จากนั้นเธอก็ไปสั่งทำหม้อและถาดสำหรับใส่อาหารเพิ่มเติม รวมถึงไปยังโรงงานผลิตถ้วยชาม เพื่อสั่งซื้อถ้วยชามเพิ่มด้วย
“สวัสดีค่ะ ฉันมาสั่งถ้วยชาม”
“เชิญรอตรงนี้สักครู่ ผมจะตามผู้จัดการมาให้”
เป่ยลู่รอไม่นานนักผู้จัดการโรงงานก็เดินมาพูดคุยเื่ราคากับเธอ ซึ่งราคาที่ได้นั้นเธอสามารถรับได้เพราะไม่สูงมากจนเกินกำลังไป
“ถ้วยขนาดเท่านี้ เราส่งให้คุณเท่ากับราคาที่ให้กับทางรัฐใบละ 10 เหมา ขนาดของมันก็เพิ่มราคาไปอีกเล็กน้อย”
“ค่ะฉันเข้าใจ ฉันเอาขนาดนี้ 50ใบ แล้วก็ขนาดใหญ่นี้ 50 ใบ ขอจานขนาดเท่านี้ด้วยค่ะ 50 ใบ”
“คุณอู๋ ช่วยคิดเงินให้ผมหน่อย”
“ครับผู้จัดการ”
“เอ่อมีบริการส่งไหมคะ ฉันคงเอากลับไปคนเดียวไม่ไหว”
“ได้สิ เดี๋ยวให้คนงานตามคุณไปส่งให้ก็แล้วกัน”
“ขอบคุณมากค่ะ”
หลังจากที่จ่ายเงินครบแล้วเธอก็นั่งรอให้คนงานของโรงงานนำถ้วยชามไปส่งให้เธอถึงบ้าน ซึ่งเธอได้จ่ายค่าแรงให้พวกเขาคนละ 10 เหมา ด้วย
หลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เป่ยลู่ก็อาบน้ำและหยิบซาลาเปาออกมากิน แต่ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าซาลาเปามี10ลูกเท่าเดิม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอจำได้ว่า หยิบออกไป7 ลูกแล้ว มันจะต้องเหลือแค่3ลูกไม่ใช่หรอ?
เธอเริ่มเอะใจกับมิติที่เทพฝึกหัดมอบให้มา จึงทดสอบด้วยการนำเสื้อใส่เข้าไปในมิติ แล้วหยิบเสื้ออกมาจากนั้นก็เข้าไปดูว่าในมิติมีเสื้อเพิ่มขึ้นมาอีกหรือเปล่า ซึ่งผลที่ได้ก็คือ มีเสื้อเพิ่มมาจริงๆ ด้วย นั้นแสดงว่ามิตินี้เป็มิติก็อปปี้สินะ เป่ยลู่ยิ้มกว้างอย่างดีใจ เธอสามารถประหยัดในการซื้อข้าวของเพิ่มขึ้นอย่างที่คาดไม่ถึงมาก่อน ตอนนี้เธอก็ไม่จำเป็ต้องกังวลกับเงินของตนเองอีกแล้ว เพียงแค่ซื้อของที่ต้องใช้ทำอาหารและเก็บไว้ในมิติ เพื่อให้มันก็อปปี้เอาไว้ แค่นี้เธอก็จะมีวัถุดิบทำอาหารได้ไม่ขาดแล้ว หลังกินอิ่มและสบายใจแล้วเป่ยลู่ก็อาบน้ำเข้านอนและหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
รุ่งเช้าเธอตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น ตั้งใจว่าวันนี้จะใช้เวลาว่างปลูกผักเอาไว้ทำอาหารขาย เพราะเธอมีน้ำพุิญญาอยู่ยังไงผักก็โตทันใช้และมีรสชาติดีอย่างแน่นอน นอกจากนี้เธอยังนำน้ำพุิญญามาเทใส่โอ่งน้ำในครัวเอาไว้ดื่มกินเองด้วย และถึงยังไงเธอก็ต้องใช้น้ำในโอ่งนี้ทำอาหารขาย ดีเสียอีกรสชาิตจะได้อร่อยถูกใจ
เธอเดินไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อเมล็ดผักมาปลูกนอกจากนี้เธอยังซื้อข้าวขาวและหม้อไหมาไว้ใช้ด้วย เธอเห็นว่าในครัวของบ้านมีเตาสำหรับทำอาหารอยู่ และก็มีถ่านอยู่ประมานสองถุง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเมื่อเธอมีมิติก็อปปี้ ไม่ว่ายังไงถ่านสองถุงนั่นก็ใช้ได้ไม่หมดอยู่แล้ว
ทางด้านอี้เหมินนั้นเขากำลังเดินมาที่บ้านเพื่อเอาเอกสารสัญญาเช่าบ้านมาให้หญิงสาวเซ็น ซึ่งตอนนี้บ้านถูกล็อคเขาคาดว่าเธอคงออกไปหาอะไรกินที่ตลาด จึงนั่งรอหน้าบ้านจนเธอกลับมา
“สวัสดีค่ะพี่อี้เหมิน มานานแล้วหรอคะ”
“เพิ่งมาได้สักพัก”
” เข้ามาก่อนค่ะ แดดร้อนขนาดนั้นทำไมไม่เข้ามานั่งข้างในรั้วคะ”
” ก็คุณไม่อยู่ แล้วผมจะเสียมารยาทเข้าไปในบริเวณบ้านได้ยังไง”
“แต่นี่คือบ้านพี่นี่คะ คราวหน้าเข้ามานั่งรอเลยนะคะ ฉันจะเอาเก้าอี้ไปวางใต้ต้นไม้มุมนั้นให้” เธอเอ่ยบอกก่อนจะรินน้ำใส่แก้วมาให้เขาดื่มพร้อมทั้งกช่าวขอโทษที่ทำให้เขาต้องรอนาน
อี้เหมินรับน้ำมาดื่ม ในตอนแรกเขาคิดว่าคงเพราะว่าอากาศร้องจึงรู้สึกว่าได้ดื่มน้ำแล้วสดชื่นขึ้นมาก แต่สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดไปก็คือ ความเ็ปที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาไปสืบราชการลับจากกลุ่มไม่หวังดี และถูกลอบทำร้ายโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เขาได้รับาเ็สาหัส เกือบเอาชีวิตไม่รอดมันหายไป หลังจากที่ดื่มน้ำในแก้วนี้ แต่เขาก็ไม่กล้าพอที่จะถามออกไป
“เอ่อขออีกสักแก้วได้ไหมครับ อากาศร้อนมากผมหิวน้ำมากจริงๆ”
“ได้สิคะ จริงสินี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว อยู่่กินข้าวเป็เพื่อนฉันสักมื้อได้ไหมคะ”
“งั้น ผมขอรบกวนฝากท้องสักมื้อ” เป่ยลู่ยิ้มหวานให้กับเขาแล้วเข้าครัวไปทำอาหารง่ายๆ เพียงสองจาน คือ ผัดผักใส่หมูและแกงเขียวหวานไก่ พร้อมกับยกข้าวสวยในหม้อออกมาวางไว้บนโต๊ะ อี้เหมินเห็นว่าเธอยกอาหารมาแล้วเขาจึงลุกขึ้นแล้วช่วยตักข้าวใส่จานแทนเธอที่เดินเข้าไปตักน้ำในครัว
อร่อยมากเลยครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“คือ ถ้าผมจะขอให้คุณทำอาหารส่งให้ผมสองมื้อต่อวัน คุณพอจะทำให้ผมได้ไหม ผมยินดีจ่ายค่าอาหารของคุณ บอกตามตรงผมเหนื่อยเวลาที่ต้องทำอาหารเอง”
“เอะแล้วภรรยาของคุณละคะ”
“ผมยังไม่มีคนรัก ไม่ได้แต่งงาน”
“อ้าว ฉันก็นึกว่า… ขอโทษนะคะ ที่เสียมารยาท”
” ไม่เป็ไรครับ แล้วเื่?”
“ค่ะ ฉันรับทำอาหารผูกปิ่นโตให้พี่เองค่ะ”
” ผูกปิ่นโต…?!”