บทที่ 2 : ซ่งอี้หราน
ซ่งอี้หรานรีบเดินกลับบ้าน หล่อนไม่พอใจมารดาเป็อย่างมากที่ให้แม่สื่อไปพูดคุยกับสกุลเฉิน ทั้งที่มีผู้ชายดีๆ ในเมืองส่งแม่สื่อมาคุยทาบทามสู่ขอเธอหลายต่อหลายคน แม้ตอนนี้สกุลเฉินจะมีหน้ามีตา บุตรชายเป็ถึงผู้กองมีเงินเดือนและคูปองไม่น้อย แต่อย่างไรเขาก็เป็ชาวนาขาเปื้อนโคลน ต่อให้สวมเครื่องแบบก็ไม่อาจปกปิดกำพืดเดิมได้!
หากหล่อนหน้าตาบ้านๆ ก็แล้วไปเถิด แต่หล่อนสวยยิ่งกว่าผู้หญิงในเมืองพวกนั้นเสียอีก คนเราต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ทหารเธอเห็นมานักต่อนักที่ต้องตายในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ในยุคที่บ้านเมืองยังไม่สงบเช่นนี้มีอันตรายรอบด้าน หมู่บ้านเธอมีแม่ม่ายสี่คน เป็ภรรยาทหารไปแล้วสาม ชีวิตของพวกหล่อนลำบากมาก ตายทั้งเป็ บางคนยอมลดศักดิ์ศรีเพื่อหวังเงินเล็กน้อยประทังชีวิต และสุดท้ายก็ถูกทหารแดงจับตัวไปลงโทษจนเสียชีวิต
ซ่งอี้หรานไม่ยอมมีชีวิตเช่นนั้น แต่หล่อนขัดมารดาไม่ได้ ความกตัญญูสำคัญยิ่งกว่าอาหารและน้ำดื่ม การผันตัวไปเป็คนเมืองนั้นหากไม่แต่งงานก็ต้องมีงานที่มั่นคง ซึ่งต้องใช้เงินซื้อตำแหน่งมาจากผู้อื่นอีกที วันก่อนสะใภ้ในหมู่บ้านตั้งครรภ์ ต้องลาออกจากงาน จึงตั้งใจขายตำแหน่งงานในโรงงานทอผ้า ราคาขายคือสองร้อยหยวน! ในยุคนี้เงินสองร้อยหยวนแทบจะเป็เงินเก็บหลายปีของคนทั้งตระกูล!
แลกกับเงินเดือนยี่สิบกว่าหยวนแล้วถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แต่ชาวบ้านชนบทนั้นหาเงินยากกว่าในเมืองนัก ข้อดีคือสามารถแอบแลกเปลี่ยนซื้อขายของภายในหมู่บ้านสะดวกกว่าในเมือง
ซ่งอี้หรานเดินมาถึงบ้านหลังเล็ก มารดาเธอเป็แม่หม้าย บิดาเป็ทหารและเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ เงินตอบแทนที่ได้มาถูกคุณย่าแสนดีเอาไปให้ลุงใหญ่กรุยทางให้ลูกชายลูกสาวไปใช้ชีวิตสุขสบายในเมือง ส่วนเธอกับแม่และพี่ชายอีกสองคนถูกไล่มาอยู่บ้านหลังเล็กท้ายหมู่บ้าน
มารดาของซ่งอี้หรานชื่อคุณแม่อี้ หล่อนรอฟังข่าวอย่างใจจดใจจ่อ ใบหน้าหญิงวัยกลางคนยังดูงดงาม แม้ทำงานหนักมาทั้งชีวิต เมื่อเห็นบุตรสาวคนสวยกลับมาถึงเธอรีบถามทันที “หรานหราน! เป็อย่างไรบ้าง ถูกใจเฉินซานไหม?”
“ไม่ค่ะ” ซ่งอี้หรานถอดรองเท้าและถอดชุดเดรสต่อหน้ามารดาอย่างไม่อาย “คุณแม่รีบเอาชุดนี่ไปคืนป้าสะใภ้เถอะค่ะ ฉันี้เีฟังคนพวกนั้นทวงบุญคุณ”
ชุดนี้เป็ของลูกสาวป้าสะใภ้ใหญ่ที่ทำงานอยู่ในเมือง มารดาบากหน้าไปขอยืมมาเพื่อให้เธอใส่ไปดูตัวกับผู้ชายนายทหาร
คุณแม่อี้ผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด เธอเก็บชุดราคาแพงขึ้นมาพับอย่างเบามือ “เฮ้อ… แม่คิดว่าแกกับเขาจะเข้ากันได้ดี เฉินซานคนนั้นอนาคตไกล ทั้งยังเป็คนกตัญญู แกได้ลองชวนคุยบ้างไหม?”
“ไม่ค่ะ ยัดตะกร้าใส่มือแล้วฉันก็กลับทันที”
“มีอย่างที่ไหน! ฉันบากหน้าไปขอยืมนั่นขอยืมนี่เขาให้วุ่น แกกลับไม่รักดีปล่อยโอกาสครั้งนี้หลุดลอย บ้านเรามีพี่ชายแกทำงานได้แต้มค่าแรงสิบแต้มสองคน ลำพังเลี้ยงตัวสี่แม่ลูกยังจะไม่รอด ยังต้องแต่งภรรยาให้พี่แกอีก หมู่บ้านเราต้องใช้ค่าสินสอดมากแค่ไหนแกไม่รู้หรือไง!” ค่าสินสอดของสตรีหมู่บ้านนี้แพงกว่าหมู่บ้านไท่จวิ้น เพราะฝ่ายผลิตได้ผลผลิตมากกว่าหมู่บ้านนั้นสองเท่า แน่นอนว่าคุณแม่อี้อยากแต่งสะใภ้ที่ทางบ้านมีฐานะทัดเทียม ไม่ใช่ได้ผลผลิตน้อยกว่าต้องคอยมายืมอาหารบ้านเธอทั้งปีเช่นนั้นก็ไม่ไหว
“รู้แล้วฉันจะทำอย่างไรได้คะ? ฉันก็ทำงานช่วยที่บ้านสุดกำลัง ฉันบอกคุณแม่แล้วว่าอยากแต่งกับหลิงเฟิง เขาทำงานอยู่ในโรงงานสิ่งทอ อย่างน้อยขายเศษผ้าก็ได้เงินเดือนละเกือบสิบหยวน ” เธอเห็นหลิงเฟิงท่าทางดูดีมีงานมั่นคง งานในโรงงานก็เป็ชามข้าวเหล็ก น่าจะพึ่งพาได้ รายได้เขาหล่อนถามมาแล้วได้เกือบสามสิบหยวน
“แกทำงานได้แต้มค่าแรงสามแต้มเนี่ยนะช่วยสุดกำลัง หม่าจืออายุห้าขวบไปเก็บผักป่ามาเลี้ยงหมูก็ได้เท่าแกเหมือนกัน! แล้วเ้าหลิงเฟิงนั่นดวงตาหลุกหลิก จ้องแต่งรูปร่างแก แม่อาบน้ำร้อนมาก่อน คนแบบนี้ได้ใหม่ลืมเก่า คิดแต่เื่บนเตียง แกจะฝากชีวิตไว้กับคนแบบนี้เหรอ?”
“ฉันไม่อยากแต่งกับทหาร คุณแม่รู้ดี”
“ทหารไม่ได้ตายในหน้าที่กันทุกคนนะหรานหราน! ดูลูกชายหัวหน้าหมู่บ้าน ตอนนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ เขาเป็ทหารรุ่นเดียวกับพ่อแกเลยนะ” คุณแม่อี้ตั้งใจเลี้ยงลูกทุกคน แม้จะไม่สุขสบายนักแต่ก็ไม่เคยต้องอด สู้สุดกำลังเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ ยิ่งบุตรสาวหล่อนตามใจมากที่สุด แต่ครั้งนี้หล่อนจะไม่ยอมตามใจเด็ดขาด
“ไม่รู้ล่ะ ลูกหัวหน้าหมู่บ้านกลับบ้านปีละกี่ครั้งเอง กว่าภรรยาเขาจะท้องถูกคนในตระกูลกระแนะกระแหนมาตั้งหลายปี” ซ่งอี้หรานก็มีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่อยากแต่งงานกับทหาร และเหตุผลเหล่านี้มาจากเหตุการณ์จริงทั้งนั้น
“อี้หรานนะอี้หราน มันไม่มีงานใดดีที่สุด และไม่มีงานที่แย่ที่สุด บางทีแกอาจตามสามีไปประจำการในเมืองที่ไหนสักที่ เฉินซานเป็ผู้กอง อย่างไรก็ไม่ลำบาก ซ้ำยังมีแต่คนเกรงกลัว ใครจะกล้ารังแกแก ต่อให้พวกโรคจิตชอบลวนลามจะถูกจับยิงเป้า ก็ใช่ว่าจะไม่มี เดือนก่อนหัวหน้าหมู่บ้านก็บอกแล้ว หมู่บ้านในอำเภอเจียงซุยของเรามีพวกไม่กลัวตายแอบมาลวนลามยุวปัญญาชนหญิงจนถูกจับไปยิงเป้า” คุณแม่อี้พยายามหาข้อดีเพื่อให้ลูกสาวเปลี่ยนใจ
“เขาไม่แต่งกับฉันหรอกค่ะ คุณแม่เลิกเสียเวลาเกลี้ยกล่อมฉันได้แล้ว ฉันจะบอกให้ ฉันคิดว่าเขาเป็คนหูหนวกด้วย ช่วยไม่ได้ ก็ฉันถามแล้วเขาไม่ตอบเอง คิดว่ามีปัญหาด้านการได้ยิน!” คางคกอยากกินเนื้อหงส์ไม่ง่ายนักหรอกนะ! ซ่งอี้หรานคิดในใจ ชายหนุ่มชนบททุกคนคือคางคกสำหรับหล่อน
“ความฉลาดหลักแหลมของแกคงถูกสุนัขกินไปหมดแล้ว!” คุณแม่อี้ปวดขมับ ครั้งนี้ขาดทุนย่อยยับ เสียไข่ไปหลายตะกร้า เสียหน้าให้พวกพี่สะใภ้สามีที่จ้องซ้ำเติมทุกครั้งที่ครอบครัวของเธอทำสิ่งใดไม่สำเร็จอีก รู้เช่นนี้เก็บไข่ไว้ต้มกินเองเสียยังดีกว่า!
คุณแม่อี้ใช้เวลาสงบจิตใจอยู่นาน ก่อนจะรวบรวมแรงกายแรงใจออกไปทำงานกลางแดดจ้าอีกครั้ง ความหวังพังทลายลงในพริบตา เหล่าแม่บ้านมาถามความคืบหน้าการดูตัว เธอบอกไปตามตรงว่าหมดหวัง เรียกเสียงหัวเราะจากเหล่าพี่สะใภ้สกุลซ่งได้ไม่น้อย ชาวบ้านหลายคนมาให้กำลังใจไม่ให้หมดหวัง บางคนแนะนำญาติพี่น้องที่มีงานมั่นคงให้ คราวนี้คุณแม่อี้ตั้งใจรับฟังประวัติของทุกคนเพื่อพิจารณา
ตกเย็นพี่ชายสองคนของซ่งอี้หรานกลับบ้านมาด้วยความเหนื่อยล้า ผลผลิตมากมายติดอันดับต้นๆ ของหมู่บ้านดีเด่นในอำเภอเจียงซุยนั้นแลกมากับการทำงานอย่างหนักของชาวบ้าน
พี่ชายคนโตชื่อว่าซ่งิรีบถามน้องสาวที่กำลังให้อาหารไก่ “หรานหราน ดูตัววันนี้เป็ไงบ้าง นายทหารคนนั้นชอบเธอไหม?”
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ชอบทหาร” ซ่งอี้หรานตอบอย่างไม่สะทกสะท้านใดใด หร่อนคือเ้าหญิงน้อยของบ้าน พี่ชายขึ้นคานทั้งชีวิตก็เื่ของพวกเขาซิ!
ซ่งิถอนหายใจ ความจริงเขาเลิกหวังกับน้องสาวคนงามมานานแล้ว เพราะเธอคือปีศาจตัวน้อย เอาแต่ใจ แต่งงานกับเฉินซานไม่รู้จะได้ความรักหรือความแค้น ให้แต่งกับหนุ่มโรงงานก็ดีเหมือนกัน
พี่รองไม่อ่อนโยนเหมือนพี่ใหญ่ เขาชื่อซ่งฮว่า เมื่อหิวขึ้นมาก็ไม่สนสิ่งใด “แกจะไม่เอาไหนเกินไปแล้วนะ! ฉันกับพี่ใหญ่ทำงานเกือบตายให้แกได้ไปเรียน ซื้อของบำรุงครีมบำรุงตามที่แก้าไม่เคยขาด ถ้าแต่งกับเฉินซานนอกจากเงินสินสอดแล้วเขายังช่วยฉันกับพี่ใหญ่แกหางานในเมืองได้ แกไม่อยากให้ตระกูลซ่งสายรองของเราลืมตาอ้าปากได้หรือไง!?” พี่รองซ่งดีดลูกคิดในใจ คิดอย่างไรเฉินซานก็ดีกว่าหนุ่มโรงงานเป็ไหนๆ ไม่ว่าจะเป็หน้าที่การงานก้าวหน้าไม่จำกัด เส้นสายก็ดีกว่า เขาเคยได้ยินคุณป้าในหมู่บ้านลือว่าเฉินซานหางานให้สหายร่วมรบที่าเ็หนัก เป็งานขับรถกระจายสินค้าไปยังสหกรณ์ต่างๆ ในอำเภอ บางคนบอกว่าเขาหางานในโรงฆ่าสัตว์ให้สหายร่วมรบที่เสียขาไปจากการถูกกับะเิ งานพวกนั้นถ้าเขากับพี่ใหญ่ได้ทำต้องมีชีวิตที่สุขสบายแน่
“พวกพี่คิดจะขายฉันกิน หน้าไม่อาย!” ซ่งอี้หรานพูดอย่างเหลืออด “เพียงเพราะอยากแต่งภรรยาดีๆ ก็มาโทษมาบังคับให้ฉันต้องแต่งผู้ชายที่ไม่ได้รัก พวกพี่มันไม่เอาไหน อย่ามาโทษฉัน!”
“อี้หราน!” พี่รองซ่งฮว่าตะคอกน้องสาว
“เ้ารองหุบปาก!” พี่ใหญ่ถลึงตามองน้องชาย เขากับน้องชายอายุหลายขวบ โตพอจะรู้เื่แล้วตอนเสียบิดา ทว่าน้องสาวนั้นน่าสงสารนัก เขย่าเรียกพ่อไม่หยุด ไม่รู้ว่าบิดาจากไปโดยไม่มีทางหวนกลับมาอีกแล้ว ั้แ่นั้นเขาและมารดาตามใจน้องสาวคนเดียวผู้นี้มาตลอด ด้วยความสงสารและเอ็นดู
“พี่ใหญ่กับแม่ให้ท้ายเธอแบบนี้ ถึงได้เอาแต่ใจไม่เห็นตระกูลสายรองเราอยู่ในสายตา!” ซ่งฮว่ากัดฟันเดินเข้าบ้านไปหาน้ำกิน เถียงไปก็ไม่ชนะ เหนื่อยเปล่ากับการเสียเวลาทำเื่ที่ไม่มีวันชนะ
มารดาเดินเหม่อเข้าบ้านมา ลูกๆ เถียงกันเสียงดังหล่อนยังไม่ได้ยิน แม้จะบอกกับตัวเองให้ตัดใจ แต่ความเสียดายมันแทบจะทะลักออกมาจากปาก คุณแม่อี้นำความผิดหวังมาลงกับการทำอาหาร วันนี้ลูกสามคนจึงได้กินเพียงหมั่นโถวแป้งข้าวโพดหนึ่งลูกกับผักดองต้มแสนเค็ม
สามคนพี่น้องกัดฟันกล้ำกลืนอาหารลงท้อง สองหนุ่มหิวมากจึงกินหมดเกลี้ยง อร่อยหรือไม่ไม่สำคัญเท่าอิ่มท้อง
ส่วนซ่งอี้หรานนั้นกัดหมั่นโถวหนึ่งคำก็ดื่มน้ำตามหนึ่งแก้ว เพราะฝืดคอมาก ปกติมารดาจะมีอาหารพิเศษที่ดีกว่าพี่ชายแยกให้เธอกิน แม้ไม่ดีเลิศแต่อร่อยกว่านี้หลายเท่า!