติเสียงการต่อสู้จึงได้เริ่มต้นขึ้น ร่างเล็กแอบซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้หนาดวงตากลมโตขยับไปมาจับจ้องเหตุการณ์ตรงหน้าตาไม่กระพริบเมื่อเสียงการต่อสู้สงบลงขอทานน้อยจึงโผล่พ้นออกมาจากที่ซ่อน
“ไหน ๆ ก็ซี๊แหงแก๋ไปปรโลกกันหมดแล้วสิ่งของในตัวยกให้ข้าเถิดนะ ผลบุญจะได้ส่งให้พวกท่านไปสู่สุขคติ…”
เมื่อกล่าวจบ… สองมือผอมบางไล่ล้วงค้นตามเนื้อตัวไปทีละศพจนสามารถรวบรวมทรัพย์สินเงินทองได้พอสมควรกระทั่งถึงคนสุดท้ายที่ยังมีลมหายใจแ่เบาเขาประคองร่างท่วมเืพิงกายอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ขอทานน้อยจดจำได้ในทันทีเขาคือผู้ใจบุญคนนั้นนั่นเอง
“พี่ชาย ท่านไหวรึไม่ ? แข็งใจลุกขึ้นหน่อยเถิด…”
ขาสั้น ๆ รีบซอยเท้าเข้าไปอย่างกุลีกุจอเพื่อช่วยพยุงชายหนุ่มเรือนร่างสูงใหญ่ให้ค่อยๆ หยัดกาย โดยทิ้งน้ำหนักส่วนหนึ่งไว้บนร่างเล็ก
“หมะ… เหม็น…เหม็นจัง…”น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างแ่เบาแถมยังมีเสียงลมหายใจฟึดฟัด
“นั่นเป็คำที่ท่านควรกล่าวต่อผู้ที่คิดจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือท่านหรือ?” เด็กน้อยถลึงตาใส่ด้วยความขุ่นเคืองแทบอยากทิ้งร่างของเขากองเอาไว้ตรงนั้น
“ขะ… ขอโทษ… แต่เ้าเหม็นมากจริง ๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเสียใจในความไร้มารยาทของตนเอง
“เกิดเป็ขอทานน้อยเช่นข้าจะให้มีกลิ่นกายหอมหวนชวนดอมดมดั่งผู้มีอันจะกินเยี่ยงท่านได้อย่างไรเล่า?” น้ำเสียงเล็ก ๆ ตอบกลับอย่างประชดประชัน ทำให้คนตัวโตถึงกับลืมอาการเจ็บแผลไปชั่วขณะมุมปากทั้งสองข้างยกขึ้นอย่างขบขัน
เด็กน้อยประคองชายแปลกหน้ากลับไปที่ถ้ำอย่างทุลักทุเลเพราะบริเวณทางเข้านั้นมีเถาวัลย์พันเกี่ยวอย่างหนาแน่นสามารถอำพรางสายตาจากผู้คนและสัตว์ป่าดุร้ายได้ดี
“นอนรออยู่ที่นี่ก่อนนะ พยายามหายใจเข้าไว้อย่าพึ่งรีบตาย ข้าจะออกไปหาสมุนไพรมาช่วยรักษาอาการาเ็ให้ท่าน…”
เมื่อกล่าวจบร่างเล็ก ๆ จึงเคลื่อนกายออกไปนอกถ้ำทันทีเพียงไม่นานก็กลับมาพร้อมกับสมุนไพรกิ่งไม้แห้งและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารที่ถูกห่อด้วยใบบัวมาจำนวนหนึ่ง
ขอทานน้อยนำเสื้อผ้าที่ดึงมาจากศพชุบน้ำบิดพอหมาดแล้วเริ่มทำความสะอาดร่างกายให้คนเจ็บซึ่งขณะนี้นอนสลบไสลไปแล้วาแเล็กน้อยมีอยู่ทั่วตัว แต่าแใหญ่นั้นกลับเป็รอยดาบยาวบริเวณหลังกว่าจะทำแผลพอกสมุนไพรเสร็จจึงเป็เวลาพลบค่ำพอดี
กลิ่นอาหารหอมตลบอบอวลปลุกชายหนุ่มให้ฟื้นคืนสติใบหน้าของเขาเริ่มมีสีเืกลับคืนมาเล็กน้อยสายตาคมกริบมองตามความเคลื่อนไหวของขอทานน้อยที่กำลังนั่งปิ้งอาหารอย่างตั้งอกตั้งใจเขาไม่คิดเลยว่าการโยนเศษเงินให้อย่างไม่ได้ตั้งใจสุดท้ายแล้วจะกลับกลายเป็การช่วยชีวิตตนเองเสียอย่างนั้น
“ในเมื่อท่านฟื้นแล้วก็ลุกขึ้นมากินเสียหน่อยเถิดเสียงท้องร้องของท่านดังยิ่งกว่าเสียงของจักจั่นบนูเายามค่ำคืนเสียอีก…” ขอทานน้อยกลั้วหัวเราะก่อนหันกายมาพยุงให้ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง พร้อมยื่นวัตถุทรงรีสีเหลืองทองที่เสียบอยู่บนไม้ให้กับบุรุษชุดดำความหิวโหยทำให้เขารับมาทานอย่างไม่อิดออด